ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) เปิดเผยว่า มม.มีเป้าหมายที่จะพัฒนาหลักสูตร และสถาบันขึ้นสู่ระดับสากล ดังนั้นการใช้เกณฑ์การประเมินต่างๆ ก็จะมุ่งใช้เกณฑ์ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยพัฒนาหลักสูตรและเสนอเข้ารับการประเมินกับองค์กรระดับสากล สำหรับหลักสูตรวิชาชีพที่มีองค์กรประเมินระดับสากลที่ชัดเจน เช่น หลักสูตรแพทยศาสตร์ ก็เข้ารับการประเมินกับองค์กร World Federation for Medical Education ที่รับรองมาตรฐานหลักสูตรแพทย์ทั่วโลก, หลักสูตรบริหารธุรกิจ ก็รับประเมินจากองค์กรระดับโลก เป็นต้น ซึ่งมีการประเมินหลายขั้นตอน ดูทั้งวิสัยทัศน์ คุณภาพอาจารย์ แนวทางการบริหารหลักสูตร รูปแบบการเรียนการสอน ส่วนหลักสูตรที่ไม่มีองค์กรประเมินระดับสากลที่ชัดเจน เช่น สาขากายภาพ สาขาพยาบาลศาสตร์ ใช้การประเมินจากเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนด้านการประกันคุณภาพการศึกษา ASEAN University Network-Quality Assurance หรือ AUN-QA เป็นระบบประเมินคุณภาพที่ได้รับการยอมรับระดับภูมิภาคมีกรอบ เกณฑ์ และวิธีการประเมินที่คล้ายกับระดับสากลแต่มีความลึกที่แตกต่างกัน สำหรับการประเมินและรับรองระดับสถาบันจะใช้หน่วยงานระดับสากลเช่นเดียวกันรักษาการแทนอธิการบดี มม. กล่าวต่อว่า สาเหตุที่ต้องประเมินในระดับนานาชาติ เพราะจะได้รับการยอมรับระดับนานาชาติ เนื่องจากใช้เกณฑ์วัดประเมินเดียวกัน การส่งนักศึกษาไปเรียนต่อหรือการแลกเปลี่ยนนักศึกษา ก็จะทราบถึงคุณภาพของมหาวิทยาลัยที่จะไปศึกษาต่อ ขณะเดียวกันมหา วิทยาลัยนั้นก็ให้การยอมรับ มม. ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อตัวนักศึกษา ส่วนการรับการประเมินจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ซึ่งเป็นการประเมินและรับรองระดับประเทศ มม.ก็พร้อมเข้ารับการประเมินเช่นกัน.