Credit : NAOC/CNSAมีทฤษฎีหนึ่งเกิดขึ้นในช่วงทศวรรษ 1970 สันนิษฐานช่วงระยะแรกๆ ของดวงจันทร์มีมหาสมุทรแมกมา (magma) คือสารเหลวที่อยู่ลึกลงไปใต้เปลือกโลกหรือเรียกว่าหินหนืด ปกคลุมพื้นผิวของดวงจันทร์ เมื่อการหลอมละลายของมหาสมุทรแมกมาเริ่มสงบและเย็นตัวลง แร่ธาตุเบาก็ลอยขึ้นไปด้านบน ในขณะที่ธาตุที่หนักกว่าก็จมลง เปลือกด้านบนจึงกลายเป็นที่ราบหินบะซอลต์ห่อหุ้มเนื้อดวงจันทร์ที่มีแร่ธาตุหนาแน่น เช่น แร่โอลิวีน (olivine) และแร่ไพโรซีน (pyroxene) ซึ่งแร่โอลิวีนเป็นองค์ประกอบหลักที่เนื้อโลกตอนบนเช่นกัน เมื่อเร็วๆนี้ สภาวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีนเผยว่า ยานอวกาศ ฉางเอ๋อ โฟร์ (Chang’E 4) ที่ลงจอดยังด้านไกลของดวงจันทร์ ซึ่งเป็นด้านที่ไม่สามารถมองเห็นจากโลก ฉางเอ๋อ โฟร์อาจไขความลึกลับของด้านไกลของดวงจันทร์ได้ หลังจากรวบรวมหลักฐานใหม่ที่ได้จากบริเวณที่ราบจากการพุ่งชนคือ “ที่ราบขั้วใต้-ไอต์เคน” (South Pole-Aitken Basin) หรือหลุมอุกกาบาตที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะของเรา มีความยาวประมาณ 2,500 กิโลเมตร ยานสำรวจพื้นผิวได้ค้นพบร่องรอยของแร่โอลิวีนและแร่ไพโรซีน Credit : NAOC/CNSAนักวิจัยจากหอดูดาวแห่งชาติของสภาวิทยาศาสตร์จีน เผยว่า การทำความเข้าใจองค์ประกอบของเนื้อดวงจันทร์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพิสูจน์ว่ามหาสมุทรแมกมามีอยู่จริงหรือไม่ นอกจากนี้ยังช่วยให้เข้าใจวิวัฒนาการของดวงจันทร์ ซึ่งวิวัฒนาการของดวงจันทร์อาจเป็นหน้าต่างสู่การไขปริศนาวิวัฒนาการของโลกและดาวเคราะห์อื่นๆ.