ผมอ่านนิทานเรื่อง คณะกรรมการแบ่งโจ๊ก จากหนังสือ เรื่องคมๆแต่ความหมายชวนคิด (สุริยเทพ ไชยมงคล สำนักพิมพ์อินสไปร์ พ.ศ.2553) ทุกครั้ง ก็สนุกทุกครั้งอ่านครั้งนี้ ผมพยายามหาแง่คิดใหม่คนธรรมดาสามัญ 7 คนนี้ เป็นเพื่อนรักกันมานาน นิสัยใจคอเหมือนกัน เหมือนกันกระทั่งความเห็นแก่ตัวทุกๆ วันพวกเขาคนหนึ่ง ต้องรับหน้าที่ตักโจ๊กแบ่งให้เพื่อน แต่ไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่ ก็ยังหาวิธีตักโจ๊กแบ่งให้เท่ากันไม่ได้สักทีเมื่อระดมสติปัญญาในคนเจ็ดคน ยังหาวิธีที่ดีที่สุดไม่ได้ พวกเขาก็ดั้นด้นไปหาผู้รู้ประดามีในท้องถิ่น แล้วก็ได้ระบบมาทดลอง...ดังต่อไปนี้วิธีที่ 1 ให้สมาชิกคนหนึ่ง รับผิดชอบการแบ่งโจ๊ก ผลก็คือสมาชิกอื่นพบว่า เขาคนนั้นตักโจ๊กใส่ชามเขามากกว่าชามคนอื่นเมื่อเปลี่ยนเป็นคนต่อ และต่อๆไป ผลก็ยังเป็นเช่นเดิมวิธีที่ 2 หมุนเวียนสับเปลี่ยนกันแบ่งโจ๊ก โดยจะได้แบ่งโจ๊กวันละคน วิธีนี้แต่ละคนมีอำนาจในการแบ่งโจ๊กเหมือนๆกัน แต่ละคนก็มีโอกาสตักโจ๊กให้ตัวเองมากหน่อยวิธีนี้แม้จะดูยุติธรรมกับสมาชิกในกลุ่มแล้ว แต่ผลก็ปรากฏว่า ทุกคนมีโอกาสกินอิ่มสัปดาห์ละหนึ่งวันเท่านั้นที่เหลืออีกหกวัน ก็กินไม่อิ่มเหมือนเคยกรณีศึกษาข้อนี้ชี้ให้เห็นว่า อำนาจอยู่ในมือของคนคนเดียว ก่อให้เกิดการสิ้นเปลืองทรัพยากรโดยเปล่าประโยชน์วิธีที่ 3 ทุกคนลงคะแนนเลือกคนที่วางใจได้หนึ่งคน มาเป็นผู้รับผิดชอบ ตอนแรกคุณที่คาดว่าจะมีคุณธรรมสูงส่งนั้น ก็ยังพอจะมีความยุติธรรมอยู่บ้างแต่พอเวลาผ่านไปไม่นาน คนผู้นั้นก็เริ่มแบ่งโจ๊กให้ตัวเองและพรรคพวกมากกว่าคนอื่นวิธีนี้แม้จะดูดีกว่า แต่ก็จำเป็นจะต้องหาวิธีที่ดีที่สุดต่อวิธีที่ 4 เลือกกรรมการแบ่งโจ๊กขึ้นมาหนึ่งชุด และเลือกกรรมการตรวจสอบอีกหนึ่งชุด เพื่อให้ติดตามตรวจสอบพฤติกรรมการแบ่งโจ๊ก วิธีนี้ทำท่าจะดูดี แต่ทว่ากรรมการตรวจสอบมักจะมีเรื่องคัดค้านกรรมการแบ่งโจ๊กบ่อยครั้งและกรรมการแบ่งโจ๊ก ก็มักมีเหตุผลมากมายโต้แย้งกว่าจะได้กินโจ๊ก โจ๊กก็เย็นชืดหมดแล้ววิธีที่ 5 ให้แต่ละคนหมุนเวียนสับเปลี่ยนหน้าที่ตักโจ๊ก คนที่มีหน้าที่แบ่งโจ๊กวันนั้น จะต้องตักโจ๊กให้ตัวเองเป็นคนสุดท้าย เมื่อใช้วิธีนี้ไปแล้ว ผลน่าแปลกก็เกิดขึ้นทันทีโจ๊กทั้งเจ็ดชาม ต่างก็มีปริมาณที่เท่าๆกัน ราวกับใช้อุปกรณ์ ชั่ง ตวง วัด ที่ยอดเยี่ยมเหตุผลก็คือ คนที่มีหน้าที่ตักโจ๊กในวันนั้น ได้ตระหนักว่า ถ้าปริมาณโจ๊กแต่ละชามมากน้อยไม่เท่ากัน เขาเองจะต้องได้รับโจ๊กน้อยที่สุดเป็นแน่ดังนั้น วิธีแบ่งโจ๊กวิธีที่ 5 จึงได้รับการยอมรับว่า เป็นวิธีที่รอบคอบที่เกิดผลยุติธรรมที่สุดสรุปคำอธิบาย ความหมายดีๆของนิทานเรื่องนี้มีว่า การแบ่งของอย่างเดียวกัน แต่ถ้าใช้วิธีการแบ่งที่แตกต่างกัน ก็จะได้ผลลัพธ์ที่ต่างกันเดิมทีกองบัญชาการตำรวจแห่งชาติก็มีระบบที่ดี มีคณะกรรมการคัดสรรมาทำหน้าที่โยกย้ายแต่งตั้งตำรวจ แม้จะมีเสียงโจมตีว่าไม่ยุติธรรมอยู่บ้าง มีการรณรงค์ให้ปฏิรูประบบตำรวจใหม่บ่อยครั้งเรื่องนินทาตอนนี้จึงมีว่า ที่มันเละเทะยิ่งกว่า เพราะยกไปให้ “ใครคนเดียว” ไม่ว่าจะเก่งดีวิเศษแค่ไหน เมื่อเกิดเรื่องสะดุดขึ้นมา ใครคนนั้นจึงต้อง “เละเป็นโจ๊ก” ไปคนเดียว.กิเลน ประลองเชิง