อย่าให้เลยไปมากกว่านี้ ช่วยกัน ดับ “ฝุ่นการเมือง” ที่คละคลุ้งอยู่ ณ เวลานี้ให้มอดลงไปดีกว่าฟุ้งกระพือที่สุดแล้วก็จะไม่มีใครได้ใครเสีย มีแต่จะทำให้ผู้ไม่หวังดีแอบเย้ยหยันสมใจนึกข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้พูดกันมากพอสมควรในทำนองว่า หากตั้งรัฐบาลช้าจะเกิดปัญหากระทบต่อเศรษฐกิจการลงทุนความเชื่อมั่นคือเหตุปัจจัยสำคัญก็ว่ากันไป เพราะความจริงแล้วเมื่อมีการวางโรดแม็ปว่าด้วยกระบวนการเลือกตั้งโดยยึดรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง2 ปัจจัยนี้ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้จึงต่างกับที่ผ่านมาก่อนหน้านี้พอลงคะแนนเลือกตั้งเสร็จปิดหีบปั๊บก็รู้ได้ในทันทีรู้ว่าพรรคไหนชนะ พรรคไหนแพ้ ใครสอบได้ใครสอบตกพูดง่ายๆว่าทันอกทันใจ...ท่านผู้ชมครานี้ต่างกันไปก็เลยดูเหมือนกับเกิดสิ่งประหลาดอะไรขึ้นมาจนทำให้วุ่นวายไปหมดถึงกับเข้าชื่อระดมคนรวมลงชื่อให้ “ถอดถอน” กกต.ความวุ่นวาย สับสน ในการทำงานของ กกต. ก็ส่วนหนึ่ง ซึ่งต้องยอมรับว่าเกิดความผิดพลาดในบางจุดบางส่วนการไม่ได้ออกมาชี้แจงก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดช่องว่างแห่งความเข้าใจจนทำให้เกิดปัญหา แต่เมื่อ กกต. ออกมาให้ความกระจ่างเพื่อตอบคำถามคลายความสงสัยหลายเป๊าะล่าสุดก็ยืนยันว่าการคำนวณจำนวนปาร์ตี้ลิสต์ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ กกต.ได้แจงแล้วว่ามีวิธีการเดียวเท่านั้นไม่มีสูตรนั้นสูตรนี้อย่างที่ตีความกันไปเหตุผลที่ยังไม่สามารถดำเนินการต่อไปอยู่ที่ประเด็นว่ายังไม่รู้ยอดจำนวน ส.ส.ของแต่ละขณะนี้มีการร้องให้ตรวจ-สอบผลการเลือกตั้งจำนวน 66 เขตที่ยังไม่รู้ว่าผลจะออกมาอย่างไรเริ่มแรกก็ได้จัดให้มีการนับคะแนนใหม่และเลือกตั้งใหม่ในบางหน่วยพร้อมกับเร่งตรวจสอบในกรณีอื่นๆหากเข้าใจกันด้วยเหตุด้วยเหตุทุกอย่างน่าเข้าใจกันได้เมื่ออยู่ในกระบวนการเลือกตั้งอย่างเห็นกันอยู่นั้นจึงแยกไม่ออกกับการเมืองเพราะล้วนมีความสัมพันธ์กันทุกอย่างนี่แหละปัญหามันจึงเกิดขึ้นมา?ที่ดีที่สุดก็คือ...1 อย่าใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ2 อย่าตกเหยื่อของการปลุกระดมเพื่อหวังผลทางการเมืองที่น่าจะพูดถึงก็คือ ภาคเอกชนที่มักจะรู้สึกหวั่นไหวกับสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นแล้วก็เกรงว่าจะเกิดปัญหาทางเศรษฐกิจตรงนี้แหละ...ที่ภาคเอกชนจะต้องช่วยกันประคับประคองภาพรวมของประเทศให้สามารถดำเนินการไปด้วยราบรื่นยิ่งจะต้องพบปะกับนักลงทุนต่างประเทศทำความเข้าใจถึงสถานการณ์ว่าอะไรเป็นอะไรเพื่อจะได้เกิดความเข้าใจไปในทางที่ดีถือเป็นหน้าที่อันปฏิเสธไม่ได้อย่างกระทรวงต่างประเทศก็ต้องทำความเข้าใจกับนานาชาติด้วยเหตุผลอันไม่ต่างกันเพราะทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันโน่นแหละ...9 พ.ค.62 จะได้รู้กันแหละว่าพรรคไหนจะได้ ส.ส.จำนวนเท่าไรอย่างเป็นทางการก็คงจะได้เห็นรัฐบาลชุดใหม่ได้ใครจะจับมือกับใคร ใครจะอยู่ซีกไหน ช่วงนี้จึงต้องรอกันไปก่อนนักการเมืองคนไหนมีปัญหา มีคดีติดตัวก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมายหรือให้ดีก็ไปจัดการปัญหาภายในพรรคจัดแถวให้เรียบร้อยก่อนดีกว่า!!!“ลิขิต จงสกุล”