เกินครึ่งของมหาเศรษฐีพันล้านที่ติดทำเนียบ 100 บุคคลรวยสุดของโลก ล้วนทำมาหากินในแวดวงไฮเทค หลายคนสร้างตำนานธุรกิจอย่างถ่อมตัวในโรงรถและอพาร์ตเมนต์เก่าๆ ขณะที่บางคนรวยติดอันดับโลกแล้วแต่ยังทำตัวสมถะกินง่ายอยู่ง่าย...ทุกอย่างคือการสร้างภาพทั้งนั้น ถ้าเจาะลึกจริงๆจะรู้เลยว่ามหาเศรษฐีไฮเทคหลายคนมีบ้านหรูหลังละหลายล้าน แถมบางคนยังเป็นเจ้าของเกาะ และกว้านซื้อที่ดินไว้เพียบเจ้าพ่ออเมซอน “เจฟฟ์ เบซอส” เจ้าของตำนานสร้างธุรกิจ ในโรงรถเก่าจนผงาดเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก โดยปัจจุบัน มีสินทรัพย์มากกว่า 138,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีคฤหาสน์ตั้งอยู่ละแวกเดียวกับแชมป์เก่ามหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง “บิล เกตส์” และเหล่าผองเพื่อนผู้บริหารไมโครซอฟท์ ถิ่นบิลเลียนแนร์อยู่ในเมืองเมดินา รัฐวอชิงตัน โดดเด่นเรื่องความเงียบสงบและโอบล้อมด้วยธรรมชาติ แถมยังไม่ห่างไกลจากซีแอตเติลจุดกำเนิดของเว็บไซต์อเมซอน ว่ากันว่าเมื่อปี 1998 เจ้าพ่ออเมซอนควักกระเป๋า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อให้ได้เป็นเพื่อนบ้านของไอดอลรุ่นพี่ไมโครซอฟท์ โดยซื้อที่ดินผืนแรกขนาด 5.3 เอเคอร์ สร้างแมนชันหรูหลังใหญ่ขนาด 20,000 ตารางฟุต และบ้านหลังเล็กขนาด 8,300 ตารางฟุต ต่อมาได้กว้านซื้อที่ดินรอบๆเพิ่มขยายอาณาจักรใหญ่โต จนปัจจุบันทั้งพร็อพเพอร์ตี้มีมูลค่า 53 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯตามประสามหาเศรษฐีเงินเหลือใช้ พ่อม่ายเนื้อหอมฉุยแห่ง อเมซอนยังครอบครองอสังหาฯทำเลทองทั่วอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นถิ่นฮอลลีวูดเบเวอร์ลี่ ฮิลส์ ที่ลงทุนซื้อบ้านหรูไว้หลายหลัง โดยหนึ่งในนั้นเป็นแมนชันใหญ่สไตล์สเปน สนนราคา 24.45 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขนาด 7 ห้องนอน 7 ห้องน้ำ มีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ คอร์ตเทนนิส น้ำพุ และโรงจอดรถ 6 โรง เมื่อเร็วๆนี้ยังควักเงิน 12.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซื้อบ้านขนาด 4 ห้องนอนในละแวกเดียวกันเพิ่ม ไม่นับรวมคอนโดหรูอีก 3 แห่ง ใจกลางแมนฮัตตัน นิวยอร์ก, พิพิธภัณฑ์สิ่งทอเก่าในวอชิงตัน ดี.ซี. และฟาร์มปศุสัตว์ใหญ่ในรัฐเท็กซัส ซึ่งเขาเติบโตมาด้วยความผูกพันแต่ถึงจะทุ่มงบขนาดไหน เศรษฐีใหม่ก็คงสู้เศรษฐีเก่าไม่ได้ เพราะบ้าน “บิล เกตส์” อลังการงานสร้างกว่าเยอะ เจ้าพ่อไมโครซอฟท์ซื้อที่ดินผืนนี้เมื่อปี 1988 ในราคาแค่ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ได้วิวดีที่สุดในเมือง มองเห็นทะเลสาบวอชิงตัน ภายในอาณาจักรประกอบด้วยคฤหาสน์หลังใหญ่สุดไฮเทค ขนาด 66,000 ตารางฟุต มีห้องนอนหลัก 7 ห้อง และห้องนอนเล็ก 18 ห้อง โรงจอดรถ 23 โรง ครัว 6 ครัว ห้องน้ำ 24 ห้อง และห้องโถงใหญ่รับแขกได้ 200 คน ด้วยความที่เป็นเจ้าเทคโนโลยีจึงอัดฉีดงบ 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และใช้เวลาถึง 4 ปี เพื่อสร้างบ้านในฝัน ต้องระดมคนงาน 300 คน โดยเกือบครึ่ง เป็นช่างไฟฟ้าติดตั้งระบบไฮเทคมหาเศรษฐีไฮเทคมือใหม่อย่าง “มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก” ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊กเทียบไม่ติดฝุ่นไปเลย มาร์คเจียดเงินซื้อบ้านขนาด 5,617 ตารางฟุต ในย่านพาโล อัลโต แคลิฟอร์เนีย ด้วยราคา 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อปี 2011 จากนั้นก็กว้านซื้อเพื่อนบ้านที่อยู่รอบๆอีก 4 หลัง ด้วยเงินกว่า 45 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อเพิ่มพื้นที่ความเป็นส่วนตัว แม้จะเป็นรังนกกระจอก แต่ภายในเรสซิเดนส์ของเจ้าพ่อเฟซบุ๊กก็เต็มไปด้วยเทคโนโลยีไฮเทค เขาลงทุนคิดค้นระบบ AI ควบคุมบ้านอัจฉริยะด้วยคอมพิวเตอร์ ชื่อว่า Jarvis เป็นต้นแบบใหม่ของโลก อ๊ะๆทำตัวติดดินใส่แต่เสื้อยืดกางเกงยีนส์รองเท้าแตะ ไม่ได้แปลว่าจะเจี๋ยมเจี้ยม เจ้าพ่อเฟซบุ๊กยังเป็นเจ้าของที่ดินผืนใหญ่ทางตอนเหนือเกาะคาไว เกาะใหญ่อันดับสี่ของหมู่เกาะฮาวาย โดยเขาทุ่มเงิน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อแลกกับหาดทรายขาวละเอียดและการได้นอนฟังคลื่นกระทบฝั่งคงจะมีก็แต่ “ทิม คุก” ซีอีโอของแอปเปิล ที่ใช้ชีวิตสมถะไม่เปลี่ยน บ้านของเขาไม่ใหญ่ไม่โตราคาแค่ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตั้งอยู่ย่านเดียวกับคู่ปรับรุ่นลูก “มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก” มีขนาดเพียง 2,400 ตารางฟุต โดยคุกให้สัมภาษณ์ว่า ที่ผมเลือกกินอยู่ในสิ่งแวดล้อมกลางๆไม่ฟุ้งเฟ้อ เพราะอยากเตือนสติตัวเองว่าเรามาจากไหน เงินไม่ใช่แรงจูงใจของชีวิต อย่าให้เงินมามีอำนาจเหนือเรา.มิสแซฟไฟร์