รัฐมนตรีที่ไปเล่นการเมืองต้องลาออกหรือไม่ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ปฏิเสธว่าไม่ได้พลิกลิ้นหรือพลิกใจไปมา พูดไว้อย่างไรก็ยังเหมือนเดิม เคยพูดตั้งแต่แรกแล้วว่า ภารกิจหน้าที่ยังต้องรับผิดชอบ ส่วนรัฐมนตรีอีกท่านหนึ่งยืนยัน รัฐมนตรีทั้ง 4 นายจะลาออกในเวลาที่เหมาะสมรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายชี้แจงว่า ไม่มีกฎหมายกำหนดให้รัฐมนตรีลาออกจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ แต่มนุษย์เราไม่ได้อยู่ได้ด้วยกฎหมายเพียงอย่างเดียวยังมีเรื่องสังคม ความเหมาะสม ต้องดูวันดูเวลา หรือที่เรียกว่ากาลเทศะ ต้องหาทางเอาตัวรอดกันเอง ส่วนนายกรัฐมนตรีตอบว่ากฎหมายว่าอย่างไร ถ้าไม่มีกฎหมายให้ออกก็จบ เป็นเรื่องของสี่รัฐมนตรีตามกฎหมายและประเพณีที่ยึดถือปฏิบัติกันมา นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในช่วงเวลาของการเลือกตั้งใหญ่ ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ ไม่ปล่อยให้ประเทศว่างรัฐบาลนานหลายเดือน ถ้าลาออกใครจะเป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารราชการแผ่นดิน แต่โดยปกติจะเป็นรัฐบาลรักษาการ แต่ต้องทำตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในช่วงการเลือกตั้ง ไม่ต้องลาออก แต่ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ที่ห้ามอนุมัติโครงการที่มีผลผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไป ห้ามแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจาก กกต. ห้ามอนุมัติการใช้จ่ายงบประมาณฉุกเฉิน และห้ามใช้ทรัพยากรรัฐ และบุคลากรรัฐเอื้อต่อการเลือกตั้งแต่รัฐบาลนี้อ้างว่าไม่ใช่รัฐบาลรักษาการ แต่เป็นรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม จึงไม่ต้องปฏิบัติตามข้อต้องห้ามในรัฐธรรมนูญ ไม่ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย คล้ายกับจะเป็นรัฐบาลที่อยู่เหนือรัฐธรรมนูญและเหนือกฎหมาย แต่รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายระบุว่า นอกจากกฎหมายแล้ว ยังต้องคำนึงถึงเรื่องสังคม ความเหมาะสม และดูวันเวลาหรือกาลเทศะด้วยตัวอย่างเช่น รัฐมนตรีพาณิชย์ ซึ่งเป็นเลขาธิการพรรค พปชร. ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดร่วมกับภาคเอกชน จัดงาน “ลดหนักจัดเต็ม” ระหว่างวันที่ 13 ธันวาคมถึง 9 มกราคม ลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคมโหฬาร หลังจากที่กฎหมายเลือกตั้งมีผลใช้บังคับและคาบเกี่ยวกับการประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง เสี่ยงต่อการผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่เป็นการจูงใจผู้เลือกตั้งด้วยการจัดทำ หรือให้ประโยชน์อันอาจคำนวณเป็นเงินได้หรือไม่ ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ ชอบด้วยกาลเทศะหรือไม่ ยังไม่รวมกับการที่รัฐบาลอนุมัติประชานิยม ลดแลกแจกแถมประชาชนกลุ่มต่างๆ ทั้งกลุ่มผู้มีรายได้น้อย กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มข้าราชการบำนาญ เป็นต้น จะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่.