อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่สะสมมานาน 14 ปี จนถึงตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะว่าจบลงอย่างไร ขณะที่ กระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขอาจจะต้องไปเริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่ หลังรัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงของไทยเห็นชอบให้เปลี่ยนตัวหัวหน้าคณะ พูดคุยฯจาก พล.อ.อักษรา เกิดผล มาเป็น พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 ที่คลุกคลีอยู่ในพื้นที่มายาวนานตามแนวทางของมาเลเซียที่ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุยเพื่อสันติสุข คล้อยหลังจากที่ ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อไม่นานมานี้ เป็นกระบวนการพูดคุยเจรจาที่ยังต้องไปว่ากันอีกยาวและต้องโฟกัสให้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าจะพูดคุยกับกลุ่มแกนนำ กลุ่มขบวนการ หรือ กลุ่มผลประโยชน์ไหน จึงจะตรงตัวเข้าเป้าที่สุดถึงแม้ภาพรวมใหญ่ในการแก้ไขปัญหาจะเดินในแนวทางนี้ แต่ภาครัฐต้องไม่ลืมเสียงจาก คนกลุ่มเล็กๆ ที่ออกมาเคลื่อนไหวพอดีกับช่วงที่ ดร.มหาเธร์เดินทางมาเยือนไทย โดย “กลุ่มคนไทยพื้นที่รักสันติ” ที่ไปรวมตัวกันหน้า สถานกงสุลมาเลเซีย ในจังหวัดสงขลา ยื่นหนังสือผ่านกงสุลใหญ่ เรียกร้องให้มาเลเซีย งดให้ที่พักพิงแก่ขบวนการก่อเหตุรุนแรง ความหมายชัดเจนคือกดดันให้มาเลเซีย เลิกตีสองหน้า เลิกให้ที่กบดานแก่กลุ่มผู้บงการ ผู้ปฏิบัติการ และสมาชิกผู้ให้การสนับสนุนทุกรูปแบบ ที่พอก่อเหตุแล้วก็หนีไปหลบซ่อนตัวอยู่ในมาเลเซียนี่เป็นเสียงสะท้อนจากกลุ่มคนตัวเล็กๆในพื้นที่ความไม่สงบที่พยายามจะสื่อถึงรัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงของไทย ให้หันมามองพวกเขาบ้าง ซึ่งประจวบเหมาะกับที่ คณะนักศึกษาหลักสูตรการเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่นที่ 9 (4ส9) ของสถาบันพระปกเกล้า ภายใต้การนำของ พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธี ได้ลงพื้นที่ไปศึกษาดูงานภาคใต้ตอนล่าง สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส โดยมี คุณพาตีเมาะ สะดียามู รอง ผวจ.นราธิวาส ช่วยสนับสนุนข้อมูลและอำนวยความสะดวก พาไปรับฟังเสียงสะท้อนจากคนตัวเล็กๆที่มีตัวตนจริงๆโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชุมชนไทยพุทธบ้านทุ่งคล้า อ.สายบุรี ชุมชนไทยพุทธบ้านโต๊ะชูด อ.ทุ่งยางแดง ชุมชนไทยพุทธบ้านท่าด่าน อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ทั้ง 3 จุดนี้เป็นชุมชนชาวไทยพุทธกลุ่มเล็กๆที่อยู่ท่ามกลางพี่น้องมุสลิม ซึ่งมีเสียงสะท้อนตรงกันในหลายประเด็น แต่ประเด็นที่ดูจะอ่อนไหวที่สุดคือ พวกเขามีความรู้สึกกดทับมานาน 14 ปีหลังเกิดเหตุรุนแรงว่า ได้รับการดูแลไม่เท่าเทียมกับพี่น้องอีกกลุ่ม เกิดความรู้สึกว่าพวกเขาถูกกระทำ ในขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐดูแลไม่ทั่วถึง ทั้งที่มีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนกำลังพลและทุ่มงบประมาณลงไปจำนวนมหาศาลมีอดีตข้าราชการครูชาวไทยพุทธเล่าให้ฟังว่า ในอดีตพวกเขาอยู่ร่วมกันมา พึ่งพาอาศัยกันแบบพี่น้อง แต่มาวันนี้มีแต่ความหวาดระแวงกัน เป็นความรู้สึกแบบฝังลึก เพราะแม้จะรู้ว่ากลุ่มไหนทำ คนไหนไปก่อเหตุแต่ไม่มีใครกล้าพูดหรือแจ้งเตือน เพราะเขาเองก็กลัวความไม่ปลอดภัยเช่นกันในขณะที่อีกมุมมองจากพี่น้องชาวไทยมุสลิม ที่นักศึกษา 4ส9 ได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลเช่นกลุ่ม “สายบุรีลุคเกอร์ (Saiburi Looker) สะพานเชื่อมผู้คนชายแดนใต้” กลุ่ม “กัมปงตักวา” กลุ่ม “มลายูลิฟวิ่ง (Malayu Living) : พื้นที่สร้างสรรค์ความหมายใหม่ของพื้นที่” กลุ่มเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ของปัตตานีที่พยายามจะเป็น สะพานเชื่อมให้ทั้งพี่น้องไทยพุทธและไทยมุสลิมลดความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน พยายามสื่อประสานให้คนภายนอกรับรู้รับทราบว่าคนในพื้นที่ไม่ว่าจะนับถือศาสนาไหนก็ล้วนแต่ปฏิเสธความรุนแรงทุกคนล้วนต้องการให้สันติสุขกลับสู่พื้นที่อีกครั้ง ผมจึงอยากกระตุกรัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหลายช่วยเงี่ยหูฟังเสียงสะท้อนจากกลุ่มคนตัวเล็กๆเหล่านี้ด้วย ลำพังพวกเขาเปล่งเสียงออกมายังไม่มีพลังมากพอ ก็อยู่ที่ภาครัฐจะตั้งใจฟังหรือไม่ และมองเห็นปัญหาได้เร็วแค่ไหน หากช้าเกินไปจะยิ่งสายเกินแก้.ลมกรด