บังกาลอร์ ฉายา ซิลิคอน วัลเลย์ แห่งอินเดีย เมืองแห่งเทคโนโลยี (ไอที) ในรัฐกรณาฏกะ ทางใต้ของอินเดีย เป็นที่ตั้งของกลุ่มบริษัทด้านซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์รายใหญ่ของโลกหลายแห่ง การเติบโตของภาคเทคโนโลยี (ไอที) ในรอบ 3 ทศวรรษหลัง ผลักดันการพัฒนาและทำให้ปัญหาจราจรเกิดตามอินเดียเลือกพึ่งเทคโนโลยีญี่ปุ่นแก้ปัญหาจราจร ใช้ระบบขนส่งอัจฉริยะใหม่ (ITS) แทนเทคโนโลยีท้องถิ่นโครงการ ITS มูลค่า 11.3 ล้านดอลลาร์ สนับสนุนโดยสำนักงานความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) หน่วยงานสังกัดรัฐบาลเมืองปลาดิบ ให้ความช่วยเหลือกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลกระบบ ITS จะติดตั้งกล้องวงจรปิดกับระบบเซ็นเซอร์ทั่วเมือง ประเมินปริมาณรถและความเร็วของการวิ่งรถ และติดตั้งระบบจีพีเอสรถบัสโดยสารสาธารณะ 6,700 คัน เก็บข้อมูลความเร็วการวิ่ง ตรวจสอบระดับรถติดข้อมูลจราจรจากระบบ ITS จะถูกส่งเข้าศูนย์ควบคุมจราจรเพื่อเร่งกระจายรถออกจากจุดรถติดมากๆระบบ ITS จะเริ่มติดตั้งในเดือน มี.ค.ปีหน้า และเริ่มใช้ได้ภายในกลางปี 2563ตามข้อมูลของ JICA บังกาลอร์มีสถิติความเร็วการเดินทางช่วงรถติดมหาโหดในชั่วโมงเร่งด่วนตอนเช้าเฉลี่ยอยู่ที่ 13 กม.ต่อ ชม. ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตเศรษฐกิจท้องถิ่น เทียบกับนครลอสแอนเจลิส (LA) รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ เมืองแชมป์รถติดที่สำรวจในกว่า 1,360 เมือง หรือสถานที่ทั่วโลกเมื่อปีที่แล้วโดยอินริกซ์ บริษัทวิเคราะห์ด้านการขนส่ง แอลเอ มีความเร็วการเดินทางโดยรถเฉลี่ย 16 กม. ต่อ ชม.กรณีของแอลเอ งานสำรวจของอินริกซ์ปี 2560 พบว่า คนสัญจรกว่า 84% เลือกขับรถส่วนตัวไปทำงาน หรือไม่ก็นั่งรถไปทำงานร่วมกัน (carpool) จนได้ฉายา ไดรฟ์วิง ซิตี้ เมืองแห่งการขับรถระบบ ITS ในบังกาลอร์เป็นระบบเดียวกับที่ญี่ปุ่นใช้แก้ปัญหาจราจรตั้งแต่ทศวรรษ 1990 JICA ยังติดตั้งระบบคล้ายกันนี้ในศรีลังกาและกัมพูชา กำลังดำเนินการในอูกานดาปี 2560 JICA เข้าไปช่วยติดตั้งระบบ ITS ในกรุงมอสโกของรัสเซีย ช่วยลดปัญหาจราจรหนาแน่นลงได้ 40% ส่วนจะได้ผล มากน้อยแค่ไหนที่บังกาลอร์ ต้องรอดูผลคืบหน้าสถานเดียว.เกรียงศักดิ์ จุนโนนยางค์