กรมราชทัณฑ์ระดมทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองกว่า 400 นาย ปิดล้อมเขาล่า 3 ผู้ต้องขังยาเสพติดปล้นรถเรือนจำพุ่งชนประตูศาลจังหวัดหลังสวนเผ่นหนีอุกอาจ แต่ยังคว้าน้ำเหลว เผยมีผู้ร่วมวางแผนถึง 5 คน หัวโจกเป็นนักโทษยานรกต้องคดีคุก 30 ปี เป็นคนสั่งการ แต่พลาดโดนประตูและรถทับสาหัส อีกคนถูกผู้คุมไล่จับขณะวิ่งไปขึ้นรถ หนีรอดไปได้ 3 สำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งรางวัลนำจับผู้แจ้งเบาะแส ขู่หากต่อสู้ยิงทิ้งทันที ล่าสุดศาลออกหมายจับ 3 ข้อหาหนักเจ้าหน้าที่ระดมกำลังไล่ล่า 3 ผู้ต้องขังคดียาเสพติดหลบหนีจากศาลจังหวัดหลังสวน จ.ชุมพร ประกอบด้วยนายพิเชษฐ์ กลิ่นโอชา อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11/13 หมู่ 6 ต.เชียวเหลียง อ.กะเปอร์ จ.ระนอง นายกฤษฎา เกตุนุ้ย อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 132/1 หมู่ 7 ต.นาโพธิ์ อ.สวี จ.ชุมพร และนายนราธิป เพิ่มลาภ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25/47 หมู่ 3 ต.บ้านบ่อ อ.เมืองสมุทรสาคร ทั้งหมดร่วมกัน ชิงรถกระบะควบคุมผู้ต้องหาของเรือนจำจังหวัดหลังสวน พุ่งชนประตูศาลหลบหนีทั้งโซ่ตรวน ก่อนนำรถไปจอดทิ้งในสวนปาล์มใกล้เชิงเขาท่าทาง บ้านห้วยคล้า หมู่ 12 ต.ตะโก อ.สวี เมื่อวันที่ 11 ต.ค. ที่ผ่านมาที่ที่ทำการบ้านผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 12 ต.ตะโก อ.สวี เป็นที่ตั้งของกองอำนวยการในการติดตามจับกุมผู้ต้องขังทั้ง 3 คน ตลอดทั้งคืนวันที่ 11 ต.ค. ต่อเนื่อง ยันเช้าวันที่ 12 นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร รอง ผวจ.ชุมพร พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลป์ชัย ผบก.ภ.จ.ชุมพร พ.ต.อ.ไกรสรี สุวรรณงาม ผกก.สภ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร และ พ.ต.สังคม รองมาลี ผบ.ชป.1 มว.รส.บก.มทบ.44 ร่วมกันอำนวยการติดตามจับกุมผู้ต้องขังทั้ง 3 คน มีการระดมกำลังทหาร ตำรวจ ตชด.และฝ่ายปกครองกว่า 300 นาย ตรึงกำลังตามจุดต่างๆรอบภูเขาท่าทอง รวมพื้นที่กว่า 1,500 ไร่ เพื่อป้องกันการหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ไม่กล้าผลีผลามเข้าตรวจค้นในเวลากลางคืน เนื่องจากเกรงจะไม่ปลอดภัย รอจนฟ้าสางจึงเริ่มปฏิบัติการตามแผนกระจายกำลังค้นปูพรมพื้นที่ เนื่องจากคาดว่าผู้ต้องขังยังคงกบดานอยู่ในป่าบนภูเขาขณะที่ พ.ต.ท.วรชัย อารักษ์รัฐ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ในฐานประธานเขต 8 และนายบุญญรักษ์ บุญญาธิการ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดหลังสวน นำกำลังเจ้าหน้าที่ร่วมกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องมาสนับสนุนเพิ่มอีกกว่า 100 นาย พร้อมสุนัขดมกลิ่นอีก 4 ตัว นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร รอง ผวจ.ชุมพร เผยว่า เจ้าหน้าที่ใช้กำลังทุกส่วนกระจายปิดล้อมเขาท่าทอง บ้านห้วยคล้า เป็นจุดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและสุนัขดมกลิ่นพบผู้ต้องขังหลบหนีเข้าไปในป่าบนเขา ทั้งหมดได้สับเปลี่ยนกันเฝ้าแต่ละจุดตลอดคืนที่ผ่านมา มีนายวัชรินทร์ สุวพิศ ปลัด อบต.สะพลี หัวหน้ากู้ภัยทางน้ำ สนับสนุนไฟส่องแสงสว่างพล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลป์ชัย ผบก.ภ.จ.ชุมพร กล่าวว่า มั่นใจว่าผู้ต้องขังทั้งหมดอยู่ในพื้นที่ ยังคงไม่หลบหนีไปไหน แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าค้นหาในเวลาค่ำมืดได้ เพราะหวั่นจะเกิดอันตราย ไม่รู้ว่าผู้ต้องหามีอาวุธอะไรไว้ในมือบ้าง เจ้าหน้าที่ทำได้เพียงปิดล้อมไว้ และเดินปูพรมตรวจค้นในตอนเช้า มีเฮลิคอปเตอร์กองบัญชาตำรวจภาค 8 สนับสนุนขึ้นบินตรวจค้นทางอากาศ เพื่อคอยแจ้งเบาะแสในพื้นที่ อีกทั้งจัดกำลังไปที่บ้านนายกฤษฎา 1 ในผู้ต้องขังที่เป็นคนพื้นที่ อ.สวี รวมทั้งติดตามความเคลื่อนตามบ้านญาติ นอกจากนี้พบว่าผู้ต้องขัง นำโทรศัพท์มือถือของเจ้าหน้าที่เรือนจำที่วางไว้ในรถติดตัวไปด้วย แต่ปิดเครื่อง หากเปิดเมื่อไหร่ ก็จะรู้พิกัดทันทีผบก.ภ.จ.ชุมพร กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ได้รับรายงานจากชุดสืบสวนว่าหลังจากผู้ต้องหาทั้ง 3 คนขับรถเรือนจำหลบหนีไป ก่อนถึงตลาดอวยชัย 3 ต.วังตะกอ อ.หลังสวน ห่างจากศาลจังหวัดหลังสวนราว 5 กม. มีชาวบ้านแจ้งว่าเห็นนายนราธิป เพิ่มลาภ 1 ในผู้ต้องขังกระโดดลงจากรถ คาดว่าไปหาภรรยาที่มีบ้านอยู่บริเวณดังกล่าว ล่าสุดพบร่องรอยการหลบหนีอยู่พื้นที่จริง จึงส่งกำลังไปปิดล้อมพื้นที่ไว้แล้ว ส่วนผู้ต้องขังอีก 2 คน คาดว่ายังคงหลบหนีอยู่ในพื้นที่เขาท่าทอง เจ้าหน้าที่ใช้เฮลิคอปเตอร์บินสำรวจ แต่สภาพเป็นป่ารกทึบมากยากแก่การมองเห็น อย่างไรก็ตาม จะพยายามอย่างเต็มที่ในการไล่ล่าจับกุมให้ได้โดยเร็วมีรายงานว่าหลังจากผู้ต้องขังนำรถควบคุมของเรือนจำจังหวัดหลังสวนไปจอดทิ้ง 1 ใน 3 เปลี่ยนเสื้อทิ้งไว้ในรถ 1 ตัว พร้อมนำโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และปืนลูกซอง 5 นัดของเจ้าหน้าที่เรือนจำที่มีกระสุนบรรจุเต็มรังเพลิงหลบหนี ทำให้ผู้บังคับบัญชากำชับเจ้าหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังขั้นสูงสุด หากเกิดการต่อสู้ให้ยิงได้ทันที อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.วรชัย อารักษ์รัฐ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่เรือนจำว่า คนร้ายไม่ได้นำเอาปืนลูกซอง 5 หลบหนีไปด้วยมีรายงานด้วยว่า ขณะนี้ศาลจังหวัดหลังสวนอนุมัติออกหมายจับผู้ต้องขังที่ร่วมกันหลบหนีทั้ง 3 คนแล้ว รวม 3 ข้อหาหนักตามหมายจับเลขที่ 135,136,137/2561 ฐานเป็นผู้ต้องขังตามอำนาจของศาลหลบหนีการควบคุมโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือโดยกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป ร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานหรือผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานตามกฎหมาย โดยใช้กำลังประทุษร้ายและขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย และร่วมกันปล้นทรัพย์ช่วงบ่ายวันเดียวกัน พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผบช.ภ.8 ลงพื้นที่สั่งการติดตามไล่ล่า 3 ผู้ต้องขังหลบหนี โดยมี พ.ต.ท.ชาติชาย มูลลักษณ์ สว.สส.สภ.หลังสวน รายงานเหตุการณ์ว่าจากการสืบสวนพบว่ามีนักโทษสมรู้ร่วมคิดวางแผนหลบหนีทั้งหมด 5 คน มีนายวศิน หรือแดง ทองยวน อายุ 40 ปี นักโทษคดียาเสพติด เป็นหัวหน้าในการวางแผนสั่งการ แต่ช่วงก่อเหตุนายวศินกระโดดขึ้นรถไม่ทัน เนื่องจากถูกรถพุ่งชนประตูรั้วเหล็กขณะหลบหนีล้มใส่ แล้วโดนรถทับบาดเจ็บสาหัส และอีกคนคือนายฤทธิชัย แก้วนักรำ อายุ 35 ปี ขณะวิ่งไปขึ้นรถถูกเจ้าหน้าที่ไล่จับได้ทันพล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผบช.ภ.8 กล่าวว่า เหตุที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาให้ดีและต้องประสานงานกันว่าจะต้องมีรถตำรวจนำและติดตามหรือไม่ อย่างไร ก็ตาม เชื่อว่าผู้ต้องขังคงหลบหนีได้ไม่ไกล และแจ้งไปยังชาวบ้านว่าหากพบเห็นบุคคลทั้ง 3 คน ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่โดยด่วน เพราะขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีรางวัลนำจับให้กับผู้แจ้งเบาะแส ส่วนการวางแผนหลบหนีครั้งนี้จะมีบุคคลภายนอกที่เป็นเครือข่ายยาเสพติดร่วมวางแผนช่วยเหลือ หรือไม่ยังไม่ทราบ แต่ถ้าดูคลิปแล้วเป็นไปได้ที่มีการวางแผน ร่วมกันและจะเกี่ยวข้องกับแก๊งยาเสพติดหรือไม่ เจ้าหน้าที่เรือนจำจะต้องสอบสวนข้อเท็จจริงดังกล่าวพ.ต.ท.วรชัย อารักษ์รัฐ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ในฐานะประธานเขต 8 กล่าวว่าผู้ต้องหาที่หลบหนีทั้งหมดต้องคดีค้ายาเสพติด อยู่ระหว่างเบิกตัวส่งฟ้องศาล ส่วนนายวศิน หรือแดง ทองยวน หัวหน้าที่วางแผนหลบหนี แต่โดนรถทับบาดเจ็บสาหัส เป็นนักโทษคดียาเสพติด ศาลพิพากษาถึงที่สุดแล้ว จำคุก 30 ปี ถูกคุมขังอยู่เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช เพิ่งถูกส่งตัวมาขังที่เรือนจำจังหวัดหลังสวนเมื่อปี 2561 เพื่อรอเบิกตัวเป็นพยานในชั้นศาลที่นายพิเชษฐ์ 1 ในผู้ต้องหาที่หลบหนีอ้างตัวให้เป็นพยานในชั้นศาล จึงยังไม่ได้ส่งตัวกลับ จนถึงวันเบิกตัวไปเป็นพยานและร่วมกันวางแผนก่อเหตุดังกล่าวที่กรมราชทัณฑ์ สายวันเดียวกัน พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยความคืบหน้าการติดตามผู้ต้องขังหลบหนีจากศาลจังหวัดหลังสวนว่า หลังเกิดเหตุได้บินด่วนลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุทันที เชื่อว่ายังคงหลบหนีอยู่ในละแวกสวนผลไม้ของชาวบ้าน เนื่องจากผู้ต้องหามีเครื่องพันธนาการหรือถูกตีตรวนอยู่ ทำให้การหลบหนีค่อนข้างยากลำบาก ไม่สามารถข้ามหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างแน่นอน เพราะภูมิประเทศเป็นป่าเขาสูงชัน ล้อมรอบด้วยทะเล ยืนยันจะติดตามตัวมาให้ได้ภายใน 48 ชั่วโมง หากจับได้จะมีมาตรการลงโทษ อาจถูกลดชั้นให้ไปอยู่ในชั้นต้องปรับปรุง และถูกผู้พิพากษาพิจารณาดำเนินคดีเพิ่มตามกฎหมาย“ต้องสอบปากคำผู้คุมที่ปฏิบัติหน้าที่ว่า ประมาทเลินเล่อหรือไม่ ถ้าหากมีความผิดจะพิจารณาลงโทษตามระเบียบวินัย ยอมรับขณะนี้เจ้าหน้าที่เรือนจำขาดแคลน ทำให้มีเจ้าหน้าที่คนเดียวพาผู้ต้องขังไปศาล แต่ได้สั่งกำชับเรือนจำทั่วประเทศ 143 แห่ง ให้เข้มงวดดูแลผู้ต้องขังทั้งหมด 360,000 ราย ทั้งนี้ ปีงบประมาณ 2561 มีผู้ต้องขังหลบหนีจากเรือนจำทั้งหมด 22 ราย ส่วนใหญ่หลบหนีระหว่างไปศาลกับไปโรงพยาบาล สามารถจับกุมตัวกลับมาได้ 21 ราย อีก 1 รายคาดว่าหลบหนีไปต่างประเทศแล้ว” พ.ต.อ.ณรัชต์กล่าว ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงนักโทษหลบหนีที่ จ.ชุมพร ว่า กำลังตามหาอยู่ เบื้องต้นทราบว่านักโทษหลบหนีไปได้ 3 คน ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า มีเกลือเป็นหนอน เพราะมีการทิ้งกุญแจรถเรือนจำไว้นั้น ถือเป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่มากกว่า ก็มีบทลงโทษอยู่แล้ว ส่วนจะมีเกลือเป็นหนอนจริงหรือไม่ก็ต้องไปตรวจสอบกันอีกครั้ง ถ้าบกพร่องในหน้าที่ต้องลงโทษ