“รวมกันเราแพ้–แยกกันเราชนะ” อาจกลายเป็นคำขวัญใหม่ ในยุคการปฏิรูปการเมืองของ คสช. ด้วยความกลัวว่าถ้ารวมกันอาจตายหมู่ แกนนำพรรคเพื่อไทยบางส่วนจึงแยกย้ายกันเพื่อตั้งพรรคใหม่ มีทั้งพรรคเพื่อธรรม พรรคเพื่อชาติ และล่าสุดมีข่าวเรื่องพรรคไทยรวมพลัง ยังไม่นับรวมกับพรรคพันธมิตรอื่นๆที่อาจจับมือกันหลังเลือกตั้งสาเหตุที่ต้องตั้งพรรคไว้มากมายผิดปกติแบบไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ประการแรกเพื่อรองรับวิธีการเลือกตั้งใหม่ ประการที่สองเพื่อให้เป็นพรรคสำรองหากพรรคเพื่อไทยต้องมีอันเป็นไป ถูกสั่งยุบด้วยสาเหตุต่างๆ เชื่อกันว่าวิธีการเลือกตั้งระบบจัดสรรปันส่วนผสม จะทำให้พรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อลดลงระบบการเลือกตั้งใหม่เอื้อให้พรรคเล็กพรรคน้อยได้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อมากขึ้น ตามวิธีการคำนวณแบบใหม่ พรรคเพื่อไทยจึงตั้งพรรคขนาดเล็กขนาดกลางไว้รองรับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตามยุทธวิธีแยกกันตี จากนั้นจึงจับมือจัดตั้งรัฐบาลถ้าได้รับเสียงข้างมาก เชื่อว่าตามระบบการเลือกตั้งใหม่ จะไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากเพียงพรรคเดียวส่วนการตั้งพรรคสำรองไว้รองรับ หากพรรคเพื่อไทยถูกยุบ เป็นการเตรียมการไว้เพื่อความไม่ประมาท เนื่องจากพรรค การเมืองในกลุ่มพรรคเพื่อไทย เคยถูกยุบอย่างน้อย 2 ครั้ง ได้แก่ พรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน และคราวนี้ก็ยังมีความเสี่ยงสูงกว่าพรรคอื่นๆ นอกจากจะมีกฎหมายเปิดช่องให้ยุบพรรคไว้หลายช่องกฎหมายพรรคการเมืองใหม่ มีบทบัญญัติว่าด้วยการยุบพรรคหลายกรณี ที่ล่อแหลมสำหรับพรรคเพื่อไทยที่สุด ได้แก่มาตรา 28 และ 29 ห้ามพรรคยินยอมให้ คนที่ไม่ใช่สมาชิกกระทำการอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรค ในลักษณะที่ทำให้พรรคหรือสมาชิกขาดความอิสระ มีโทษถึงยุบพรรค และจำคุกผู้ครอบงำ 5 ปี ถึง 10 ปีล่อแหลมที่สุดคือกรณีที่มีการร้องเรียน กกต. ว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตผู้นำเครือข่ายพรรคเพื่อไทย กระทำการอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำพรรค และมีบรรดาอดีต ส.ส.แห่ไปพบในหลายประเทศ เปรียบเทียบกับกรณีกลุ่มสามมิตรเดินสายดูดอดีต ส.ส.เข้าพรรค และมีข่าวสัญญาจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนทั้งสองกรณีมีโทษจำคุกและยุบพรรค เข้าใจว่าอยู่ในระหว่างการตรวจสอบของ กกต. ประธาน กกต.ประกาศว่าจะไม่เป็นเครื่องมือของใครในการยุบพรรค เพราะ กกต.มีหน้าที่สอดส่องการกระทำใดๆ ที่จะมีผลให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม หวังว่า กกต.จะตรวจสอบทุกกรณีด้วยความเป็นกลาง ซื่อสัตย์สุจริต และด้วยความกล้าหาญ.