ทล.ขุดวางท่อใหม่สลับดันท่อลอดใต้ถนน-ขนานรถไฟฟ้าสายสีชมพูเมื่อวันที่ 20 ก.ค. ที่โรงแรมทีเค พาเลซ & คอนเวนชั่น หลักสี่ กทม. มีการประชุมรับฟังความเห็นประชาชนงานศึกษาแนวทางแก้ปัญหาน้ำท่วม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำ ทางหลวงหมายเลข 304 (ถนนแจ้งวัฒนะ) โดยมีนายชูชาติ พุ่มน้อย ผู้ช่วย ผอ.เขตหลักสี่ เป็นประธาน ทั้งนี้ นายประภัทรเผ่า อาวะกุล ผอ. กลุ่มพัฒนาระบบบริหารงานบำรุง กรมทางหลวง เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้ได้นำเสนอผลสรุปรูปแบบการก่อสร้างและปรับปรุงระบบระบายน้ำที่เหมาะสมบนถนนแจ้งวัฒนะ ครอบคลุมพื้นที่เขตบางเขน เขตหลักสี่ กทม. และ อ.ปากเกร็ด นนทบุรี โดยแบ่งโครงการออกเป็น 4 ช่วง ดังนี้ ช่วงที่ 1 แม่น้ำเจ้าพระยา-ห้าแยกปากเกร็ด จะระบายน้ำไปลงยังคลองบางตลาด เพื่อสูบต่อไปยังแม่น้ำเจ้าพระยา โดยตั้งแต่คลองบางตลาดจนถึงถนนติวานนท์ ก่อสร้างด้วยวิธีการ ขุดเปิดวางท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ใต้ผิวจราจร และตั้งแต่ถนนติวานนท์ถึงเชิงสะพานพระราม 4 จะก่อสร้างด้วยวิธีการดันท่อลอดช่วงที่ 2 เชิงสะพานพระราม 4-คลองประปา จะก่อสร้างด้วยวิธีการดันท่อลอด สลับกับวิธีการขุดเปิดวางท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ใต้ผิวจราจร ตามความเหมาะสม ช่วงที่ 3 คลองประปา-ถนน วิภาวดีรังสิต โดยตั้งแต่คลองประปาถึงเชิงสะพานข้ามคลองประปา จะใช้ท่อระบายน้ำเดิม จากนั้นตั้งแต่ช่วงเชิงสะพานข้ามคลองประปา จะก่อสร้างด้วยวิธีการขุดเปิดวางท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ใต้ผิวจราจรไปจนถึงห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาแจ้งวัฒนะ แล้วจึงเปลี่ยนไปก่อสร้างด้วยวิธีการดันท่อลอด จนถึงกรมการกงสุล จึงกลับไปใช้รูปแบบการขุดเปิดวางท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ใต้ผิวจราจรไปจนถึงคลองเปรมประชากร และช่วงสุดท้ายคือ ช่วงที่ 4 ถนนวิภาวดีรังสิต-วงเวียนหลักสี่ โดยตั้งแต่ถนนวิภาวดีรังสิต ถึงเชิงสะพานข้ามถนนวิภาวดีรังสิต จะใช้ท่อระบายน้ำเดิม จากนั้นจะก่อสร้างด้วยวิธีการขุดเปิดวางท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ใต้ผิวจราจรไปจนสิ้นสุดสะพานข้ามถนนวิภาวดีรังสิต ถึงสะพานข้ามคลองถนน และจะเปลี่ยนไปดำเนินการก่อสร้างด้วยวิธีการดันท่อลอดไปจนถึงสะพานข้ามคลองถนน แล้วจึงดำเนินการปรับปรุงท่อระบายน้ำเดิม ไปจนถึงวงเวียนหลักสี่นายประภัทรเผ่ากล่าวว่า แนวท่อทั้งหมดจะอยู่ใต้ดินเกาะกลางถนนฝั่งศูนย์ราชการฯ ขนานไปกับเสาตอม่อรถไฟฟ้าสายสีชมพู สามารถรองรับปริมาณน้ำฝนได้สูงสุดย้อนหลัง 5 ปี เฉลี่ย 90 มิลลิเมตร/ชม. ต่อเนื่อง 2 ชม. ซึ่งทั้ง 4 ช่วงของโครงการ จะไม่มีการเวนคืนพื้นที่เพื่อก่อสร้างสถานีสูบน้ำ ทำให้ดำเนินการก่อสร้างได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน ก็ไม่มีการรื้อย้ายสาธารณูปโภคเดิม ช่วยให้มูลค่าการก่อสร้างไม่สูง เบื้องต้นงบประมาณ 1,800 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดประกวดราคาอีบิดดิ้งได้เดือน ต.ค.นี้ ใช้เวลาก่อสร้าง 2 ปี พร้อมกับรถไฟฟ้าสายสีชมพู สำหรับความเห็นของผู้ร่วมประชุม ส่วนใหญ่เห็นด้วยแต่กังวลผลกระทบระหว่างก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม ภายหลังแล้วเสร็จการระบายน้ำจะดีขึ้น ปัญหาน้ำท่วมจะลดลง.