แม้พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช จะเสด็จสู่สวรรคาลัย ท่ามกลางความอาลัยโศกาดูรของพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ แต่บรรดามรดกเป็นอเนกอนันต์อันเกิดจากพระราชดำริของพระองค์ยังดำรงอยู่ มรดกที่สำคัญอย่างยิ่งคือ บรรดาโครงการอันเนื่องมาจากพระราช ดำริทั้งหลาย และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเราต้องสืบทอดต่อไปโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 4,685 โครงการ ตั้งแต่โครงการแรกเมื่อปี 2495 จนถึงโครงการสุดท้ายเมื่อปี 2551 เกิดขึ้นหลังจากที่พระองค์ได้เสด็จ พระราชดำเนินเพื่อทรงเยี่ยมราษฎรในทุกภาคของประเทศ ในขณะที่ทรงครองราชย์ยาวนานถึง 70 ปี เป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์นานที่สุดในโลก เป็นโครงการที่มุ่งแก้ปัญหาและความเดือดร้อนประชาชนนายปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตอธิบดีกรมชลประทาน และอดีต ส.ว.กรุงเทพมหานคร เขียนเล่าไว้ว่า พระองค์ทรงตระหนักว่า การขาดแคลนน้ำจะเป็นปัญหาที่รุนแรงมากขึ้น การทำอ่างเก็บน้ำและการขุดลอกหนองบึงตามธรรมชาติ ไม่อาจจัดหาน้ำได้เพียงพอ จึงพระราชทานแนวพระราชดำริเรื่องเกษตรผสมผสาน ที่เรียกว่า “ทฤษฎีใหม่” เพื่อแก้ปัญหาน้ำให้เกษตรกรทฤษฎีเกษตรผสมผสานใช้พื้นที่ประมาณ 15 ไร่ ไม่ได้ปลูกข้าวเพียงอย่างเดียว แต่แบ่งเป็นพื้นที่ขุดสระเก็บน้ำ 30% พื้นที่ปลูกข้าว 30% ปลูกผักหรือผลไม้ 30% ที่เหลือ 10% ใช้ปลูกบ้านและโรงเรือนทำอาชีพอื่นๆ เกษตรผสมผสานทำให้มีน้ำเพาะปลูกได้ตลอดปี มีอาหารพอเพียงสำหรับครอบครัว มีผลผลิตเหลือกินเหลือใช้ก็นำไปขายเป็นรายได้ที่พอเพียงการเกษตรทฤษฎีใหม่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2532 ส่วนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานให้ปวงชนชาวไทย หลังเกิดวิกฤติเศรษฐกิจร้ายแรงเมื่อปี 2540 ที่เรียกว่า ต้มยำกุ้ง หลักการสำคัญคือ ความพอเพียง หมายถึง การพึ่งพาตนเอง มีความพอประมาณ การเดินสายกลาง ความมีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน สามารถรับผลกระทบทั้งจากภายในและภายนอกแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อาจนำไปปรับใช้ได้กับทุกอาชีพ ไม่จำเพาะเจาะจงแค่เกษตรกรเหมือนกับทฤษฎีการเกษตรใหม่ ดังพระราชดำรัสว่า “...จะทำอะไรต้องพอเพียง หมายความว่า พอประมาณ ไม่สุดโต่ง ไม่โลภอย่างมาก คนเราก็อยู่เป็นสุข พอเพียงนี้อาจจะมีมาก อาจจะมีของหรูหราก็ได้ แต่จะต้องไม่ไปเบียดเบียนคนอื่น ต้องให้พอประมาณ...”หวังว่าคนไทยทุกหมู่เหล่า ทั้งภาครัฐและประชาชนจะได้ทบทวน เราได้ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการ บริหารประเทศ การประกอบอาชีพ และการดำเนินชีวิตอย่างจริงจังหรือไม่ อย่าให้ เป็นเพียงวาทกรรมที่ชอบกล่าวอ้างแต่ของจริง ชอบอภิมหาโครงการที่ใช้งบนับแสนๆ ล้าน เอื้อประโยชน์กลุ่มผู้มั่งคั่งมากกว่าชาวบ้านธรรมดา.