“นายกฯ” เคาะเงื่อนไขแจกดิจิทัล 10,000 บาท แจกคนมีรายได้ต่อเดือนต่ำกว่า 70,000 บาท และเงินฝากรวมทุกบัญชีไม่เกิน 500,000 บาท ออก พ.ร.บ.เงินกู้ 500,000 ล้านบาท แจก 50 ล้านคน ดีเดย์ พ.ค.ใช้ได้ 6 เดือน ซื้อของผ่านแอปเป๋าตังได้ในอำเภอตามทะเบียนบ้าน คนพลาดโอกาส 4.8 ล้านคน ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีปี 67 วงเงิน 50,000 บาท ย้ำเศรษฐกิจ “ไทยวิกฤติยกกำลัง” 10 ปี ขยายตัว 1.8-1.9%รั้งท้ายอาเซียน จำเป็นต้องกระตุ้นครั้งใหญ่ ออก พ.ร.บ.เงินกู้เติมเงินใส่ระบบ ไม่ใช่สงเคราะห์ผู้ยากไร้ “ศิริกัญญา” ชี้คนไทยส่อวืดเงินหมื่น ดักคอกู้ 5 แสนล้านไม่เร่งด่วนขัดรัฐธรรมนูญ เหน็บเลือกทางยาก หาทางลงเขี่ยลูกนักร้องยื่นศาล รธน. “สมชัย”หยันสรุปกู้เงินมาแจก “อุ๊งอิ๊ง” ปัดดินเนอร์พรรคร่วมฯปูทางนั่งนายกฯที่ประชุมนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ต (Digital Wallet) ที่มีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธาน ได้ข้อสรุปเห็นชอบปรับปรุงเงื่อนไขการแจกเงินดิจิทัลฯทุกคนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปโดยไม่มีเงื่อนไข ไปเป็นแบบมีเงื่อนไข โดยจะออก พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทมาดำเนินการนายกฯเคาะแจก 1 หมื่น 50 ล้านคนเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 10 พ.ย. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง แถลงผลสรุปการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาทผ่าน Digital Wallet ว่า ที่ประชุมเห็นชอบการปรับปรุงเงื่อนไขการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท จากเดิมแจกทุกคนที่อายุ 16 ปีขึ้นไปแบบไม่มีเงื่อนไขใดๆเปลี่ยนเป็นแจกแบบมีเงื่อนไข มีรายได้ไม่เกิน 70,000 บาทต่อเดือน มีเงินฝากในบัญชีรวมกันต่ำกว่า 500,000 บาท จะพบว่าผู้ที่จะได้รับสิทธิ์ทั้งสิ้น 50 ล้านคน จากเดิม 54.8 ล้านคน โดยจำนวน 4.8 ล้านคน ถือเป็นกลุ่มคนรวย มีรายได้เกินเดือนละ 70,000 บาท มีเงินฝากในบัญชีธนาคารรวมกันเกิน 500,000 บาท เสียงแข็งไม่ก่อปัญหาเงินเฟ้อ“การตัดกลุ่มคนรวย ปรับตามคำแนะนำของธนาคารแห่งประเทศไทยและสภาพัฒน์ เนื่องจากข้อมูลของหลายโครงการในอดีตแสดงให้เห็นว่าคนกลุ่มรายได้ดังกล่าว มีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากกว่าอีกกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญ ขอย้ำว่าโครงการจะไม่ทำให้เกิดเงินเฟ้อตามที่หลายฝ่ายกังวล เพราะสถานการณ์เงินเฟ้อในปัจจุบันของไทยอยู่ในสภาวะที่ต่ำอยู่แล้ว” นายกฯกล่าวแลกเงินสด–ช็อปออนไลน์ไม่ได้นายเศรษฐากล่าวอีกว่า สำหรับเงื่อนไขซื้ออะไรได้ ไม่ได้ ขอพูดตรงนี้ให้ชัด คือ ประชาชนจะสามารถใช้ซื้อสินค้า อาหารเครื่องดื่ม สินค้าอุปโภค บริโภคได้เท่านั้น ไม่สามารถใช้กับบริการได้ ไม่สามารถใช้ซื้อสินค้าออนไลน์ได้ ไม่สามารถซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ กัญชา กระท่อม พืช กระท่อมและผลิตภัณฑ์จากกัญชาและพืชกระท่อม ไม่สามารถนำไปซื้อบัตรกำนัล บัตรเงินสด ทองคำ เพชร พลอย อัญมณีได้ ไม่สามารถนำไปชำระหนี้ได้ ไม่สามารถจ่ายค่าเรียน ค่าเทอมได้ ไม่สามารถนำไปจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์หรือซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติได้ แลกเป็นเงินสดไม่ได้ แลกเปลี่ยนในตลาดต่างๆไม่ได้ และใช้ได้กับร้านค้าที่อยู่ในอำเภอเดียวกับบัตรประชาชนเท่านั้น โดยใช้ซื้อสินค้าได้ทุกร้านค้า ไม่ได้จำกัดแต่ร้านที่อยู่ในระบบภาษี ไม่จำเป็นต้องจด VAT แต่ต้องลงทะเบียนรับสิทธิ และร้านค้าที่จะขึ้นเงินได้ ต้องอยู่ในระบบภาษีเท่านั้น ไม่สามารถใช้ซื้อสินค้าออนไลน์ แอลกอฮอล์ เหล้า สุรา บุหรี่ได้ และไม่สามารถนำไปชำระหนี้ รวมถึงแลกเป็นเงินสดไม่ได้ โดยกำหนดให้ใช้จ่ายภายในอำเภอ ยึดตามที่อยู่ในทะเบียนบ้านออก พ.ร.บ.กู้เงินใส่ระบบ 5 แสนล้านนายกฯกล่าวอีกว่า สำหรับแหล่งที่มาของเงินที่จะนำมาใช้ในโครงการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท วงเงินรวม 500,000 ล้านบาท จะออก พ.ร.บ.เงินกู้ พ.ศ.....ต้องผ่านการตรวจสอบของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จากนั้นจะเสนอตามขั้นตอนของรัฐสภาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มั่นใจว่าจะได้รับการอนุมัติโดยรัฐสภา และเป็นไปตามมาตรา 53 พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 โดย พ.ร.บ.การกู้เงินดังกล่าวจะระบุวัตถุประสงค์ของการกู้เงิน ระยะเวลาการกู้เงิน แผนงานหรือโครงการที่ใช้จ่ายเงินกู้ วงเงินที่อนุญาตให้ใช้จ่ายเงินกู้ และหน่วยงานของรัฐ ผู้รับผิดชอบการดำเนินแผนงานหรือโครงการที่ใช้จ่ายเงินกู้ในโครงการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ให้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย และรัฐบาลจะทำการกู้เงินต่อเมื่อมีการนำเงินไปใช้และนำมาขึ้นเป็นเงินสด และจะทำให้เงินในระบบทั้งหมดใหญ่ขึ้นกว่า 500,000 ล้าน จะหมุนเวียนและกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างมีนัย ผสมกับเงินงบฯอีก 100,000 ล้านบาท เพื่อใช้เพิ่มขีดความสามารถใน 13 อุตสาหกรรม เพื่อสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ไม่ต้องห่วงการใช้เงินคืน รัฐบาลจะมีแผนจัดสรรเงินงบฯมาเพื่อจ่ายคืนเงินส่วนที่เป็นเงินกู้ ตลอดระยะเวลา 4 ปี รวมเม็ดเงินที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่นี้ 600,000 ล้านบาท10 ปีจีดีพีต่ำสุดต้องกระตุ้นครั้งใหญ่นายเศรษฐากล่าวต่อว่า ประเทศไทยต้องกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่จากหลายปัจจัย เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจของประเทศไทยช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเติบโตเฉลี่ยเพียง 1.8-1.9% รั้งท้ายประเทศกลุ่มอาเซียน ขณะที่ความเหลื่อมล้ำที่เรื้อรังยาวนานมากว่า 10 ปี ส่งผลให้การฟื้นตัวจากช่วงวิกฤติโควิดเป็นแบบคนจนที่แย่อยู่แล้ว แย่ลงไปอีก ขณะที่คนรวยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ห่างจากคนฐานล่างไปเรื่อยๆ หนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับที่ 91% ของ GDP สูงที่สุดในประวัติการณ์ หนี้เหล่านี้เป็นหนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดรายได้ คือไม่ได้นำไปใช้ลงทุนค้าขาย ถ้าไม่ได้รับการแก้ไข ประชาชนจะไม่มีรายได้มากขึ้น ภาคการผลิตที่มี อัตราการผลิตของประเทศลดลง และอยู่ในระดับต่ำกว่าศักยภาพที่ประเทศทำได้ เมื่อผลิตน้อยต้องการคนไปทำงานน้อย ส่งผลให้หลายคนตกงาน ทำให้มีรายได้น้อยลง ซื้อสินค้าน้อยลง ส่งผลวนกลับไปที่โรงงานที่จะผลิตสินค้าน้อยลงไปอีก เกิดเป็นวงจรถดถอยทางเศรษฐกิจที่มีแต่จะแย่ลงเรื่อยๆ หากไม่ได้รับการกระตุ้นแก้ไข ผนวกกับปัจจัยภายนอกรุมเร้า อาทิ สภาวะสงครามระหว่างยูเครนและรัสเซียที่ยาวนานต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน สถานการณ์การสู้รบในอิสราเอลและฉนวนกาซา ทำให้สถานการณ์เศรษฐกิจทั่วโลกอยู่ในจุดเปราะบาง รวมถึงตลาดทั่วโลกได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยดีเดย์ พ.ค.ใช้ได้ 6 เดือนถึง เม.ย.70นายเศรษฐากล่าวด้วยว่า นโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล คือการอัดฉีดเงินเข้าไปในระบบ ให้เข้าถึงทุกพื้นที่ เพื่อให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยหมุนเวียนภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว คาดว่าจะเริ่มใช้จ่ายได้เดือน พ.ค.2567 โดยการอัดฉีดครั้งแรกมีระยะเวลา 6 เดือนเพื่อให้เงินมีการหมุนเวียน และสามารถใช้ จับจ่ายต่อได้จนถึงเดือน เม.ย. 2570 เป็นการลงทุนที่มอบสิทธิและอำนาจให้กับประชาชนช่วยกันกอบกู้เศรษฐกิจ จะก่อให้เกิดการลงทุนในภาคประชาชน ทั้งการรวมเงินในครัวเรือนเพื่อประกอบอาชีพ การซื้อ-ขายสินค้าของพ่อค้าแม่ค้า ไปจนถึงการสั่งผลิตสินค้าในโรงงาน SME ไปจนถึงโรงงานขนาดใหญ่ยันไม่ใช่คริปโตฯโอน-เก็งกำไรไม่ได้“เงินดิจิทัลวอลเล็ตก้อนนี้ ไม่ได้มาจากการเสกเงิน สร้างเงิน พิมพ์เงิน หรือออกเหรียญผ่าน Initial Coin Offering พูดให้ชัดๆว่า ไม่ได้มีการเขียนโปรแกรมสร้างเงินเหมือนคริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) ต่างๆ และไม่ได้นำเงินไปซื้อเหรียญมาแจกและนำไปเทรด แลกเปลี่ยนโอนให้กันและกัน เก็งกำไรไม่ได้ ย้ำนะครับ ไม่มีการนำไปเทรดบน Exchange ทั้งหลายตลาดหลักทรัพย์ ตลาด crypto ใดๆทั้งสิ้น เงินตัวนี้จะมีที่มาจากเงินบาท และมีมูลค่าเป็นเงินบาท ที่มีเงื่อนไขในการใช้งาน เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจสูงกว่าเงินอัดฉีดที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นเงิน 1 บาทในโครงการนี้คือ 1 บาทในกระเป๋าเงินของทุกท่าน ที่สามารถใช้จ่ายได้ โครงการนี้ต้องมีการลงทะเบียนรับสิทธิทั้งร้านค้า และยืนยันรับสิทธิโดยประชาชน” นายกฯกล่าวใส่เงินลงระบบไม่ใช่สงเคราะห์ผู้ยากไร้นายเศรษฐายังได้เสนอนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นและระยะยาวเพิ่มเติม สำหรับผู้ที่ไม่ได้รับสิทธิเงินดิจิทัล อีก 2 นโยบาย คือนโยบาย e-refund กระตุ้นการใช้จ่ายร้านค้าออนไลน์ และกองทุนเพิ่มขีดความสามารถเพื่อนำมาต่อยอดอุตสาหกรรมใหม่ๆของประเทศ เช่น ยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมดิจิทัล การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ การพัฒนาบุคลากรและการศึกษา เป็นต้น วงเงินขอลดหย่อนภาษีในปี 2567 วงเงิน 50,000 บาท การลดหย่อนภาษี คิดเป็นสัดส่วน 20% คิดเป็นเงินราว 10,000 บาท เท่ากับการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท นโยบายดิจิทัลวอลเล็ตไม่ใช่การสงเคราะห์ประชาชนผู้ยากไร้ แต่เป็นการเติมเงินลงไปในระบบเศรษฐกิจผ่านสิทธิการใช้จ่าย เพื่อให้ประชาชนมีบทบาทร่วมกับรัฐบาล (Partnership) เป็นกลไกสำคัญพลิกฟื้นเศรษฐกิจ ผ่านสิทธิการใช้จ่าย 10,000 บาท สำหรับการใช้จ่ายจะใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ที่มีคนลงทะเบียนแล้ว 40 ล้านคน มีร้านค้าลงทะเบียนอยู่แล้ว 1.8 ล้านร้าน รัฐบาลจะพัฒนาต่อยอดด้วยการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ ตรวจสอบได้ เพื่อความโปร่งใส แอปเป๋าตัง คนไทยคุ้นเคยอยู่แล้วโอดวิกฤติยกกำลัง ไม่ใช่ดีขึ้นแล้วต่อมาเวลา 16.00 น. นายเศรษฐาได้เดินทางมาที่สำนักงานไทยรัฐ กรุ๊ป ถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อพบปะกับผู้บริหารและกองบรรณาธิการข่าวฯ เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจเหตุผลความจำเป็น พร้อมทั้งรายละเอียดการดำเนินนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet โดยนายกฯกล่าวย้ำว่า มาเพื่อขอโอกาสชี้แจงโครงการดิจิทัลวอลเล็ตอีกครั้ง ไม่ใช่การหาเสียง แต่ครั้งนี้เป็นวิกฤติจริงๆ เป็นวิกฤติยกกำลัง จึงจำเป็นต้องกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่เพราะจีดีพีของเราต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน การทำงานของตนทั้งทุ่มเท เดินทางไปต่างประเทศ หวังจะดึงเม็ดเงินเข้าประเทศ สร้างเศรษฐกิจให้หมุนเวียนและเติบโต เพราะขณะนี้ยังมีหลายฝ่ายไม่เข้าใจคำว่า“วิกฤติ” แต่ละคนมองคำว่าวิกฤติแตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องชี้แจงอย่างต่อเนื่อง หลายคนบอกว่าเศรษฐกิจดีขึ้นแล้ว แต่มันไม่เป็นความจริงยอดฝาก 5 แสนนับจาก มี.ค.67ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนี้กระทรวงการคลังและผู้เกี่ยวข้องจะต้องกลับไปจัดทำรายละเอียดขั้นตอนการลงทะเบียนยืนยันตัวตนบุคคลผู้ได้รับสิทธิ และร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ การโอนเงินและการจ่ายเงิน รวมถึงการนับในบัญชีเงินฝาก 5 แสนบาท ที่จะเริ่มนับตั้งแต่เดือน มี.ค.2567 ที่เริ่มเปิดลงทะเบียน “แจ๋น”แจงพระได้ด้วยเงินดิจิทัลนางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างไปมอบนโยบายให้กับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ว่า ได้สั่งการให้ พศ.แก้ปัญหาเรื่องที่ดินวัด เร่งรัดออกโฉนดที่ดินให้ถูกต้อง การจัดการศาสนสมบัติกลางให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งการส่งเสริมวัดเพื่อท่องเที่ยวหรืออารามภิรมย์ โดยให้ พศ.จังหวัด ไปดูวัดที่มีศักยภาพ 4 ด้าน ประกอบด้วย 1.ธรรมชาติ 2.สถาปัตยกรรม 3.ศูนย์ปฏิบัติธรรม และ 4.ความศรัทธาและคัดเลือกประมาณ 10% ของวัดทั้งหมดหรือประมาณ 4,300 วัดทั่วประเทศ โดยจะเชื่อมโยงกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อมาโปรโมตสร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยว รวมทั้งจะต้องปรับขึ้นเงินเดือนพระ หรือเงินนิตยภัตเพิ่ม และที่สำคัญเงินดิจิทัล 10,000 บาท นโยบายสำคัญของรัฐบาลพระสงฆ์ก็ได้ด้วยเช่นกัน“ไหม” ชี้กู้ 5 แสน ล.ไม่เร่งด่วนขัด รธน.เมื่อเวลา 14.55 น. ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังนายกฯแถลงรายละเอียดโครงการดิจิทัลวอลเล็ตว่า เป็นความชัดเจนที่ไม่มีเรื่องแหล่งที่มาของเงิน นายกฯเลือกเส้นทางยากที่สุดออก พ.ร.บ.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท ระดมทุนมาแจก ท้ายที่สุดอาจไม่มีใครได้เงินจากโครงการนี้เลย เพราะเสี่ยงขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 140 และขัด พ.ร.บ.วินัยการเงิน การคลัง มาตรา 53 ที่ระบุว่า หากใช้เงินไม่ได้เป็นไปตามงบประมาณปกติ จะทำได้กรณีมีความจำเป็นเร่งด่วนเท่านั้น แต่วันนี้ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน เราไม่อยากกดดันให้มีการร้องศาลรัฐธรรมนูญ แต่เป็นหน้าที่ฝ่ายบริหาร ต้องแสดงความรับผิดชอบ โดยให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความให้เด็ดขาดว่ารัฐบาลจะออก พ.ร.บ.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท ได้หรือไม่ โดยไม่ต้องไปถึงมือองค์กรอิสระที่ไม่เป็นวิถีทางประชาธิปไตยสักเท่าไหร่แซะหาทางลงเขี่ยลูกส่งศาล รธน.น.ส.ศิริกัญญากล่าวด้วยว่า ที่ต้องออกมาพูดเพราะการออก พ.ร.บ.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท มีความสุ่มเสี่ยงจริงๆ เหมือนกรณี พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทอย่างชัดเจน ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญตีตกว่าไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน รัฐบาลพรรค พท.อ้างไม่รู้ไม่ได้ ขอตั้งข้อสังเกตว่าที่รัฐบาลเลือกทางนี้ เพราะไม่ต้องการให้โครงการนี้สำเร็จ แต่ต้องการให้เข้าทางนักร้อง เพื่อหาทางลงให้สวยงามของโครงการที่มาถึงทางตันโดยสมบูรณ์แล้ว ไม่ได้เห็นด้วยกับการร้องศาลรัฐธรรมนูญ แต่ขอให้รัฐบาลได้แสดงความรับผิดชอบทางการเมืองโดยการให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ รัฐบาลน่าจะเห็นแล้วว่าไม่มีทางที่จะไปได้จริงๆ ทางเลือกนี้เป็นการหาทางลงมากกว่าที่จะเดินหน้าโครงการนี้จริงๆขายผ้าเอาหน้ารอดหาเสียงไม่คิดถี่ถ้วนน.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ถ้ากฤษฎีกาตีความเข้าข้างให้ผ่าน และ สส.ในสภาฯให้ผ่าน สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือภาระหนี้ในแต่ละปีงบประมาณจะเพิ่มขึ้นปีละ 5 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 15% ของงบรายจ่ายประจำปี เป็นภาระงบอย่างใหญ่หลวง สิ่งที่รัฐบาลทำวันนี้จะทำภาระดอกเบี้ยเกิน 10% ในงบฯปี 68 ทันที เป็นเรื่องที่รัฐบาลไม่ได้พูดถึงทั้งเรื่องภาระหนี้และภาระดอกเบี้ย ความเสี่ยงนี้จะไม่เกิดขึ้นหาก พ.ร.บ.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท ถูกทำแท้งตั้งแต่ต้นโดยคณะกรรมการกฤษฎีกา เมื่อถามว่า แบบนี้เหมือนเป็นการขายผ้าเอาหน้ารอดหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ถ้าจะพูดแบบนั้นน่าจะได้ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมาจากการที่ไม่ได้คิดนโยบายอย่างถี่ถ้วนตั้งแต่ก่อนหาเสียง เมื่อถึงทางตันจึงต้องหาทางลงแบบนี้ เงื่อนไขต่างๆโครงการดิจิทัลวอลเล็ตเหมือนลอยมาจากฟ้าโดยสิ้นเชิง หากตัดตามสัดส่วนผู้มีรายได้ 20% บนสุดต้องอยู่ประมาณ 6 หมื่นบาท แต่วันนี้เราไม่รู้ว่าตัวเลข 7 หมื่นบาทมาจากไหน จะตัดคน 4 ล้านกว่าคนได้จริงหรือไม่ คิดว่ารัฐบาลต้องการตัวเลขกลมๆที่ 50 ล้านคน จึงไม่มีหลักเกณฑ์อะไรมากนัก“สมชัย”เย้ยกู้มาแจก-ไม่ตรงปกนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “สรุปกู้มาแจก ทำเป็น พ.ร.บ.เงินกู้ 500,000 ล้าน ผ่านสภา แจก 50 ล้านคน 16 ปีขึ้นไป เงินเดือน ไม่เกิน 70,000 บาท หรือเงินฝากไม่เกิน 500,000 บาท เริ่มพฤษภา 67 ถึงเมษายน 70” จากนั้นนายสมชัยยังโพสต์อีกว่า อะไรไม่ตรงปก จะความจำสั้น หรือมีความสามารถจำกัด ทำให้การแถลงเรื่องแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท มีอะไรหลายอย่าง ที่ไม่ตรงปก 1.การลดกลุ่มเป้าหมายการแจกจาก 56 ล้านคน เป็น 50 ล้านคน โดยใช้เกณฑ์กรองออกจากเงินเดือนและเงินฝาก เรื่องนี้แม้ไม่ตรงปกก็ไม่ว่ากัน เพราะกรองคนรวยออก แม้จะมีเครื่องหมายคำถามอยู่หลายเรื่องก็ตาม 2.วันแจก จาก 1 ก.พ.2567 เป็นเริ่ม พ.ค.2567 ถึง 30 เม.ย.2570 เรื่องนี้ต้องใช้เวลาดำเนินการให้ถูกต้องและผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา เรื่องนี้พอเห็นใจได้ แต่เสียความรู้สึกเล็กน้อยเตือนอนาคตระวังวิบากกรรมนายสมชัยระบุอีกว่า 3.เรื่องร้านค้าที่รับ เปิดกว้าง มากขึ้นจาก 4 กม.เป็นในอำเภอ ร้านไม่ต้องมี VAT แต่ต้องอยู่ในระบบภาษี แปลว่า ซื้อหมูปิ้งข้างถนนไม่ได้ การบังคับต้องจ่ายก้อนแรกใน 6 เดือน มิเช่นนั้นเงินหาย ยอมใช้แอปเป๋าตัง โดยรวมถือเป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากขึ้น 4.แหล่งที่มาของเงิน 500,000 ล้านจาก พ.ร.บ.เงินกู้ จากเดิมที่บอกว่าไม่กู้มาตลอด และในเอกสารที่ส่ง กกต.ก็ระบุว่า มาจากงบประมาณแผ่นดิน เรื่องนี้สะท้อนความสามารถการบริหารงบประมาณเป็นศูนย์ ที่เคยคุยโวสารพัดจะตัดรายจ่ายที่ฟุ่มเฟือย รีดไขมันส่วนเกิน ทบทวนการจัดซื้ออาวุธ ฮ่วย! ทำไม่ได้สักอย่าง กู้ 100% อันนี้ถือว่าไม่ตรงปกรุนแรงที่สุด และอาจมีวิบากกรรมตามมาในอนาคต และ 5.อย่าลืมเซฟภาพรอยยิ้มของคุณเศรษฐาของการแถลงข่าวความสำเร็จในการประกาศรายละเอียดโครงการครับ ไว้เปรียบเทียบกับหน้าตอน พ.ร.บ.เข้าสภาผู้แทน และวุฒิสภา “นายกฯ-อุ๊งอิ๊ง” เปิด Thailand Winterก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯและ รมว.คลัง เป็นประธานงานแถลงและพิธีเปิดงาน “Thailand Winter festivals” มี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. แถลงการจัดงาน โดยนายเศรษฐาสวมสูทสีน้ำตาลอ่อน ผูกผ้าพันคอผ้าย้อมคราม จ.สกลนคร ที่ น.ส.แพทองธารนำมาให้ในธีมวินเทอร์ และ น.ส.แพทองธารในชุดผ้าท้องถิ่นภาคอีสาน เสื้อและกางเกงสีขาวสวมทับด้วยเสื้อผ้าไหมคล้ายโค้ตกันหนาว ลงจากตึกไทยคู่ฟ้ามาพร้อมกันปลุกร่วมเป็นผู้นำซอฟต์พาวเวอร์น.ส.แพทองธารขึ้นเวทีแถลงว่า ตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นปีจะมีอีเวนต์เทศกาลต่างๆที่เกิดขึ้นในประเทศไทยกว่า 3,000 งาน มีประเพณีลอยกระทงที่ยิ่งใหญ่ จ.สุโขทัย งานเคาต์ดาวน์ทั่วประเทศกว่า 70 แห่ง เทศกาลอาหาร บันเทิง กีฬา ศิลปะต่างๆ เราจะเปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายปีของนักท่องเที่ยวทั่วโลก งานเทศกาล winter festival จะเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจให้คนทั่วโลกตัดสินใจมาใช้เงินในประเทศไทย จะเป็นจุดเริ่มต้นการเป็นฮับดึงนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ รัฐบาลเดินหน้าเต็มกำลัง เดินหน้าวัฒนธรรมสร้างซอฟต์พาวเวอร์ทุกด้านให้ประเทศไทยเป็นที่จดจำและมีตัวตนในแผนที่โลกอีกครั้งจากนั้นนายกฯกล่าวว่า การสร้างพลังอำนาจดึงดูด สร้างวัฒนธรรม คุณค่าทางการเมืองให้เกิดซอฟต์พาวเวอร์ไม่มีทางลัด ไม่มีสูตรสำเร็จ ไม่มีทางง่าย ต้องใช้เวลา แต่หากไม่เริ่มต้นจะไม่มีทางเกิดขึ้น รัฐบาลได้เริ่มต้นอย่างจริงจัง ระดมทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชน ร่วมวางแผนพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์ไปด้วยกัน วันนี้เป็นจุดเริ่มต้นของมิติใหม่ที่จะเปิดโอกาส เปิดพื้นที่ เปิดความฝันของคนไทย ที่จะเป็นผู้นำสร้างซอฟต์พาวเวอร์ให้มีพลังทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น จากนั้นนายกฯ น.ส.แพทองธารร่วมลอยกระทงจำลอง รณรงค์ไม่ใช้โฟมลอยกระทง พร้อมถ่ายภาพร่วมผู้ที่มาแสดงประเพณี 4 ภาคบอกสื่อรอฟังแถลงข้อมูลเพียบจากนั้นเวลา 10.56 น. นายกฯเดินกลับขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า หันมากล่าวกับผู้สื่อข่าวอย่างอารมณ์ดีถึงการแถลงโครงการเติมเงิน 1 หมื่น ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต เวลา 14.00 น.ว่า “ผู้สื่อข่าวไม่ต้องจดนะ ให้ตั้งใจฟัง เพราะผมมี press release ให้ คำพูดของผมไม่ต้องจด ไม่ต้องอัด ตั้งใจฟังอย่างเดียว”เมื่อถามว่าจะเปิดให้ตั้งคำถามหรือไม่ นายกฯกล่าวว่าสื่อไม่ต้องห่วงว่า ข้อมูลมีอยู่เยอะมาก เมื่อถามถึงการแถลงเมื่อค่ำวันที่ 9 พ.ย.ถึงผลงาน 60 วันรัฐบาลพอใจแค่ไหน นายเศรษฐากล่าวว่า “อันนี้ผมแถลงไปแล้ว ต้องถามคนฟังว่าโอเคหรือไม่” “อิ๊ง” ปัดดินเนอร์ฯปูทางนั่งนายกฯน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรค พท. ให้สัมภาษณ์ถึงการร่วมทานอาหารกับนายกฯและหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล เป็นการปูทางเตรียมความพร้อมการเป็นนายกฯในอนาคตหรือไม่ว่า ทำไมสื่อมองเช่นนั้น ไม่ใช่ ไปทานข้าวในฐานะหัวหน้าพรรค พท. ไม่มีเรื่องปูทางนายกฯอะไรทั้งนั้น ไม่มีประเด็นอะไร แต่ทานข้าวร่วมกันเพื่อให้รู้จักกันมากขึ้น นอกเหนือจากการทำงาน ตนเป็นหัวหน้าพรรคที่ไม่ได้เข้าสภาฯ จึงเป็นโอกาสดีที่ได้เจอทุกท่าน ได้ฟังประสบการณ์ที่ทุกท่านผ่านมา เมื่อถามว่าในฐานะหัวหน้าพรรค พท.สะท้อนอะไรให้รัฐบาลนำไปปรับปรุงการทำงานหรือไม่ น.ส.แพทองธารตอบว่า ไม่ได้แนะนำอะไร พูดคุยสบายๆ ไม่มีประเด็นการเมืองหรือหัวข้ออะไรสำคัญ เหมือนนัดเจอให้เข้าใจแนวทางการทำงานของแต่ละคน เมื่อถามว่าประเมินการทำงาน 60 วันของรัฐบาลอย่างไร น.ส.แพทองธารอุทานว่า “โอ้ เป็นผลงานที่เห็นได้ชัดหลายเรื่อง เช่น นโยบายการลดรายจ่ายของประชาชน เริ่มไปแล้วในหลายโครงการและรัฐบาลทำงานเข้มข้นเต็มที่มากๆ”โชว์สื่อจีน ปลอดภัย อาหารอร่อยน.ส.แพทองธาร ในฐานะรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ยังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนประเทศจีน เชิญชวนนักท่องเที่ยวจีน ให้มาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยว่า ถ้ามีโอกาสอยากให้มาเที่ยวที่ประเทศไทย เพราะมีวัฒนธรรมหลายอย่างคล้ายกับจีน เรามีความสัมพันธ์อันดีกันมาช้านาน ประเทศไทยมีความปลอดภัย อาหารอร่อย ทุกคนพร้อมต้อนรับคนจากทุกประเทศ ทั้งนี้งานไทยแลนด์วินเทอร์ เฟสติวัล จะช่วยผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ได้แน่นอน แต่ละอีเวนต์ แต่ละเทศกาลแฝงไปด้วยอาชีพที่จะเกิดใหม่มากมาย และเพิ่มโอกาสให้กับประชาชนให้ผลักดันเศรษฐกิจภาพรวมประเทศไทยทุกพื้นที่ได้แน่นอน“ปานปรีย์” ชี้ขึ้นเงิน ขรก.ชัดใน พ.ย.เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เป็นประธานการประชุมข้าราชการ เรื่องการปรับฐานเงินเดือนข้าราชการ มีตัวแทนกระทรวงการคลัง เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และสำนักงบประมาณเข้าร่วมประชุม จากนั้นนายปานปรีย์ เปิดเผยว่า มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) มอบหมายสำนักงาน ก.พ.ไปศึกษาแนวทางที่เหมาะสมเสนอ ครม.ในสิ้นเดือน พ.ย. ฟังความคิดเห็นดูทิศทางแล้วออกมาดี เป็นไปตามนโยบาย แต่รายละเอียดต้องทำเพิ่มเติมอีกนิด คาดว่าก่อนสิ้นเดือน พ.ย.เสร็จแน่นอน แต่อย่าเพิ่งสรุปว่าจะเป็นเท่าไหร่ จะขึ้นมากหรือขึ้นน้อยค่อยว่ากัน“อ้วน” มั่นใจ รบ.สอบผ่านผลงานนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ กล่าวถึงเสียงวิจารณ์ผลงานรัฐบาล 60 วันอาจไม่มีอะไรใหม่ว่า ทุกอย่างเริ่มต้นหมดแล้ว ที่จริงเราวางไว้ 100 วัน จะเห็นปรากฏการณ์ที่นายกฯแถลง 60 วัน เพราะอยากให้เห็นความคืบหน้า เชื่อว่าการแถลง 90-100 วันจะชัดเจนมากขึ้นขออย่าเพิ่งวิจารณ์ ให้รอ 90 วัน เพราะรัฐบาลทำงานหนักมากอยู่แล้ว นายกฯไม่ได้ทำคนเดียว แบ่งงานให้รองนายกฯและรัฐมนตรีเต็มไปหมดผู้ได้รับมอบงานหนักพอสมควร เพราะเราเข้ามาท่ามกลางวิกฤติหลายด้าน อาทิ วิกฤตการณ์โลก วิกฤติทางการเงิน ขอให้มองว่าเป็นเรื่องดีที่นายกฯลงรายละเอียดทั้งหมด ไม่ได้แย่งงานรัฐมนตรี ไม่เช่นนั้นจะเป็นปัญหา ที่ฝ่ายค้านโจมตี ทำงาน 60 วันไม่คืบไม่เป็นไร เป็นธรรมดา พยายามบอกฝ่ายค้านว่าเราทำงานสร้างสรรค์ อย่ามองทุกอย่างเป็นการเมืองหมด ความตั้งใจเรา 100% เอาภูมิความรู้และประสบการณ์ที่เราทำ เรามีความสามารถ แต่ถามว่ามั่นใจว่าสอบผ่านหรือไม่ต้องให้ประชาชนเป็นคนตอบพท.ไม่รับเซ้ง สส.คุกคามเพศนายดนุพร ปุณณกันต์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีพรรคก้าวไกล (ก.ก.) มีมติขับนายวุฒิพงศ์ ทองเหลา สส.ปราจีนบุรี และนายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กทม.ที่มีพฤติการณ์คุกคามทางเพศออกจากพรรค ที่ต้องหาพรรคสังกัดภายใน 30 วันว่า พรรค พท.ไม่มีการพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ แต่คงไม่รับเนื่องจากข้อกล่าวหาที่อดีต สส.ทั้ง 2 คนถูกขับออก ถือเป็นข้อกล่าวหาที่ค่อนข้างร้ายแรง ทั้งในพื้นที่ กทม.ของพรรค พท.มีอดีตผู้สมัครยังลงพื้นที่อยู่ต่อเนื่อง หากนายไชยามพวานหาสังกัดพรรคใหม่ได้ไม่ทันระยะเวลา 30 วัน ต้องเลือกตั้งใหม่ พรรคก็พร้อมลงเลือกตั้ง ส่วนพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรค พท.เป็นผู้ดูแลมท.ขยายเวลาเสียภาษีบ้านที่ดินน.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการ รมว.มหาดไทยและโฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย ลงนามประกาศเรื่องขยายกำหนดเวลาดำเนินการตาม พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ประจำปี 2567 เพื่อขยายกำหนดการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างออกไป 2 เดือน 1.จากเดิมที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ดำเนินการภายในเดือน พ.ย.66 ไปเป็นภายในเดือน ม.ค.67 2.ให้ อปท.ประกาศราคาประเมินทุนทรัพย์ของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง อัตราภาษีที่จัดเก็บและรายละเอียดอื่นที่จำเป็นในการจัดเก็บภาษีก่อนวันที่ 1 เม.ย.67 3.ให้แจ้งการประเมินภาษี โดยส่งแบบประเมินภาษีให้ประชาชนผู้เสียภาษีภายใน เม.ย.67 4.ขยายเวลาให้ผู้เสียภาษีชำระภาษีตามแบบแจ้งการประเมินภาษีจากเดิมภายในเดือน เม.ย.67 เป็นเดือน มิ.ย.67 และ 5.ขยายเวลาผ่อนชำระภาษี 6.ขยายเวลาแจ้งเตือนผู้เสียภาษีที่มีภาษีค้างเป็นภายในเดือน ก.ค.67 และ 7.ขยายเวลาแจ้งรายการภาษีค้างชำระให้สำนักงานที่ดิน หรือสำนักงานที่ดินสาขา ไปเป็นภายในเดือน ส.ค.67รทสช.ซัด “ชัยชนะ” อคติใจบอดนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ประเมินการทำงาน 3 รัฐมนตรีของพรรค รทสช.ที่ระบุว่า การแก้ไขราคาน้ำมันของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯและ รมว.พลังงาน เป็นเหมือนไฟไหม้ฟาง ถือเป็นคำประเมินของคนที่ไม่รู้จริง มีอคติทางการเมือง ไม่รู้ว่ากระทรวงพลังงานทำอะไรไปบ้าง ถ้าไม่ตาบอดก็ใจบอด ไม่รับรู้ข่าวสาร การแก้ปัญหาพลังงาน นายพีระพันธุ์ได้ชี้แจงชัดเจนแล้ว ถ้าไม่ชมไม่เป็นไรแต่ขอร้องอย่ามาด่าในสิ่งที่ฝืนกับความรู้สึกของประชาชนที่ชมกันทั้งเมือง แต่นายชัยชนะด่าอยู่คนเดียวอย่างมีอคติ บอกว่าแก้ปัญหาราคาน้ำมันแบบไฟไหม้ฟางไม่ถูกต้อง“จุรินทร์” ชี้ 60 วันสอบตกนิติธรรมนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ และรักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการแถลงผลงาน 2 เดือนของรัฐบาลว่า ผิดความคาดหวังคนส่วนใหญ่คิดว่าจะตั้งโต๊ะแถลงผลงาน เปิดให้นักข่าวซักถาม กลายเป็นแค่นายกฯคนเดียว นั่งอัดเทปถามตอบกับพิธีกรออกทีวี ถ้าติดตามโดยละเอียดพบว่าเนื้อหาส่วนใหญ่เหมือนการแถลงนโยบายภาค 2 ส่วนการลดรายจ่ายส่วนใหญ่เป็นการเอาเงินภาษีประชาชนมาชดเชยการลดราคาให้ประชาชน เหมือนอัฐยายซื้อขนมยาย แม้แต่เรื่องเกษตรกรไม่มีอะไรใหม่ แถมเกษตรกรได้น้อยกว่าเดิม คงไม่ให้คะแนน ให้ประชาชนเป็นผู้ให้คะแนน แต่อย่างน้อย 2 เดือนที่ผ่านมาแค่เรื่องที่ประกาศขึงขังว่าจะทำหลักนิติธรรมให้เข้มแข็ง เฉพาะเรื่องนักโทษสองมาตรฐานก็สอบตกแล้วจับตา ปชป.เปิดศึกแตกหักรอบ 3ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ว่า พรรค ปชป.ออกหนังสือเวียนและกำหนดวันเพื่อเรียกประชุมคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคในวันที่ 14 พ.ย.เวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 3 อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช มีวาระสำคัญพิจารณาจัดประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี 2566 ครั้งที่ 3 คัดเลือกหัวหน้าพรรคและคณะ กก.บห.ชุดใหม่ หลังจากการประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี 2566 เพื่อเลือกคณะ กก.บห.และหัวหน้าพรรคคนใหม่ แทนนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ มีปัญหาองค์ประชุมล่มถึง 2 ครั้งจากปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคของ 2 ขั้วคือกลุ่มเพื่อนเฉลิมชัย ที่มีนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรค นายเดชอิศม์ ขาวทอง รักษาการรองหัวหน้าพรรคภาคใต้และนายชัยชนะ เดชเดโช รักษาการรองเลขาธิการพรรค เป็นแกนนำกลุ่ม มี สส.ในกลุ่ม 22 คน เสนอชื่อนายนราพัฒน์ แก้วทอง รักษาการรองหัวหน้าพรรคภาคเหนือ ให้เป็นหัวหน้าพรรค พร้อมทีม กก.บห.ชุดใหม่กับกลุ่มผู้อาวุโสของพรรคที่มี สส. 4 เสียงสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค ให้กลับมานำพรรคอีกครั้ง โดยนายเดชอิศม์เคยระบุถ้าครบ 1 ปียังไม่มี กก.บห.ชุดใหม่ จะเข้าข่ายผิดกฎหมายพรรคการเมือง อาจถึงขั้นยุบพรรคป.ป.ช.เปิดกรุอดีต รมต. “ลุงตู่”วันเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของอดีตรัฐมนตรีรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กรณีพ้นตำแหน่งเมื่อวันที่ 5 ก.ย.2566 ที่น่าสนใจ อาทิ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีตรองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ มีทรัพย์สิน 42,674,235 บาท เป็นทรัพย์สินนายจุรินทร์ 29,092,017 บาท ของนางอรอนงค์ ลักษณวิศิษฏ์ คู่สมรส 13,582,218 บาท มีหนี้สิน 8,253,803 บาท นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ อดีต รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มี 118,573,634 บาท นายทรงศักดิ์ ทองศรี อดีต รมช.มหาดไทย 56,759,780 บาท นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม 111,110,565 บาท นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 6,505,803 บาท มีหนี้สิน 920,241 บาท นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯ 118,935,550 บาท เป็นของนายวิษณุ 81,072,362 บาท ของนางวัชรากรณ์ เครืองาม คู่สมรส 37,263,188 บาท นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ อดีตรองนายกฯ และ รมว.พลังงาน 153,062,738 บาท“ครม.เศรษฐา” ระดับเศรษฐีขณะเดียวกัน ป.ป.ช.ยังเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน รัฐมนตรีรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน กรณีเข้ารับตำแหน่งวันที่ 5 ก.ย.66 ได้แก่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ มี 286,958,024 บาทเป็นของ พล.ต.อ.พัชรวาท 123,682,269 บาท ของ นางสมถวิล วงษ์สุวรรณ คู่สมรส 163,275,755 บาท นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมช.พาณิชย์ 308,500,951 บาท เป็นของนายนภินทร 244,181,244 บาท ของนางวีณา ศรีสรรพางค์ คู่สมรส 64,319,707 บาท นอกจากนี้ ป.ป.ช.ยังเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน สส.อีก 37 ราย กรณีเข้ารับตำแหน่งวันที่ 4 ก.ค.66 ที่น่าสนใจ อาทิ นางสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท.และ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา มี 805,400,298 บาท น.ส.สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ สส.อุบลราชธานี พรรค พท. 39,063,537 บาท และ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. 12,233,146 บาทอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่