วิปรัฐบาลให้ 2 วันฝ่ายค้านซักฟอกไม่ลงมติ “ชินวรณ์” ไฟเขียวซัดเต็มข้อ ไม่มีประท้วง ขัดขา ฟันธง พ.ร.บ.กัญชาฯแท้งเสร็จไม่ทันสมัยประชุม “ประเสริฐพงษ์” ขู่ถล่มชุดใหญ่ รมว.ทส. จี้ใจดำโยงนายกฯ กังขาไม่บุกค้นบ้านอธิบดีกรมอุทยานฯเรียกรับผลประโยชน์ “วราวุธ” เก็งข้อสอบพร้อมตอบทุกข้อ ยันทำงานโปร่งใสตรงไปตรงมา “ก้าวไกล” ฟัด รฟท. ผลาญงบฯ 33 ล้าน เปลี่ยนป้ายชื่อสถานีกลางบางซื่อ ซัดพิรุธประเคนงานบริษัทคู่พิพาท “ศักดิ์สยาม” อ้างเปลี่ยนชื่อตามประเพณีเพื่อเป็นมหามงคล ป้องบริษัทยูนิคฯได้งาน เพราะอยู่ในระยะประกันสัญญา “ศรีสุวรรณ-วรงค์” แห่ร้อง สตง.ตรวจสอบ หน.ไทยภักดีเชื่อเอี่ยวตุนกระสุนไว้ลุยเลือกตั้ง รทสช.จัดไฮไลต์ 9 ม.ค. เปิดใจ “ประยุทธ์” “เสี่ยหนู” อวย “ลุงตู่” ลุยการเมืองปิดทางเข้าสู่อำนาจด้วยวิธีพิเศษ อ้อมแอ้มหลีกทางผู้นำคัมแบ็กนั่งนายกฯจากกรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นญัตติขอเปิดการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามมาตรา 152 ช่วงปลายเดือน ม.ค.ส่งท้ายก่อนรัฐบาลครบวาระ ล่าสุดทางวิปรัฐบาลกำหนดกรอบเวลาให้อภิปราย 2 วันวิป รบ.ขีดเส้น 2 วันซักฟอก ม.152เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 ม.ค. ที่รัฐสภา นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) การเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ว่า ขณะนี้รัฐบาลยังไม่กำหนดวันอภิปราย แต่วิปรัฐบาลเห็นว่า จังหวะเวลาที่เหมาะสมเป็นต้นเดือน ก.พ. ให้เวลา 2 วันอภิปราย การที่ฝ่ายค้านระบุว่า การเปิดอภิปรายทั่วไปอาจนำไปสู่การยุบสภานั้นเป็นไปไม่ได้ ฝ่ายรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีมีความพร้อมชี้แจงข้อซักถามของสมาชิก การอภิปรายครั้งนี้เป็นการอภิปรายครั้งสุดท้ายของฝ่ายค้าน อยากให้ฝ่ายค้านเตรียมข้อมูลตรงไปตรงมาในการอภิปราย การตอบข้อซักถามครั้งนี้เหมือนดีเบตในสภาครั้งสุดท้ายระหว่างฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจ จะมีผลต่อการเลือกตั้งครั้งถัดไป ด้วย ยืนยันกรอบเวลาที่เหมาะสมในการอภิปรายคือ 2 วัน เพราะไม่ใช่เป็นการอภิปรายเพื่อลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ไฟเขียวซัดเต็มที่ไม่มีประท้วงขัดขานายชินวรณ์กล่าวอีกว่า คงให้เวลาเต็มที่ถ้าวันละ 12 ชั่วโมง จะได้เวลาทั้งหมด 24 ชั่วโมง เป็นเรื่องที่นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร จะนัดประชุมวิป 2 ฝ่าย หารือกันเรื่องเวลาอภิปรายอีกครั้ง การอภิปรายตามมาตรา 152 แม้จะไม่มีการลงมติ แต่มีความสำคัญที่สุด 3 ประการคือ 1.เป็นการอภิปรายเพื่อเสนอแนะต่อ ครม.ครั้งสุดท้ายของสมัยประชุมนี้ ฝ่ายค้านจึงพยายามทำงานเต็มที่ 2.เป็นเหมือนการดีเบตระหว่างฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ 3.อยากเห็นการอภิปรายครั้งนี้เป็นเชิงสร้างสรรค์ ไม่นำเรื่องส่วนตัว หรือเรื่องวาทกรรมมาพูด วิปรัฐบาลพร้อมให้ความร่วมมือ จะไม่ประท้วง ขัดขวางการอภิปรายแน่นอนฟันธง ก.ม.กัญชาเสร็จไม่ทันสมัยประชุมนายชินวรณ์กล่าวต่อว่ากรณีฝ่ายค้านเสนอให้นำร่าง พ.ร.บ. ฉบับอื่นมาพิจารณาแทนร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ที่ถูกรุมคัดค้านอย่างหนักในสภาฯ ก่อนหน้านี้เลื่อนร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต และร่างแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมขึ้นมาพิจารณาก่อนแล้ว จึงไม่สามารถเลื่อนวาระอื่นขึ้นมาซ้ำได้ ทำได้อย่างเดียวคือให้ประธานสภาฯใช้อำนาจเปิดประชุมวาระพิเศษ เหมือนที่เคยทำกรณีที่วุฒิสภาแก้ไขกฎหมายที่ผ่านจากสภาฯ ร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯเมื่อพรรค ภท.เจ้าของกฎหมาย ยืนยันให้พิจารณาเรียงตามลำดับมาตรา ต้องดำเนินการไปตามระเบียบวาระ ได้เท่าไหร่เอาเท่านั้น ขอความร่วมมือสมาชิกแสดงความเห็นเฉพาะมาตราสำคัญให้รวดเร็วขึ้น หากพิจารณาเสร็จไม่ทันสมัยประชุมนี้ต้องตกไปตามรัฐธรรมนูญ เป็นไปได้จะเสร็จไม่ทันสมัยประชุมนี้ แม้ชั้นสภาฯเห็นชอบ ต้องผ่านวุฒิสภาที่สนใจหลายประเด็น ไม่น่าประกาศใช้ได้ทันสมัยประชุมนี้ก.ก.ขู่ “ท็อป” เจอแน่ถล่มชุดใหญ่ที่รัฐสภา นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล แถลงว่า ได้ติดตามกรณีการจับกุมนายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขอตั้งข้อสังเกต วันจับกุมที่ห้องทำงานอธิบดี ผู้ใต้บังคับบัญชาปกป้องออกหน้าออกตา สะท้อนให้เห็นผลการสอบสวนข้อเท็จจริงที่กรมอุทยานฯแถลงข่าว ขอตั้งคำถามถึง รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯและ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ที่รีบออกคำสั่งโยกย้ายอธิบดีฯ เป็นที่ทราบกันดีว่ามีสานสัมพันธ์กับใครบ้าง ส่วนแง่กฎหมายการที่ตำรวจไปออกหมายค้นที่ทำงาน แต่เหตุใดไม่ออกหมายค้นที่บ้านพักอธิบดีด้วย นอกจากจะเจอสิ่งสำคัญที่ห้องทำงานแล้ว ยังมีที่บ้านอีกหรือไม่ หากเทียบเคียงกับกรณีของชาวบ้านจะมีวิธีค่อนข้างแตกต่างกัน รัฐบาลต้องดำเนินการเรื่องนี้ตรงไปมา เพื่อให้ไม่มีข้อกังขา ฝากไปยังนายวราวุธจะเจอชุดใหญ่แน่นอน ถ้ามีการบรรจุญัตติการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 ยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ปัญหาเกิดจากข้าราชการระดับสูง จึงเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น “วราวุธ” เก็งข้อสอบพร้อมชี้แจงที่พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ตนและกระทรวง ทส.เตรียมพร้อมจะชี้แจงทุกประเด็นที่ฝ่ายค้านหยิบยกมา กรณีการสอบสวนอธิบดีกรมอุทยานฯเรียกรับผลประโยชน์ ถือเป็นประเด็นหนึ่ง ขอย้ำว่านโยบายการทำงานของตนในฐานะ รมว.ทส. ตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่งจนถึงวันนี้ เน้นทำงานตรงไปตรงมา ความโปร่งใส ผลงานทุกเรื่องของกระทรวง จับต้องได้ แน่นอนว่าย่อมมีข้อบกพร่องบ้างและได้รับการแก้ไข ขอขอบคุณฝ่ายค้าน ที่ผ่านมามีการตั้งข้อสังเกตและมีการอภิปรายถึงกระทรวง ทส.บ้างบางครั้ง ทำให้นำไปปรับปรุงการทำงานของเราได้ หากจะอภิปรายกรณีกรมอุทยานฯยินดี เพราะความผิดพลาดหรือสิ่งที่เราไม่อยากให้เกิดมันเกิดขึ้นได้อยู่ตลอดเวลา แต่ที่สำคัญไม่แพ้กันอยู่ที่ว่าเมื่อเกิดปัญหาแล้วเราจะแก้ปัญหาได้อย่างไร อยากรับฟังข้อเสนอแนะของฝ่ายค้านด้วยเช่นกัน เพราะบางครั้งการทำงานนั้น หากมองอยู่ในระบบราชการก็อย่างหนึ่ง มองจากนอกระบบราชการเป็นอีกแบบหนึ่งก้าวไกลฟัด รฟท.ผลาญงบฯ 33 ล้านอีกเรื่อง เมื่อเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณากระทู้ถามสดของนายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล สอบถามนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กรณีเปลี่ยนชื่อป้ายสถานีกลางบางซื่อ เป็นสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ มูลค่าสูงถึง 33 ล้านบาท โดยนายจิรัฏฐ์ถามว่า ราคาก่อสร้าง 33 ล้านบาท แพงเกินไปหรือไม่ อยู่ดีๆทำไมขอเปลี่ยนชื่อ ป้ายเดิมใช้แค่ 3 ปียังใหม่อยู่ เหตุใดต้องเปลี่ยนชื่อทันที เมื่อได้รับพระราชทานชื่อ จนต้องใช้วิธีจัดซื้อเฉพาะเจาะจง ได้บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ติดตั้ง หลัง รฟท.เพิ่งประกาศราคากลางมา 2 สัปดาห์ซัดพิรุธประเคนงานให้บริษัทคู่พิพาท“ที่ผ่านมา รฟท.มีหนี้ 2 แสนล้านบาท แต่ยังเปลี่ยนป้ายชื่อให้มีหนี้เพิ่มเกินกว่าเหตุ เอาเงินมาใช้สุรุ่ยสุร่าย มือเติบเกินไป ทราบว่าบริษัท ยูนิคฯ ที่ได้งานนี้ รฟท.เพิ่งแพ้คดีให้บริษัทที่ฟ้อง รฟท. 7,500 ล้านบาท เมื่อปลายเดือน พ.ย.65 ปกติถ้ามีคดีพิพาทขนาดนี้ อย่าว่าแต่แค่จ้างกลับมาทำงาน หน้ายังไม่อยากมอง แต่กลับเปิดโอกาสให้บริษัท ยูนิคฯ ได้งาน อัยการเคยเตือนให้ รฟท.ประนีประนอมกับบริษัท ยูนิคฯ แต่ รฟท.ไม่ทำ ถือว่าปล่อยปละละเลยให้เกิดความเสียหาย ใครจะรับผิดชอบ ส่วนการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ทำไมต้องรอ 15 วัน การตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง เป็นสูตรสำเร็จเอาตัวรอดแบบไทยๆ สุดท้ายรอดกันหมด” นายจิรัฏฐ์กล่าว “ศักดิ์สยาม” อ้างเปลี่ยนชื่อตามประเพณีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ชี้แจงว่าวงเงินการเปลี่ยนป้ายชื่อ 33 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.งานรื้อถอนป้ายสถานีกลางบางซื่อเดิม 6.2 ล้านบาท 2.งานติดตั้งกระจกและโครงกระจกอะลูมิเนียมใหม่ทั้งหมด 24.3 ล้านบาท 3.งานออกแบบ 4.งานติดตั้งและรื้อถอนวัสดุปิดแทนกระจกระหว่างเปิดใช้งาน 1.6 ล้านบาท ยืนยันไม่ได้ว่าราคา 33 ล้านบาทถูกหรือแพง เพราะไม่ใช่คนกำหนดราคา แต่ทุกคนไม่ได้ต่างกันในการเข้าถึงข้อมูล ส่วนการเปลี่ยนชื่อป้ายเป็นเรื่องประเพณีปฏิบัติเพื่อความเป็นมหามงคล ไม่ใช่ความต้องการของตน เหมือนการเปลี่ยนชื่อสนามบินหนองงูเห่า เป็นสนามบินสุวรรณภูมิหรือสถานที่ราชการหลายแห่งดำเนินการลักษณะนี้เช่นกัน การต้องจ้างบริษัท ยูนิคฯเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะโครงการสถานีกลางบางซื่ออยู่ในระยะประกันสัญญา จึงต้องให้บริษัท ยูนิคฯ ที่เป็นผู้ก่อสร้างเดิมในโครงการสถานีกลางบางซื่อรับผิดชอบ ส่วนกรณี รฟท.แพ้คดีบริษัท ยูนิคฯ 7,500 ล้านบาท คดียังไม่ถึงที่สุด รฟท.อุทธรณ์คดีอยู่ ส่วนการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนสนใจ ไม่ว่าผลออกมาอย่างไร จะแจ้งให้ประชาชนทราบแน่นอน ไม่มีปกปิด ผิดคือผิด ถ้าถูกต้องดำเนินการต่อ ขอเวลาตรวจสอบเล็กน้อยฉะ กฟน.รีดค่าบริการ 1,911 ล้านจากนั้นเวลา 12.20 น. เข้าสู่ช่วงกระทู้ถามทั่วไป นายมานพ คีรีภูวดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สอบถามนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน เรื่องค่าไฟฟ้าราคาแพงว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 56 ระบุรัฐต้องจัดให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานต่อประชาชนอย่างทั่วถึง การเรียกเก็บจะให้เป็นภาระต่อประชาชนไม่ได้ แต่ค่าบริการรายเดือนในบิลค่าไฟ 38.22 บาทที่ระบุเป็นค่าพิมพ์บิล ค่ารักษามิเตอร์ ค่าจัดส่งเอกสาร ทั้งที่ประชาชนจ่ายค่ามิเตอร์ไปแล้ว เงินประกันอยู่ที่การไฟฟ้าฯ เป็นเรื่องปกติที่หน่วยงานต้องทำบิล ส่งอยู่แล้ว จากการตรวจสอบมิเตอร์ในประเทศไทยมี 50 ล้านมิเตอร์ เท่ากับการไฟฟ้าฯมีรายได้ค่าบริการ 1,911 ล้านบาทต่อเดือน ที่ประชาชนต้องจ่าย ถามว่าค่าบริการรายเดือนดังกล่าวจะจัดการไม่ให้มีได้อย่างไร เพราะไม่เหมาะสม ไม่เป็นธรรมกับประชาชน เก็บค่าบริการเกินควร ในระยะเร่งด่วนมีแนวทางลดค่าไฟฟ้าให้ยั่งยืนอย่างไรรมว.พลังงานโต้เป็นค่ารักษามิเตอร์นายสุพัฒนพงษ์ชี้แจงว่า ค่าบริการรายเดือนเป็นการพิจารณาโดยคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานที่ดูต้นทุนค่าใช้จ่าย เป็นส่วนหนึ่งของการบริการ คำนวณจากปริมาณการใช้ไฟ ขณะที่มิเตอร์ต้องบำรุงรักษาดูแลไม่ให้เสื่อมสภาพเร็ว เคยให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานตรวจสอบว่าค่าบริการส่วนนี้เหมาะสมหรือไม่ ได้รับการยืนยันเป็นตัวเลขเหมาะสม แต่เมื่อสอบถามมาอีกจะสอบถามให้อีกครั้ง อาจให้คณะกรรมาธิการพลังงาน สภาฯ เชิญคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มาชี้แจง เพราะมีหน้าที่ดูแลอัตราค่าบริการที่เหมาะสม ส่วนการแก้ปัญหาระยะเร่งด่วน เราเข้าใจความเดือดร้อนประชาชน พยายามหาช่องทางรักษาอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับกลุ่มเปราะบางและกลุ่มใช้ไฟไม่มากได้อีกหรือไม่ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานหาช่องทางลดหรือแก้ปัญหาอยู่ตลอดจี้ดูแลถนนชำรุดรอบสถานีกลางด้วยนายแสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. พรรคชาติพัฒนากล้า เปิดเผยว่า ระหว่างลงพื้นที่เขตบางซื่อ ใกล้กับสถานีกลางบางซื่อ ที่เพิ่งเปลี่ยนชื่อป้ายชื่อใช้งบฯสูงถึง 33 ล้านบาท ห่างไม่กี่กิโลเมตรพบถนนเป็นหลุมดวงจันทร์ยาวกว่า 1 กิโลเมตร ที่สำคัญยังไม่ได้ปรับปรุงซ่อมแซมมาเกือบ 10 ปี เป็นถนนเลียบทางรถไฟทางเข้าชุมชนโชติวัฒน์ ใต้ทางด่วนประจิมรัถยา เขตบางซื่อ สอบถามชาวชุมชนโชติวัฒน์ต่างบอกว่าเกือบ 10 ปีก่อนหน้านี้ ทางเข้าชุมชนเป็นถนนคอนกรีต รถเข้าออกได้ปกติ แต่ต่อ มาจำเป็นต้องสร้างทางด่วน ทางเข้าออกชุมชนจึงกลายเป็นทางเข้าออกของรถบรรทุกก่อสร้างโครงการ สร้างทางด่วนสำเร็จเสร็จสิ้น แต่ถนนข้างล่างกลายเป็นหลุมอย่างที่เห็น ยานพาหนะคนในชุมชนเสียหาย เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง แท็กซี่ไม่กล้าเข้าชุมชน ไม่มีไฟส่องสว่าง การขนย้ายผู้ป่วยในชุมชนยากลำบากมาหลายปีทั้งที่อยู่กลาง กทม.สภาพถนนเหมือนในถิ่นทุรกันดาร เสียหายเพราะโครงการก่อสร้างของรัฐ อดคิดไม่ได้ว่าถ้าหักเงินค่าเปลี่ยนป้ายสถานีสัก 1 ใน 3 เอามาทำถนนเส้นนี้ ถนนคงเสร็จไปนานแล้ว ขอให้ผู้เกี่ยวข้องใช้งบฯให้คุ้มค่า ดูแลพื้นที่ข้างเคียงด้วย “ศรีฯ” แจ้นร้อง สตง.สอบ รฟท.เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องให้คณะกรรมการ สตง. และผู้ว่าการ สตง.ตรวจสอบกรณี รฟท.ว่าจ้างบริษัทเอกชนจัดทำและเปลี่ยนป้ายชื่อสถานีกลางบางซื่อ เป็นสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์และตราสัญลักษณ์ของ รฟท. นายศรีสุวรรณกล่าวว่า พบข้อพิรุธหลายประการที่ รฟท.ใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีเฉพาะเจาะจงไม่เปิดให้แข่งขันอย่างเป็นธรรม ทำให้จ้างในราคาสูงเกิน อาจขัดหรือแย้งต่อ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ 2560 แม้ รฟท.ชี้แจงก็ไม่มีเหตุผลน้ำหนักเพียงพอที่จะเข้าข่ายข้อยกเว้นเกี่ยวกับความจำเป็นเร่งด่วน หาก สตง.พบผิดปกติต้องส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ“วรงค์” เชื่อตุนกระสุนลุยเลือกตั้งนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี เข้ายื่นหนังสือให้ สตง.ตรวจสอบกรณีเปลี่ยนป้ายชื่อสถานีกลางบางซื่อเช่นกัน นพ.วรงค์กล่าวว่า พรรคสนับสนุนการเปลี่ยนชื่อเป็นสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ แต่ทำไมถึงราคาแพง ตั้งงบไว้ 34 ล้านบาท ชี้เฉพาะเจาะจงที่ราคา 33 ล้านบาท จัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจงอ้างเป็นเรื่องเร่งด่วน ถ้าเปิดประมูลใหม่เชื่อว่าได้ราคาถูกกว่านี้แน่ ตอนนี้การเมืองกำลังหารายได้เพราะจะเลือกตั้ง การทำอะไรหลายๆอย่างของรัฐวิสาหกิจ เชื่อว่ามีฝ่ายการเมืองสั่งการเพียงแต่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร รมว.คมนาคมควรสั่งระงับโครงการให้ สตง.ตรวจสอบก่อน ที่ผ่านมา รฟท.สร้างข้อกังขาหลายประเด็นโดยเฉพาะการประมูลรถไฟรางคู่สายเหนือ-อีสานวงเงิน 128,000 ล้านบาท ซอยเป็น 5 สัญญา มี 5 บริษัทใหญ่เกี่ยวข้องทำให้การประมูลประหยัดงบไปเพียงร้อยกว่าล้าน เอื้อประโยชน์หรือนำไปสู่การทุจริตหรือไม่“นิพิฏฐ์” ฝากฝ่ายค้านซักฟอก มท.1นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกพรรค พปชร.โพสต์เฟซบุ๊กตอนหนึ่งว่า กรณีคำพูดของปลัดกระทรวงมหาดไทย ควรทำให้ยุติเพื่อเป็นบรรทัดฐานว่า เป็นการดูหมิ่นเจ้าพนักงานและผิดวินัยด้วยหรือไม่ ตนว่า เรื่องข้อกฎหมายว่าด้วยการดูหมิ่นเจ้าพนักงานตาม ป.อาญามาตรา 136 และการดูหมิ่นซึ่งหน้าตาม ป.อาญามาตรา 393 น่าจะเริ่มต้นพิสูจน์ผิดถูกกันได้แล้ว ส่วนวินัย มท.1 น่าจะตั้งกรรมการสอบสวนได้ถ้าไม่สอบก็ฝากให้ฝ่ายค้านอภิปรายในปลายเดือนนี้ดู เป็นคนนอกแนะนำชี้แนะได้เท่านี้จะจบอย่างไร ขึ้นอยู่กับมาตรฐานของสังคมโดยรวมไฮไลต์ 9 ม.ค. รอฟัง “ประยุทธ์” เปิดใจผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ว่าการสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค รทสช.ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ในวันที่ 9 ม.ค. ที่ศูนย์การประชุม แห่งชาติสิริกิติ์ นอกจากสมัครเข้าสมาชิกและสวมเสื้อพรรคให้แล้วไฮไลต์จะมีฉายวิดีโอรวบรวมผลงานของ พล.อ.ประยุทธ์พร้อมการกล่าวเปิดใจของ พล.อ.ประยุทธ์บนเวที ขณะที่ผู้มาร่วมงานนอกเหนือจากแกนนำ ผู้บริหารพรรค ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคแล้ว ยังมีทีมงานนายก อบจ.หลายจังหวัดมาร่วม รวมถึง ส.ส.ทั้งจากพรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาธิปัตย์ หลายคนที่จะย้ายมาพรรค รทสช.ไปร่วมให้กำลังใจ โดยวันงานจะไม่เปิดตัวคนอื่นๆเพื่อให้ความสำคัญไปที่ พล.อ.ประยุทธ์คนเดียว ขณะที่พรรคได้เตรียมพร้อมเลือกตั้ง จะจัดตั้งทีมยุทธศาสตร์เพื่อกำหนดทิศทางการหาเสียงแต่ละพื้นที่ มีนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯร่วมวางยุทธศาสตร์หาเสียง และทีมนายก อบจ.หลายจังหวัดร่วมคณะทำยุทธศาสตร์ในพื้นที่ “อนุทิน” ชู “บิ๊กตู่” ลุย ลต.ปิดทางวิธีพิเศษที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม เตรียมสมัครสมาชิกพรรค รทสช. วันที่ 9 ม.ค. ว่า ขอแสดงความยินดี ต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ส่งความปรารถนาดี ขอให้ประสบความสำเร็จทางการเมืองเต็มรูปแบบและถือเป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะในที่สุดระบอบประชาธิปไตยคือระบอบที่สวยงามที่สุด บุคคลที่เคยอยู่ในวงการทหารมา เคยมีความจำเป็นต้องบริหารประเทศในรูปแบบทหารมา ท่านตัดสินใจมาดำเนินงานทางการเมืองภายใต้ระบอบประชาธิปไตย ภายใต้ระบอบรัฐสภา เป็นสิ่งที่ดีและเป็นบทสรุปที่ทำให้เห็นว่าระบอบที่ดีที่สุดในการบริหารประเทศคือระบอบประชาธิปไตย จากนี้ไปไม่มีเหตุผลอะไรที่ใครจะมายึดอำนาจ แอบอ้างเข้ามาบริหารประเทศอีกต่อไป เพราะระบอบประชาธิปไตยคือระบอบที่ดีที่สุดสำหรับการบริหารบ้านเมืองไม่กล้าสอนจระเข้ว่ายน้ำไม่ใช่คู่แข่งเมื่อถามว่าต้องให้การต้อนรับนักการเมืองหน้าใหม่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนักการเมืองตั้งแต่วันแรกที่เป็นนายกฯ ไม่ใช่จะมาเป็นนักการเมืองวันแรก คนเป็นนายกฯคือนักการเมือง อาชีพนายกฯ อาชีพรัฐมนตรีไม่มี เวลากรอกพาสปอร์ตต้องระบุเป็นนักการเมือง เมื่อถามอีกว่าในฐานะเป็นนักการเมืองมาก่อนมีอะไรต้องแนะนำหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ใครจะไปกล้า ท่านมีทั้งวัยวุฒิ คุณวุฒิ และยังเป็นนายกฯมา 8 ปี อย่าสอนจระเข้ให้ว่ายน้ำไม่ได้ อย่าบังอาจเป็นอันขาด เมื่อถามถึงการจับมือกันในอนาคต นายอนุทินกล่าวว่า เป็นเรื่องของผลการเลือกตั้งทุกอย่างอยู่ที่การตัดสินใจของประชาชน เมื่อถามว่าถ้าเป็นเช่นนี้จะมองเป็นคู่แข่งทางการเมืองหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่ามองว่าเป็นตัวเลือก เป็นข้อเสนอทางการเมือง อะไรที่มีตัวเลือกเยอะมีทางเลือกเยอะประชาชนได้ประโยชน์ อย่ามองเป็นคู่แข่ง แม้จะแข่งก็แข่งกันในกติกา เหมือนตีกอล์ฟด้วยกัน เวลาตีไม่มีใครออมให้กันเลี่ยงตอบหลีกทาง “บิ๊กตู่” นั่งนายกฯเมื่อถามย้ำว่าหากพรรค ภท.ได้ ส.ส.มากกว่าพรรค รทสช.จะยอมหลีกทางให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า รอให้ถึงวันนั้นก่อน วันนี้อย่าไปคาดการณ์พรรคอื่น หน้าที่ตนคือคิดนโยบายลงพื้นที่ ทำให้ผู้สมัคร ส.ส.สร้างความมั่นใจให้ประชาชน ผลการเลือกตั้งเป็นอย่างไรค่อยว่ากัน ตอนนี้ยังมีเวลา ไม่ช้าเกินไป เมื่อถามย้ำอีกว่าเป็นเรื่องการรวบรวมเสียง เนื่องจากมีปัจจัย ส.ว.เข้ามาเกี่ยวด้วยใช่หรือไม่ นายอนุทิน พยายามเลี่ยงที่จะตอบระบุเพียงว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม รอตนอยู่ และตอนนี้กำลังจะไอ พร้อมนำกระดาษที่ถืออยู่มาปิดปากภท.ยังอยากให้ ก.ม.กัญชาผ่านสภาฯเมื่อถามถึงนโยบายของพรรคภูมิใจไทยมั่นใจจะชนะเลือกตั้งหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า นโยบายของภูมิใจไทยคือนโยบายที่ดี มุ่งเน้นปากท้อง คุณภาพชีวิต และสุขภาพประชาชน เมื่อถามอีกว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่า พ.ร.บ.กัญชงกัญชาไม่ผ่าน เป็นเพราะพรรคภูมิใจไทยจะใช้ในการหาเสียงใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เป็นการพูดกระทบพรรค ภท.จริงๆเราอยากให้กฎหมายดังกล่าวผ่าน การที่วิปรัฐบาลระบุว่าอาจไม่ทันในสมัยประชุมนี้ไม่ใช่ความผิดของพรรค ภท. เรื่องนี้เราเป็นคนเสนอจะไม่อยากให้ผ่านได้อย่างไร“พิชัย” หนุนเร่งเจรจาแหล่งพลังงานนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า ตามกระแสข่าวที่รัฐบาลโดยนายกฯปิดห้องประชุม ครม.พิจารณาเรื่องแหล่งพลังงานในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชาควรต้องทำเรื่องนี้ อาทิ เป็นแหล่งพลังงานที่มีปริมาณมากและจะเจรจาเฉพาะเรื่องแหล่งพลังงานโดยไม่พูดถึงเขตแดน ก๊าซในอ่าวไทยและก๊าซจากประเทศเมียนมามีปริมาณลดลง ก๊าซจากพื้นที่ทับซ้อนจะทำให้ราคาไฟฟ้าถูกลงได้ รัฐยังได้รายได้มหาศาลจากค่าภาคหลวงขุดก๊าซ หลังจากเจรจาจบแล้วยังต้องใช้เวลา 2-7 ปีกว่าจะขุดก๊าซขึ้นมาใช้ได้ จึงขอสนับสนุนให้รัฐบาลเร่งเจรจาแหล่งพลังงานในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทย-กัมพูชาให้จบโดยเร็ว รัฐบาลที่ดีต้องกล้าตัดสินใจอะไรเป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนต้องเร่งทำแซะ “บิ๊กตู่” ต้องมีมารยาทการเมืองน.ส.ชญาภา สินธุไพร รองโฆษกพรรค พท.กล่าวถึงกรณีนายกฯเตรียมลงพื้นที่ จ.สิงห์บุรี ว่าคงจะลงพื้นที่ถี่ยิบก่อนยุบสภาฯว่า กฎเหล็กคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีรายละเอียดชัดเจนห้ามผู้สมัครรับเลือกตั้งและพรรคการเมืองมอบสิ่งของช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ต่างๆ แต่สังคมสงสัยกฎหมายเลือกตั้งสร้างความไม่เท่าเทียมทางการเมืองหรือไม่ ระหว่างที่มีกฎเหล็ก กกต.180 วันอยู่นี้ นายกฯควรมีมารยาทการเมือง ไม่ควรริเริ่มโครงการขนาดใหญ่ที่จะสร้างภาระงบฯให้รัฐบาลหน้า ไม่โยกย้ายข้าราชการ เพื่อจัดวางคนสร้างความได้เปรียบทางการเมือง ควรระมัดระวังในการใช้จ่ายงบกลางช่วงใกล้สิ้นสุดรัฐบาล“อ้น” ป้องนายกฯลงพื้นที่ดูแล ปชช.น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวตอบโต้ทันทีว่านายกฯลงพื้นที่ปฏิบัติราชการ ห่วงใยใกล้ชิดและรับฟังปัญหาของประชาชน ไม่ได้เอาเปรียบทางการเมือง นายกฯระมัดระวังมารยาท และรักษาหลักเกณฑ์กติกาตามกฎหมาย แม้จะเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง แต่การแก้ไขปัญหาของประชาชนยังต้องดำเนินต่อ เป็นเรื่องการบริหารบ้านเมือง ไม่ใช่บริหารการเมือง พรรค พท.ไม่ต้องเป็นห่วงนายกฯ แต่ควรห่วงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมากกว่าพช.ดันนโยบายเอาใจคนวัยเกษียณเมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อชาติ (พช.) พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ รองหัวหน้าพรรค พช. และ นพ.วิชัย ทวีปวรเดช โฆษกพรรค ร่วมกันแถลงข่าวของขวัญปีใหม่พรรค พช. โดย นพ.วิชัยกล่าวว่า ปีใหม่ พ.ศ.2566 พรรคขอมอบของขวัญปีใหม่ให้ผู้สูงอายุ กลุ่มบุคคลวัยหลังเกษียณอายุราชการและการทำงานในภาคเอกชน อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปด้วยการมอบนโยบายอายุเป็นเพียงตัวเลข ปรับเปลี่ยนการจ้างงานบุคคลที่ดูเพียงแค่อายุเกิดไม่เกิน 60 ปี ให้เปลี่ยนเป็นพิจารณาการจ้างงานด้วยการใช้อายุร่างกาย (Body Age) เป็นตัวชี้วัดความสามารถในการทำงานแทน โดยไม่คำนึงถึงอายุเกิดเพียงอย่างเดียว จะทำให้ลดสังคมผู้สูงอายุ (Ageing Social) ลงได้ หากผลการประเมินระบุว่าบุคคลนั้นๆเป็นผู้มีสมรรถนะร่างกายแข็งแรง มีสุขภาพดีและสามารถทำงานในภาครัฐหรือภาคเอกชนได้ จะพิจารณาจ้างงานในแต่ละสายงานที่จำเป็นและเหมาะสมกับความรู้ความสามารถและประสบการณ์ ตลอดจนความชำนาญงานตามความถนัด โดยจะไม่ถูกจำกัดอายุการทำงานเพียงแค่มีอายุเกิน 60 ปี แต่หากการตรวจสมรรถนะร่างกายไม่ผ่านให้ใช้อายุเกิดเหมือนเดิมต่อไปยึดอายุร่างกายแทนปลดระวาง 60 ปีนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา ในฐานะวิทยากรพิเศษพรรค พช.กล่าวว่า เห็นด้วยกับนโยบายพรรค พช.เรื่องนี้ ที่ให้ยึดอายุร่างกายหรือสมรรถนะร่างกายของบุคคล แทนที่จะจำกัดอายุการทำงานเพียงแค่มีอายุเกิน 60 ปี ถือเป็นการปรับเปลี่ยนจากแนวคิดเดิมๆ ที่มองว่าผู้สูงอายุเป็นภาระของประเทศมาตลอด มาทำให้มองเห็นว่าผู้สูงอายุคือพลังของประเทศชาติและครอบครัว สามารถทำงานหารายได้ให้ครอบครัว นอกจากจะทำให้เกิดประโยชน์ประเทศชาติเรื่องการจ้างแรงงานแล้ว ยังลดภาระงบประมาณของรัฐบาลเรื่องค่าใช้จ่ายบำเหน็จบำนาญให้ผู้สูงอายุที่เป็นข้าราชการหลังเกษียณ เป็นเงินจำนวนมากในแต่ละปี และยังสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้เกษียณอายุราชการในภาครัฐและภาคเอกชนที่มีร่างกายแข็งแรง ต้องการจะทำงานให้องค์กรหลังอายุ 60 ปี“สนธิญา” เต้นแจ้งจับทวีตด่าสุนัขเมื่อเวลา 10.30 น. ที่ศูนย์แจ้งความร้องทุกข์กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษากรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาฯ เข้าพบ ร.ต.อ.หญิง ณัฐชยา วงศ์รุจิไพโรจน์ รอง สว.กก.3 บก.ปอท. เพื่อขอให้ตรวจสอบผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์ ชื่อว่า Oak Panthongtae มีพฤติกรรมโพสต์ข้อความในเชิงหมิ่นประมาทด่าทอจนเกิดความเสียหายแก่ภาพลักษณ์ โดยนำหลักฐานมามอบให้พนักงานสอบสวนพิจารณา โดยนายสนธิญากล่าวว่า ผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์ Oak Panthongtae นำรูปภาพตนไปโพสต์ด่าทอ กล่าวหาว่าเป็นสุนัขรับใช้ เลียรองเท้าบูต และรับใช้เผด็จการ ว่ากระทำเข้าข่ายความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์หรือไม่ และตรวจสอบว่าผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์ดังกล่าวคือใคร