สรุปให้ อภิปรายไม่ไว้วางใจวัน 3 ลุยพุ่งเป้าซักฟอก “บิ๊กตู่” โต้เดือด “อมรัตน์” กลางสภาฯ หลังส่งกระจกให้ส่อง “พิจารณ์” ซัด อาชญากรไซเบอร์ “เต้” ขอให้ปลดปล่อยประเทศ “คารม” ร้อนตัวแจงปมงูเห่า

สรุปการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวาระเรื่องด่วน ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เข้าสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรวม 11 คน วันนี้ (21 ก.ค. 2565) เป็นวันที่ 3 ซึ่งตลอด 2 วัน (21-22 ก.ค. 2565) จะเป็นการอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทั้งหมด


พร็อบยังเยอะ “เต้” ชูพระพุทธรูป ขอบิณฑบาตนายกฯ ลาออกจากตำแหน่ง บอก 8 ปี แล้ว (คลิป)

ตั้งแต่เวลา 08.30 น. เริ่มการอภิปรายโดยอีกบุคคลที่เป็นสีสันสภาผู้แทนราษฎร อย่าง นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ เต้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ อภิปรายด้วยข้อกล่าวหา ทุจริต แสวงหาซึ่งอำนาจ บริหารทรัพยากรธรรมชาติแบบแบ่งเค้กกันไปทุจริตเพื่อพยุงอำนาจตัวเอง ด้อยปัญญาในการบริหารเศรษฐกิจ ไร้วิธีหาเงิน เก่งแต่สร้างหนี้ให้ประเทศ ทำประชาชนสิ้นหวัง พร้อมเปิดคลิปที่เครื่องบินรบของเมียนมาบินรุกล้ำอธิปไตยไทย จนทำให้ประชาชนตามแนวได้รับความเดือดร้อน แต่ พล.อ.ประยุทธ์ กับเกรงใจ และบอกเพียงว่าแค่ตีวงเลี้ยว ไม่ได้ตั้งใจล้ำ

...

ขณะที่ในช่วงท้าย นายมงคลกิตติ์ชูพระพุทธรูปปางอุ้มบาตร แล้วพูดว่า “ขอพูดแทนคนไทยทั้งประเทศ กว่า 60 ล้านคน ขอบิณฑบาต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ปลดปล่อยประเทศไทย ประชาชนคนไทย ให้ท่านลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ท่านปลดปล่อยไปเสียทีครับ เพราะว่า 8 ปีแล้ว ท่านอยู่ไปก็ไม่เกิดประโยชน์ ผมขอบิณฑบาตครับ”

ขณะเดียวกัน นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะวิปฝ่ายค้าน กล่าวกับ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า เป็นการอภิปรายที่แปลก เพราะบนบัลลังก์ไม่มีรัฐมนตรีคนไหนมาเลย

“ขจิตร” หารือ “ชวน” ชี้ นายกฯ ไม่อยู่บัลลังก์ ผิดข้อตกลง แขวะ จะลาออกใช่ไหม (คลิป)


จากนั้นเวลา 09.02 น. นายขจิตร ชัยนิยม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอหารือประธาน ระบุว่า หากนายกฯ ไม่อยู่บัลลังก์นี้ ถือผิดตามข้อตกลงต่อวิป เพราะตนเองไม่เคยพูดลับหลังใคร อย่างน้อยการอภิปราย ต้องทราบว่านายกฯ ยังฟังอยู่ไหม “ตอนนี้นายกฯ อยู่ที่ไหน ผมไม่ได้มาพูดเล่น” ทางด้าน นายชวน ตอบว่า ไม่ทราบว่านายกฯ อยู่ไหน แต่เป็นสิทธิ์ของ นายขจิตร จะหยุดอภิปรายเพื่อนายกฯ ก็ได้ โดยนายขจิตร ถามด้วยว่า ที่ยังไม่มาจะลาออกใช่ไหม ก่อนเข้าสู่เนื้อหาการอภิปรายถึงคดีค่าโง่คลองด่าน ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ สมัยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ 4.8 พันล้านบาท และคนที่ต้องรับผิดชดใช้เงินรัฐ คือ ครม. รัฐบาลประยุทธ์ สมัย คสช.

ต่อมา เวลา 09.47 น. นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า พล.อ.ประยุทธ์ ลุแก่อำนาจช่วยเหลือบุคคลแวดล้อม และในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีอำนาจสูงสุด มีคนบางกลุ่มที่ใช้เส้นสายผ่าน ตร. โดยทราบมาว่า มีลูกชายลูกสาวนักการเมืองคนหนึ่งที่ติดกับ พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นจะตายแทนกันได้ เอาลูกเข้าตำรวจ พล.อ.ประยุทธ์ จัดการให้ แต่ก่อนชื่อ นายสุภรณ์ ตอนหลังเรียนสูงขึ้นเป็น ดร.ชื่อ นายเสกสกล อัตถาวงศ์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ไปไหนมาไหนด้วยกันเป็นเงาตามตัว เดินเป็นฝาแฝด เก่งขนาดแต่งตั้งให้ไปดูแลเรื่องสลากกินแบ่งรัฐบาล ดูไปดูมากลับแบ่งเข้าตัว 

“ผมเพิ่งถึงบางอ้อว่าเหตุใดคนเป็นพ่อถึงสู้ตายเถียงข้างๆ คูๆ ช่วย พล.อ.ประยุทธ์ จนไม่ลืมหูลืมตา การแต่งตั้งลักษณะนี้คือเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้องตนเอง แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จะปฏิรูปตำรวจอย่างไร เบิ้ดคำสิเว้า ดร.คนนี้ไม่ธรรมดา เสกอะไรก็ได้ การปฏิรูปอะไรต้องดูตัวผู้บริหาร ตำรวจดีๆ ทำงานเขาเสียน้ำใจ นายกฯ จะต้องตอบเรื่องนี้ว่าแต่งตั้งเข้าไปได้อย่างไร ต้องจำไว้ว่าไม่ได้เป็นผู้จ่ายเงินให้ตำรวจเอง เพราะตำรวจแต่ละคนกว่าจะเกษียณคำนวณดูจะต้องเสียเงินกว่า 32 ล้านบาทต่อคน เมื่อแต่งตั้ง 2 คน ก็ใช้ภาษีของประชาชน 64 ล้านบาท แต่กลับไม่ได้มีความสามารถในการดำเนินการให้หน่วยงานได้อย่างเต็มที่” 

“อมรัตน์” เปิดหลักฐาน กองทัพล็อกงานให้ผู้รับเหมา แบ่งเค้กหลายพันล้าน (คลิป)


เวลา 10.30 น. ถึงคิว นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ถือเป็นอีกคนที่ถูกจับตาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ ถึงความผิดปกติในการประมูลโครงการที่เกี่ยวข้องกับการทำลายอนุสาวรีย์ที่มีความเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 หลายโครงการ ภายใต้การดูแลของกองทัพ ที่ชัดเจนว่าเป็นการล็อกผลการประมูลให้กับผู้รับเหมาบางราย กรณีโครงการรื้อถอนอนุสาวรีย์พระยาพหล และจอมพล ป. ที่กองทัพบกเป็นผู้จัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีการคัดเลือก ซ้ำผู้รับเหมาเข้ารื้อถอนตั้งแต่เดือน ม.ค. 2563 หรือก่อนที่จะประกาศผู้ชนะการเสนอราคาถึง 15 เดือน รวมถึงโครงการสร้างแท่นประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 9 และงานปรับปรุงภูมิทัศน์ ที่จะนำมาแทนที่อนุสาวรีย์พระยาพหลที่เพิ่งทำการรื้อถอนออกไปด้วย

อย่างไรก็ตาม นางอมรัตน์ ยังได้มอบกระจกให้ พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมกล่าวว่า “ท่านปิดช่องคอมเมนต์ในเพจนายกฯ ชื่อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประชาชนไม่มีสิทธิ์ที่จะสะท้อนความรู้สึกไปยังท่านได้ กระจกบานนี้เวลาที่ท่านชี้หน้าใครบอกว่าก่อความวุ่นวาย ความไม่สงบ ท่านมองที่กระจกบานนี้ เวลาที่เที่ยวชี้หน้าใคร บอกว่าไม่มีมารยาท ไม่รักชาติ มองที่กระจกบานนี้ และเวลาที่ท่านว่าใครว่าไม่อ่านประวัติศาสตร์ ท่านก็มองที่กระจกบานนี้ ทั้งหมดคนในกระจก”

บิ๊กตู่ อัดวิวาทะเดือด อมรัตน์ พูดแรงก็อดไม่ได้เหมือนกัน ยอมแพ้เรื่องพูดส่อเสียด (คลิป)


เวลา 11.14 น. พล.อ.ประยุทธ์ ลุกขึ้นชี้แจงครั้งแรกของวัน ว่า เมื่อเช้าขออนุญาต ติดภารกิจนิดหนึ่ง ถวายเครื่องสักการะแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ขอแบ่งขอมอบให้กับทุกคนด้วย เนื่องในเวลาช่วงอันเป็นมงคลนี้ ก็สุดแล้วแต่ว่าใครจะรับได้รับไม่ได้ ก็แล้วแต่ เพราะทุกอย่างเป็นไปตามกรรม กรรมดีย่อมเป็นไปตามกรรมดี ทำกรรมไม่ดีก็คงปรากฏต่อไป

“ไปดูสิว่าใครทำประโยชน์มากกว่า ผมเองเห็นท่าน (อมรัตน์) เคลื่อนไหวอยู่ข้างนอกตลอดเวลา ท่านบอกว่าท่านศึกษาประวัติศาสตร์ โอเค ก็ดี ท่านก็ศึกษาส่วนที่ดีบ้างก็แล้วกัน ที่ทำหลายๆ อย่างวันนี้ก็ปรากฏแล้วว่าหลายๆ อย่างเกี่ยวข้องกับการก้าวล่วงสถาบันของชาติ ซึ่งผมรับไม่ได้อยู่แล้ว ผมก็จำเป็นต้องพูด” พร้อมกล่าวถึงเรื่องกระจกว่า “ผมคงไม่ใช้กระจก” 

โดย นางอมรัตน์ ลุกขึ้นขอใช้สิทธิ์พาดพิง ว่า “นายกฯ กล่าวถึงตนเองว่ากล่าวล่วงสถาบัน ตรงไหน และมาตราและข้อหานี้มันผิด มีโทษร้ายแรง อยู่ดีๆ จะมาปากพล่อยว่าคนอื่นมั่วๆ อย่างนี้ได้อย่างไร อย่ามั่ว เที่ยวพูดตีขลุมแบบนี้” นายกฯ จึงตอบโต้ว่าขอบคุณและเชิญนั่งลง ขอชี้แจงเอง “ก็เวลาท่านพูดอะไรมาทั้งหมด ผมก็ฟังได้ คือผมไม่ได้ว่าอะไรเกินความเป็นจริงเท่าไร เพราะว่าไปดูในคดีต่างๆ ก็มีหลายคดี ก็ไปต่อสู้คดีเอาก็แล้วกัน”

นางอมรัตน์ จึงประท้วงและขอใช้สิทธิ์พาดพิงอีกครั้ง ขอให้นายกฯ ถอนคำพูดทั้ง 2 อย่าง “ม.112 โทษร้ายแรง ท่านจะมาพูดให้ใครๆ อย่างนี้ได้อย่างไร นี่ก็เอาเด็กไปเข้าคุก ไม่ยอมปล่อยให้ประกัน อย่ามั่วค่ะ ถอนคำพูดค่ะ เมื่อวานก็ทำผิดกาลเทศะในสภาฯ” นายกฯ ตอบโต้กลับว่า “ผมไม่ถอน”

ในช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า เวลาพูดโจมตี ถึงจะรับไม่ค่อยได้แต่ต้องรับ เพราะเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นหลายท่านก็พูดโน่นนี่โน่น ถามว่ามีสักกี่คนในห้องนี้ที่เป็นนายกฯ มาก่อน เพราะฉะนั้นตนเองย่อมมีประสบการณ์มากกว่าท่าน แต่เรื่องจะพูดแข่ง พูดส่อเสียดให้ร้าย สู้ไม่ได้หรอก ผมยอม

จิราพร ปูดเอกสารใหม่ เชื่อทำ “บิ๊กตู่” ย้ายไปอยู่เรือนจำ บ้านหลวงหลังใหม่ (คลิป)


ทางด้าน น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย เริ่มอภิปรายต่อในวลา 12.53 น. ถึงเรื่องเหมืองทองอัครา ที่ถูกสั่งปิดโดยใช้มาตรา 44 ในสมัยที่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นหัวหน้า คสช. ว่า เข้าข่ายกระทำผิด เป็นผู้ได้รับประโยชน์ทางตรงหรือทางอ้อม ทำผิดต่อรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และมาตรฐานทางจริยธรรม และปัจจุบันคดียังไม่ถึงที่สุด ความเสียหายมีแนวโน้มจะลุกลามบานปลาย จึงต้องทวงคืนความยุติธรรมให้ประเทศและคนไทย พร้อมเปิดเผยเอกสารหลักฐานสำคัญชิ้นใหม่ที่ไม่เคยนำมากล่าวในสภาฯ จากสำนักงานอัยการสูงสุด ที่มีการเสนอให้ยกเลิกคำสั่ง คสช. และคืนสิทธิ์เหมืองทองอัครา แต่จนปัจจุบันก็ยังไม่ได้ยกเลิกคำสั่ง หากในท้ายที่สุดแพ้คดี ไทยต้องชดใช้ไม่ต่ำกว่า 720 ล้านเหรียญสหรัฐ หนี้สาธารณะทะลุ 10 ล้านล้านบาทแล้ว กู้ทะลุเพดาน ค่าโง่ทะลุผ่านดิน

“มั่นใจว่าหากกฎหมายเป็นกฎหมาย บ้านเมืองมีขื่อมีแป ด้วยพยานหลักฐานที่มีเชื่อว่าในอนาคตจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีการออกคำสั่งที่ 72/2559 ตามมาตรา 44 ของ พล.อ.ประยุทธ์ และเชื่อว่าด้วยพยานหลักฐานที่จะยื่นต่อ ป.ป.ช. เพื่อฟ้องเอาผิดหลังจบการอภิปรายในวันนี้ จะสามารถทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ย้ายจากบ้านหลวงในค่ายทหาร ไปอยู่บ้านหลวงหลังใหม่ ไฟฟรี น้ำฟรี ข้าวฟรี ที่เรียกว่าเรือนจำได้”

“นิยม” ยัน ไม่สามารถไว้วางใจ นายกฯ ซัด เอาสมบัติศาสนา ไปหาประโยชน์


เวลา 13.50 น. นายนิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย เป็นผู้อภิปรายคนต่อไป ถึงการเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง บริวารโดยไม่มีการตรวจสอบของนายกฯ ซ้ำยังข้ามสายงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้มาเป็นผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ถือว่าเป็นยุคที่พระศาสนาปั่นป่วนมากสุด เพราะมีการจับพระสงฆ์มากที่สุด และ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ที่สร้างความเสื่อมเสียที่สุดวงการพระสงฆ์ไทย ขณะที่ประเด็นตลาดเฉลิมโลก ประตูน้ำ มีการทำสัญญาเช่ากับเอกชนที่ไม่ชอบ เป็นสัญญาฉ้อฉล ผิดกฎหมาย เป็นสัญญาเช่าที่ภาครัฐเสียเปรียบเป็นอย่างมาก

“ขอถามนายกฯ ว่ารู้หรือไม่ คนอยู่เบื้องหลังนี้คือใคร พระสงฆ์รู้กันทั้งประเทศ ผมจึงไม่สามารถไว้วางใจนายกฯ เนื่องจากมีพฤติกรรมฉ้อโกงทรัพย์สินพระพุทธศาสนา ที่ผ่านมาท่านก็ทำกรรมหนักอยู่แล้ว”

ทุจริตงบกลาง “ประเสริฐ” แฉวันเดียวอนุมัติเงินอบรมปลูกเห็ด-กัญชา 2,051 ล้าน

ในเวลา 14.27 น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นกล่าวอภิปรายในข้อกล่าวหาทุจริตต่อหน้าที่ในการใช้งบกลางวงเงิน 2,051 ล้านบาท โดยก่อนเข้าสู่เนื้อหา ได้กล่าวถึงเรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ พูดวานนี้ กล่าวหาพรรคฝ่ายค้านว่ามีแต่นั่งร้านไม่มีหัว ซึ่งเป็นการเข้าใจผิด เพราะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรคือ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ไม่เหมือนกับ พล.อ.ประยุทธ์ ที่อ้างว่ามีหัว ขอเรียนว่า ท่านมีแต่หัว แต่ไม่มีสมอง จากนั้นอภิปรายถึงงบประมาณที่อ้างว่ามีการทุจริต โดยใช้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นฉากบังหน้า อีกทั้งเป็นโครงการมีความซ้ำซ้อนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ตั้งชื่อโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีนวัตกรรมด้านเกษตรกรรมและสมุนไพร แท้จริงเป็นการอบรมปลูกเห็ด และยังส่งเสริมการใช้สมุนไพรบวกกับกัญชา 

“พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้าผู้บริหารราชการแผ่นดิน ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริต จงใจกระทำผิดต่อนโยบายการปราบปรามการทุจริตที่แถลงต่อรัฐสภา ทำผิดต่อกฎหมายฮั้ว กฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง ผิดต่อมติ ครม. ในลักษณะบิดผันการใช้อำนาจ ทำให้งบประมาณของแผ่นดินที่ต้องกู้มาในยามที่ประเทศเกิดวิกฤติ เกิดโรคระบาดโควิด-19 แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ยังหาช่องทางการทุจริต โดยเสกสรรปั้นแต่งโครงการที่ไม่ควรจะเกิด ให้ซ้ำซ้อนกับกระทรวงเกษตรฯ อนุมัติโครงการด้วยความเร่งรีบรวบรัดเพียงวันเดียว ไม่สนใจคำทักท้วงของสำนักงบประมาณ”

เพื่อนหักเพื่อน “แรมโบ้” จ่อฟ้อง “ประเสริฐ” อภิปรายกล่าวหาเอี่ยวทุจริต


ขณะเดียวกันที่นอกห้องประชุมสภาฯ นายเสกสกล อัตถาวงษ์ หรือ แรมโบ้อีสาน อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ชื่อแจงต่อสื่อมวลชนในเวลา 15.20 น. กรณี นายประเสริฐ กล่าวหาพาดพิงว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตงบกระทรวงการอุดมศึกษาฯ โดยบอกว่าไม่รู้เรื่อง และไม่เป็นความจริง และจะฟ้อง นายประเสริฐ แน่นอนที่ทำให้เสื่อมเสีย

“การพาดพิงกล่าวหาผมให้มีความเสียหาย เพื่อนก็เพื่อนเถอะโดนผมฟ้องแน่ ผมไม่ปล่อยไว้เด็ดขาด และถ้ามีกระบวนการทุจริต ก็มีกฎหมาย มีองค์กรอิสระ ก็ให้ไปร้องทุกข์กล่าวโทษ ทำไมต้องมาพาดพิงถึงผม ผมต้องรักษาสิทธิส่วนบุคคล ที่ต้องร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีฟ้องร้อง นายประเสริฐ งานนี้เจอกันในศาล ผมไม่ยอมให้นายประเสริฐ มาก้าวร้าว ใส่ความให้เสียหาย ผมต้องปกป้องศักดิ์ศรีของผม”

โต้ใช้เส้น “บิ๊กตู่” เอาลูกเข้าตำรวจ สวนกลับไม่พูดถึงตระกูลชินวัตรบ้าง 

นอกจากนี้ ยังชี้แจงกรณี นายสมคิด กล่าวหาว่า พล.อ.ประยุทธ์ ใช้เส้นสายแต่งตั้งลูกชาย-ลูกสาวเข้ารับราชการตำรวจ ว่า นายกฯ ไม่ได้เกี่ยวข้อง แต่ลูกจบเกียรตินิยมอันดับหนึ่งสอบเข้าเรียนนายสิบได้ ถูกเลือกไปทำงานอยู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับงานด้านต่างประเทศเพราะเก่งภาษา ก่อนถามกลับผู้อภิปราย ทำไมไม่ย้อนไปดูในอดีตที่มีการตั้งคนนามสกุลชินวัตร เป็น ผบ.ทบ. ตั้งคนนามสกุลดามาพงศ์ เป็น ผบ.ตร. ตั้งคนนามสกุลวงศ์สวัสดิ์ เป็นคนใหญ่คนโตมากมาย สืบทอดทายาทอสูรเป็นนายกรัฐมนตรีมากี่คนแล้ว ทำไมไม่ไปดูตรงนั้นบ้าง

ก้าวไกล แฉ “ประยุทธ์” อาชญากรไซเบอร์ สั่งซื้อ 3 สปายแวร์ระดับโลกสอดแนมประชาชน (คลิป) 


เวลา 15.55 น. นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ ในข้อกล่าวหา จงใจใช้อำนาจฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง จงใจคุกคามละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอย่างไม่เคยเกิดมาก่อน ใช้งบประมาณเพื่อให้ตนเองอยู่ในอำนาจนานที่สุด ลงทุนทางด้านไซเบอร์มาจัดการกับประชาชนที่เห็นต่าง จนกลายมาเป็นอาชญากรไซเบอร์เอง พร้อมเปิดโปงการซื้อสปายแวร์ระดับอาวุธสงครามร้ายแรง 3 ชนิด หนึ่งในนั้นคือสปายแวร์เพกาซัส (Pegasus) ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจในขณะนี้ หลังจากที่ไอลอว์ ระบุว่ามีนักวิชาการ นักกิจกรรม และนักสิทธิมนุษยชนอย่างน้อย 30 คน ถูกแฮกโดยเพกาซัส

ที่สำคัญ นายพิจารณ์ ยังได้เปิดเผยว่า ตรวจสอบพบหลักฐานการเบิกจ่ายงบประมาณของกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เพื่อซื้อชุดอุปกรณ์ค้นหาตำแหน่งโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ Circles จำนวน 9 รายการ ในระหว่างปี 2558-2563 และพบอีก 10 รายการ ที่เบิกจ่ายงบประมาณซื้อชุดอุปกรณ์ค้นหาตำแหน่งโทรศัพท์มือถือเช่นเดียวกัน แต่ไม่ระบุยี่ห้อ โดยจากรายงานของ Citizen Labs ตรวจพบการใช้งานสปายแวร์ Circles โดยหน่วยงานราชการไทย 3 หน่วยงาน คือ หน่วยข่าวกรองทหารบก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด

“ในวันนี้ ชัดเจนว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ใช้อาวุธสงครามร้ายแรงอย่างสปายแวร์เพกาซัสกับอริราชศัตรู แต่กลับใช้กับประชาชน อ้างว่าใช้กับอาชญากร แต่แท้จริง พล.อ.ประยุทธ์ กำลังประพฤติตนเป็นอาชญากรไซเบอร์ หันอาวุธสงครามใส่ประชาชนเสียเอง”

“คารม” ร้อนตัวปรากฏการณ์งูเห่ากินกล้วยของ “ส.ส.อิ่ม” บอกครั้งหน้าจะไปอยู่ภูมิใจไทย 

เมื่อเวลา 17.32 น. เป็นการอภิปรายของ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ถึงเรื่องจุดเริ่มต้นวิกฤติประชาธิปไตยไทย การสืบทอดอำนาจอย่างมิชอบธรรม มีการแทรกแซงและครอบงำรัฐสภา โดยเฉพาะเรื่องประชาธิปไตยแบบงูเห่ากินกล้วย เพื่อแทรกแซงผลโหวตงบประมาณ โหวตไว้วางใจ โหวตให้ผ่านกฎหมาย และรักษาเก้าอี้รัฐมนตรี โดยวันนี้การเมืองไทย ใช้การแจกกล้วยเป็นสำคัญให้การลงคะแนนไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย ถามว่ากล้วยจากนั้นมาจากไหน มาจากภาษีประชาชน มาจากการฉ้อฉล คอร์รัปชัน

“ซีรีส์การแจกกล้วยเลี้ยงงูเห่ามีหลายรูปแบบ ตั้งแต่การยุบพรรคการเมือง หรือการขู่ว่าจะยุบพรรค จากนั้นก็ใช้กล้วยเพื่อล่อซื้อ ให้ ส.ส.จำนวนหนึ่งย้ายพรรค จนยอมทรยศเจตนารมณ์ของประชาชน ที่เลือกเข้ามา นี่คือความถดถอย และสร้างความอ่อนแอในระบบการเมืองไทย ไปขึ้นเวทีปราศรัย สนับสนุนฝ่ายรัฐบาล อย่างไม่ละอายใจ ทั้งที่ยังไม่มีการประกาศยุบสภา หรือเลือกตั้งรอบใหม่ ทั้งๆ ที่ส.ส.เหล่านั้น ยังเป็นสมาชิกอีกพรรคการเมืองอยู่ พวกท่านก็ทำได้ โดยไร้ความละอายใจเป็นอย่างยิ่ง”

ทางด้าน นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นประท้วง โดยแนะนำตนเองแต่ไม่บอกสังกัดพรรค อ้างว่า น.ส.ธีรรัตน์ พาดพิงเรื่องงูเห่ากินกล้วย เป็นการเสียดสีใส่ร้าย และระบุชัดว่า ครั้งหน้าจะไปอยู่พรรคภูมิใจไทย แต่ไม่มีเหตุผลจะมากล่าวหาว่า คนที่จะย้ายพรรคเขาไม่ได้อยู่พรรคคุณ แล้วเขาต้องไปรับอะไรหรือทำอย่างนั้นเพราะเหตุผลอะไร โดยนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ห้ามปรามและวินิจฉัยว่า ผู้อภิปรายพูดกว้างๆ ไม่ได้ระบุตัวตน เป็นการพูดเชิงเปรียบเทียบเท่านั้น ขณะที่ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ประท้วง นายคารม ว่า “ผู้อภิปรายไม่ได้เอ่ยชื่อใคร ท่านตั้งแต่เมื่อวานแล้ว หากไม่ได้กินกล้วย ก็ไม่ต้องเดือดร้อน”

“ครูมานิตย์” บอก 8 ปี นายกฯ พอเถอะครับ อย่าอยู่ต่อ เปรียบ “ตู่ไบโพลาร์”


เวลา 18.10 น. นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย อภิปรายเปรียบเทียบ พล.อ.ประยุทธ์ ว่า ตู่ไบโพลาร์ อารมณ์แปรผันแปรเปลี่ยน อีก 3-4 วัน ท่านก็ว่าเป็นคนตลก เราจะเอาคนอย่างนี้มาบริหารประเทศจริงๆ หรือ ไม่มีการปรับ ครม. หลังเอาออกไป 2 คน เพราะเพียงแต่ต้องการรักษาอำนาจ หากปรับแล้วมันเกิดการแรงกระเพื่อม และขอว่าอย่าไปต่อ สงสารเด็กในวันหน้า ไม่ใช่ไม่เก่ง ยังเดินสมาร์ทอายุจะ 70 แล้ว แต่วันนี้กลับไปเถอะ ขอให้คืนประเทศอย่างที่เพลงท่านร้อง ผู้นำที่ดีเขาต้องแก้ปัญหา ยิ่งมาเป็นนายกฯ ต้องทำให้ประเทศเจริญ ในวิกฤติแก้ได้เพราะมีกึ๋น ส่วนเรื่องสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หาร 100 วันสุดท้าย ก่อนโหวตในสภาฯ จะเอาหาร 100 หรือ หาร 500 ตนเองก็มีเพื่อนใน ส.ว.หลายคน ก็ถามเพื่อนว่าจะเอาอย่างไร เขาก็บอกว่า “ธงยังไม่มา ใบสั่งยังไม่มี รอธง รอใบสั่ง” และเลือกอีกครั้งเชื่อว่าหีบแตก ประชาชนจะเลือกเพื่อไทย ก้าวไกล เสรีรวมไทย ยืนพื้น.