การเมืองไทยถึงทางตัน

ข่าว

    การเมืองไทยถึงทางตัน

    ลม เปลี่ยนทิศ

      14 ก.ย. 2564 06:24 น.

      การเมืองไทยเวลานี้ ทำให้ผมคิดถึงนิทานสิบกว่าปีก่อน เรื่อง “พระเจ้าสร้างโลก” ที่เล่ากันว่า กาลครั้งหนึ่ง พระเจ้าทรงหิ้วถุงวิเศษใบหนึ่ง ในถุงมีของดีมากมาย เพื่อไปสร้างโลกในที่ต่างๆ แต่ละประเทศพระเจ้าจะให้สิ่งดีและไม่ดีควบคู่กันไป เพื่อไม่ให้ประเทศใดประเทศหนึ่งเจริญกว่ากัน ระหว่างที่ทรงสร้างโลกไปเรื่อยๆ ทรงลืมประเทศรูปขวานในอินโดจีนไปสนิท ขณะที่ทรงสะพายถุงวิเศษข้ามภูเขาหิมาลัย ถุงวิเศษถูกเกี่ยวขาด ของดีในถุงมากมาย เช่น หาดทรายอันสวยงาม แผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์ ศิลป วัฒนธรรมอันงดงาม อาหารอร่อยที่สุดในโลก ผลไม้ดอกไม้นานาพันธุ์ ร่วงหล่นลงไปที่ ประเทศไทย ทั้งหมด

      พระเจ้าตกใจ จะทำไงดี ประเทศไทยเจริญกว่าทุกประเทศแน่นอน ภัยธรรมชาติต่างๆ เช่น พายุไต้ฝุ่น พายุเฮอริเคน ทะเลทราย ภูเขาไฟ แผ่นดินไหว ก็เอาไปให้ประเทศอื่นหมดแล้ว

      ในที่สุดพระเจ้าก็คิดออก ทรงสร้าง “นักการเมืองไทย” ขึ้นมาให้กับประเทศไทย ถ้ามีนักการเมืองไทยอยู่ละก๊อ ต่อให้ประเทศไทยสมบูรณ์แค่ไหน ก็ไม่มีวันเจริญก้าวหน้ากว่าประเทศอื่น ฟังนิทานแล้วเจ็บปวดนะครับ เป็นนิทานที่เล่ากันแพร่หลายเมื่อสิบกว่าปีก่อนช่วงที่การเมืองไทยเลวร้ายสุดๆ แต่สิบกว่าปีที่ผ่านมานักการเมืองไทยกลับไม่ได้พัฒนาไปไหนเลย ซ้ำร้ายถอยหลังไปสู่ ยุคสภาหินอ่อนการแจกกล้วยในสภามีมาในสมัยนั้นแล้ว

      วันวาน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจาก พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เพิ่งโพสต์ว่า วันนี้เป็นวันที่ฟ้าจะเริ่มสว่างอีกครั้ง จำนวนผู้ติดเชื้อค่อยๆลดลง จำนวนผู้ฉีดวัคซีนมากขึ้นต่อเนื่อง ไม่เกินเดือนหน้า เราน่าจะสามารถฉีดวัคซีนได้มากกว่าครึ่งในจังหวัดส่วนมาก แล้วจะค่อยๆกลับสู่วิถีชีวิตแบบเดิม

      แต่ทว่า การแตกหักทางการเมืองระหว่างพี่น้อง 3 ป. ที่ครองอำนาจการเมืองไทยมายาวนาน น้องเล็ก น้องกลาง พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา กับพี่ใหญ่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. กลับเป็นอุปสรรคใหญ่ต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจที่เปรียบเสมือนพายุใหญ่ที่กำลังรออยู่ข้างหน้า เราจะรับมือกับโรคระบาดที่เกจิหมอหลายท่านบอกว่า อาจจะเกิดการระบาดระลอกที่ 5 และ จะหาเงินก้อนโตมาฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ตกต่ำไปทุกหย่อมหญ้าได้อย่างไร ท่ามกลางความแตกแยกของผู้มีอำนาจในรัฐบาล เพื่อแย่งชิงอำนาจทางการเมืองและผลประโยชน์ส่วนตัว

      พล.อ.ประวิตร วันนี้ก็ไม่ต่างไปจาก พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ในอดีต เมื่อมีอายุมากก็จะฟังคำพูดคนใกล้ตัวมากกว่า จึงไม่แปลกที่ พล.อ.ประวิตร จะเลือกฟังคนใกล้ตัว เช่น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค พร้อมเปิดศึกกับน้องเล็ก พล.อ.ประยุทธ์ แบบไม่ถอย ซ้ำเติมประเทศชาติที่บอบช้ำสาหัสอยู่แล้วให้บอบช้ำหนักขึ้นไปอีก

      เรื่องราวทั้งหมดที่ พี่น้องบูรพาพยัคฆ์ 3 ป. ต่อสู้กัน ก็เพื่อ “แย่งชิงอำนาจ” ความเป็นใหญ่ ซึ่งเป็น “เรื่องส่วนตัว” ที่ไม่ได้เกี่ยวกับ ผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน เลยแม้แต่นิดเดียว แต่ ประเทศชาติ และ ประชาชน กลับถูกสามพี่น้องบูรพาพยัคฆ์จับไปเป็น “ตัวประกัน” ในการแย่งชิงอำนาจทางการเมืองครั้งนี้

      เมื่อวานนี้ คุณยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย วิเคราะห์ได้ตรงดี พล.อ.ประยุทธ์จะบริหารประเทศต่อไปไม่ได้ เพราะไม่มีเงินบริหารประเทศ เนื่องจากเงินกู้ครั้งแรก 1 ล้านล้านบาท หมดเกลี้ยงแล้ว ตอนนี้กำลังใช้เงินกู้ 5 แสนล้านบาท อีกไม่นานก็เกลี้ยง และกู้เพิ่มใหม่ไม่ได้ ไม่กู้เพิ่มก็อยู่ไม่ได้ ถ้ากู้เพิ่มต้องเสนอ พ.ร.ก.ให้สภาเห็นชอบ ถ้าจะขยายเพดานเงินกู้ก็ต้องผ่านสภา เมื่อเป็น กฎหมายการเงิน เชื่อว่า กลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส ซึ่งมี ส.ส.ประมาณ 40 เสียง ต้องโหวตคว่ำแน่นอน ถ้าคว่ำ พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออก หรือยุบสภา

      นี่คือ อนาคตอันน่าเศร้าของประเทศไทย จากการแย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์ของ นักการเมืองไทย ที่ พระเจ้าใจร้าย สร้างไว้ให้กับประเทศไทย เจ็บครั้งนี้คนไทยต้องจำให้ฝังใจ เมื่อวันเลือกตั้งมาถึงต้องคิดบัญชีให้สาสม เพื่ออนาคตของทุกคนเอง.

      “ลม เปลี่ยนทิศ”

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      การเมืองการเมืองไทยนักการเมืองขัดแย้งทางการเมือง3 ป.พรรคพลังประชารัฐหมายเหตุประเทศไทยลม เปลี่ยนทิศ

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน 2564 เวลา 16:31 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์