ไลฟ์สไตล์
100 year

โดนเตะตัดขา “สมศักดิ์ เทพสุทิน” ข้องใจ ปมถูกแฉ ป.เอกคนสนิท

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
15 เม.ย. 2564 05:20 น.
SHARE

“วิรัช” โต้เกมการเมืองฝ่ายค้าน แค่อิจฉาที่เห็นพรรคร่วมรัฐบาลแน่นปึ้ก “เสรี” รับลูก ประเมินแล้วอยู่กันไปยาวๆ พท.แหยงเลือกตั้ง “สมคิด” ชี้ยังไม่มีเหตุให้ยุบสภา ทำได้อย่างมากปรับ ครม.เขี่ยตัวถ่วงออกไป จัดทีมรับศึกเลือกตั้ง “สมพงษ์” คุมโซนเหนือตอนบน “กฤษณา” เหนือตอนล่าง “ประเสริฐ-เกรียง” ดูแลภาคอีสาน “เหลิม-เพ้ง-แจ๋น” คุมเมืองกรุง “ไทยไม่ทน” นัดรวมพลใหญ่ 24 เม.ย. ล้ม “ระบอบประยุทธ์” “สมศักดิ์” ข้องใจปม ป.เอกคนสนิทโผล่ช่วงใกล้จัดทัพ พปชร.ใหม่ “บิ๊กป้อม” ตั้ง “ไพบูลย์” นำทีมสอบ

ตามที่พรรคก้าวไกลพยายามกดดันพรรคร่วมรัฐบาลให้ถอนตัว เพราะมองว่าวิกฤติที่รุมเร้าอยู่ขณะนี้ พรรคแกนนำอย่างพลังประชารัฐไม่สามารถประคับประคองรัฐนาวาไปได้ตลอดรอดฝั่ง ทำให้นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ต้องออกมาตอบโต้ว่าเป็นแค่เกมการเมืองของฝ่ายค้านเท่านั้น

ข่าวแนะนำ

“วิรัช” โต้ฝ่ายค้านอิจฉา รบ.ปึ้ก

เมื่อวันที่ 14 เม.ย. นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงกรณีพรรคฝ่ายค้าน ขบวนการไทยไม่ทนสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย กดดันให้ 3 พรรคร่วมถอนตัวออกจากรัฐบาลเพื่อเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีว่า เป็นแค่เกมการเมือง รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ขอเดินหน้าบริหารประเทศต่อไป ฝ่ายค้านคงเห็นว่ารัฐบาลบริหารประเทศเข้าสู่ปีที่ 2 แข็งแกร่งขึ้นเยอะ อย่างน้อยมีเสียงเกินกึ่งหนึ่ง มีความเป็นปึกแผ่นและแน่นแฟ้น มีปัญหาหรือติดขัดอะไรโทรศัพท์ประสานกันตลอด ใครบอกรัฐบาลไม่มีผลงาน ลองลงพื้นที่ไปต่างจังหวัดจะพบว่าประชาชนชื่นชอบนโยบายรัฐบาลมาก โดยเฉพาะโครงการไทยชนะ โครงการคนละครึ่ง ไม่เห็นมีใครพูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ส.ว.รับลูกอยู่กันไปยาวๆ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. กล่าวว่า ดูสถานการณ์การเมืองขณะนี้แล้วไม่น่าจะมีการยุบสภา เชื่อว่าไม่มี ส.ส.คนใดอยากให้ยุบสภา เพราะยังเหลือเวลาอีก 2 ปี ยุบแล้วไม่รู้ว่าเลือกตั้งใหม่จะได้กลับเข้ามาหรือไม่ คนที่พูดอยากให้ยุบปากกล้าขาสั่นไปอย่างนั้น การจะยุบสภาหรือไม่มีปัจจัยสำคัญคือ 1.กฎหมายสำคัญที่ทำให้รัฐบาลไม่สามารถบริหารประเทศได้ เช่น พ.ร.บ.งบประมาณ กฎหมายเกี่ยวกับการเงินไม่ผ่านสภา 2.พรรคร่วมรัฐบาลแตกคอ และเชิญพรรคอื่นมาร่วมไม่ได้ 3.พรรคหลักในรัฐบาลเป็นที่นิยมของประชาชน หากประเมินแล้วกระแสไม่ดีส่วนใหญ่นายกฯจะไม่ยุบสภา แต่หากกระแสดีอาจมีการยุบสภาเกิดขึ้นได้ ปัจจุบันดูจากผลงานแล้วมีคนสนับสนุนนายกฯและรัฐบาลมากกว่าไม่เอา แม้จะมีปัญหาเศรษฐกิจก็เป็นปัญหาทั้งโลก การยุบสภาจึงเป็นไปได้ยาก เว้นแต่ปีสุดท้ายที่แต่ละพรรคเริ่มหาเสียง จะเริ่มแยกตัวและสร้างผลงานตัวเอง ช่วงนั้นจะวุ่นวาย จะเกิดเหตุยุบสภาก็ช่วงปีที่ 4 มีโอกาสสูง ส่วนม็อบที่ออกมาไล่นายกฯและรัฐบาลทุกวันไม่มีผล เพราะเป็นกลุ่มคนส่วนน้อย ทำผิดกฎหมายทุกวัน ไม่ใช่เหตุแห่งการยุบสภาในช่วงนี้ ดูตามเหตุผลแล้วรัฐบาลอยู่ยาว

พท.แหยงเลือกตั้งยังไม่ต้องยุบ

นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพรรคก้าวไกลประเมินว่ารัฐบาลอาจยุบสภาหลังเผชิญปัญหารุมเร้าว่า เท่าที่ประเมินแล้วเห็นว่ายังไม่มีเหตุให้รัฐบาลต้องยุบสภาในเวลาอันใกล้นี้ หากต้องยุบสภาช่วงนี้คงมาจาก 2 ปัจจัย คือ 1.กฎหมายสำคัญ อาทิ พ.ร.บ.งบประมาณ หรือกฎหมายสำคัญเกี่ยวกับการเงินไม่ผ่านสภาฯ 2.พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัว ทำให้รัฐบาลทำงานต่อไม่ได้ แต่ขณะนี้ 2 พรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย ไม่มีทีท่าจะถอนตัว การพูดเช่นนี้ไม่ใช่เพราะพรรคเพื่อไทยเกรงกลัวการยุบสภา พรรคไม่ได้กลัวและพร้อมเลือกตั้งตลอด แต่สภาฯยังไม่ได้ทำผิดอะไร ไม่มีปัจจัยที่เป็นเหตุชี้นำให้ยุบสภาได้ ส่วนสถานการณ์วิกฤติโควิดยังไม่รุนแรงถึงขั้นทำให้รัฐบาลไปต่อไม่ได้ จนต้องยุบสภา

ทำได้อย่างมากแค่ปรับ ครม.

นายสมคิดกล่าวว่า ทางออกขณะนี้ไม่จำเป็นต้องยุบสภา แต่อาจแก้โดยการปรับ ครม. เพราะคนในรัฐบาลทั้งรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ระดับสูง มีส่วนทำให้สถานการณ์แพร่ระบาดโควิดรุนแรงขึ้น ส่วนจะปรับใครบ้างเป็นดุลพินิจของนายกฯ ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ต้องคิดให้หนักถึงความรู้สึกของคนในสังคม อย่าให้ประชาชนผิดหวังว่ารัฐบาลไม่คิดแก้ปัญหา หรือรับผิดชอบอะไรเลยกับปัญหาที่เกิดขึ้น ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์แต่งตั้งคณะทำงานจัดหาวัคซีนโดยไม่มีชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ร่วมด้วยนั้น น่าจะเป็นการบ่งบอกอะไรบางอย่างว่านายอนุทินทำความผิดอะไรหรือไม่ จึงไม่ได้รับความไว้วางใจร่วมเป็นคณะกรรมการจัดหาวัคซีน ทั้งที่เป็น รมว.สาธารณสุข ดูแล้วน่าสงสัยต้องตอบข้อข้องใจต่อสังคมให้ได้

“สมพงษ์” คุมโซนเหนือตอนบน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทย ว่า นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ลงนามในเอกสารส่งถึง กกต. ขอเลื่อนการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 จากวันที่ 20 เม.ย. ออกไปอย่างไม่มีกำหนด นอกจากนี้นายสมพงษ์ยังลงนามคำสั่งที่ 0001/2564 แต่งตั้งคณะกรรมการประสานพื้นที่เขตเลือกตั้ง มีเนื้อหาระบุว่า พรรคมีเป้าหมายส่งผู้สมัคร ส.ส.ครั้งต่อไปทั้ง 350 เขต สมควรต้องให้ความสำคัญการดูแลพื้นที่และฐานเสียงพรรคต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้าใจ ความสัมพันธ์อันดีระหว่างพรรค ส.ส. ผู้สมัครของพรรค กับประชาชน จึงให้มีคณะกรรมการรับผิดชอบดำเนินการเป็นคณะในแต่ละพื้นที่ชัดเจน มีกรอบภารกิจสำคัญหลายประการ โดยเฉพาะภารกิจการหาผู้เหมาะสมเป็นตัวแทนพรรคในระดับต่างๆ จึงให้แต่งตั้งคณะกรรมการฯชุดนี้ขึ้นมามีอำนาจหน้าที่ดังนี้ 1.โซนภาคเหนือตอนบน ประกอบด้วย จ.เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน แพร่ น่าน พะเยา และแม่ฮ่องสอนมีนายสมพงษ์เป็นประธาน 2.โซนภาคเหนือตอนล่าง ประกอบด้วย จ.นครสวรรค์ พิจิตร กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ พิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์ และตาก มีน.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ เป็นประธาน

“ไชยา–ประเสริฐ–เกรียง” ดูอีสาน

3.โซนอีสานเหนือ ประกอบด้วย จ.อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู เลย สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร มีนายไชยา พรหมาเป็นประธาน 4.โซนอีสานกลาง ประกอบด้วย จ.ขอนแก่น ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม มีนายศักดา คงเพชร เป็นประธาน 5.โซนอีสานใต้ (1) ประกอบด้วย ยโสธร ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ อุบลราชธานีมีนายเกรียง กัลป์ตินันท์ เป็นประธาน 6.โซนอีสานใต้ (2) นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ มีนายประเสริฐ จันทร–รวงทอง เป็นประธาน

“เหลิม–เพ้ง–แจ๋น” คุมเมืองกรุง

ขณะที่ภาค กทม. มีการแบ่งแยกโซนตามความรับผิดชอบ โซน กทม.1 ประกอบด้วย เขตพระนคร/ป้อมปราบ/สัมพันธวงศ์/ดุสิต/ปทุมวัน/บางรัก/สาทร/บางคอแหลม/ยานนาวา/คลองเตย/วัฒนา มีนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล เป็นประธาน โซน กทม.2 เขตดินแดง/ห้วยขวาง/พญาไท/ราชเทวี/จตุจักร/บางซื่อ/ดุสิต/หลักสี่/ลาดพร้าว/วังทองหลาง มีนางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด เป็นประธาน โซนกทม.3 ดอนเมือง/สายไหม/บางเขน/บึงกุ่ม/มีนบุรี/คันนายาว/บางกะปิ/วังทองหลาง มีนายวิชาญ มีนชัยนันท์ เป็นประธาน โซน กทม.4 คลองสามวา/หนองจอก/ลาดกระบัง/สะพานสูง/ประเวศ/สวนหลวง/ประเวศ/บางนา/พระโขนง มีนายพิชัย นริพทะพันธ์ เป็นประธาน โซน กทม.5 เขตคลองสาน/บางกอกใหญ่/จอมทอง/ธนบุรี/ราษฎร์บูรณะ/ทุ่งครุ/บางขุนเทียน มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เป็นประธาน โซน กทม.6 บางบอน/หนองแขม/ทวีวัฒนา/บางแค/ภาษีเจริญ/ตลิ่งชัน/บางพลัด/บางกอกน้อย มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นประธาน

ฉะไร้กึ๋นบริหารประเทศอยู่ไม่ได้

ด้านนายประมวล เอมเปีย หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า เชื่อว่ารัฐบาลนี้อาจอยู่ไม่นานเพราะมีปัญหาทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ วิกฤติโควิดรอบสาม โดยไม่คิดทำให้ประชาชนกินอิ่มนอนอุ่น อยู่ดีมีสุข มีงานทำ ซ้ำยังปล่อยให้นายทุนผูกขาดธุรกิจอยู่ไม่กี่ครอบครัว เพราะรัฐบาลไม่มีกึ๋น แม้แต่การปราบทุจริตคอร์รัปชันก็ทำแบบลูบหน้าปะจมูก ไม่เป็นข่าวก็ไม่ดำเนินการ ชี้ให้เห็นว่า ครม.ชุดนี้ล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน หรือถึงเวลาต้องยุบสภาฯ เพราะหมดความชอบธรรมที่จะอยู่บริหารประเทศต่อไป

นัดรวมพลล้ม “ระบอบประยุทธ์”

วันเดียวกัน นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 หนึ่งในขบวนการไทยไม่ทนสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย กล่าวถึงการเคลื่อนไหวขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกจากตำแหน่งนายกฯ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นล้มระบอบประยุทธ์ว่ากำลังดูสถานการณ์โควิด หากการแพร่ระบาดลดลงจะเริ่มชุมนุมอีกครั้งในวันที่ 24 เม.ย.นี้ ที่บริเวณสวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม หากการแพร่ระบาดยังรุนแรงคงปรับยุทธวิธีชุมนุมผ่านโซเชียลมีเดีย เชื่อมั่นเพราะมีประชาชนให้การตอบรับดีมาก รัฐบาลนี้อยู่ไปยิ่งสร้างความเสียหายแก่ประเทศ ดังนั้นต้องล้มระบอบประยุทธ์ โดยเริ่มจุดแรกคือให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกไปก่อน หากยังไม่ออกก็ต้องกดดันให้ 3 พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัว

ตั้งแท่นร้อง ป.ป.ช.เอาผิด ม.157

นายอดุลย์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ บช.น.แจ้งเอาผิดขบวนการไทยไม่ทนฯ 28 คน ฐานฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.โรคติดต่อนั้น ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ใช้มาตรฐานเดียวกัน แจ้งความเอาผิดกับพวกที่เข้าไปบ่อนการพนัน สนามมวยของกองทัพบก และผับย่านทองหล่อที่เป็นคลัสเตอร์ใหม่ ทำไมยังไม่ยอมดำเนินคดีกับกลุ่มคนเหล่านี้ พอมวลชนชุมนุมกลับเอาผิดทั้งที่ไม่ได้เป็นแหล่งแพร่เชื้อ จึงเตรียมเข้าร้องต่อ ป.ป.ช.เอาผิด พล.อ.ประยุทธ์ ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตาม ป.อาญามาตรา 157 ส่วนกรณีนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง แกนนำกลุ่มราษฎร ที่ยังอยู่ในเรือนจำนั้น เตรียมทำจดหมายถึงกลุ่มเยาวชนให้เลิกอดอาหาร โดยเฉพาะเพนกวิน และกลับมาเรียนหนังสือต่อ เพราะน้องๆเป็นอนาคตของชาติ แต่ตกเป็นเครื่องมือการปฏิบัติการไอโอของรัฐ จนถูกรัฐบาลใช้มาตรา 112 เป็นเครื่องมือทางการเมืองจัดการ

“สมศักดิ์” ข้องใจปม ป.เอกคนสนิท

อีกเรื่อง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกระแสข่าวมีข้าราชการการเมืองชื่อย่อ “ส” สังกัดกระทรวงยุติธรรมส่งลูกน้องเรียน-สอบหลักสูตรภาษาอังกฤษระดับปริญญาเอกแทน จนถูกสั่งตัดสิทธิการเรียนว่า สอบถามแล้วพบว่านายสามารถ เจนชัยจิตย์วาณิชย์ ผู้ช่วย รมว.ยุติธรรม ไปเรียนหลักสูตรดังกล่าว เจ้าตัวเล่าให้ฟังว่าหลักสูตรนี้มีการเก็บคะแนน 2 ทาง คือ การเข้าฟังอาจารย์บรรยายและสอบควิกเทส และการสอบโทเฟล-โทอิก นายสามารถเลือกวิธีที่ 2 สอบโทเฟล-โทอิก ที่ไม่น่าจะสอบแทนกันได้ แต่ยังไม่ทราบรายละเอียด นายสามารถคงออกมาชี้แจง เท่าที่ทำงานร่วมกันมาดูนายสามารถพื้นฐานภาษาอังกฤษดี เรื่องนี้น่าคิดอยู่มาเกิดข่าวในช่วงอาจทำให้เกิดผลกระทบเกี่ยวกับตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ เพราะกำลังจะประชุมใหญ่
พรรคพอดี

“บิ๊กป้อม” ตั้ง “ไพบูลย์” นำทีมสอบ

น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เบื้องต้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณรองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และสั่งการให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง อาทิ นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค มาดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงให้กระจ่าง และให้รายงานผลภายใน 14 วัน ย้ำว่าเรื่องนี้ทางพรรคไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะถือเป็นเรื่องจริยธรรม กระทบต่อภาพลักษณ์พรรค ขอให้เชื่อมั่นคณะกรรมการตรวจสอบว่าจะได้ข้อสรุปเรื่องนี้โดยเร็ว

“ภูมิสรรค์” ยันจุดยืน ปชป.แก้ รธน.

ขณะที่นายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยาผอ.คณะกรรมการประสานงานองค์กรเครือข่ายภายนอกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตรรกะวิบัติย้อนแย้งของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือไอติม ที่อยากให้แก้รัฐธรรมนูญ แต่กลับเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวจากรัฐบาล ถ้าพรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมถอนตัว จนรัฐบาลต้องยุบสภา เราต้องกลับไปใช้รัฐธรรมนูญเดิม ผลลัพธ์และวิกฤติก็ยังคงเดิม แล้วรัฐธรรมนูญจะได้แก้หรือไม่ พรรคยังคงยืนยันเจตจำนงในวิถีของพรรคอย่างถึงที่สุด นี่คือเหตุผลที่พรรคประชาธิปัตย์อยู่คู่บ้านเมือง เราต้องการให้แก้รัฐธรรมนูญในระบบรัฐสภา ก่อนยุบสภาหรือการถอนตัว

“พลเมืองโต้กลับ” รวมพลหน้าศาล

ต่อมาเวลา 17.30 น. ที่บริเวณหน้าศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน กลุ่มพลเมืองโต้กลับ นำโดยนายพันธุ์ศักดิ์ ศรีเทพ รวมตัวทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ “ยืน หยุด ขัง 112 นาที” ต่อเนื่องเป็นวันที่ 23 เพื่อเรียกร้องสิทธิการประกันตัวให้ผู้ต้องหาแกนนำม็อบราษฎร ที่ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 และแนวร่วมม็อบราษฎรที่ถูกคุมขังในคดีอื่น นับว่าคึกคักกว่าทุกวัน โดยมีนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล (เจี๊ยบ) ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และนายชินวัตร จันทร์กระจ่าง แกนนำกลุ่มราษฎรนนทบุรี ร่วมกิจกรรมด้วย ก่อนจบกิจกรรมผู้เข้าร่วมชุมนุมทั้งหมดพร้อมใจชู 3 นิ้ว และตะโกนคำว่า “ปล่อยเพื่อนเรา” อย่างไรก็ตามกลุ่มพลเมืองโต้กลับออกแถลงการณ์แจ้งเพื่อนสมาชิก งดเว้นจัดกิจกรรมวันที่ 15 เม.ย. แต่จะกลับมาจัดกิจกรรมต่อในวันที่ 16 เม.ย. ตามเดิม

จับแนวร่วมราษฎรดำเนินคดี ม.112

ก่อนหน้านี้เวลา 13.00 น. ที่ สน.พหลโยธิน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน จับกุมนายมงคลหรือบาส ถิระโคตร อายุ 27 ปี ผู้สวมเสื้อยืดสีขาวสกรีนข้อความ “ยกเลิก ม.112” พร้อมสัมภาระกระเป๋าเป้ นั่งประท้วงอดอาหารเรียกร้องปล่อยตัวแกนนำกลุ่มราษฎร หน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หลังสอบปากคำเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน ควบคุมตัวนายมงคลขึ้นรถตู้โดยมีรถกระบะขับนำหน้า ส่งตัวไปดำเนินคดีที่ สภ.พาน จ.เชียงราย นายเดโชชาย เอี่ยมจิตร์ ทนายสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า จากการสอบปากคำเบื้องต้น นายมงคลไม่ขอลงลายมือชื่อ แต่ขอ ให้การกับพนักงานสอบสวนที่ สภ.พาน ทั้งนี้จะมีทนายความที่ จ.เชียงรายดูแล โดยมีการลงบันทึกประจำวันไว้ จากการตรวจสอบพบว่านายมงคลเคยถูกดำเนินคดีข้อหาบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ ที่ สภ.พาน ปัจจุบันอยู่ระหว่างปล่อยตัวชั่วคราวโดยมีหลักประกัน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ยุบสภาพรรคร่วมรัฐบาลสมศักดิ์ เทพสุทินพรรคก้าวไกลพลังประชารัฐเกมการเมืองพรรคฝ่ายค้านข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 13 พฤษภาคม 2564 เวลา 03:02 น.