ไลฟ์สไตล์
100 year

จดหมายถวายกษัตริย์ ใส่ตู้ ปณ.-หน้าศาลหลักเมือง (คลิป)

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
9 พ.ย. 2563 05:25 น.
SHARE

มาตามนัด ชุมนุมใหญ่กลุ่มราษฎร เริ่มสตาร์ต อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก่อนเคลื่อนขบวนไปสำนัก พระราชวัง ถูก ตร.ฉีดน้ำแรงดันสูงใส่แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำม็อบฉุนขาดหวิดปะทะ การ์ดอาสาเคลียร์ จนสงบ ตำรวจยอมขอโทษพร้อมอนุญาตนำตู้ไปรษณีย์จำลองใส่ “ราษฎรสาส์น” วางหน้าศาลหลักเมือง แกนนำอ่านแถลงการณ์เนื้อหา จ.ม. ให้แนวร่วมทยอยหย่อนลงตู้ฯ ก่อนสลายชุมนุม “วรงค์-พุทธะอิสระ-อุ๊” โผล่ม็อบโคราช “เพนกวิน-อานนท์” ดอดรับทราบข้อหาที่พะเยา ศปปส.สั่งเก็บข้อมูลเอาไว้ฟ้องทีหลัง “เอ๋” กรี๊ดปม “นมบูด” ขู่ฟ้องเด็ก “ชวน” “ราเมศ” สวนหมัดขอกัดติดคดี รุกป่า พท.ท้า ส.ว.ลากตั้งแน่จริงเปิดหน้าล้มแก้ รธน. “เทพไท” ห่วงซ้ำเติมสถานการณ์ ส.ว.แจงยื่นตีความ 3 ร่างแก้ รธน. ไม่มีเจตนายื้อ

ข่าวแนะนำ

จับตาเกมยกระดับการชุมนุมของกลุ่มราษฎร นัดรวมตัวชุมนุมใหญ่เริ่มสตาร์ตที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก่อนเคลื่อนขบวนนำมวลชนไปยื่นหนังสือ “ราษฎรสาส์น” ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่ สำนักพระราชวัง ท้องสนามหลวง ตอกย้ำจุดยืนข้อเรียกร้อง3ข้อ

กลุ่มราษฎรเริ่มทยอยเข้าพื้นที่

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 8 พ.ย. ที่บริเวณหน้าร้านแมคโดนัลด์ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แนวร่วมกลุ่มราษฎรเริ่มทยอยมาปักหลักจับจองพื้นที่ทั้งภายในร้านแมคโดนัลด์ และบริเวณฟุตปาทหน้าโรงเรียนสตรีวิทยาเพื่อร่วมการชุมนุมและเดินขบวนครั้งใหญ่ “ราษฎรสาส์น” ตามที่แกนนำกลุ่มราษฎรนัดหมายในเวลา 16.00 น. โดยกิจกรรมสำคัญในวันนี้คือร่วมกันเขียนจดหมายถึงสถาบันกษัตริย์ว่าควรปรับตัวอย่างไรให้สอดคล้องกับครรลองของระบอบประชาธิปไตย ขณะที่ทีมผู้จัดงานมีการนำรถกระบะติดเครื่องขยายเสียงใช้เป็นเวทีปราศรัยเคลื่อนที่ มีแกนนำ อาทิ นายชูเกียรติ แสงวงศ์ หรือนุ๊ก ขึ้นพูดปลุกเร้ามวลชนที่เริ่มทยอยเข้าร่วม โจมตีการบริหารงานของรัฐบาลและย้ำให้นายกรัฐมนตรีลาออก ยุบสภา และปฏิรูป สถาบัน ส่วนบริเวณโดยรอบมีพ่อค้าแม่ค้าจำหน่ายข้าวของที่ระลึกเกี่ยวกับการชุมนุม ขณะที่ทีมการ์ดอาสาของทางกลุ่มราษฎรคือ การ์ดเสื้อแดง ห้อยบัตรสีแดง และกลุ่มฟันเฟืองประชาธิปไตย สวมปลอกแขนสีขาวเข้าพื้นที่เป็นชุดแรกเพื่อดูแลความปลอดภัยให้มวลชน

ประกาศให้ทุกคนเตรียมพร้อม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการชุมนุมจะเริ่มแกนนำกลุ่มราษฎรใช้สื่อโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์มโพสต์ข้อความสื่อสารกับมวลชนแนวร่วม “ขอให้ผู้ชุมนุมทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม! ทั้งราษฎรสาส์นเพื่อยื่นถึงกษัตริย์ของเรา ทั้งยาประจำตัว Powerbankชุดที่คล่องตัวและพร้อมเคลื่อนที่เร็ว อุปกรณ์ป้องกันตนเองเบื้องต้น (เรามี STAFF WeVOLUNTEERปลอกแขนสีเขียวสะท้อนแสงที่จะดูแลผู้ชุมนุมตลอดการม็อบ)”

ศปปส.สั่งเก็บข้อมูลเอาไว้ฟ้อง

ด้านกลุ่มเครือข่ายประชาชนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ นำโดยนายกฤตย์ เยี่ยมเมธากร เลขาธิการเครือข่ายฯ นำแนวร่วมมายึดพื้นที่บริเวณหน้าร้านเมธาวลัยศรแดง ชุมนุมต่อต้านกลุ่มราษฎร ถือเป็นพื้นที่ล่อแหลมเพราะอยู่ใกล้กัน ต่อมากลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) นำโดยนายจักรพงศ์ กลิ่นแก้ว เริ่มทยอยนำมวลชนรวมตัวในพื้นที่ตามนัดหมาย เฝ้าสังเกตการณ์การจาบจ้วงสถาบัน มีการปราศรัยสลับกับการเปิดเพลงปลุกใจ อาทิเพลงหนักแผ่นดิน และมีการยั่วยุกันไปมา จนเกิดเหตุฮือข้ามฟากถนนคล้ายจะเข้าปะทะกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนต้องนำกำลังมาตั้งแถวสกัดบริเวณเกาะกลางถนนราชดำเนินกลาง และนำแผงรั้วเหล็กมากั้น ไม่ให้ฮือเข้าปะทะกัน ขณะที่นายจักรพงศ์ประกาศขอให้กลุ่มเสื้อเหลืองเก็บข้อมูลให้มากที่สุด ใครที่จาบจ้วงจะดำเนินคดีหลังจากนี้ ยืนยันไม่มีม็อบชนม็อบ

วนรถเอทีวียั่วอารมณ์หวิดปะทะ

ต่อมาแนวร่วมกลุ่ม ศปปส.สวมเสื้อผ้าแบบเดียวกับนักรบไทยโบราณ ขี่รถจักรยานยนต์แบบเอทีวีติดธงชาติไทย ธงพระปรมาภิไธย มาจากถนนราชดำเนินกลางวนรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยผ่านหน้าร้านแมคโดนัลด์ เข้าไปในเขตพื้นที่ชุมนุมของกลุ่มราษฎร ก่อนเข้าเขตพื้นที่ชุมนุมของกลุ่มเสื้อเหลือง สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎร มีการตะโกนด่าทอและฮือจะข้ามถนนไปอีกครั้ง ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดแกนนำม็อบราษฎรต้องประกาศห้ามมวลชน รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รักษาการอยู่เกาะกลางถนนต้องเข้ามาห้ามกันพัลวัน

ม็อบโห่ใส่ ตร.ทำสองมาตรฐาน

ขณะที่ พ.ต.ท.ปิติพันธ์ กฤดากร ณ อยุธยา รอง ผกก.สน.ชนะสงคราม ขึ้นรถขยายเสียงประกาศกับผู้ชุมนุมว่า การจัดชุมนุมของม็อบราษฎรในวันนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะไม่มีการแจ้งจัดชุมนุมกับตำรวจ ขอให้ยุติภายในเวลา 14.00 น. หากไม่ปฏิบัติตามจะดำเนินคดีตามกฎหมาย ทำให้ผู้ชุมนุมไม่พอใจโห่ฮาและชู 3 นิ้วใส่ พร้อมถามกลับทางตำรวจว่าม็อบเสื้อเหลืองมีการแจ้งจัดชุมนุมหรือไม่

ศปปส.ยอมยุติหลังถูกโอบล้อม

กระทั่งเวลา 16.00 น. การ์ดมวลชนอาสาม็อบราษฎร สวมปลอกแขนสีเขียวพร้อมอุปกรณ์ป้องกันทั้งหมวกกันน็อก แว่น และหน้ากากกันแก๊ส นำโดยนายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ ร่วมกับมวลชนนับร้อยคน ข้ามฝั่งมาปิดพื้นที่บนถนนราชดำเนินกลางฝั่งขาออก ปากทางเข้าถนนดินสอ ห่างจากพื้นที่ชุมนุมของม็อบเสื้อเหลืองราว 50 เมตร เพื่อสกัดไม่ให้ม็อบเสื้อเหลืองที่อยู่ฝั่งตรงข้ามอ้อมเข้ามาในพื้นที่ชุมนุมม็อบราษฎรอีก พร้อมชู 3 นิ้ว และตะโกนคำว่า “ออกไป” ทำให้ พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ รอง ผบก.น.1 ต้องเข้ามาเจรจาขอไม่ให้เข้าไปใกล้กลุ่มม็อบเสื้อเหลืองมากกว่านี้ และเมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มมีความสุ่มเสี่ยงจึงเข้ามาขอร้องให้แกนนำม็อบเสื้อเหลืองยุติการชุมนุม ซึ่งทางกลุ่ม ศปปส.ยอมประกาศเลิกชุมนุม ไม่ให้มวลชนเสี่ยงปะทะกับม็อบราษฎร

เริ่มกิจกรรมยื่น จ.ม. “ราษฎรสาส์น”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเลยเวลานัดหมายมา 30 นาที แต่ยังไม่ปรากฏว่ามีแกนนำหลักของกลุ่มราษฎรเดินทางเข้ามาในพื้นที่ มีรถกระจายเสียงเพียง 1 คัน รวมทั้งมวลชนที่มาร่วมก็น้อยกว่าทุกครั้งที่มีการชุมนุม อย่างไรก็ตาม การ์ดมวลชนอาสาเริ่มทำการปิดพื้นที่บนถนนราชดำเนินกลาง ทั้งรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยฝั่งขาเข้าและออก จนเวลา 17.30 น. หลังปักหลักปราศรัยอยู่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมากว่า 1 ชั่วโมง ก็ยังไม่ปรากฏแกนนำสำคัญในพื้นที่ แต่นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง แกนนำเครือข่ายนนทบุรีคนรุ่นใหม่ และนายชูเกียรติ แสง-วงศ์ แกนนำสมุทรปราการ ประกาศต่อผู้ชุมนุมว่าจะมีการเคลื่อนขบวนไปยังพระบรมมหาราชวังท้องสนามหลวง เพื่อยื่นหนังสือถึงพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ผ่านสำนักพระราชวัง ขณะเดียวกันที่บริเวณหน้าอนุสรณ์สถานสี่แยกคอกวัว มีการนำตู้ไปรษณีย์จำลอง นำมาวางและชักชวนให้มวลชนแนวร่วมเขียนจดหมายแสดงจุดยืนและความต้องการของราษฎร โดยมีมวลชนนำจดหมายมาหย่อนลงตู้ไปรษณีย์จำลองจำนวนมาก

ตร.ฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุมไม่มีปี่มีขลุ่ย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังแถวหน้าการ์ดอาสานำมวลชนเคลื่อนมาถึงสะพานผ่านพิภพลีลา หน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ ที่มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจนำแผงเหล็กมาวางกั้นขวาง การ์ดอาสาจึงเข้าไปเจรจากับเจ้าหน้าที่ เพื่อขอผ่านทาง จากนั้นได้ยกแผงเหล็กที่เจ้าหน้าที่วางไว้ออก เจ้าหน้าที่ขัดขวางเพียงเล็กน้อยก็ปล่อยให้มวลชนทั้งหมดผ่านเข้าถนนราชดำเนินใน มุ่งหน้าไปยังสำนักพระราชวัง แต่ก็เคลื่อนไปติดแนวรับของเจ้าหน้าที่ที่นำรถเมล์ ขสมก.มาจอดขวางไว้บริเวณหน้าศาลฎีกา ก่อนถึงศาลหลักเมือง มวลชนบางส่วนได้ขยับรถเมล์ที่อยู่ตรงบริเวณจุดกึ่งกลางแนวรับออก ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องประกาศเตือนอย่าทำลาย ทรัพย์สิน และขอให้มีการเจรจากันก่อน แต่มวลชนอาสาจำนวนหนึ่งพยายามเข้าไปรื้อลวดหนามหีบเพลง ที่อยู่หลังแนวรถเมล์ เจ้าหน้าที่จึงใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูงใส่กลุ่มผู้ชุมนุม เป็นน้ำเปล่าไม่ได้ผสมสารเคมีเหมือนเหตุการณ์สลายชุมนุมที่แยกปทุมวัน แต่สร้างความโกรธแค้นให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม มีการขว้างปาสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่และตะโกนด่าทอ ขณะที่กลุ่มการ์ดพยายามห้ามไม่ให้ปะทะ

ตำรวจยอมขอโทษที่ฉีดน้ำใส่

ต่อมาเวลา 18.30 น. มวลชนราษฎรที่กำลัง โกรธแค้นได้พังรั้วที่ล้อมท้องสนามหลวงบริเวณหน้า ศาลฎีกาออก แล้วเคลื่อนขบวนมวลชนเข้าไปในท้องสนามหลวง ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนพร้อมโล่และกระบองตั้งแนวสกัดกั้นไว้อยู่ จากนั้นรถกระจายเสียงของผู้ชุมนุมได้เคลื่อนเข้ามาบริเวณกลางท้องสนามหลวงเพื่อเผชิญหน้ากับแนวรับของเจ้าหน้าที่ แต่ก่อนสถานการณ์จะบานปลายแกนนำได้สั่งการให้การ์ดอาสาคล้องแขนกันแล้วผลักดันผู้ชุมนุมทั้งหมดออกห่างจากแนวรับของเจ้าหน้าที่ ป้องกันการปะทะ มีการอธิบายให้มวลชนที่โกรธเกรี้ยวได้เย็นลง จนสถานการณ์เริ่มสงบลง ผู้ชุมนุมยุติความพยายามที่จะฝ่าแนวรับของเจ้าหน้าที่เข้าไปบริเวณพระบรมมหาราชวัง ขณะที่ น.ส.สุวรรณา ตาลเหล็ก ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมมวลชนอยู่บนรถกระจายเสียง ได้ประกาศแจ้งว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยอมขอโทษประชาชนที่ฉีดน้ำเข้าใส่ แล้วจะอนุญาตให้นำตู้ไปรษณีย์ จำลอง 4 ตู้ที่ใส่จดหมายที่ประชาชนเขียนถวายสถาบันฯ นำไปวางบริเวณใกล้พระบรมมหาราชวังให้มากที่สุด

ยกรถเมล์–รถตู้ฝ่าแนวกั้นสุดท้าย

ขณะที่นายปิยรัฐ จงเทพ หัวหน้าการ์ดมวลชนอาสา ได้เข้าไปเจรจากับตัวแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่แนวรับ จนเวลา 19.23 น. พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ผบก.น.6 ในฐานะ ผบ.คุมสถานการณ์ กล่าวชี้แจงกับผู้ชุมนุมว่า ที่กั้นแนวไว้เพื่อไม่ต้องการให้น้องๆทำผิดกฎหมาย แม้อยู่นอกรั้วก็เจรจาได้ ถ้าน้องๆยังจะเข้ามาเราจึงต้องฉีดน้ำเพื่อเตือน ขอร้องน้องๆอย่าฝ่าแนวกั้นเข้ามา เราเสียใจ แต่เราไม่ต้องการให้ฝ่าแนวกั้นเข้าไป ระหว่าง พล.ต.ต.เมธีกล่าวชี้แจงนั้นส่งผลให้ผู้ชุมนุมบางส่วนไม่พอใจ ตะโกนด่าทอสวนขึ้นมาเป็นระยะ มีการขว้างปาขวดน้ำไปยังแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประกาศเตือนว่าสถานที่แห่งนี้สำคัญ มีทั้งศาลหลักเมือง วัดพระแก้ว ไม่อยากให้เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดี ไม่จำเป็นต้องเข้ามา ขอให้รอการเจรจาอย่าบุกเข้ามา อย่าดันแนวรั้ว ทำให้ผู้ชุมนุมตะโกนว่า“ขี้ข้าเผด็จการ” ขณะที่ผู้ชุมนุมบางส่วนเข้าไปในรถเมล์เพื่อบังคับพวงมาลัยแล้วให้มวลชนช่วยกันเข็นรถเมล์ ที่เป็นแนวกั้นออกไป 1 คัน และช่วยกันยกรถตู้เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดช่องทาง ก่อนจะตัดรั้วลวดหนามหีบเพลงที่เป็นแนวกั้นออก และนำตู้ไปรษณีย์ส่งต่อกันไปจนถึงแนวกั้นสุดท้ายก่อนจะเข้าเขตหวงห้ามที่ทางตำรวจห้ามเข้าเด็ดขาด

เริ่มทยอยหย่อน จ.ม.ลงตู้ไปรษณีย์

สถานการณ์เริ่มตึงเครียด เมื่อมีการนำตู้ไปรษณีย์จำลองทั้ง 4 ตู้ ที่ใส่จดหมายของประชาชนส่งถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาตั้งหน้าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ เพื่อเจรจาขอนำไปวางที่หน้าพระบรม-มหาราชวังตามวัตถุประสงค์ โดยมีแกนนำกลุ่ม อาทิ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือน้องมายด์ น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ หรืออั่ว นายณวรรษ เลี้ยงวัฒนา นายอรรถพล บัวพัฒน์ และนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ร่วมสังเกตการณ์ด้วย แต่ตำรวจยังไม่ยินยอม ทำให้ต้องมีการระดมมวลชนและการ์ดอาสาพร้อมหมวกเสื้อกันฝนและร่มรุกเข้าไปประชิดอีก จากนั้นเวลา 20.00 น. พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. สั่งให้แนวรับเจ้าหน้าที่ตำรวจถอยไปตั้งรับหน้าศาล หลักเมือง เปิดทางให้มวลชนเคลื่อนตู้ไปรษณีย์จำลองมาด้านหน้าศาลหลักเมือง โดยแกนนำมวลชนประกาศให้มวลชนเขียนจดหมาย และทยอยนำไปหย่อนลงตู้ไปรษณีย์จำลอง ก่อนส่งไปที่สำนักพระราชวัง

อ่านแถลงการณ์ก่อนสลายตัว

กระทั่งเวลา 20.55 น. แกนนำผู้ชุมนุมได้อ่านแถลงการณ์เนื้อหาในจดหมาย ที่เขียนถึงพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่ออ่านเสร็จได้ประกาศให้ผู้ชุมนุมทยอยมาหย่อนจดหมายลงตู้ไปรษณีย์จำลอง พร้อมประกาศว่าใครที่หย่อนเสร็จแล้วเดินทางกลับได้ ถือเป็นการยุติการชุมนุมในวันนี้

วรงค์-พุทธะฯ-อุ๊” โผล่ม็อบโคราช

วันเดียวกัน ที่พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 สนามหน้าศาลากลาง จ.นครราชสีมา กลุ่มคนสวมเสื้อสีเหลืองจาก 32 อำเภอ ของ จ.นครราชสีมา ในนามกลุ่มลูกหลานย่าโมประชาชนคนโคราชรักสถาบัน ร่วมกับ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อุ๊ หฤทัย และนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตพุทธะอิสระ ทำกิจกรรมเดินรณรงค์สำนึกรักประเทศไทยปกป้องสถาบัน ไปตามถนนราชดำเนินเชิญชวนให้ชาวโคราชออกมาปกป้องสถาบัน พร้อมเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” ดังกึกก้อง เมื่อถึงลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมขึ้นผลัดเปลี่ยนกันปราศรัย ก่อนร่วมกันกล่าวคำปฏิญาณร่วมกันปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ด้วยชีวิต อ่านแถลงการณ์ปกป้องสถาบันฯ และยื่นหนังสือแถลงการณ์ถึงนายกฯ ผ่านนายกรกต ธำรงวงศ์สวัสดิ์ รอง ผวจ.นครราชสีมา แล้วพร้อมใจร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี กระทั่งเวลา 18.00 น. ทั้งหมดร่วมกันร้องเพลงชาติก่อนสลายตัวอย่างสงบ ทั้งนี้ ช่วงที่ “อุ๊ หฤทัย” ปราศรัย มีกลุ่มเยาวชนนักเรียน 10 คน นั่งสังเกตการณ์ใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกการปราศรัย มีเยาวชนชายคนหนึ่งนำกระดาษฝากล่องสีน้ำตาลที่เขียนข้อความว่า “ปฏิรูปไม่เท่ากับล้มล้าง” บนชั้น 2 ของร้านกาแฟอเมซอน ซึ่งอยู่ตรงข้าม ทำให้กลุ่มคนเสื้อเหลือง 5-6 คนขึ้นไปต่อว่าจนเกิดการโต้เถียงประมาณ 20 นาที แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจขึ้นไปห้ามปราม

“เพนกวิน-อานนท์” รับทราบข้อหา

ช่วงเย็นวันเดียวกัน นายอานนท์ นำภา นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน พร้อมทนายอีก 3 คน เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่ สภ.แม่กา ตามหมายเรียกกรณีจัดชุมนุมที่มหาวิทยาลัยพะเยา เมื่อวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยทั้งนายอานนท์และนายพริษฐ์ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และขอยื่นคำให้การเป็นเอกสารในภายหลัง และจะให้การในชั้นศาลเท่านั้น พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการพิมพ์ลายนิ้วมือ และดำเนินการผัดฟ้อง โดยนัดผู้ถูกกล่าวหาอีกครั้งในวันที่ 24 พ.ย. จากนั้นทั้งคู่จึงเดินทางกลับ จ.เชียงใหม่ ทันที

“เอ๋” กรี๊ดปม “นมบูด” ขู่ฟ้องดะ

น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “#หมิ่นประมาท #ให้มันจบที่ศาล ท่านชวนไม่ควรตัดสินใจโดยลำพังในการเลือกกรรมการสมานฉันท์ หรือประธานสมานฉันท์ ทุกฝ่ายควรมีสิทธิ์เสนอ ไม่ว่าจะฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ท่านต้องฟัง ไม่ควรดื้อ ต้องฟังเสียงผู้แทน ฟังเสียงประชาชน ว่าคิดอย่างไรกับการกระทำท่าน เอาคนเหล่านี้มาทำอะไรต้องการทำอะไรกันแน่ ไม่ใช่ไม่ฟังแล้วคล้ายเอาใครมาด่าหยาบคายว่าพลังประชารัฐส่งคนเพี้ยน บ้าบอ เหมือนนมบูดมา เป็นการหมิ่น ประมาทร้ายแรง #ผิดกฎหมาย ถูกดำเนินคดีแน่ ยืนยันว่าพลังประชารัฐไม่ได้ส่งปารีณามา แต่มาในฐานะเพื่อนสิระที่เห็นประธานสภาขู่จะแช่ฟอร์มาลิน เป็นคำพูดไม่เหมาะสม ประชาชนอยากเห็นภาพประธานสภาทำหน้าที่ด้วยความเป็นธรรม ปลอดอคติ ไม่กร่าง ไม่เป็นนักเลง ไม่พูดจาข่มขู่สมาชิก และไม่ควรให้ลูกน้องออกมาด่าทอหยาบคายสมาชิก ผิดกฎหมาย ให้มันจบที่ศาล”

“ราเมศ” สวนหมัดกัดติดรุกป่า

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และเลขานุการประธานรัฐสภา กล่าวถึงกรณี น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ขู่ฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทว่า เรื่องเล็กน้อย ไม่กังวล หากคิดว่ามีข้อความไหนหมิ่น ประมาทฟ้องได้เต็มที่ เคยทำคดีจำนำข้าวจนมีคนติดคุกมาหลายคน ยากกว่าคดีหมิ่นประมาทเยอะ หากมาก่อเรื่องพาดพิงนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และคนของพรรคให้เสียหาย ต้องออกมาชี้แจง และในฐานะเลขานุการประธานรัฐสภา ถ้ามีคนกล่าวหาพาดพิงนายชวนแล้วนิ่งเฉย หรือผสมโรง ก็มองได้ว่าเป็นคนอกตัญญู ไม่รู้จักหน้าที่ ต่อจากนี้ไปตนจะเอาเวลาไปจับตาประเด็นการบุกรุกป่า บุกรุกที่ของรัฐ เพราะต้องถือว่าเรื่องนี้ก็สำคัญมากเช่นกัน มีข้อมูลที่มีคนส่งมาเยอะมากพอสมควร หากมีนักกฎหมายท่านใดที่ต้องการร่วมทีมตรวจสอบติดตามเรื่องดังกล่าวมาร่วมกันได้

บิ๊ก พปชร.หวังนั่งคุมเกมปรองดอง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ ที่นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ริเริ่มเดินสายทาบทามอดีตนายกฯหลายคน มาร่วมแสวงหาทางออกของชาติ แต่ถูกคนในพรรคพลังประชารัฐ ออกมาตีรวนตลอดสัปดาห์ว่า จากปัญหาดังกล่าวเกิดจากบุคคลระดับบิ๊กผู้มีอำนาจในพรรคพลังประชารัฐ พยายามส่งสัญญาณมาตั้งแต่ต้นว่าต้องการเข้ามาเป็นประธานคณะกรรมการสมานฉันท์ด้วยตัวเอง แต่ไม่ได้รับการตอบสนองจากทางสภาฯ โดยนายชวนเตรียมแนวคิดรวมถึงโมเดลทางออกให้กับทุกฝ่ายเอาไว้ในเบื้องต้นแล้ว เตรียมจะแถลงข่าวด้วยตัวเองในต้นสัปดาห์หน้านี้ และวันที่ 9 พ.ย. นายชวนจะเดินสายเข้าพบ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี เพื่อหารือถึงเรื่องแนวทางปรองดองสมานฉันท์

ท้า ส.ว.ลากตั้งแน่จริงเปิดหน้า

ที่พรรคเพื่อไทย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่ม ส.ว.รวบรวมรายชื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยญัตติร่างแก้รัฐธรรมนูญทั้ง 6 ฉบับ ว่า ขอให้เปิดหน้ามาเลย ว่ามี ส.ว.กี่คนลงชื่อ ประชาชนจะได้เห็นชัดๆไปเลย บ้านเมืองกำลังอยู่บนปากเหว แต่ ส.ว.กลุ่มนี้พยายามราดน้ำมันเข้ากองไฟ ไม่เห็นหัวประชาชน หรือเพราะ มาจากผลผลิตเผด็จการสืบทอดอำนาจ จึงหวงอำนาจหวังได้เป็น ส.ว.แบบสบายๆ ไม่เคยสัมผัสความเดือดร้อนประชาชน วันนี้ภาพลักษณ์ ส.ว.ตกต่ำถึง ขีดสุดสังคมรังเกียจ ส.ว.ยุคนี้คือยุคทาสเผด็จการสืบทอด อำนาจ ประชาชนจำนวนมากฝากมาว่าอยากจัดแคมเปญ “ตามหามีชัย...ผู้ร่าง รธน.ฉบับดีไซน์มาเพื่อพวกเรา” เพราะอยากทราบเหตุผลจากนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 ว่า ทำไมถึงทำให้ประเทศไทยเดินทางมาถึงวันนี้ได้ “วันนี้ประชาชนกำลังใช้ปีศาจแห่งกาลเวลาที่ไล่ล่าคนที่หลงไหลในอำนาจ ทวงหนี้ในสิ่งที่คนเหล่านี้ทำกับประเทศ เพียงเพื่อสืบทอดอำนาจของพวกพ้อง”

“เทพไท” ห่วงซ้ำเติมสถานการณ์

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แม้จะเป็นสิทธิ์ของ ส.ว.ที่จะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ แต่ควรพิจารณาให้รอบด้านว่าเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์หรือไม่ หากครั้งนี้ยังดึงดันยื่นตีความอีก หนีไม่พ้นข้อกล่าวหาว่ายื้อเวลา หรือตีรวน ไม่อยากให้เติมเชื้อไฟ ลงในม็อบกลุ่มราษฎร 2563 ที่กำลังเคลื่อนไหวร้อนแรง ขึ้นถึงขั้นแตกหักได้ ส.ว.ควรให้ความร่วมมือและดูสัญญาณจากนายกฯ ที่ประกาศท่าทีชัดเจนว่าพร้อมสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเร็วที่สุดยังเชื่อว่าเสียงส่วนใหญ่ของ ส.ว.จะลงมติรับหลักการในวาระแรก และเห็นควรรับญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของประชาชนฉบับไอลอว์ด้วย เพื่อเป็นการพิสูจน์ให้สังคมเห็นว่าองค์กรรัฐสภายังเป็นเวทีแก้ปัญหาให้กับประชาชนและประเทศชาติได้

ส.ว.แจงยื่นชี้ขาด 3 ร่างแก้ รธน.

นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ส.ว. กล่าวว่า ส.ว.เข้าชื่อกันยื่นญัตติต่อประธานรัฐสภา ให้บรรจุ เป็นวาระเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา เพื่อขอมติเห็นชอบจากที่ประชุมให้ส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับเท่านั้น คือ ร่างแก้ไข รัฐธรรมนูญมาตรา 256 ของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ที่ให้ตั้ง ส.ส.ร.มายกร่างใหม่ทั้งฉบับ และร่างแก้รัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์ที่มีเนื้อหาทำนองเดียวกันว่า มีเนื้อหาขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะมาตรา 255-256 รัฐธรรมนูญระบุให้แก้ไขเพิ่มเติมได้เท่านั้น ไม่สามารถยกร่างใหม่ทั้งฉบับได้ ดังนั้น เพื่อความ สบายใจจึงต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ยันไม่มีเจตนายื้อแค่รอบคอบ

นายดิเรกฤทธิ์กล่าวอีกว่า เท่าที่ทราบขณะนี้ ส.ว.เข้าชื่อครบตามจำนวนแล้ว ยังไม่ทราบจะบรรจุญัตติ ได้เมื่อไร ไม่ใช่การถ่วงเวลาแก้รัฐธรรมนูญ แต่เป็นการ ทำงานคู่ขนานกันไป เพราะการพิจารณารับหรือไม่รับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 17 พ.ย.ยังคงเดินหน้าต่อไป ถ้าที่ประชุมมีมติรับหลักการก็จะพิจารณาวาระ 2-3 ระหว่างนั้นศาลรัฐธรรมนูญก็พิจารณาควบคู่ไปด้วย ถ้าศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า ไม่ขัดรัฐธรรมนูญถือว่าจบเรื่อง แต่ถ้าขัดรัฐธรรมนูญต้องพักเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญไว้ก่อน เพื่อไปหาทาง แก้ไข กรณีนี้ไม่ใช่การยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยโดยตรง ตามที่นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. ระบุ อาจเข้าใจคลาดเคลื่อน แต่เป็นการยื่นเรื่องผ่านรัฐสภา ต้องให้ที่ประชุมรัฐสภาเห็นชอบก่อนจึงจะดำเนินการได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มี ส.ว.เข้าชื่อแล้ว 48 คน และยื่นญัตติต่อนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา อยู่ระหว่างรอบรรจุวาระเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาต่อไป

“โอ๊ค” แซะอยากได้คนดีแก้ รธน.สิ

วันเดียวกัน นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทวิตข้อความในทวิตเตอร์ระบุว่า “มีผู้นำประเทศนึง แพ้การเลือกตั้งจากเสียงของประชาชน เหมือนทรัมป์นี่แหละ แต่เขาชนะขาดจาก ส.ว.ลากตั้ง 249 : 0 บัตรเกิดใหม่ ในหีบ บัตรเขย่ง พรรคการเมืองปัดเศษ ทำให้เขาได้เป็นผู้นำฯของรัฐที่ชื่อ “ประเทศไทย” อยากได้คนดีมาแก้ปัญหา อยากพัฒนาประเทศ แก้ไขรัฐธรรมนูญสิรออะไร”

พท.จ่อเปิดตัว 26 ผู้สมัครนายก อบจ.

น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเตรียมเปิดตัวแคมเปญการเลือกตั้งท้องถิ่น พร้อมเปิดตัวผู้สมัครนายก อบจ. ทั้ง 26 จังหวัดในนามพรรคเพื่อไทย วันที่ 9 พ.ย. ถือเป็นครั้งแรกที่พรรคเพื่อไทยจะส่งผู้สมัครเลือกตั้งท้องถิ่นในนามพรรค เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการกระจายอำนาจให้ประชาชนมีส่วนร่วมบริหารท้องถิ่นของตนเอง พรรคเพื่อไทยจะผนึกกำลังทีมงานและผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้าน ใช้ความรู้ ความสามารถที่มี คิดใหม่ ทำใหม่ ใช้นโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มรายได้ ขยายโอกาสสู่ท้องถิ่น โดยผู้สมัครนายก อบจ. ทั้ง 26 คน ผ่านกระบวนการคัดเลือกตรวจสอบประวัติ รวมถึงผ่านการนำเสนอผลงานจากคณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้งท้องถิ่นของพรรคแล้ว มั่นใจพร้อมสู้ศึกครั้งนี้เต็มที่

“ศรีฯ” จ่อร้อง กกต.สอบก้าวหน้า

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การ พิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า วันที่ 9 พ.ย.จะไปยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ ไต่สวนสอบสวนคณะผู้ก่อตั้งคณะก้าวหน้า ประกอบด้วย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช รวมทั้งผู้สมัครนายก อบจ. และสมาชิก อบจ.ทั่วประเทศ ในนามคณะก้าวหน้า ว่าเข้าข่ายสมคบดำเนินกิจการเช่นเดียวกับพรรค การเมืองหรือไม่ เนื่องจากมีการดำเนินกิจกรรมเฉกเช่นพรรคการเมือง เช่น จัดประชุมเปิดตัวผู้สมัคร ส่งคนสมัครกว่า 40 จังหวัด อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 111 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี การเลี่ยงบาลีโดยการจัดตั้งกลุ่มการเมือง เพื่อดำเนินกิจกรรมทางการเมือง อาจต้องใช้เงินมหาศาลขับเคลื่อน

โพลชี้คนอยากเปลี่ยนนายก อบจ.

ด้านนิด้าโพลเปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปรวม 1,312 ตัวอย่าง เรื่อง “การตัดสินใจเลือกนายก อบจ.” พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 80.03 ระบุว่าจะไปใช้สิทธิลงคะแนนเสียง และส่วนใหญ่ร้อยละ 52.06 มองว่าสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันไม่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกนายก อบจ. เพราะไม่เกี่ยวข้องกันและส่วนใหญ่ร้อยละ 52.06 ระบุว่าจะไม่เลือกผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมือง หรือกลุ่มการเมืองเดียวกัน เพราะดูที่ตัวบุคคล นโยบาย ความสามารถ ประสบการณ์ และผลงานการทำงานที่ผ่านมา มีร้อยละ 28.19 ระบุว่าจะเลือกที่สังกัดพรรค เพราะง่ายต่อการทำงาน การเสนองบ นอกจากนี้ส่วนใหญ่ต้องการเปลี่ยนตัวนายก อบจ.ในเขตจังหวัด

ศก.ฝืดทำความสุขคนไทยลดลง

วันเดียวกัน สวนดุสิตโพลเปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน 1,374 คน เรื่อง “อยู่อย่างไร? ให้มีความสุขในยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง” พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 62.66 มองว่าภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน มีผลทำให้ความสุขประชาชนลดลง โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความสุขของประชาชน คือมีรายได้เพียงพอ รองลงมาคือสุขภาพแข็งแรง การงานมั่นคง ครอบครัวอบอุ่น และสังคมปลอดภัย ส่วนวิธีสร้างความสุขให้ตนเองในยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง คือต้องลด/ควบคุมค่าใช้จ่าย รองลงมาคือใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงหาทางเพิ่มรายได้ ทำงานอดิเรกที่ชอบ และออกกำลังกายส่วนมาตรการรัฐที่ช่วยให้มีความสุขมากขึ้น อันดับ 1.ลดค่าสาธารณูปโภค 2.ชดเชยรายได้ 3.พักชำระหนี้ 4.โครงการคนละครึ่ง และ 5.เลื่อนการชำระและลดหย่อนภาษี

ชวนคนไทยเที่ยวช่วยฟื้น ศก.

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนออกมาท่องเที่ยวช่วงปลายปีที่มีวันหยุดค่อนข้างมาก โดยใช้จ่ายผ่านโครงการของรัฐ เช่น โครงการเราเที่ยวด้วยกัน โครงการ “กำลังใจ” ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีในโครงการช้อปดีมีคืนได้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดหวังว่าช่วงปลายปีจะมีประชาชนเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น หลังจากเกือบครึ่งปีชาวไทยต้องงดการเดินทาง ป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ปัจจุบันประเทศไทยสามารถรับมือการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ได้ดี ถือเป็นโอกาสฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบของโรคระบาด โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบอย่างมาก

ชู ธปท.ออกกฎช่วยลูกหนี้ผิดนัด

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์การคิดดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ และการตัดชำระหนี้ เพื่อช่วยลดภาระหนี้ สร้างความเป็นธรรมแก่ประชาชน และลดการเกิดหนี้ด้อยคุณภาพในระบบการเงิน นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงแนวปฏิบัติที่สำคัญในระบบการเงิน 3 เรื่อง คือ 1.คิดดอกเบี้ยผิดนัดชําระหนี้บนฐานของเงินต้นที่ผิดนัดจริงเท่านั้น ไม่ให้รวมส่วนเงินต้นของค่างวดในอนาคตที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ 2.กำหนดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดชําระหนี้ที่อัตราดอกเบี้ยตามสัญญาบวกไม่เกิน 3% 3.กำหนดลำดับการตัดชําระหนี้ โดยให้ตัดค่างวดที่ค้างชําระนานที่สุดเป็นลำดับแรก เพื่อให้ลูกหนี้ทราบลำดับการตัดชำระหนี้ที่ชัดเจน ประกาศนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2564

ม็อบ 8 พฤศจิกายน ชุลมุน เจอฉีดน้ำระหว่างเคลื่อนขบวน ทั้งหมด 16 ภาพ

กลุ่มผู้ชุมนุมวันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 นัดหมายกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนินในช่วงเย็น โดยทยอยมากันตั้งแต่เวลาประมาณ 15.00 น. และเคลื่อนขบวนไปยังสนามหลวง ในเวลาประมาณ 17.50 น. ช่วงเวลาประมาณ 18.25 น. ได้เกิดเหตุชุลมุน เจ้าหน้าที่ได้ฉีดน้ำเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม และระหว่างการผู้ชุมนุมได้มีการรื้อแผงเหล็ก ลวดหนาม และขึ้นรถเมล์ที่ตำรวจนำมาป้องกันพื้นที่เคลื่อนขบวนมายังพื้นที่ใกล้กับพระบรมมหาราชวัง โดยได้จัดกิจกรรม วางถังที่ทำเป็นตู้ไปรษณีย์เพื่อให้ผู้มาร่วมชุมนุมหย่อนจดหมาย จากนั้นได้มีการประกาศยุติการชุมนุมในเวลาประมาณ 21.00 น.
อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ชุมนุมม็อบ 8 พฤศจิกาชุมนุม 8 พฤศจิกายนข่าวชุมนุมวันนี้ข่าวม็อบม็อบวันนี้ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 31 กรกฎาคม 2564 เวลา 08:22 น.