ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ถึงคิวแกนนําสนท. จับเพนกวิน ฟัน 7 ข้อหา ม.116

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์15 ส.ค. 2563 05:23 น.
    SHARE

    สื่อจับตาเกาเหลา “สุชาติ-นฤมล” ต่างคนต่างไหว้ศาล 2 รมต.โปรยหวานบอกสนิทกันแบบพี่น้อง กมธ.งบฯปี 64 ถล่ม ทบ.หมกเม็ดซื้อกระสุน 8 รายการไม่ยอมแจ้ง “บิ๊กแดง” อ้างภารกิจจำเป็นขอเลื่อนชี้แจงไปก่อน ฝ่ายค้านรุมจวก “บิ๊กตู่” ไม่จริงใจ ปากบอกพร้อมรับฟังเยาวชน แต่สั่งจับกุมแกนนำนักศึกษา “เจ๊หน่อย” ขอโทษทำเด็กๆไม่สบายใจ พท.จัดทีม 32 ส.ส.คอยซัพพอร์ตม็อบ “อนุสรณ์” หยัน “บิ๊กตู่” เหลือเวลาน้อยรีบเลือกทางลง “ธนาธร” เตือนยิ่งปราบม็อบยิ่งเทน้ำมันราดกองไฟ จะซ้ำรอย 6 ตุลาฯ 19 หรือไม่ อยู่ที่ผู้นำ กองทัพ “เอนก” ถกอธิการบดีมหาวิทยาลัยสั่งห้ามชุมนุมโยงสถาบันฯ “ณฐพร” ปูพรมแจ้ง ปอท.เอาผิดม็อบ มธ.อ้างมีหลักฐานโอนเงินโยงพรรคการเมืองหนุนหลัง ศาลเรียก “อานนท์-ไมค์” ไต่สวน 3 ก.ย. ฐานฝืนคำสั่ง ถึงคิว “เพนกวิน” ถูกรวบแถวเมืองทอง ฟัน 7 ข้อหา ม.116 ยุยงปลุกปั่น

    จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ประกาศพร้อมจะรับฟังความคิดเห็นและข้อเรียกร้องของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่ออกมาจัดกิจกรรมแฟลชม็อบเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ยุบสภา และหยุดคุกคามสิทธิเสรีภาพประชาชน แต่มีการติดตามจับกุมแกนนำนักศึกษาเป็นระยะจนถูกโจมตีว่านายกฯไม่จริงใจ ล่าสุดพรรคเพื่อไทยจัดทีม ส.ส.เตรียมพร้อมให้การช่วยเหลือและประสานงาน

    พท.ส่งทีม 32 ส.ส.ซัพพอร์ตม็อบ นศ.

    เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 ส.ค. ที่รัฐสภานายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย และรองประธาน กมธ.การปกครอง สภาฯ พร้อม ส.ส.เพื่อไทย แถลงข่าวว่านายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนมพรรคเพื่อไทยในฐานะประธาน กมธ.การปกครอง สภาฯ ลงนามมอบหมายให้ตนเป็นประธานคณะทำงานติดตามการชุมนุมของกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชน ร่วมกับ ส.ส.เพื่อไทย 32 คน ให้มาดูแลการชุมนุมของกลุ่มนิสิตนักศึกษา ต่อไปหากมีการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาจังหวัดใดในพื้นที่ กทม. ภาคเหนือ ภาคอีสาน ให้ ส.ส.เพื่อไทยที่อยู่ในเขตนั้นๆไปดูแลความเรียบร้อย ประสานงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย ทั้งเรื่องสถานที่ ห้องน้ำ พรรคเพื่อไทยตระหนักดีว่าการชุมนุมของนิสิตนักศึกษาขยายตัวเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับนักศึกษา ประธาน กมธ.ปกครองฯลงนามให้ ส.ส.ไปสังเกตการณ์ ประสานงานให้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ส.ส.ที่จะไปประสานงานต้องเตรียมใบรับรองเงินเดือนเอาไว้ด้วย กรณีหากเกิดการจับกุมนิสิตนักศึกษา เราจะได้ยื่นประกันตัวให้ได้ทันที เมื่อถามว่า การชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาปราศรัยพาดพิงสถาบันฯจะส่งผลกระทบ ส.ส.ด้วยหรือไม่ นายสมคิด ตอบว่าไม่ส่งผลกระทบ ใครพูดอะไรย่อมเป็นเรื่องของเขา หน้าที่เราเพียงแค่เข้าไปช่วยดูแลเรื่องความปลอดภัย สังเกตการณ์แล้วแจ้งกลับมายังคณะทำงานที่ตนเป็นประธานว่าจะชุมนุมพื้นที่ใดวันไหน จะได้ประสานงานให้กลุ่มนักศึกษาเท่านั้น

    ส.ส.สแตนด์บายพร้อมยื่นประกันตัว

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีม 32 ส.ส.เพื่อไทย ได้แก่ 1.นายสมคิด เชื้อคง 2.นายเกรียง กัลป์ตินันท์ 3.น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ 4.นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ 5.นายการุณ โหสกุล 6.นางสมหญิง บัวบุตร 7.นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ 8.นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ 9.นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ 10.นายรัฐกิตต์ ผาลีพัฒน์ 11.นายประภูศักดิ์ จินตะเวช 12.นายดะนัย มะหิพันธ์ 13.นายปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ 14.นายบุญแก้ว สมวงศ์ 15.นายธนกร ไชยกุล 16.น.ส.ชนก จันทาทอง 17.นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ 18.นายภาควัต ศรีสุรพล 19.นายสยาม หัตถสงเคราะห์ 20.นายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี 21.น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ 22.นายองอาจ วงษ์ประยูร 23.นายภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ 24.นายวัน อยู่บำรุง 25.นายอนุสรณ์ ปั้นทอง 26.น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ 27.นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา 28.นายจิรทัศ ไกรเดชา 29.นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม 30.นายวันนิวัติ สมบูรณ์ 31.น.ส.กิตติ์ธัญญา วาจาดี 32. น.ส.จิราพร สินธุไพร

    “เจ๊หน่อย” ขอโทษทำ นศ.ไม่สบายใจ

    คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ขอส่งสารถึงรัฐบาลต้องไม่ใช้ความรุนแรงกับนิสิตนักศึกษาเด็ดขาด และหยุดการคุกคามทุกรูปแบบ พร้อมขอโทษและเสียใจกรณีแสดงความเห็นก่อนหน้านี้ แต่มาจากความรู้สึกห่วงใยอย่างยิ่ง ในห้วงเวลาเช่นนี้รัฐต้องไม่ใช้ความรุนแรงมาแก้ปัญหา ต้องหยุดการคุกคาม ข่มขู่นักศึกษาทุกรูปแบบ หรือบังคับใช้กฎหมายโดยไร้ความยุติธรรม อย่าได้คิดจะทำร้ายอนาคตของชาติเด็ดขาด ขอยืนยันและสนับสนุนการมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของนิสิต นักศึกษาและเคารพความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่เสมอมา สนับสนุนข้อเสนอทั้ง 3 ประการที่นักศึกษาเรียกร้องตลอดมา ทางออกเดียวเวลานี้รัฐบาลต้องปฏิบัติตามข้อเรียกร้องด้วยการเร่งรัดกระบวนการในสภาฯ ให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่นำไปสู่อนาคตที่ดีกว่านี้ของประเทศ ที่ตนแสดงความคิดเห็นก่อนหน้านี้มาจากความรู้สึกที่ห่วงใยอย่างยิ่ง ต่อความปลอดภัยของนิสิต นักศึกษา เพราะเผด็จการอาจนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการใช้ความรุนแรง จนเกิดความสูญเสียกับประชาชนได้ หากสิ่งที่สื่อสารไป ทำให้เกิดความไม่สบายใจ รู้สึกเสียใจ ต้องขอโทษอย่างยิ่ง

    ขู่ “บิ๊กตู่” เวลาเหลือน้อยเลือกทางลง

    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายกฯแถลงผ่านทีวีพูลวอนคนไทยหยุดแบ่งฝ่ายว่า ประชาชนตั้งคำถามกับ พล.อ.ประยุทธ์พูดอะไร มักจะทำตรงกันข้ามเสมอ แถลงว่าจะบริหารงานแบบนิวนอร์มอล แต่ทำจริงโอลด์นอร์มอลไม่เปลี่ยนแปลง รัฐบาลต้องไม่บ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ความขัดแย้ง ไม่ปลุกความเกลียดชัง ไม่แบ่งแยกประชาชน ต้องไม่ใช้อำนาจรัฐคุกคาม ไม่ใช้วิธีนอกกฎหมายเล่นงานคนเห็นต่าง ประชาชนหมดความเชื่อถือต่ออำนาจรัฐ ต่อความยุติธรรม รวมไทยสร้างชาติต้องไม่ใช่เป้าหมาย เพื่อให้คนไทยทุกคนเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายประยุทธ์ ฝ่ายเดียวกันหมด แล้วหันหน้ามาช่วยกันกำจัดฝ่ายที่ไม่ใช่ฝ่ายประยุทธ์ หรือฝ่ายเห็นต่างให้หมดสิ้นไป เวลาของ พล.อ.ประยุทธ์เหลือน้อยลงทุกขณะ จะลงจากตำแหน่งแบบไหนต้องตัดสินใจให้ดี

    นศ.ถูกจับกุมเชิญแจ้งเฟซ “หมอทศ”

    นพ.ทศพร เสรีรักษ์ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหา การละเมิดสิทธิมนุษยชนและการลอบประทุษร้ายประชาชน กล่าวว่า กระแสข่าวว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงดักอุ้มแกนนำนักศึกษาที่หอพัก ข่มขู่คุกคามนักศึกษาและประชาชนที่จัดแฟลชม็อบ ฝ่ายการเมืองจึงหาทางช่วยเหลือนักการเมืองหลายท่านพร้อมช่วย หากถูกคุกคามหรือจับกุมให้เก็บรวบรวมหลักฐานแจ้งมายังเพจเฟซบุ๊กตนได้ตลอดเวลา ไม่ควรจะมีใครไปข่มขู่คุกคามทั้งนักศึกษาหรือครอบครัว ถ้าทำผิดกฎหมายเป็นเรื่องตัวบุคคล ฝ่ายคุมอำนาจไม่ควรเหมารวมอย่าไปทำร้าย

    “ธนาธร” ติงยิ่งปราบเทน้ำมันรดกองไฟ

    เมื่อเวลา 13.45 น. ที่รัฐสภา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวถึงการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มนิสิตนักศึกษาวันที่ 16 ส.ค.ว่า กลุ่มคนที่ต้องการสร้างความเกลียดชังในสังคม ต้องการจับกุมปราบปรามนักศึกษาอย่างเด็ดขาด นั่นไม่ใช่วิธีการแก้ไข ไม่ใช่ทางออก แต่ราดน้ำมันลงในกองไฟลุกโชน ทางออกให้สังคมได้จริงคือรับฟังอย่างมีสติและมีเหตุผล สิ่งที่นักศึกษาพูดอาจเป็นความจริงที่กระอักกระอ่วนสำหรับสังคมไทย นี่คือความท้าทายของสังคมไทยว่ามีวุฒิภาวะและเป็นผู้ใหญ่พอหรือไม่ที่จะรับฟังความจริงอย่างตรงไปตรงมา มีเหตุมีผลและมีสติ ขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจพร้อมจะรับฟังและประนีประนอมแค่ไหน หากไม่รับฟังนักศึกษาเลย สังคมไม่มีทางออก เมื่อถามถึงข้อเรียกร้องเลยเถิดไปถึงสถาบันฯ นายธนาธร กล่าวว่า ต้องยอมรับข้อเรียกร้อง 10 ข้ออาจทำให้กลุ่มคนบางกลุ่มไม่สบายใจ เราต้องยอมรับข้อเท็จจริงด้วยเหมือนกันว่า นี่คือความจริงที่กระอักกระอ่วน ทุกคนตระหนักรู้อยู่แล้ว แต่ไม่มีใครออกมาพูดเรื่องนี้ในที่สาธารณะ พวกเขาเป็นคนกลุ่มแรกๆที่เอาเรื่องนี้มาพูดในที่สาธารณะ นับว่าเป็นกลุ่มคนที่กล้าหาญมาก ถ้าตัดท่าทีการนำเสนอออกไป มองเนื้อหาเราพร้อมหรือเปล่าที่จะพูดคุยเรื่องเหล่านี้ด้วยเหตุผล ด้วยสติ เราเป็นผู้ใหญ่และมีวุฒิภาวะพอหรือเปล่า

    ซ้ำรอย 6 ตุลาหรือไม่อยู่ที่ผู้นำกองทัพ

    เมื่อถามว่าบางกลุ่มรับไม่ได้มองว่าจาบจ้วงสถาบัน นายธนาธรย้อนถามว่า “มีข้อไหนจาบจ้วง” ขอให้แยกระหว่างเนื้อหาข้อเรียกร้องกับท่าทีที่อาจทำให้คนบางกลุ่มไม่สบายใจอยู่บ้าง แต่ใจความหลักจริงๆคือเนื้อหา สังคมไทยต้องการตอนนี้คือเปิดใจรับฟังกันด้วยเหตุผล สังคมจะเดินไปสู่การหาทางออกด้วยสันติได้อย่างไรในเมื่อเดิม พล.อ.ประยุทธ์ให้ฟังนักศึกษา ตั้ง กมธ.รับฟังข้อเสนอของนักศึกษา แต่กลับไปจับกุมคุกคาม ไม่จริงใจรับฟังจริง ที่ให้สนใจเศรษฐกิจปากท้อง นายกฯมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดด้วยมาตรา 44 มา 5 ปีก่อนการเลือกตั้ง และมีอำนาจบริหารมาอีก 1 ปีกว่าหลังเลือกตั้ง ถ้าจะสำเร็จคงสำเร็จไปตั้งนานแล้ว ส่วนจะซ้ำรอย 6 ตุลาคม 2519 หรือไม่ ต้องถามผู้นำกองทัพว่าจะนำไปสู่เหตุการณ์นั้นหรือไม่ สิ่งที่เราเห็นขณะนี้คือการยุยงปลุกปั่นของกลุ่มคนบางกลุ่มให้เกลียดชังกัน เราจะหยุดยั้งได้ด้วยการนำเรื่องนี้ให้อยู่บนโต๊ะคุยกันด้วยเหตุผลและสติ การปราบปรามแก้ปัญหาไม่ได้ ประวัติศาสตร์พิสูจน์มาแล้วว่าการไม่เผชิญหน้ากับความจริงแก้ปัญหาไม่ได้ เราต้องการผู้ใหญ่ในสังคมที่มีวุฒิภาวะ ทั้งสื่อ นักวิชาการ สหภาพแรงงาน และกลุ่มคนทั้งสังคม ออกมาพูดเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาในที่สาธารณะมากขึ้น จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยไม่เป็นไร

    “เอนก” แจ้งอธิการห้ามชุมนุมจาบจ้วง

    ที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ถนนศรีอยุธยา นายอเนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว.เปิดเผยหลังหารือร่วมกับอธิการบดีและผู้แทนมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับการชุมนุมของนักศึกษาว่า ได้เชิญอธิการบดีและผู้แทนจากจุฬาฯ ม.ธรรมศาสตร์ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ม.รามคำแหง ม.ขอนแก่น ม.สงขลานครินทร์ และประธานอธิการบดีมหาวิทยาลัย กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏและกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล โดยนำความห่วงใยจากนายกฯมาแจ้ง ขอให้ดูแลการแสดงออกทางการเมืองของนักศึกษาไปในทางที่ถูกต้อง ต้องไม่ก้าวล่วงจาบจ้วงละเมิดสถาบัน ยืนยันรัฐบาลไม่ปรารถนาให้เกิดการปะทะกันของนักศึกษาหรือประชาชน ไม่ปรารถนาจะเห็นการนองเลือด ไม่มีเจตจำนงจะปิดเกมให้เร็ว ไม่มีเกมใดๆ ให้เป็นไปตามธรรมชาติเพื่อให้มีสันติสุขมากที่สุด การจัดการชุมนุมถ้าเกี่ยวข้องกับสถาบันไม่ให้จัด กรณีจุฬาฯประกาศห้ามใช้สถานที่จัดการชุมนุมของนิสิตเป็นสิทธิที่จะให้ใครใช้สถานที่ราชการ มีระเบียบให้คนเข้าออก

    เครือข่ายเทิดทูนสถาบันให้กำลังใจ “ตู่”

    เมื่อเวลา 11.00 น.ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล เครือข่ายพิทักษ์โครงการหลวงและเทิดทูนสถาบันฯ พร้อมด้วยเครือข่ายเทิดทูนสถาบันรวมไทยสร้างชาติ นำโดยนายพูลพัชร พูลเจริญ ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหมผ่านนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯเพื่อให้กำลังใจนายกฯ สืบสานโครงการพระราชดำริ และบังคับใช้กฎหมายในการเทิดทูนสถาบันสำคัญยิ่งของประเทศ อีกทั้งขอสนับสนุนนโยบายนายกฯฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยนายพูลพัชรกล่าวว่า เครือข่ายขอบคุณนายกฯที่นำพาประเทศไทยสู้กับสงครามโควิด-19 จนทำให้เป็นที่ยอมรับทั่วโลก ขอเป็นกำลังใจให้นำรัฐนาวาที่มาจากการเลือกตั้งโดยชอบตามกฎหมายตามรัฐธรรมนูญต่อไป เพราะว่าประเทศไทยมีประวัติศาสตร์ จารีตประเพณี และมีสถาบันพระมหากษัตริย์มายาวนาน ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ได้ทำให้ ทุกคนประจักษ์ว่าซื่อสัตย์ จงรักภักดีเป็นอย่างยิ่ง

    “ณฐพร” เปิดฉากแจ้ง ปอท.เอาผิดม็อบ

    เมื่อเวลา 14.00 น.ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เข้าพบ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. พ.ต.ท.กฤช เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา รอง ผกก. (สอบสวน) กก.3 บก.ปอท.เพื่อให้ดำเนินคดีกับแกนนำและกลุ่มผู้เข้าร่วมชุมนุม ผู้บริหาร มธ. ผู้ประกอบการเวที และผู้ที่สนับสนุนเงินทุนจัดกิจกรรมชุมนุม ที่ มธ.ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 10 ส.ค. โดยนายณฐพรเผยว่า การชุมนุมดังกล่าวล่วงละเมิดบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มีหลักฐานเชื่อได้ว่าอาจมีพรรคการเมืองหนึ่งช่วยเหลือสนับสนุน ตนจะช่วยรวบรวมข้อมูลที่มีลักษณะเข้าข่ายการกระทำความผิด หากพบกลุ่มใดที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือจะขอให้ตำรวจดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด ขณะนี้มีข้อมูลกลุ่มผู้สนับสนุนประมาณ 3 ถึง 4 คน มีหลักฐานการใช้โทรศัพท์ติดต่อประสานงานกัน ทั้งยังพบหลักฐานเส้นทางการโอนเงินที่ใช้จัดกิจกรรม ดังนั้นขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินการเอาผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และมาตรา 116 ฐานยุยง ปลุกปั่นฯ

    ศาลเรียก “อานนท์-ไมค์” ไต่สวนฝืนคำสั่ง

    ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลอาญาว่า เมื่อวันที่ 13 ส.ค.พนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ ได้ยื่นคำร้องขอเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวนายอานนท์ นำภา ทนายความศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง แกนนำเยาวชนตะวันออกเพื่อประชาธิปไตย 2 ผู้ต้องหาที่ถูกตั้งข้อหาฐานความผิดร่วมกันเป็นแกนนำจัดการชุมนุมเมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยรวม 7 ข้อหา ศาลอนุญาตปล่อยชั่วคราวให้ประกันตัว มีเงื่อนไขห้ามกระทำการใดๆ ในลักษณะเดียวกับการกระทำที่ถูกกล่าวหาในคดีอีก ต่อมาพนักงานสอบสวนพบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนเงื่อนไขของศาล จึงยื่นคำร้องขอเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวให้ศาลพิจารณา ศาลรับคำร้องไว้พิจารณามีคำสั่งให้นัดไต่สวนคำร้องขอเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวในวันที่ 3 ก.ย. เเละมีคำสั่งให้ส่งหมายเรียกผู้ต้องหาทั้งสองมาไต่สวน

    สภ.เลยปัดออกหมายจับ “เพนกวิน”

    พล.ต.ต.วิบูลย์ วงศ์ก้อม ผบก.ภ.จ.เลย กล่าวถึงกรณีโลกโซเชียลแชร์ข่าวนายสุขสันต์ เวียงจันทร์ อายุ 59 ปี อาชีพช่างตัดผม เข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเลย ดำเนินคดีนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ผิดตามมาตรา 112 พร้อมออกหมายจับแล้วว่านายสุขสันต์มาแจ้งความเวลา 10.30 น. วันที่ 12 ส.ค. พนักงานสอบสวนรับแจ้ง แต่ยังไม่มี การรับเป็นเลขคดี เนื่องจากต้องสอบสวนอย่างละเอียดว่ามีการกระทำเกิดขึ้นหรือไม่ แต่ผู้แจ้งกลับเอาเอกสารไปเผยแพร่จนสับสนในสังคมว่าแจ้งความแล้วต้องมีการออกหมายจับ ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาหรือออกหมายจับ

    รวบตัว “เพนกวิน” ฟัน 7 ข้อหา ม.116

    เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. เพจเฟซบุ๊กของนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ นศ.คณะรัฐศาสตร์ มธ. แกนนำสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) และแนวร่วมกลุ่มประชาชนปลดแอก ได้แพร่ภาพถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบเข้าควบควบคุมตัว ที่บริเวณใกล้สนามเทนนิส ในหมู่บ้านเมืองทองธานี ถนนแจ้งวัฒนะ ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ขณะเตรียมเดินทางไปชุมนุมที่บริเวณท่าน้ำนนทบุรี ในช่วงเย็นของวันเดียวกัน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงและอ่านหมายจับศาลอาญาที่ 1172 / 2563 ให้ฟังฐานยุยงปลุกปั่นตามมาตรา 116 และข้อหาอื่นๆ รวม 7 ข้อหา ทั้งหมดเป็นข้อหาเดียวกับนายอานนท์ นำภา และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง ที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้า โดยไม่มีข้อหาตามมาตรา 112 แต่อย่างใด

    อารยะขัดขืนต้องหิ้วปีกอุ้มขึ้นรถ

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาตามหมายจับ นายพริษฐ์กล่าวว่า “ผมไม่ยอมรับกระบวนการตรงนี้และไม่ยอมรับอำนาจของพวกพี่ ดังนั้นพี่ไม่มีสิทธิ์สั่งผม ถ้าจะเอาตัวไปจงเอาไปด้วยกำลัง” จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ชี้แจงว่า ถ้าไม่ยินยอมถือว่าขัดคำสั่งพนักงานสอบสวนต้องทำตามหน้าที่” นายพริษฐ์ย้ำว่า “ผมไม่ยอมรับอำนาจตรงนี้ และพวกพี่ไม่มีหน้าที่คุกคามประชาชน ถ้าพี่มีหน้าที่ก็ลากตัวผมไป” จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตรงเข้าหิ้วปีกและช่วยรวบขาทั้งสองข้างอุ้มตัวขึ้นรถไป เจ้าหน้าที่พยายามกล่าวด้วยวาจาสุภาพว่า “เชิญขึ้นรถครับๆ” ส่วนนายพริษฐ์ระหว่างถูกอุ้มขึ้นรถชูมือตะโกนว่า “ประชาธิปไตยจงเจริญ” ก่อนจะนำตัวไปยัง สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี กระทั่งเวลา 17.00 น. พ.ต.ท.วรปรัชญ์ วุฑฒิรักษ์ รอง ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น.เข้าพบ ร.ต.ท.ภูวเดช รัตนจิตต์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เพื่อมาลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐาน จากนั้นรีบนำตัวนายพริษฐ์ออกไปยัง สน.สำราญราษฎร์ เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาและสอบสวน

    “ชินวัตร-สมยศ” นำม็อบนนท์ลุ้น

    ขณะที่บริเวณริมเขื่อนท่าน้ำนนทบุรี นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง นายสมยศ พฤษาเกษมสุข แกนนำผู้ชุมนุม ได้นำกระบะติดเครื่องขยายเสียง ปราศรัยท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมา โดยนายชินวัตร ได้แจ้งให้ผู้เข้าร่วมชุมนุมทราบว่า นายพริษฐ์ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ จับกุมตัวที่บ้านพักภายในเมืองทองธานี ขณะเดินทางมาร่วมปราศรัยที่ท่าน้ำนนท์

    โผเข้ากอดแม่มาให้กำลังใจ

    ต่อมาเวลา 18.30 น. ที่ สน.สำราญราษฎร์ ตำรวจได้คุมตัวนายพริษฐ์ สอบปากคำเบื้องต้นและแจ้งข้อกล่าวหา มี พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รอง ผบช.น. เดินทางมาติดตามการจับกุม เมื่อเจ้าตัวเดินทางมาถึงและลงจากรถควบคุมตัวได้โผเข้าไปสวมกอดมารดาที่เดินทางมาให้กำลังใจ ส่วนที่หน้า สน.สำราญราษฎร์ มีกลุ่มผู้สนับสนุนมาให้กำลังใจรอบบริเวณ สน. ตำรวจจัดกำลังดูแลความเรียบร้อยตั้งแผงเหล็กเป็นแนวกั้นไม่ให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณโรงพัก ต่อมานายภาควัต ศรีสุรพลส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย และนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เดินทางมาขอเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อใช้ตำแหน่ง ส.ส.ประกันตัว

    รอง ผบช.น.ยันจับกุมตามขั้นตอน

    ต่อมาเวลา 20.00 น. พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รอง ผบช.น. แถลงชี้แจงกรณีการจับกุมนายพริษฐ์ ชีวารักษ์ หรือเพนกวินว่า เมื่อวันที่ 18 ก.ค. มีการจัดกิจกรรมชุมนุมทางการเมืองที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเข้าข่ายผิดกฎหมาย มีการร้องทุกข์ไว้กระทั่งวันที่ 7 ส.ค.ตำรวจได้จับกุมนายอานนท์ กับนายภาณุพงษ์ ตามหมายจับศาลอาญา ก่อนได้ประกันตัวไป วันนี้ตำรวจได้จับกุมนายพริษฐ์ แกนนำอีกรายหลังรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติออกหมายจับ ยืนยันว่าการดำเนินคดีเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายทุกประการ ยืนยันว่าหลังสอบปากคำเสร็จสิ้นจะคุมขังที่ สน.สำราญราษฎร์ ตามกรอบกฎหมาย 48 ชม. ต้องส่งตัวฝากขังที่ศาลอาญา รัชดาภิเษก ขณะนี้มารดานายพริษฐ์กับทนายความอยู่ดูแลด้วย

    มวลชนเดือดโวย ตร.น่าละอาย

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างรอง ผบช.น.แถลงข่าวได้มีมวลชนฝ่าแนวกั้นของตำรวจบริเวณริมถนนเข้าไปในบริเวณพื้นที่ของสถานีตำรวจพร้อมตะโกนใส่รอง ผบช.น.ว่า “shame” แปลว่า “น่าละอาย” และได้เสนอข้อเรียกร้องต่อ พ.ต.อ.อิทธิพล พงษ์ธร ผกก.สน.สำราญราษฎร์ไว้ 2 ประการ ข้อแรกขอเข้าไปใช้ห้องน้ำเพราะปวดปัสสาวะและไม่ให้นำเพนกวินไปคุมขังที่ สน.ตลิ่งชัน หลังเพนกวินโพสต์เพจเฟซบุ๊กไว้ก่อนหน้านี้ ก่อนพากันตะโกนว่าปล่อยเพื่อนเรา แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจแนะนำให้ไปใช้ห้องน้ำของ กทม.

    ด้านนายพริษฐ์กล่าวกับมวลชนผ่านกระจกห้องสอบสวนว่า สบายดี เหตุผลที่ตำรวจจับกุมเป็นเพราะเขากลัวข้อเสนอปฏิรูป 10 ข้อ

    “ลูกพ่อขุน” เรียกร้อง 10 ข้อไล่เผด็จการ

    ขณะที่เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ลานพ่อขุนมหาวิทยาลัยรามคำแหง (หัวหมาก) เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย การชุมนุมปราศรัยแบบแฟลชม็อบ “คนรามจะไม่ทน รามคำแหงจะไม่ยอมจำนนต่ออำนาจเผด็จการอีกต่อไป” ระหว่างการชุมนุมฝนกระหน่ำลงมาอย่างหนัก กลุ่มผู้ชุมนุมต้องหลบเข้ามาใต้อาคารศิลบาตร์ มีแกนนำพลัดเปลี่ยนหมุนเวียนขึ้นปราศรัยโจมตีรัฐบาลเผด็จการทหาร แสดงจุดยืนเรียกร้อง 10 ข้อ 1.แก้ไขรัฐธรรมนูญ 2.หยุดคุกคามประชาชน 3.ไม่เอารัฐประหาร 4.ไม่เอารัฐบาลแห่งชาติ 5.ส.ว.ต้องมาจากการเลือกตั้ง 6.ส.ว.ต้องไม่มีสิทธิโหวต เลือกนายกฯ 7.ยุบสภา 8.นายกฯต้องมาจากการเลือกตั้ง และ 9.องค์กรอิสระต้องมาจากประชาชน และ 10.รัฐบาลต้องมีคำตอบเรื่องการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

    จุฬาฯเดินหน้าลุยคนล้นอาคาร

    เวลา 17.30 น. ที่บริเวณลานใต้ถุนอาคารมหาจักรีสิรินธร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นิสิตในนาม “คณะจุฬาและกลุ่มสปริง มูฟเม้นท์” นำโดย น.ส.ศุกรียา วรรณายุวัฒน์ คณะครุศาสตร์ นายสิรภพ อัตโตหิ และ น.ส.สิรินทร์ มุ่งเจริญ คณะอักษรศาสตร์ จัดกิจกรรมชุมนุมแฟลชม็อบ โดยก่อนหน้าการชุมนุมจะเริ่มสำนักบริหารกิจการนิสิตฯออกประกาศห้ามนิสิตจัดกิจกรรม ให้เหตุผลว่าขออนุญาตกระชั้นชิดเกินไป แต่ทางคณะนิสิตไม่ยอมยืนยันจัดตามที่ประกาศไว้ แต่เนื่องจากฝนกระหน่ำลงมาทำให้ต้องเปลี่ยนสถานที่จากลานพระบรมราชานุสาวรีย์สองรัชกาล มาที่ใต้ถุนอาคาร โดยมีนิสิต คณาจารย์ และเจ้าหน้าที่เข้าร่วมเต็มแน่นลานจนล้นตัวอาคาร แกนนำได้สลับกันขึ้นปราศรัยโจมตีผู้บริหารที่ไม่อนุญาตให้จัดกิจกรรมว่า สมัยยุค กปปส.ผู้บริหารจุฬาฯกลับไม่ห้าม นอกจากนี้ยังโจมตีสื่อมวลชนว่า ไม่ยอมเสนอข่าวข้อเรียกร้องการชุมนุมของกลุ่ม มธ.รวมทั้งการนัดหมายชุมนุมในวันที่ 16 ส.ค.ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

    “จ่านิว-ไผ่” ไปเชียงรายขย่มรัฐบาล “ลุงตู่”

    สำหรับการชุมนุมของแนวร่วมม็อบประชาชนปลดแอกในพื้นที่ต่างจังหวัด เมื่อเวลา 18.00 น. ที่บริเวณสวนตุงและโคมนครเชียงราย กลางเมืองเชียงราย โดยมีนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว และนายจตุภัทร บุญรักษา “ไผ่ ดาวดิน” พร้อมทีมงานขึ้นปราศรัยบนเวทีสวนตุงฯถึงปัญหาเศรษฐกิจ โจมตีการบริหารงานของรัฐบาลถึงเหตุการณ์บ่อนการพนัน คดีบอส ความเลื่อมล้ำทางสังคม เรียกร้องแก้รัฐธรรมนูญ มีนักศึกษา นักเรียนจากสถาบันต่างๆของ จ.เชียงราย ทยอยเข้าร่วมมาฟังการปราศรัย เนื่องจากฝนเริ่มตกลงมาตลอดเวลา ต้องกางร่มยืนฟังท่ามกลางสายฝน มีการส่งเสียงร้องโห่แสดงความสะใจเป็นระยะๆ มีกำหนดการเลิกอภิปรายเวลา 20.00 น. โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมือง มาคอยรักษาความสงบอยู่โดยรอบๆ

    “บิ๊กตู่” โชว์ริสต์แบนด์ฟ้าเพื่อชีวิตที่ดีกว่า

    เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อน 5G แห่งชาติ ครั้งที่ 1/2563 ก่อนการประชุมขณะนายกฯเดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้าจะไปตึกภักดีบดินทร์ นายกฯหยุดแล้วหันมามองกลุ่มผู้สื่อข่าวก่อนชูมือขวาขึ้นพร้อมชี้ไปที่สายรัดข้อมือหรือริสต์แบนด์สีฟ้าบนข้อมือ ที่สวมคู่กับริสต์แบนด์สีเหลืองที่ใช้ประจำ ริสต์แบนด์สีฟ้าอันใหม่นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาจัดทำขึ้นและมอบให้ที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 13 ส.ค. เขียนข้อความว่า “better regulation for better life” มีความหมายว่า “พัฒนากฎหมายที่ดีเพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” หลังการประชุมฝนตกลงมาอย่างหนัก นายกฯชูมือขวาโชว์ริสต์แบนด์ให้สื่อมวลชนอีกครั้ง ก่อนกลับขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า

    สั่ง 24 ภารกิจ ครม.ตอบโจทย์ ปชช.

    น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสำนักนายกฯเปิดเผยว่า ในการประชุม ครม.วันที่ 13 ส.ค. นายกฯได้มอบนโยบายแก่ ครม. 24 ข้อ อาทิ น้อมนำพระบรมราโชบาย ในพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวมาเป็นแนวทางปฏิบัติงานให้ประชาชนมีความสุข บ้านเมืองมีเสถียรภาพ รักษาระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย ภายใต้กระบวนการยุติธรรมที่เป็นธรรม ไม่ยึดผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ทางการเมืองเหนือผลประโยชน์ประชาชนและส่วนรวม ขับเคลื่อนประเทศในยุคปกติใหม่ (New Normal) เน้นมีส่วนร่วม รับฟังความคิดเห็นของประชาชน นำเสนอข้อมูลข่าวสารในรูปแบบที่ประชาชนเข้าใจและเข้าถึงได้ง่าย ส่งเสริมกระบวนการสร้างความเข้าใจให้ตรงกัน ลดช่องว่างทางความคิดคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ เสริมสร้างความรักและความสามัคคีช่วยคนไทยทุกๆรุ่น (Generatios) ร่วมกันสร้างชาติไทย สร้างเสถียรภาพและความเชื่อมั่นในรัฐบาลบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและผลงาน กวดขัน เข้มงวด ปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ภารกิจระยะเร่งด่วน แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ตั้งคณะกรรมการฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบโควิด-19

    แผนปี 2 เสริมแกร่งกองทัพ–ตร.

    น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า นายกฯยังได้มอบนโยบายขับเคลื่อนการบริหารประเทศ ปีที่ 2 ให้มุ่งเน้นตามที่ได้แถลงต่อรัฐสภาไว้ คือ นโยบายหลัก 12 เรื่อง และนโยบายเร่งด่วน 12 เรื่อง ปรับเปลี่ยนแนวทางวิธีการบริหารงานให้เหมาะสมและสอดคล้องสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง ด้านเศรษฐกิจมุ่งเน้นเสริมสร้างความมั่นคงการจ้างงาน เร่งรัดวิจัยพัฒนาไปสู่การผลิตและการเกษตรที่มีคุณภาพ ต้นทุนต่ำ พัฒนาแหล่งน้ำและระบบชลประทาน สร้างเสถียรภาพระบบการเงิน การค้า การลงทุน ด้านพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ด้านบริหารจัดการงบประมาณ จัดทำงบฯขาดดุลเท่าที่จำเป็น และใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า ทั้งงบฯจาก พ.ร.ก.กู้เงิน และ พ.ร.บ.โอนงบประมาณปี 63 รวมถึงงบฯรายจ่ายปี 64 ด้านการต่างประเทศ ร่วมมือการค้าการลงทุน การท่องเที่ยว การแก้ปัญหาโควิด-19 ด้านความมั่นคงเสริมสร้างกองทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้เข้มแข็ง ทันสมัย โปร่งใส ยุติธรรม และเป็นที่พึ่งประชาชน ปราบปรามค้ายาเสพติด การลักลอบเล่นการพนัน

    “บิ๊กแดง” โชว์ฟิตก่อนเข้าสภาแจงงบฯ 64

    เมื่อเวลา 07.00 น.ที่สนามกีฬากรมยุทธศึกษาทหารบก โรงเรียนเสนาธิการทหารบก พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ตรวจเยี่ยมการทดสอบและประเมินผลสมรรถภาพร่างกายของผู้บังคับหน่วยระดับกรม และกองพันครั้งที่ 2 ประจำปี 2563 ตามนโยบาย Smart Soldier และ Strong Army โดย พล.อ.อภิรัชต์ร่วมทดสอบสถานีโหนยกเข่าแตะศอกได้ 8 ครั้ง ดันพื้น 2 นาทีได้ 47 ครั้ง ลุกนั่ง 2 นาทีได้ 66 ครั้ง ย่อตัวทุ่มน้ำหนักไปด้านหลังได้ 6.10 เมตร ก่อนเดินทางไปที่รัฐสภาร่วมชี้แจงคณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564

    กมธ.ฮึ่มอย่าถืออภิสิทธิ์ไม่ได้อคติหั่นงบฯ

    ขณะที่นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะ กมธ.งบฯ ปี 64 กล่าวว่า กมธ.หารือก่อนผู้นำเหล่าทัพเข้าชี้แจง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ กมธ.พรรคเพื่อไทยและนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กมธ.สัดส่วนพรรคก้าวไกล เห็นตรงกันว่าผู้นำเหล่าทัพเทียบเท่าอธิบดีและเหล่าทัพแต่ละเหล่าเทียบเท่ากรม จึงควรต้องอยู่ชี้แจงงบฯจนจบ เหมือนหน่วยงานอื่นๆ ไม่ใช่มาอธิบายภาพรวมแค่ 1 ชม. แล้วกลับปล่อยให้ผู้แทนอยู่ชี้แจงจนจบ ปีนี้คงกลับก่อนไม่ได้ ขอให้เลิกอ้างภารกิจ เพราะกำหนดวาระล่วงหน้า ไม่ใช่เพิ่งมาบอก 1-2 วัน ผบ.เหล่าทัพควรตระหนักเพราะนำเงินภาษีประชาชนไปใช้ ต้องอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ ขอฝากไปถึงผู้นำกองทัพ วันนี้การเมืองไม่เหมือน 5 ปีที่แล้ว ที่มาพิจารณางบฯแค่ 2 ชั่วโมงจบ 3 วาระรวด แต่วันนี้มีผู้แทนประชาชนอยู่ จำเป็นต้องชี้แจงที่มาของเงิน ให้ประชาชนรับทราบว่าเอาเงินไปทำอะไร อย่าถืออภิสิทธิ์ว่าเป็น ผบ.เหล่าทัพ คุมกำลังเข้ามานั่ง 1 ชม.แล้วกลับ ผบ.เหล่าทัพมาที่นี่รับรองว่าอบอุ่น กมธ.งบฯจะถามท่านทุกซอกทุกมุม ไม่ต้องกลัว มีอะไรตอบได้เลย ยืนยันการปรับลดงบฯ กมธ.ไม่ใช้อารมณ์ อคติหรือความเกลียดชัง ใช้เหตุผลเป็นหลัก กองทัพต้องชี้แจงรายละเอียดให้ชัดเจน รายละเอียดของท่านไม่เยอะ แต่เป็นงบฯหลายพันล้านบาท

    ซักยิบ ทบ.ซื้อลูกกระสุนไม่แจงรายการ

    เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 2564 มีนายวราเทพ รัตนากร รองประธาน กมธ.เป็นประธานการประชุม มีวาระพิจารณางบฯกระทรวงกลาโหม 6 หน่วยงาน วงเงิน 2.2 แสนล้านบาท โดย พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.มาชี้แจงด้วยตนเอง ภายหลังจากนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ในฐานะ กมธ.ได้ซักถามถึงงบฯจัดซื้อจัดจ้างกระสุนปืน 7-8 รายการที่ไม่พบเจอรายการตามเอกสารงบฯ ทั้งกระสุนปืนอัตโนมัติ กระสุนปืนใหญ่ ลูกกระสุนเอ็ม 75 และลูกกระสุนปืนกลชนิดต่างๆ ประธานในที่ประชุมได้ให้ พล.อ.อภิรัชต์ชี้แจง แต่ พล.อ.อภิรัชต์ระบุว่าติดภารกิจ และจะได้ให้ข้อมูลตามเอกสารภารกิจการประชุมที่ได้แจ้งต่อประธาน กมธ.ไปแล้ว

    “บิ๊กแดง” อ้างมีภารกิจสำคัญขอเลื่อนไป

    พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า เนื่องจากมีภารกิจจำนวนมากและเป็นภารกิจจำเป็น แต่ยืนยันว่ายินดีจะตอบคำถามของ กมธ. จึงขอความกรุณา กมธ.ให้เลื่อนการพิจารณาของกองทัพบกออกไปก่อน ตามเอกสารนั้นมีหลายประเด็นต้องพิจารณา หวังจะได้รับข้อเสนอแนะดีๆจาก กมธ. ยืนยันว่าอยู่ชี้แจงตลอดแน่นอน แต่ตามเอกสารภารกิจที่ได้ให้ประธาน กมธ.ไป วันนี้ไม่สามารถอยู่ได้ ขอให้ กมธ.นัดพิจารณาอีกครั้งในภายหลัง สุดท้ายที่ประชุมจึงมีมติให้เลื่อนไปชี้แจงภายหลังได้ จะกำหนดวันให้มาชี้แจงอีกครั้ง จากนั้น พล.อ.อภิรัชต์เร่งเดินออกจากห้องประชุมใช้ลิฟต์เฉพาะบุคคลเลี่ยงสื่อมวลชนที่ดักรออยู่ด้านหน้าห้องประชุม กมธ.งบฯชั้น 6 ลงไปที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินบี 1

    สื่อจับตาเกาเหลา “สุชาติ-นฤมล”

    เมื่อเวลา 07.29 น. ที่กระทรวงแรงงาน นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน พร้อมนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน เข้าทำงานเป็นวันแรก มีนายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน อธิบดีและข้าราชการรอต้อนรับ โดยเข้าสักการะพระพุทธสุทธิธรรมบพิตร พระพุทธชินราช ศาลพ่อปู่ชัยมงคล และศาลท้าวมหาพรหมเทวฤทธิ์ มีนักการเมืองมารอแสดงความยินดีคึกคัก อาทิ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พลังประชารัฐ และกลุ่ม ส.ส.ภาคตะวันออก เป็นที่น่าสังเกตว่านายสุชาติกับนางนฤมลทักทายกันเล็กน้อย ไม่ได้พูดคุยกันมากนัก ต่างคนต่างไหว้ศาล โดยนายสุชาติไหว้ศาลท้าวมหาพรหม 4 หน้าเพียงทิศเดียว ส่วนนางนฤมลไหว้ครบทั้ง 4 ด้านและใช้เวลาไหว้อธิษฐานนานกว่ามาก จากนั้นนายสุชาติอัญเชิญพระพุทธชินราชหน้าตัก 9 นิ้วขึ้นตั้งในห้องทำงานชั้น 6 อาคาร 15 ชั้น และลงนามเอกสารรับตำแหน่งรัฐมนตรีในเวลา 07.57 น. ขณะที่นางนฤมลขึ้นห้องทำงานชั้นเดียวกันแต่อยู่ฝั่งทิศใต้ เพราะห้องทำงานนางนฤมล ชั้น 6 อาคาร 25 ปี กรมพัฒนาฝีมือแรงงานยังปรับปรุงไม่เสร็จ

    หวานใส่กันแนบสนิทแบบพี่น้อง

    นายสุชาติกล่าวว่า ตั้งใจเข้ามาทำงานเพื่อบ้านเมือง นโยบายเร่งด่วนคือการตั้งศูนย์อำนวยการแรงงานแห่งชาติ จะเป็นประธานบูรณาการทำงานภายในหน่วยงานและภายนอกกระทรวง ช่วยกันทำงานเชิงรุก จะดูการปราบปรามการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน มีเป้าหมายให้ไทยขึ้นมาอยู่ในระดับเทียร์ 1 ให้ได้ มาที่นี่ไม่ได้มาเป็นนาย แต่มาเป็นผู้รับใช้แรงงาน ตนเกิดมาจากครอบครัวกรรมกร เข้าใจความยากลำบากของคนงานและผู้ประกอบการ ส่วนการแบ่งงานขอคุยกันก่อน เราสนิทกันอยู่แล้ว ได้พูดคุยกันแล้วว่าสิ่งใดที่ตนไม่รู้ให้ช่วยส่วนนั้น คนเราไม่ได้ถนัดเหมือนกันหมด เราคุยกันได้และคุยกันแบบพี่น้อง มีนางนฤมลมาช่วยเป็นสิ่งที่ดี ตนไม่ได้เก่งทุกเรื่อง นำประสบการณ์มาใช้ แต่เรื่องวิชาการ การต่างประเทศ ต้องให้นางนฤมลมาช่วย

    นางนฤมลกล่าวว่าคุ้นเคยกับกระทรวงแรงงาน เคยเป็นที่ปรึกษา พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล อดีต รมว.แรงงาน มา 3 ปีกลับมาครั้งนี้ตั้งใจมาทำงานเต็มที่ นายกฯตั้งความหวังให้กระทรวงแรงงานมาช่วยแก้ปัญหาด้านแรงงานหลังโควิด -19 ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกกดดัน แม้ว่าจะมีการวิพากษ์วิจารณ์ตั้งแต่ก่อนรับตำแหน่ง พร้อมสนับสนุนการทำงานของ รมว.แรงงาน เต็มที่ ไม่ว่าจะมอบหมายภารกิจใดพร้อมทำเต็มความสามารถ

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1เพนกวินถูกจับประยุทธ์ จันทร์โอชาสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจแกนนำข่าววันนี้

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพฤหัสที่ 29 ตุลาคม 2563 เวลา 05:21 น.