เมืองไทยยุคประชาธิปไตยครึ่งใบ การตีความกฎหมาย จึงต้องตีแบบครึ่งใบครึ่งบวกครึ่งลบ ครึ่งร้ายครึ่งดี ครึ่งผีครึ่งคนไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ รัฐธรรมนูญมาตราเดียวกัน ยังตีความได้ 2 ประตูมันยุ่งเป็นฝอยขัดหม้ออย่างนี้แหละประเทศไทยการที่กฎหมายมี 2 มาตรฐานทำให้การสรรหากรรมการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ 2 แห่ง เกิดตีความขัดแย้งกันเต็มเปาเรื่องเป็นอย่างไร “แม่ลูกจันทร์” สรุปย่อๆ พอแก้ปร่าก็แล้วกันเริ่มจากที่ประชุม ส.ว.ลากตั้ง ลงมติเห็นชอบให้ “นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข” อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ดำรงตำแหน่ง “กรรมการ ป.ป.ช.” แทนกรรมการ ป.ป.ช.คนเก่าที่หมดอายุการใช้งานปรากฏว่า “นายสุชาติ” ว่าที่กรรมการ ป.ป.ช.น้องใหม่ อาจเข้าข่ายเป็นผู้มีคุณสมบัติ “ต้องห้าม” ดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช.??เนื่องจาก ก.ม.ป.ป.ช. กำหนดว่า ผู้เคยเป็น ส.ส. หรือ ส.ว. หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งพ้นตำแหน่งไม่เกิน 10 ปี ไม่มีสิทธิ์เข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการ ป.ป.ช.ทว่า “นายสุชาติ” ท่านเพิ่งพ้นตำแหน่ง สนช.เพียงปีเดียวต้องรออีก 9 ปี ถึงจะมีสิทธิ์สมัครสรรหาเป็น ป.ป.ช.ถ้าจะอ้างว่า ตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติไม่ใช่ ส.ส.ไม่ใช่ ส.ว. และไม่ใช่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจึงไม่เข้าง่ามผู้มีคุณสมบัติต้องห้าม ดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช.แต่บังเอิญ...บังเอิญติดไฟแดง ตรงมาตรา 263 รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันกำหนดว่า “ระหว่างยังไม่มี ส.ส.-ส.ว. ให้สมาชิก สนช.ทำหน้าที่ ส.ส. และ ส.ว.”เท่ากับรัฐธรรมนูญเขียนรับรองฐานะสมาชิก สนช. เท่า ส.ส. และ ส.ว.เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ มีอำนาจหน้าที่ออกกฎหมายอย่างชัดเจนแถม สนช.ลากตั้งชุดนี้ เป็นผู้ทำคลอดรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และทำคลอด พ.ร.บ. ป.ป.ช. ฉบับนี้ออกมาเองดังนั้น การที่ ส.ว.ลากตั้ง 219 คน ลงมติเห็นชอบให้ผู้ที่พ้นตำแหน่ง สนช.ยังไม่เกิน 10 ปี เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช.น่าจะเข้าข่ายลงมติขัดบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเรื่องเล็กจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องสั้นจะกลายเป็นเรื่องยาวข้อสำคัญ มีการสรรหากรรมการองค์กรอิสระอีกแห่งให้เทียบเคียงกันกรณีคณะกรรมการสรรหา กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เหมือน ป.ป.ช.และ กกต.ปรากฏว่า พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก อดีตปลัดกลาโหม ผู้สมัครรับการสรรหาเป็นกรรมการ กสม.ต้องถูกตัดสิทธิ์กลางคันเพราะ “พล.อ.นิพัทธ์” มี “คุณสมบัติต้องห้าม” เนื่องจากพ้นจากตำแหน่ง สนช.ไม่เกิน 10 ปีพล.อ.นิพัทธ์ กับ นายสุชาติ เป็น สนช.รุ่นเดียวกัน ได้รับแต่งตั้งจาก “ลุงตู่ หน.คสช.” เหมือนกัน และพ้นจากตำแหน่ง สนช.พร้อมกันเมื่อ พล.อ.นิพัทธ์ มีคุณสมบัติต้องห้ามเป็นกรรมการ กสม.นายสุชาติ ก็ต้องมีคุณสมบัติต้องห้ามเป็นกรรมการ ป.ป.ช.เช่นเดียวกันถ้าคนหนึ่งต้องห้าม แต่อีกคนไม่ต้องห้าม ก็แสดงว่ารัฐธรรมนูญมาตราเดียวกัน แถกออกได้ 2 ประตู“แม่ลูกจันทร์” จึงเห็นด้วยที่ “นายศรีสุวรรณ จรรยา” เอาประเด็นนี้ไปประเคนผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้ยื่นคำร้องศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย “คุณสมบัติต้องห้าม” ผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการองค์กรอิสระให้ชัดๆ เจ๋งๆกันไปเลยอยากรู้เหมือนกันว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะชี้ออกมาอย่างไร??กลัวอย่างเดียว...กลัวศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องน่ะซีโยม."แม่ลูกจันทร์"