ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    คลิปโป๊โผล่ไลน์พลังประชารัฐ ส่งในนามปารีณา

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์4 พ.ค. 2563 05:23 น.
    SHARE

    ตามลบกันอุตลุด ยุบกลุ่ม-ตั้งใหม่

    ไลน์กรุ๊ปพลังประชารัฐป่วน หลุดอีกชื่อ “เอ๋” โชว์หราแชร์คลิปโป๊ว่อน “ปารีณา” ปัดส่งรูปหวิวลงกลุ่มโบ้ยกลุ่มไลน์เจ้าปัญหาโยงการเมือง ทำลายภาพ–ลักษณ์พรรค ยัน พปชร.เหมือนผัวเมียทะเลาะกัน แต่ยังรักกันมากมาย ยก “ประวิตร” เป็นหัวใจสำคัญ “ไผ่” จัดระเบียบตั้งไลน์ ส.ส.ใหม่ จ่อเชิญ “ลุงป้อม-หัวหน้าและเลขาฯ” เข้าร่วม เน้นสื่อสารปัญหาตรงถึงผู้บริหารพรรค “ทิพานัน” เหน็บ “ธนาธร” แจก 3 พัน ด่ารัฐบาลไว้ทำเองหมด “พิชัย” ยุโละทิ้งยกชุดทีมเศรษฐกิจรัฐบาล เย้ยหมดเครดิต 5 ปีล้มเหลวสิ้นเชิง ฝ่ายค้านรอชำแหละซักแหลกที่มาเงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท “สุทิน” ผวาซ้ำรอยทาสไอเอ็มเอฟ “เสรีพิศุทธ์” สละเงินเดือนแจกหัวละ 500 พร้อมของใช้ ปลุกสังคมเลิกให้โอกาส รบ. อยู่ต่อสืบทอดอำนาจ “นายกฯตู่” ถกสมาคมส่งออกเครื่องประดับเงินไทย ผู้ประกอบการปลื้มผู้นำมุ่งมั่นห่วงใย

    จากกรณีกระแสข่าวความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐที่แบ่งกลุ่มเคลื่อนไหวกดดันให้มีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค และให้ปรับเปลี่ยนโควตารัฐมนตรี โดยเคยเกิดกรณีไลน์หลุดจากไลน์กลุ่ม ส.ส.ของพรรค ทำให้เห็นถึงภาพความไม่ลงรอยกันเองภายใน ล่าสุดได้เกิดเหตุฮือฮาในไลน์กลุ่ม ส.ส.พรรคพลังประชารัฐอีกครั้ง หลังมีการส่งคลิปสยิวผ่านบัญชีผู้ใช้งานเป็นชื่อ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี

    ไลน์กรุ๊ป พปชร.ป่วน คลิปโป๊โผล่ว่อน

    เมื่อวันที่ 3 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชารัฐว่า เมื่อช่วงดึกวันที่ 2 พ.ค. ปรากฏเกิดเรื่องฮือฮาภายในพรรคพลังประชารัฐขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้เกิดกระแสข่าวความขัดแย้งภายในพรรค กรณีมีบางกลุ่มพยายามเคลื่อนไหวกดดันให้มีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคและกดดันให้มีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยล่าสุดเกิดเหตุกลุ่มไลน์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐหลุดออกมาอีก เป็นไลน์ที่บัญชีผู้ใช้งานชื่อว่า “ปารีณา” ได้ส่งลิงก์เว็บภาพยนตร์วาบหวิวฉากเลิฟซีน และยังไปไล่ลบสมาชิกคนอื่นๆ ออกจากกลุ่มจนหมด สร้างความแปลกใจให้กับคนที่อยู่ในกลุ่มเป็นอย่างมาก

    “เอ๋” ปัดส่งรูปหวิว ซัดโยงการเมือง

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ โพสต์ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ขอชี้แจงหน่อย ดิฉันถูกกล่าวหาส่งคลิปหวิวเข้าไปในกลุ่ม และเตะทุกคนออกจากกลุ่มทำให้กลุ่มหายไป ขอยืนยันไม่ได้ส่งคลิปหวิวดังกล่าว กลุ่มไลน์พลังประชารัฐเป็นกลุ่มไลน์ที่มีแต่ปัญหา ในอดีตใครไม่รู้ส่งคลิปหวิวเข้ากลุ่ม เพื่อน ส.ส.ได้แจ้งทุกคนรีบออกจากกลุ่มเพราะมีไวรัสแล้วตั้งกลุ่มใหม่ ต่อมาอยู่ดีๆก็มี ส.ส.ไปชวนเพื่อนที่ไม่ใช่ ส.ส.เข้ามาในกลุ่ม ดีที่ ส.ส.โอ๋ (นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ) ตาไว รีบขอร้องให้บุคคลดังกล่าวออกจากกลุ่มไป และแจ้งเพื่อนๆ ห้ามมิให้เชิญคนอื่นเข้ามาในกลุ่ม และกลุ่มนี้ก็มี ส.ส.หลายท่านใช้ชื่อจริง ใช้ชื่อย่อ ชื่อปลอม และไม่มีหน้าตาเข้าร่วม ทำให้ตรวจสอบสมาชิกในกลุ่มจำนวนร้อยคนเศษยาก จนเกิดเหตุการณ์ไลน์หลุดมากมายและต่อเนื่อง อาจกลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองทำลายภาพลักษณ์ที่เรารักกันพลัง–ประชารัฐ”

    โวแค่ผัว-เมียทะเลาะแต่ยังรักกันดี

    น.ส.ปารีณาระบุด้วยว่า ส่วนประเด็นการตั้งกลุ่มใหม่ ทางผู้ใหญ่ลงความเห็นควรงดตั้งกลุ่มไลน์พลังประชารัฐแล้ว เนื่องจากมีแต่สร้างภาพลบให้กับพรรค จริงบ้าง มั่วบ้าง ไม่มีความเป็นส่วนตัว และส่วนตัวรู้สึกว่ากลุ่มไลน์นี้เป็นลบมากกว่าบวก และรำคาญข่าวต่างๆที่เกิดขึ้นจากกลุ่มไลน์นี้เต็มทีแล้วค่ะ#ป่วนไลน์กลุ่มพลังประชารัฐ#ต่อไปนี้ไม่มีไลน์กลุ่มพลังประชารัฐและกลุ่มไลน์เจ้าปัญหา ขอย้ำว่าพวกเรารักกันมาก รักกันเหมือนความรักของผัวเมีย ที่บางครั้งผัวกับเมียก็จะทะเลาะกันแต่ก็ยังรักกันมากมาย อย่าลืมพลังประชารัฐเรามี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและประธานยุทธศาสตร์พรรค เป็นหัวใจสำคัญของพรรค

    “สารวัตรต๊อก” แจงเคยเป็น ตร.ไม่ใช่ ส.ว.

    พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์กรณีข่าวไลน์กลุ่ม ส.ส.พลังประชารัฐหลุด บัญชีผู้ใช้งานไลน์ปารีณาไล่ลบบัญชีผู้ใช้งานไลน์ในกลุ่ม ซึ่งปรากฏบัญชีผู้ใช้ไลน์ชื่อ “สว.ต๊อก” พร้อมเบอร์โทรศัพท์ ถูกโซเชียลมีเดียตั้งข้อสังเกตว่า เป็น ส.ว.เข้ามาอยู่ในกลุ่มไลน์ของ ส.ส.พรรคการเมืองได้อย่างไรว่า ตนไม่ใช่ ส.ว. แต่เป็น ส.ส.จันทบุรี เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ แต่ที่ใช้ชื่อไลน์ว่า “สว.ต๊อก” เพราะตนเคยเป็นสารวัตร และมีชื่อเล่นว่า “ต๊อก” ตัวย่อ สว.หรือสารวัตร กับสมาชิกวุฒิสภาหรือ ส.ว. เขียนคล้ายกัน ส่วนที่มีการเผยแพร่รูปหลุดของไลน์กลุ่มและปรากฏหมายเลขโทรศัพท์ของตนนั้น ถือว่าได้รับความเสียหายพอสมควร ทุกวันนี้อยู่กับพื้นที่ ช่วยดูแลทุกข์สุขประชาชน

    จ่อเชิญ “บิ๊กป้อม”-หน.-เลขาฯ ร่วมวง

    นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า จากปัญหากลุ่มไลน์ ส.ส.หลุดในโซเชียลครั้งล่าสุด พรรคได้ยกเลิกไลน์กลุ่มดังกล่าวแล้ว ขณะนี้พรรคได้ตั้งกลุ่มไลน์ ส.ส.ขึ้นมาใหม่ ใช้ชื่อ “ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ” บรรดา ส.ส.ทยอยตอบรับเข้ามาเป็นสมาชิกแล้ว และตั้งใจจะเชิญผู้บริหารพรรค ทั้งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และที่สำคัญจะเชิญ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรค เข้าร่วมกลุ่มไลน์นี้ด้วย จากเดิมที่มีแค่ ส.ส.เท่านั้น เพื่อให้เกิดการสื่อสารของ ส.ส.พรรค ไปยังผู้บริหารพรรคได้โดยตรงวัตถุประสงค์ตั้งแต่ต้นของการตั้งกลุ่มไลน์ ส.ส. เพื่อให้ ส.ส.พรรคได้ส่งผลงานว่าใครทำอะไรบ้าง เนื่องจากพรรคมีทั้ง ส.ส.เก่าและใหม่ จะได้ดูไว้เป็นแนวทางการทำงาน เพราะ พล.อ.ประวิตร กำชับ ส.ส.ทุกคนลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน รวมถึงแจ้งปัญหาประชาชนร้องมาในพื้นที่ นอกเหนือแจ้งวาระการประชุม ถือเป็นการใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์โดยไม่จำเป็นต้องเรียกประชุม แจ้งผ่านทางไลน์นี้ได้เลย ที่สำคัญต้องกำชับขอให้ระมัดระวังให้ใช้ไลน์นี้เพื่อประโยชน์ประชาชนอย่างแท้จริง อย่าให้เกิดปัญหาเหมือนที่ผ่านมา

    “ประวิตร” สั่ง ส.ส.ช่วยชาวบ้าน 24 ชม.

    นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี ในฐานะประธาน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ของไทยผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงต่อเนื่อง ประกอบกับรัฐบาลเริ่มผ่อนคลาย 6 กิจกรรม-กิจการให้กลับมาดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค.เป็นต้นไป โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พลังประชา–รัฐ ได้กำชับ ส.ส.พลังประชารัฐทั้งหมด ติดตามและประเมินผลการผ่อนคลาย 6 กิจกรรมดังกล่าว สามารถช่วยเหลือประชาชนเป็นที่น่าพอใจหรือไม่ และหากมีอุปสรรคอะไร ก็ให้ ส.ส.เข้าไปช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วนตลอด 24 ชั่วโมง รับฟังปัญหาและรายงานผลกลับมายังประธานยุทธศาสตร์พรรค เพราะท่านมีความเป็นห่วงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เหตุการณ์โรคระบาดโควิดที่กำลังจะผ่านไปเป็นสิ่งพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า บ้านเราผ่านวิกฤติมาได้ และเราจะพลิกวิกฤติเป็นโอกาสไปพร้อมๆกัน

    เหน็บ “ปิยบุตร” ทนไม่ได้ รบ.ผลงานดี

    น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตจอมทองธนบุรี กล่าวถึงกรณีนายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้าออกมาปลุกประชาชนลุกขึ้นต่อสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงรัฐบาลว่า นายปิยบุตรยังคงเป็นนักฉกฉวยโอกาสในวิกฤติ แสดงความเห็นสร้างเงื่อนไขให้เกิดความขัดแย้ง เพราะทนเห็นไม่ได้ที่ผลงานโควิด-19 ของรัฐบาลเป็นที่พึงพอใจของประชาชน ต่างชาติชื่นชม มีมาตรการด้านสุขภาพที่ดี ทำให้นายปิยบุตรอยู่แล้วปลอดภัย ไม่ติดเชื้อ หากมีจิตสำนึกเพื่อประเทศชาติและส่วนรวมสักนิด จะไม่นำความคับแค้นทางการเมืองส่วนตัวมาหาช่องชี้นำประชาชน นำสุขภาพประชาชนมาเสี่ยงเพื่อเป็นเครื่องมือช่วงชิงอำนาจในเวลาที่หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ นั่งวิพากษ์วิจารณ์อยู่บนหอคอย เปิดแอร์อยู่บ้านใช้เน็ตอ่านแต่ความเห็นทางโซเชียลมีเดียกลุ่มสนับสนุน แล้วมโน เพื่อให้เข้าเงื่อนไขตนเอง ยังไม่หยุดเพ้อเจ้อแนวทางการปฏิวัติฝรั่งเศส ควรตื่นเสียที โลกยุคโควิด-19 มันเปลี่ยนแปลงไปแล้ว การเมืองควรเปลี่ยนแปลงเป็น New Normal การเมืองวิถีใหม่ที่สร้างสรรค์

    ฉะ “ธนาธร” กลืนน้ำลายแจกเงิน

    รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ยังกล่าวถึงกรณีคณะก้าวหน้าโดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นแกนนำ จัดคอนเสิร์ตระดมทุนนำเงินมาบริจาคให้ประชาชนรายละ 3 พันบาทว่า สิ่งที่นายธนาธรทำมักเป็นสิ่งที่เคยวิจารณ์ผู้อื่นว่าทำไม่ดีมาก่อน สุดท้ายลอกเลียนวิธีการและทำเสียเอง ยังเอาหน้าโดยไม่ลงทุนแจกเงินเฉพาะที่ได้รับบริจาคมา ไม่ปรากฏยอดบริจาคจากนายธนาธรแม้แต่บาทเดียว นายธนาธรกำลังกลืนน้ำลายตัวเองทำทุกอย่างตามที่เคยวิจารณ์ ทั้งว่าเป็นรัฐบาลขอทาน แต่สุดท้ายนายธนาธรเรี่ยไรเงินเสียเอง รัฐบาลแจกเงินเยียวยาความทุกข์ร้อนเป็นสิ่งไม่ดี ไม่ใช่การแก้ไข แต่สุดท้ายแจกเงินเสียเองเพื่อเพิ่มยอดผู้ชมคอนเสิร์ตที่มีเพียง 5 พันคนในวันแรก

    ว่า รบ.กีดกันคนเข้าไม่ถึงเน็ตก็ทำเอง

    “นายธนาธรวิจารณ์ลงทะเบียนรับสิทธิ รัฐบาลกีดกันผู้ที่ไม่เข้าถึงอินเตอร์เน็ต แต่สุดท้ายกลับกีดกันและสร้างความเหลื่อมล้ำเสียเอง แจกเงินเฉพาะผู้ที่เข้าถึงเฟซบุ๊กเพจคณะก้าวหน้า เคยว่ารัฐบาลช่วยประชาชนไม่ทั่วถึง แต่สุดท้ายนายธนาธรก็แจกเงินไม่ทั่วถึงเช่นกัน วันแรกแจกเพียง 351 คน วันต่อมามีคนหลักล้านคนที่ไม่สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือจากนายธนาธร ไม่มีความเท่าเทียม ผู้เดือดร้อนจริงๆ กลับไม่ได้รับความช่วยเหลือ จะได้เฉพาะผู้ที่ว่องไวลงทะเบียนเข้าถึงอินเตอร์เน็ตและติดตามเฟซบุ๊กก่อน กีดกันโอกาสผู้สูงอายุ คนรากหญ้า คนทำงานที่ไม่สามารถเข้าถึงเฟซบุ๊กในเวลานั้น ไม่มีมือถือสมาร์ทโฟน ไม่มีอินเตอร์เน็ตใช้” น.ส.ทิพานันกล่าว

    นายกฯพบกลุ่มเครื่องประดับเงินไทย

    สำหรับการเดินสายพบสมาคมภาคธุรกิจไทยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เพื่อรับฟังสถานการณ์ความเดือดร้อนข้อเสนอแนะจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ด้วยตัวเอง หลังพบสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยวไปเป็นที่แรกไปแล้วนั้น เมื่อเวลา 15.30 น. นายกฯได้โพสต์ภาพหารือร่วมกับผู้บริหารสมาคมผู้ส่งออกเครื่องประดับเงินไทย ผ่านเพจเฟซบุ๊ก “ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha” และโพสต์ข้อความว่า ถือเป็นภาคส่วนสำคัญในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ขอขอบคุณคุณกิตติศักดิ์ อุดมแดงอร่าม นายกสมาคมฯ คุณเธียรพันธุ์ บุญทรงษีกุล ดร.บุญกิต จิตรงามปลั่ง คุณวีระศักดิ์ เลอวิศิษฎ์ และคุณปิยพร อินทรประเสริฐ ที่เข้าร่วมหารือ เล่าสถานการณ์ความเดือดร้อน รวมถึงข้อเสนอแนะที่ต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือให้รับทราบโดยตรง ล้วนเป็นข้อมูลที่ดีและมีประโยชน์ ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่าน เราอาจต้องลำบากกันในช่วงนี้ แต่มั่นใจว่าเราจะผ่านวิกฤตินี้ไปได้ด้วยความร่วมมือกัน สู้ไปด้วยกันแบบเป็นหนึ่งเดียว เพื่อประเทศไทยของเรา

    เอกชนประทับใจผู้นำทุ่มเท ห่วงใย

    ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก Thai Silver Exporter Association สมาคมผู้ส่งออกเครื่องประดับเงินไทย โพสต์ภาพหารือกับนายกฯและข้อความว่าขอขอบคุณนายกฯเป็นอย่างสูง ที่มาพบเพื่อรับฟังสถานการณ์ความเดือดร้อน และความเห็นในภาวะวิกฤติโควิด-19 ระบาด และผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับด้วยตัวท่านเอง สมาคมฯรู้สึกขอบพระคุณเป็นอย่างสูง และประทับใจในความทุ่มเท ห่วงใย และมุ่งมั่น ที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนทุกระดับ รวมถึงผู้ประกอบการขนาดเล็กหรือขนาดกลางก็ตาม

    ขอกลุ่มเครื่องนุ่งห่มไทยดูแลลูกจ้าง

    เมื่อเวลา 19.35 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ โพสต์อีกครั้งผ่านเฟซบุ๊ก “ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha” เป็นภาพพบผู้บริหารสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย และข้อความว่า จากสมาคมผู้ส่งออกเครื่องประดับเงินไทย เดินทางต่อไปสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย เพื่อรับฟังสถานการณ์ และข้อเสนอแนะในการช่วยเหลือผู้ประกอบการและแรงงานในภาคธุรกิจนี้ ขอขอบคุณ คุณยุทธนา ศิลป์สรรค์วิชช์ นายกสมาคมฯ คุณสุชาติ จันทรานาคราช คุณสุกิจ คงปิยาจารย์ คุณรวีวรรณ เมศศิริตระกูล และคุณธีระ ธนะกาญจนสุทธิ์ สำหรับข้อมูลที่มีประโยชน์ และการหารือมีประสิทธิภาพอย่างมาก ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน และขอให้พยายามดูแลลูกจ้างและแรงงานของท่านให้ดีที่สุด ยืนยันที่จะดูแลผู้ประกอบการต่างๆให้ดีที่สุด

    “พิชัย” ยุส่ง พปชร.โละทีม ศก.ยกแผง

    นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวถึงความขัดแย้งกันในพรรคพลังประชารัฐที่ต้องการเปลี่ยนหัวหน้าพรรคและทีมเศรษฐกิจของพรรคว่า เป็นเรื่องถูกต้องสมควรทำนานแล้ว 5 ปีกว่าทีมเศรษฐกิจชุดนี้ล้มเหลวสิ้นเชิงในการบริหารเศรษฐกิจ ทำให้ประชาชนเดือดร้อนตั้งแต่ก่อนไวรัสโควิด-19 ระบาด ยิ่งเกิดการระบาดยิ่งแสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจไทย จึงควรเร่งเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจทั้งชุด เพราะหมดความน่าเชื่อถือ ไม่สามารถแก้ปัญหาประเทศได้ ความนิยมของพรรคพลังประชารัฐเสื่อมลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในพรรคเองได้ยินเสียงบ่นเสมอว่าหัวหน้าพรรคและเลขาพรรคไม่เคยดูแลความเป็นอยู่ของ ส.ส. ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงจึงเป็นเรื่องเหมาะสมสำหรับพรรคและประเทศ

    ฝ่ายค้านรอชำแหละเงินกู้ 1.9 ล้านล้าน

    นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการเสนอให้เปิดประชุมสภาฯสมัยวิสามัญหารือ พ.ร.ก.กู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท และการเสนอแนะการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ว่า ท่าทีของวิปรัฐบาลและ ส.ว.คงชัดเจนแล้วว่าจะไม่มีการเปิดประชุมสภาฯสมัยวิสามัญพิจารณากรณีดังกล่าว คงต้องรอไปพิจารณาในสมัยเปิดประชุมสมัยสามัญที่จะเริ่มในวันที่ 22 พ.ค. แต่คาดว่าเรื่อง พ.ร.ก.กู้เงินน่าจะเข้าหารือได้วันที่ 28 พ.ค. ขณะนี้ ส.ส.ฝ่ายค้านได้เตรียมข้อมูลเพื่อซักถามรัฐบาลอย่างหนักถึงที่มาของเงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท จะมาจากแหล่งใด อาทิ เป็นเงินกู้จากในประเทศหรือต่างประเทศ แนวทางใช้จ่ายเงินกู้ที่จะไม่สร้างภาระแก่ประชาชนในอนาคต

    บี้แจงที่มาหลอนซ้ำรอยไอเอ็มเอฟ

    “โดยเฉพาะสิ่งที่อยากให้รัฐบาลชี้แจงมากที่สุดคือเรื่องแหล่งที่มาเงินกู้ หากกู้จากต่างประเทศ เช่น กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) จะมีเงื่อนไขและข้อปฏิบัติจำนวนมากที่บังคับให้ประเทศไทยต้องทำตามเหมือนการกู้เงินไอเอ็มเอฟในอดีต ที่ประเทศไทยต้องออกกฎหมาย 11 ฉบับ มารองรับการกู้เงิน หากรัฐบาลไม่บอกแหล่งที่มาเงินกู้ให้ละเอียด อาจทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบ และสร้างภาระหนี้สินให้ประชาชนในอนาคต” ประธานวิปฝ่ายค้านกล่าว

    “ลุงเสรี” สละเงินเดือนแจกเงิน–ของใช้

    เมื่อเวลา 09.00 น. ที่วัดระฆังโฆสิตาราม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พร้อม ส.ส.เสรีรวมไทย ลงพื้นที่มอบเงินแก่ชาวบ้านคนละ 500 บาท และแจกสิ่งของเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดโรคโควิด-19 โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า จะนำเงินเดือน ส.ส.ที่ได้รับมาตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง ส.ส. และเบี้ยประชุม กมธ.ที่เข้าบัญชีมา แต่ไม่เคยเบิกใช้แม้แต่บาทเดียว รวมแล้ว 1.2 ล้านกว่าบาทไปใช้ลงพื้นที่แจกของช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน แม้จะไม่มากพอช่วยทุกคนได้ แต่พร้อมช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแบบเฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุขให้คนเดือดร้อนทุเลาความทุกข์ไปบ้าง ไม่ขอใช้สิทธิเงินเดือนจากภาษีประชาชน ขอนำสิทธินั้นมามอบคืนประชาชน และจะนำปัญหาที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนไปดำเนินการแก้ไขต่อให้ภาวะวิกฤติคลายตัวเร็วที่สุด

    จ้องสอบหมกเม็ดถลุงงบฯแก้โควิด

    พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาการบริหารจัดการของรัฐบาลด้านการเยียวยา และฟื้นฟูประเทศ โดยออกกฎหมาย 3 ฉบับ กู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท รวมทั้งการให้หน่วยราชการปรับลดงบฯที่ไม่จำเป็น เพื่อมาใช้ในภาวะแบบนี้ ยังมีช่องโหว่หลายอย่าง เช่น การคัดกรองคนเดือดร้อนหละหลวม การส่อทุจริตของหน่วยราชการในการใช้งบเยียวยา แบบชักเปอร์เซ็นต์ค่าหัวคิว ตั้งราคาจัดซื้อแพงไร้เหตุผล บางหน่วยไม่ยอมปรับลดงบประมาณ ยังลงทุนกับสิ่งที่ประชาชนคาใจหลายเรื่อง ในฐานะประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร จะดำเนินการสอบสวนทุจริตเกี่ยวกับการใช้งบประมาณเหล่านี้ ใครมีข้อมูลขอให้ส่งมา กรณีนี้ถือว่ารัฐบาลสอบตกในการบริหารภาวะวิกฤติ หัวหน้ารัฐบาลต้องรับผิดชอบ ข่าวที่ปรากฏหลายวันมานี้ไม่เห็นหัวหน้ารัฐบาลและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแสดงบทบาทให้เห็นถึงการขอโทษประชาชนและพิจารณาตัวเอง หากเหตุแบบนี้เกิดขึ้นในต่างประเทศ ผู้นำรัฐบาลจะแสดงสปิริตทันที แต่รัฐบาลชุดนี้ไม่มีสำนึกตรงนั้น ดังนั้นจะทำหน้าที่แทนประชาชน ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลแบบไม่เห็นแก่หน้าใคร ผิดเป็นผิด ถูกเป็นถูก จัดการความผิดพลาดของรัฐบาลและลงโทษในกรณีที่ปรากฏความผิด

    ปลุกสังคมเลิกให้โอกาส รบ.อยู่ต่อ

    พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ขอฝากสังคมว่า เมื่อเป็นแบบนี้จะปล่อยให้รัฐบาลทำงานอีกหรือ ความหละหลวมหลายอย่างที่เกิดขึ้น ส่อเค้าทุจริต หน้ากากอนามัยขาดตลาด ราคาแพง ไม่มีอะไรคืบหน้าว่า ไอ้โม่งปั่นราคาคือใคร การให้ อบจ.บางเแห่งจัดซื้อปัจจัยช่วยเหลือชาวบ้าน การปล่อยให้คนเดือดร้อนฆ่าตัวตายเพราะไม่มีกินเนื่องจากมาตรการล็อกดาวน์เพราะระบบเอไอของรัฐบาลมั่วมาก ไม่รู้ว่าทำไมหัวหน้ารัฐบาลไม่สำนึก แปลว่าหัวหน้ารัฐบาลไม่แคร์ชาวบ้าน จ้องจะอยู่ในอำนาจต่อเท่านั้นหรือ จะใช้ช่องทางต่างๆที่มีอยู่ตรวจสอบหัวหน้ารัฐบาลทุกกรณีในการใช้งบมหาศาลครั้งนี้ และส่อแววทุจริตสูง รวมทั้งยังมีข่าวแย่งเก้าอี้กันเองของคนในพรรคแกนนำรัฐบาล ทั้งที่ชาวบ้านแทบไม่มีกิน คนที่หวังอำนาจในวันนี้ เพื่ออยู่สืบต่ออำนาจของตัวเองต่อไปนั้น คิดว่าคนแบบนี้สังคมไม่ควรให้พื้นที่อีกต่อไป

    “จุรินทร์” มอบถุงยังชีพช่วยกลุ่มซาเล้ง

    เมื่อเวลา 13.00 น. ที่อาคารสนามกีฬาในร่ม มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ถนนรัชดาภิเษก นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ นำคณะกระทรวง พาณิชย์ ร่วมกับสำนักงานเขตจตุจักร สน.พหลโยธิน มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม สมาคมการค้าประกอบการรีไซเคิลไทย สมาคมการค้าผู้ประกอบการค้าของเก่าไทย สมาคมอุตสาหกรรมเยื่อและกระดาษไทย ร่วมมอบเงินทุนและชุดยังชีพข้าวสารอาหารแก่ผู้ประกอบอาชีพรับซื้อของเก่า (ซาเล้ง) ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 มีชาวซาเล้งบริเวณซอยเสือใหญ่ ถนนรัชดาและอื่นๆกว่า 500 ครัวเรือนมาเข้าคิวรับความช่วยเหลือ

    หยอดดีใจได้พบปะดูแลเพื่อนยาก

    นายจุรินทร์กล่าวว่า ดีใจที่ได้มีโอกาสพบกับซาเล้งเพื่อนยากอีกครั้ง เป็นกลุ่มคนประกอบอาชีพสุจริตระดับรากหญ้าทั่วประเทศมีถึง 1.5 ล้านคน เมื่อมีความทุกข์อย่างน้อยที่สุดต้องเป็นหน้าที่ของ นักการเมืองอย่างพวกตนและเป็นหน้าที่ของส่วนราชการ หน้าที่รัฐบาลที่ต้องเข้ามาช่วยดูแล วันแรกที่ได้คุยกับพวกเราเศษกระดาษราคาตกไปจนถึงกิโลกรัม (กก.) ละ 50 สตางค์ แต่หลังจากจัดเวทีพบปะกัน 4 ครั้งระหว่างตัวแทนผู้รับซื้อของเก่าและโรงงานต้มเยื่อกระดาษ โรงงานผลิตกระดาษรีไซเคิล สถานการณ์ดีขึ้น เศษกระดาษราคาเพิ่มกิโลกรัมละ 1-2 บาท บางช่วงขึ้นไปถึงกิโลกรัมละ 3 บาทรายได้ดีขึ้น รู้ว่าทุกคนเหน็ดเหนื่อย บางคนไม่มีเงินซื้อซาเล้ง ต้องใช้รถเข็นเดินไปเป็นกิโลเมตร หรือวันหนึ่งไม่รู้กี่ กม. เข้าใจชีวิตชาวซาเล้งดี ยินดีช่วยเหลือเจือจุนเมื่อมีโอกาส ดีใจที่ชาวซาเล้งได้จัดตั้งสมาคมการค้า ผู้ประกอบการค้าของเก่าไทยขึ้น จากนี้ต่อไปเดือดร้อนอะไร อย่างน้อยก็มีตัวแทนเจรจา

    ขอสิทธิรับด้วยเงินช่วยเยียวยา 5 พัน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างแจกถุงยังชีพ มีตัวแทนซาเล้งฝากขอให้นายจุรินทร์ว่าอยากได้สิทธิรับเงินเยียวยาผู้รับผลกระทบโควิด 5,000 บาท จากรัฐบาลด้วยโดยขึ้นทะเบียน ซึ่งนายจุรินทร์กล่าวว่า ตนจะลองเจรจาหารือกับรัฐบาลว่าเข้าข่ายอาชีพอิสระที่สามารถจะได้รับเงินเยียวยาด้วยหรือไม่ เพราะรู้ว่ายามนี้เงิน 5,000 บาท/เดือน คุณค่าสำหรับชีวิตและครอบครัวที่มีภาระ ตนเข้าใจความทุกข์ยากของพวกเราดี จะพยายามช่วยเจรจาว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป โดยบรรยากาศการแจกถุงยังชีพให้กลุ่มซาเล้ง ได้สร้างความตื้นตันจนหลายคนหลั่งน้ำตาร้องไห้เพราะไม่เคยเข้าถึงการช่วยเหลือ ไม่เคยได้ถุงยังชีพและของช่วยเหลือใดๆเนื่องจากชาวซาเล้งหลายคนมักรวมตัวกันเช่าบ้านอยู่รวมกันในบ้าน 1 หลังคาเรือน แต่มักตกสำรวจจากการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ของผู้นำชุมชน

    ให้ส่งนมโรงเรียนให้เด็กๆ

    น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 จนเป็นเหตุให้โรงเรียน และสถานศึกษา ต่างๆ จำเป็นต้องเลื่อนการเปิดเรียนออกไปว่า ในระหว่างที่โรงเรียนเลื่อนการเปิดเรียนออกไปก่อนนี้ ในระหว่างนี้ทำให้เด็กนักเรียนที่เดิมจะได้ดื่มนมโรงเรียนจากนโยบายนมโรงเรียนที่นายชวน หลีกภัย ได้ริเริ่มไว้เมื่อครั้งเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ไม่สามารถเข้าถึงนมดังกล่าวได้ โดยเฉพาะครอบครัวที่ได้รับ ผลกระทบทางการเงินอาจไม่สามารถซื้อนมให้ลูกดื่มได้ ซึ่งจำเป็นสำหรับการเจริญเติบโต และการเสริมศักยภาพการเรียนรู้และพัฒนาการสมอง จึงขอเสนอให้กระทรวงศึกษาฯพิจารณาส่งนมโรงเรียนไปให้เด็กๆ ที่บ้านในช่วงเลื่อนการเปิดเทอม เพื่อให้น้องๆทุกคนได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงเป็นอนาคตของชาติที่ดีต่อไป

    โต้ “ชวน” เมินเปิดสภาฯวิสามัญ

    นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ อดีตแกนนำคนเสื้อแดงกล่าวพาดพิงนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาว่า เรื่องเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญอธิบายมามากแล้วว่าด้วยหลักการที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ส.ส. 1 ใน 3 หรือ ส.ส. และ ส.ว. 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกรัฐสภา ถ้ามีรายชื่อครบ ประธานรัฐสภาก็ดำเนินการตามขั้นตอน ไม่มีอำนาจสั่งให้เปิดสภาฯได้ด้วยตนเอง และไม่สามารถไปบังคับให้ ส.ส.คนใดลงชื่อหรือไม่ลงชื่อ เพื่อขอเปิดประชุมได้ นายณัฐวุฒิบิดเบือนความจริงให้สังคมเข้าใจผิดว่านายชวน หลีกภัย ไม่สนใจเปิดสภาฯให้มีการพูดเรื่องปัญหาพี่น้องประชาชน ข้อเท็จจริงประชาชนทราบดีว่า คนชื่อนายชวน หลีกภัย ไม่เคยทอดทิ้งปัญหาพี่น้องประชาชน ออกไปพบประชาชนแทบทุกวัน นายณัฐวุฒิควรหยุดใช้สำนวนโวหาร หยุดพูดเท็จใส่ร้ายโจมตีผู้อื่น

    คนไทยพอใจกักตัวเข้ม 14 วันมากสุด

    วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ กรณี “ความพึงพอใจต่อมาตรการต้านโควิด-19 ของรัฐบาล” จากประชาชน 1,801 คน ระหว่างวันที่ 27-30 เม.ย. พบว่ามาตรการรับมือที่ประชาชนพึงพอใจมากสุด หรือร้อยละ 94.18 คือการคุมเข้มกักตัวผู้โดยสารเดินทางเข้าไทย 14 วัน การห้ามเครื่องบินเข้าสู่ไทยชั่วคราว ร้อยละ 92.55 อสม.แต่ละพื้นที่ตรวจติดตามคนในชุมชน ร้อยละ 89.03 หรือพึงพอใจมาก การ กักตัว “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ร้อยละ 88.01 หรือพึงพอใจมาก การตรวจหาเชื้อกลุ่มเสี่ยง ร้อยละ 87.08 การล็อกดาวน์กรุงเทพฯและจังหวัดต่างๆ ร้อยละ 85.45 การเคอร์ฟิว 22.00-04.00 น. ร้อยละ 85.40 การทำงานที่บ้าน Work from Home ร้อยละ 85.01

    แฮปปี้เลื่อนยื่นภาษี ไม่ปลื้มแจก 5 พัน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนมาตรการช่วยเหลือเยียวยาที่ประชาชนพึงพอใจ คือ การเลื่อนชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาถึง 31 ส.ค.63 ร้อยละ 83.51 หรือพึงพอใจมาก จ่ายเงินเยียวยาเกษตรกรครัวเรือนละ 15,000 บาท ร้อยละ 81.43 ประกันสังคมจ่ายเงินกรณีว่างงานจากผลกระทบโควิด-19 ร้อยละ 80.86 ประกันสังคมลดเงินสมทบนายจ้างและผู้ประกันตน ร้อยละ 79.11 ใช้ไฟฟรี 150 หน่วย/ลดค่าไฟ 50% ร้อยละ 79.03 คืนเงิน “ค่าประกันการใช้ไฟฟ้า” ร้อยละ 78.89 ร้านธงฟ้าขายหน้ากากราคา 2.50บาท ร้อยละ 75.76 กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ จ่ายเงินเยียวยา 2,000 บาท ร้อยละ 74.10 แจกเน็ตฟรี 10 GBฟรี 30 วัน ร้อยละ 73.06 ลดค่าน้ำ-ค่าไฟ 3% ร้อยละ 70.29 ขณะที่เงินเยียวยา 5,000 บาท “เราไม่ทิ้งกัน” ได้เพียงร้อยละ 66.91 หรือค่อนข้างพึงพอใจเท่านั้น

    มีเด็กยากจนพิเศษ 7 แสนคนทั่ว ปท.

    นายนพดล กรรณิกา ผอ.สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง “เปิดใจเด็กยากจนช่วงลำบากโควิด-19” จำนวน 553 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 20 เม.ย.-2 พ.ค. เบื้องต้นพบว่าเด็กยากจนพิเศษช่วงลำบากโควิด-19 มีมากถึง 732,843 คนทั่วประเทศ ได้รับการดูแลจากหน่วยงานรัฐตาม พ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เมื่อช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 92.6 ได้รับความช่วยเหลือปากท้อง ค่าครองชีพ อาหารการกินประจำวัน ร้อยละ 43.9 ได้รับอุปกรณ์การเรียน ร้อยละ 23.7 พ่อแม่ได้เงินช่วยเหลือ มีงานทำ พัฒนาอาชีพ กรณีถ้าไม่มีความช่วยเหลือดูแลจากหน่วยงานรัฐเข้ามา ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 80.4 ระบุจะทุกข์ค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ร้อยละ 19.6 จะทุกข์ค่อนข้างน้อยถึงไม่ทุกข์เลย ที่น่าเป็นห่วงถ้าไม่มีความช่วยเหลือจากรัฐ ร้อยละ 66.4 ระบุเป็นไปไม่ได้ที่จะเรียนต่อ ร้อยละ 33.6 ระบุเป็นไปได้ ทั้งนี้ ร้อยละ 53.2 ของเด็กยากจนพิเศษระบุความช่วยเหลือดูแลอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือนเกิดขึ้นในช่วงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ร้อยละ 46.8 ระบุเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้แล้ว โดยร้อยละ 97.1 ตั้งใจจะช่วยเหลือดูแลผู้อื่นต่อไปให้มากที่สุดถ้าตนเองประสบความสำเร็จในชีวิตข้างหน้า

    “วิลาศ” กัดติดค่าโง่ก่อสร้างรัฐสภา

    เมื่อวันที่ 3 พ.ค. เวลา 10.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและ ประพฤติมิชอบ สภาฯแถลงข่าวเรื่อง “ค่าโง่การก่อสร้างสภา ใครต้องรับผิดชอบ” ว่า การต่อขยายสัญญาก่อสร้างสภาฯถึง 4 ครั้ง รวมทั้งสิ้น 1,864 วัน มากกว่าสัญญาจริงกว่าเท่าตัว จำเป็นต้องกล่าวหาสำนักงานเลขาธิการสภาฯและเลขาธิการสภาฯ ที่มีหน้าที่ติดตามทักท้วง ตรวจสอบ การทุจริต หรือข้อพิรุธ ตลอดจนการก่อสร้างว่าถูกแบบแปลนหรือไม่ เป็นหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาฯและเลขาฯ ขยายสัญญาครั้งที่ 1 เลขาธิการสภาฯร่วมเป็นประธานคณะกรรมการพิจารณาอนุญาตให้ขยายสัญญาครั้งที่ 1 และ 2 อ้างมีอุปสรรคจากการขนย้ายดินพอรับได้ แต่ขอขยายสัญญาครั้งที่ 3 อีก 674 วัน อ้างว่าส่งมอบพื้นที่ล่าช้า ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่ส่งมอบพื้นที่โรงเรียนโยธินบูรณะและพื้นที่ใกล้เคียงไปหมดแล้วเกือบปีครึ่งตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย.59 แต่กลับมีบันทึกแก้ไขเพิ่มเติมแนบท้ายขอขยายสัญญาครั้งที่ 3 ตั้งแต่ ก.พ.61-15 ธ.ค.62 เป็นการทำสัญญาเท็จหรือไม่ ทั้งที่ควรต้องปรับบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่ก่อสร้างล่าช้าไม่เป็นไปตามสัญญา วันละ 12.2 ล้านบาทเศษ และเมื่อวันที่ 17 เม.ย.63 บริษัทผู้รับจ้างได้ฟ้องสำนักงานเลขาธิการสภาฯ เรียกค่าเสียหายเป็นจำนวน 1,596 ล้านบาท โดยสภาฯรับหมายศาลวันที่ 22เม.ย.ต้องทำคำให้การเสนอต่อการภายในวันที่ 20มิ.ย.

    ชูสัญญาห้ามผู้รับจ้างเรียกค่าเสียหาย

    นายวิลาศกล่าวอีกว่า แต่จากข้อมูลสัญญาการก่อสร้างในข้อที่ 1 ระบุว่า “ในกรณีที่มีการส่งมอบพื้นที่ล่าช้าผู้รับจ้างไม่อาจเรียกค่าเสียหายใดๆ จากผู้ว่าจ้างได้ หรือหากผู้ว่าจ้างไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่จากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้ว่าจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและผู้รับจ้างไม่อาจเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากผู้ว่าจ้างได้เช่นกัน” และในข้อที่ 24.1 วรรค4 ของสัญญาการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ยังระบุว่า “ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย หรือเหตุใดๆ อันเนื่องมาจากความผิดหรือความบกพร่องของฝ่ายผู้ว่าจ้าง ทำให้ผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามเงื่อนไขและกำหนดระยะเวลาการทำการตามสัญญานี้ได้ ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งเหตุหรือพฤติการณ์ดังกล่าวพร้อมหลักฐานเป็นหนังสือให้ผู้ว่าจ้างทราบเพื่อขอขยายเวลาทำงานออกไปภายใน 15 วัน นับจากวันที่เหตุ หรือพฤติการณ์นั้นสิ้นสุดลง...” จึงเห็นว่าบริษัทรับเหมาก่อสร้างไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ และยังพบการก่อสร้างผิดแบบแปลนถึง 8 กรณี เช่น การปูพื้นไม้ตะเคียนทอง ไม้ที่ปูเป็นไม้ดังกล่าวหรือไม่ ปูห่างกันเป็นเซนติเมตร ชนิดงูเลื้อยผ่านได้

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1ไลน์หลุดคลิปโป๊พรรคพลังประชารัฐปารีณา ไกรคุปต์ประวิตร วงษ์สุวรรณข่าววันนี้

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้