“ข่าวดี” แทรกขึ้นมาในข่าวร้ายๆ กับการที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ ยืนยันว่า สถานการณ์น้ำมันสำรองของประเทศไทยเริ่มที่จะมีเสถียรภาพแล้ว อันเป็นผลมาจากการเดินทางไปเจรจาพูดคุยกับรัฐสุลต่านโอมาน พร้อมขายน้ำมันที่ผลิตเกินในประเทศให้กับไทยหากต้องการ ขึ้นอยู่กับเราจะต่อรองราคาสอดรับในทิศทางเดียวกันอันน่า จะมีผลต่อเนื่องมาจากผู้บริหารกลุ่มบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ได้ยืนยันผ่านแถลงการณ์ การันตีแผน “ป้องกันไม่ขาดน้ำมัน” ให้ความมั่นใจจะไม่มีภาวะขาดแคลนในประเทศ ด้วยการบริหารจัดการความมั่นคงพลังงานเชิงรุก ปรับแผนจัดหาน้ำมันดิบนอกพื้นที่ขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางเฉือนเนื้อคืนกำไรสังคมครั้งใหญ่ อาศัยศักยภาพทางการค้าระหว่างประเทศและเครือข่ายพันธมิตรทั่วโลก โดยไม่ติดเงื่อนไข แม้ ปตท.ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นกับภาระสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นกว่า 2.3 แสนล้านบาท ต้นทุนดอกเบี้ยเพิ่มกว่า 7 พันล้านบาท เพื่อเป็นต้นทุน “ลดความ เสี่ยง” ของประเทศไทยจากสภาวะขาดแคลนน้ำมัน มันคือสิ่งที่สมควรได้รับการชื่นชม ผลจากการบริหารจัดการเชิงรุกของรองนายกฯสีหศักดิ์และผู้บริหารกลุ่ม ปตท.ที่จับต้องได้ นอกจากสถานการณ์น้ำมันในประเทศไทยกลับมาอยู่ในภาวะมีเสถียรภาพ แม้วิกฤติช่องแคบฮอร์มุซยังคาราคาซัง อีกทั้งราคาน้ำมันหน้าปั๊ม โดยเฉพาะกลุ่มดีเซลค่อยๆลดลงต่อเนื่องตามกลไกตลาดแต่ดูเหมือนจะยังไม่เป็นที่พอใจ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ได้นัดประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ครั้งที่ 2 เพื่อเจรจาให้โรงกลั่นเอกชนลดค่าการกลั่นลงอีก 2 บาท แสดงความมั่นใจล่วงหน้าจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลทันที ราคาน้ำมันหน้าปั๊มจะลดลงอีก 2 บาทในเช้าวันที่ 24 เม.ย.โดยการตั้งธงล่วงหน้าส่อเจตนาแฝงชัด นายเอกนัฏมุ่งไปที่การเรียกคะแนน นิยมทางการเมือง เน้นเรื่องที่ถูกใจคนชอบใช้น้ำมันราคาถูก ตรงกันข้ามท่าทีของ รมว.พลังงาน ไม่เคยพูดถึงมิติของกลไกทางธุรกิจ ค่าความเสี่ยงของเอกชน ในการฝ่าสงครามสู้รบไปจัดหาน้ำมันดิบ การแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น ไม่อาจคาดการณ์ภาวะสงครามได้ทำเหมือนแกล้งไม่รู้ไทยเจอวิกฤติหนักกว่านานาชาติ เพราะภาวะ “ขาด แคลนเทียม” ที่เกิดจาก “ไอ้โม่ง” กักตุน ฟันกำไร ลักลอบขายเพื่อนบ้าน กรมสอบสวนคดีพิเศษ ไล่สอบลึกไปถึงคลังน้ำมันที่ จ.อ่างทอง เป็นของ “เสี่ยตือ” ลูกหนี้ “โกเกี๊ยะ” ชุดข้อมูลตรงกับที่นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน แฉกลางสภา ชี้รัฐบาลลูบหน้าปะจมูก.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม