เช้าวันพุธที่ 22 เมษายน 2569 สื่อมวลชนทุกแขนงรายงานข่าวว่า นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ มหาเศรษฐีระดับต้นๆของประเทศไทยได้ถึงแก่อนิจกรรมแล้วด้วยโรคชรา เมื่อวันอังคารที่ 21 เมษายน สิริอายุ 93 ปีส่วนสัปดาห์ที่แล้วโน้น ช่วงก่อนวันสงกรานต์เล็กน้อย มหาเศรษฐีระดับต้นๆเช่นกัน คุณ ชูชาติ พัชรชัย (เพชรอำไพ) ผู้ก่อตั้ง บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) และผู้บุกเบิกธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ ก็ถึงแก่กรรม และญาติได้นำร่างของท่านไปบำเพ็ญกุศลและฌาปนกิจที่จังหวัดสุโขทัยอย่างสมเกียรตินับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศไทยเรา เพราะทั้ง 2 ท่านเป็นนักธุรกิจคนสำคัญของประเทศที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงยิ่งในการดำเนินธุรกิจในส่วนที่ท่านถนัดคุณหมอ ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ นั้น เป็นที่ทราบดีแล้วว่าท่านเป็นเจ้าของธุรกิจใหญ่ๆ เช่น สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส, เครือโรงพยาบาลกรุงเทพฯ, สถานีโทรทัศน์ PPTV HD 36 ฯลฯ ทำให้ในการประกาศอันดับเศรษฐีของประเทศไทย โดยนิตยสารฟอร์บส์ ท่านจะอยู่ในอันดับต้นๆอยู่เสมอๆ ล่าสุดอยู่ในอันดับ 7 มีมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 1.24 แสนล้านบาทในขณะที่คุณ ชูชาติ พัชรชัย (เพ็ชรอำไพ) ไม่มีรายชื่อในข่าวเศรษฐีไทยปี 2569 ของฟอร์บส์ แต่เมื่อปี 2568 หรือปีก่อนนี้ฟอร์บส์ จัดให้ท่านอยู่ในอันดับที่ 14 ของประเทศไทย พร้อมระบุว่ามีทรัพย์สิน 5.84 หมื่นล้านบาทโดยส่วนตัวผมมีโอกาสพบและสัมภาษณ์พูดคุยกับทั้ง 2 ท่าน...ท่านละ 1 ครั้ง ต่างกรรมต่างวาระกันไปคุณหมอปราเสริฐ เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ท่านเชิญผมไปรับประทานอาหารคํ่า 1 มื้อ ที่ภัตตาคาร จิตรโภชนา ลาดพร้าว ใกล้ๆโรงพิมพ์ไทยรัฐและใกล้ๆกับสำนักงานบางกอกแอร์เวย์สของท่านนี่เอง (ต่อมา จิตรโภชนา ย้ายไปอยู่บางพลัด ธนบุรี)จำได้ว่าเป็นการสัมภาษณ์พูดคุยที่เป็นกันเองและสนุกสนานครึกครื้นแต่มากไปด้วยสาระครั้งหนึ่งในการสัมภาษณ์ และสัมผัสคนดังของผมในส่วนของคุณ ชูชาติ เพ็ชรอำไพ ผมไปพบท่านที่ “โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ” ในโอกาสที่ท่านไปบริจาคเงินกว่า 100 ล้านบาท เพื่อสร้างอาคาร ชวนชูชาติ สำหรับให้บริการผู้ป่วยนอกด้านรังสีวินิจฉัยทำให้มีโอกาสสัมภาษณ์พูดคุยถึงความสำเร็จในชีวิตการงานของท่านอย่างสั้นๆในวันดังกล่าวต่อมาในช่วงปลายๆของโควิด-19 ประมาณปี 2564 นายก รัฐมนตรีบิ๊กตู่ได้มีจดหมายขอความร่วมมือไปยังคนรวยติดอันดับฟอร์บส์ยุคนั้น 20 ท่านให้เข้ามาช่วยรัฐบาล จัดทำโครงการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยจากโควิด-19 ในรูปแบบต่างๆปรากฏว่าได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่ง และเกือบทุกท่านๆก็ได้จัดโครงการช่วยเหลือประชาชนไปก่อนแล้ว รวมทั้งคุณหมอปราเสริฐ และ คุณชูชาติ ด้วยซึ่งผมก็ได้เขียนขอบคุณทั้ง 2 ท่านนี้ไว้ร่วมกับเศรษฐีอื่นๆไปแล้วในครั้งนั้น...และต้องขอนำมาขอบคุณอีกครั้งหนึ่งในวันนี้ด้วยความรักและความอาลัยอย่างยิ่งที่ต้องสูญเสียท่านทั้ง 2 ในเวลาใกล้ๆกันความโหดร้ายของระบบเศรษฐกิจเสรีก็คือ “ยิ่งพัฒนาคนรวยจะยิ่งรวยขึ้น” ส่วนคนจนนั้นอาจไม่จนลง แต่ก็จะดูเหมือนจนลงเพราะ “ช่องว่าง” จะห่างออกไปทุกขณะข้อเท็จจริงนี้ได้กลายเป็น ทฤษฎีใหม่ ของโลกที่แม้ประเทศที่ได้ชื่อว่ามีนักเศรษฐศาสตร์ชั้นยอดมากที่สุด อย่าง สหรัฐฯ ก็ยังหนีไม่พ้น เกิดภาวะ “ช่องว่าง” ถ่างขึ้นเช่นกันคำขวัญที่ว่า “คนรวยต้องช่วยคนจน” จึงเป็นคำขวัญสำหรับโลกยุคนี้ และแน่นอนสำหรับประเทศไทยเราด้วยเช่นกันผมขอขอบคุณล่วงหน้าไว้ ณ โอกาสนี้ เพราะหลังวิกฤติพลังงานคราวนี้ คนรวยไทยจะต้องยื่นมือมาช่วยคนจนไทยอีกครั้งอย่างแน่นอน เตรียมตัวเตรียมใจและเตรียมเงินบริจาคเอาไว้ได้เลยครับ."ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม