ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    พรเพชรหักคอ ขอ ส.ว.คนละ 50,000 บาท

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์8 เม.ย. 2563 05:25 น.
    SHARE

    บรรเทาทุกข์โรคร้าย สุทินแนะให้ตัดหัวคิว

    ส.ว.เสียงแตกสละเงินเดือนช่วยสู้โควิด-19 “เสรี” โชว์ใจป้ำพร้อมยกให้หมด “กิตติศักดิ์” ค้านอ้างไม่ได้รวยเหมือนกัน ทุกคน ฉะอย่าคิดแต่เอามัน “พรเพชร” หลบเสียงด่าขอความร่วมมือบริจาคขั้นตํ่าคนละ 5 หมื่น เข้ากองทุนบรรเทาทุกข์ประชาชน “ปธ.วิปรัฐบาล-ปธ.วิปฝ่ายค้าน” ประสานเสียง ส.ส.ลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านอยู่แล้ว “วิรัช” เล็งถกเพื่อน ส.ส.บริจาคช่วยโรงพยาบาลอีก “สุทิน” เหน็บแค่ รบ.ตัดวงจรหักหัวคิวได้มากกว่าอีก “อนุดิษฐ์” หวั่นตัดเงิน ส.ส.ไปตกไม่ถึงมือชาวบ้าน “วัฒนา” ไล่จัดโรงแรมรองรับคนไทย ไม่ใช่ห้ามกลับเข้าประเทศ โพล รบ.ฉีกหน้าตัวเอง 6 เดือนคนไทยเชื่อมั่นเรือแป๊ะแค่ 39.1 เปอร์เซ็นต์ กกต.โบ้ยไร้อำนาจสั่งเลื่อนประชุมใหญ่พรรค โยนพรรคแจ้งเหตุขัดข้องทั้งที่โทษหนักถึงสิ้นสภาพ

    จากกรณีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีสั่งตัดเงินเดือนข้าราชการการเมืองทั้งหมด เพื่อนำ งบประมาณมาแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จนกว่าจะคลี่คลาย โดยเฉพาะ ส.ว.และ ส.ส.ตกเป็นเป้าถูกกดดันจากสังคม ล่าสุดประธานวุฒิสภาได้แจ้งหนังสือเวียนขอความร่วมมือ ส.ว.ให้ร่วมกันหักเงินเดือนบริจาคขั้นต่ำ 50,000 บาท เข้ากองทุนช่วยบรรเทาทุกข์แก่ประชาชน

    “พรเพชร” เล็งหารือสละเงินเดือน ส.ว.

    เมื่อวันที่ 7 เม.ย. เมื่อเวลา 10.00 น. ที่อาคารสุขประพฤติ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงข้อเสนอให้หักเงินเดือน ส.ว. ไปแก้ปัญหาแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ว่า ส.ว.ได้คุยกันจะหารือกับรองประธานวุฒิสภาถึงแนวทางดำเนินการ เบื้องต้นจะใช้วิธีสมัครใจขอรับบริจาคก่อน เนื่องจาก ส.ว.ทำงานในพื้นที่อยู่แล้ว ประกอบกับยังไม่เปิดสมัยประชุมจึงยังไม่มีการหารืออย่างเป็นทางการ เชื่อว่า ส.ว.ไม่ขัดข้อง ส่วนกรณีรัฐบาลเตรียมออก พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับใช้ช่วยเหลือประชาชนและแก้ไขปัญหาเชื้อโควิด-19 ยังไม่เห็นรายละเอียด แต่เบื้องต้นเห็นด้วยกับการที่กู้เงินในประเทศ ไม่ได้กู้จากต่างประเทศ และกำลังศึกษาเพื่อเตรียมเสนอแนะไปยังรัฐบาล

    “ครูหยุย” ชงหัก 5 หมื่นช่วยแก้โควิด

    นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ส.ว. กล่าวว่า ส.ว. ส่วนหนึ่งได้พูดคุยกันในระดับหนึ่งเห็นว่าวุฒิสภา ซึ่งเป็นเสาหลักของสังคมควรมีส่วนช่วยเหลือประชาชน มีการเสนอหลากหลาย บางคนเสนอให้หักเงินเดือน 3 เดือนด้วยซ้ำ แต่เบื้องต้นเห็นว่าน่าจะหักเงินเดือนคนละ 50,000 บาท จะได้ประมาณ 12 ล้านบาท กระจายสนับสนุนตามโรงพยาบาลต่างๆ ในการแก้ไขปัญหา เชื่อว่าสมาชิกส่วนใหญ่น่าจะไม่ขัดข้อง ส่วนตัวได้ขอรับเงินบริจาคจากเพื่อนๆ และ ส.ว.ส่วนหนึ่งทำโครงการช่วยเหลือคนเร่ร่อนและคนไร้ที่พึ่ง โดยนำหน้ากากอนามัยและทำอาหารไปแจกจ่าย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน

    “เสรี” ใจป้ำพร้อมยกให้ทั้งหมด

    นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. กล่าวว่า เป็นสิ่งสมควร ส่วนตัวยินดีสละเงินเดือน ส.ว.ทั้งหมด นำไปช่วยเหลือคลี่คลายการระบาดของเชื้อโควิด-19 เชื่อว่า ส.ว.ทุกคนเห็นด้วยกับหลักการสละเงินเดือนไปจัดซื้อเครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์ หรือให้รัฐบาลใช้จ่ายหยุดยั้งการแพร่ระบาด ขึ้นอยู่กับแต่ละคนจะสละเงินเดือนได้มากน้อยเพียงใด เพราะแต่ละคนมีภาระความจำเป็นใช้จ่ายไม่เหมือนกัน ในสภาวะโรคระบาดเช่นนี้ ส.ว.ทุกคนทำงานตลอด ไม่ได้อยู่เฉยๆที่ผ่านมานำสิ่งของไปแจกประชาชนตลอดทั้งที่เป็นข่าวและไม่เป็นข่าว ส่วนที่รัฐบาลจะกู้เงิน 1.6 ล้านล้านบาทเป็นความจำเป็น แต่ต้องบริหารจัดการใช้เงินให้ดี ระมัดระวังให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนจริงๆ ไม่ไปเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มใดหรือไปสร้างภาระในอนาคตมากเกินไป

    “กิตติศักดิ์” ค้านฉะอย่าคิดแต่เอามัน

    นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. กล่าวว่าไม่เห็นด้วยหากจะให้ ส.ว.สละเงินเดือนทั้งหมดไปช่วยแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด ต่อให้ ส.ส.-ส.ว. สละเงินเดือน 3 เดือนได้เงินมากสุดแค่กว่า 300 ล้านบาท ไม่สามารถนำไปแก้ไขอะไรได้มาก ส.ส. และ ส.ว.ทุกคนไม่ได้รวยเหมือนกันทุกคน บางคนมีแค่เงินเดือนอย่างเดียว แต่มีภาระค่าใช้จ่ายลงพื้นที่มาก การสละเงินเดือนไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาได้ ประเทศไทยยังไม่สิ้นไร้ไม้ตอก ถังแตกถึงขนาดที่ต้องให้ ส.ส. ส.ว.และข้าราชการต้องสละเงินเดือนทั้งหมด รัฐบาลมีงบฯ ช่วยเหลืออยู่แล้ว คนที่เสนอประเด็นนี้มาอย่าแค่เอามันทางการเมือง ที่ผ่านมา ส.ว.ทุกคนสละเงิน เดือนบางส่วนนำไปบริจาคซื้อของ หน้ากากแจกชาวบ้าน เป็นประจำอยู่แล้ว แต่ไม่ประกาศตัวเป็นข่าว คนที่ไม่ชอบ ส.ว.อย่ามาจุดประเด็นเรื่องนี้ให้เป็นดราม่า

    เตือน ปชช.ระวังแชร์ข้อมูลเท็จ

    นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ ส.ว. กล่าวว่าขณะนี้ประชาชนตระหนักแต่ไม่ตระหนก เข้าใจการป้องกันตนเอง ทำให้สถิติผู้ติดเชื้อลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วน ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย แต่ที่ต้องเฝ้าระวังคือการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จทำให้ตื่นตระหนก รวมถึงข่าวลือรัฐบาลจะประกาศ เคอร์ฟิว 24 ชม.

    ขอร่วมมือบริจาค 5 หมื่นเข้ากองทุน

    วันเดียวกัน สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ได้ทำหนังสือถึงสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ทุกคน โดยระบุว่าตามที่เกิดสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดไปทั่วประเทศ เพื่อให้ ส.ว.มีบทบาทและมีส่วนร่วมแก้ปัญหาวิกฤตการณ์ดังกล่าวของประเทศ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ได้ประชุมหารือร่วมกับ พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 นายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 2 และ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) มีความเห็นว่า ส.ว.ทุกคนควรมีบทบาทร่วมกันในนามวุฒิสภา เพื่อหาหนทางช่วยคลี่คลายแก้ไขวิกฤตการณ์ดังกล่าว โดยจะขอความร่วมมือจาก ส.ว.ทุกคนร่วมกันบริจาคเงินขั้นต่ำคนละ 50,000 บาท เพื่อเป็น กองทุนบรรเทาทุกข์ของประชาชนในนามวุฒิสภา โดยจะหักเงินจำนวนดังกล่าวจากเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งประจำเดือน เม.ย.63 ส่วนการดำเนินการเกี่ยวกับเงินบริจาคจะตั้งคณะทำงานพิจารณารายละเอียดตามความเหมาะสมต่อไป โดยมอบให้เลขาธิการวุฒิสภาชี้แจงรายละเอียดกับประธานกรรมาธิการสามัญประจำวุฒิสภาทุกคณะ เพื่อแจ้ง ให้ ส.ว.แต่ละคณะกรรมาธิการทราบต่อไป

    ส.ส.-ส.ว.รับ 1.3 แสนบวกทีมงาน 1.2 แสน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเงินเดือนและค่าตอบแทนของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) นั้น ประธานวุฒิสภามีเงินเดือน 74,420 บาท เงินเพิ่มเดือนละ 45,500 บาท รวม 119,920 บาท รองประธานวุฒิสภา มี เงินเดือน 73,240 บาท เงินเพิ่มเดือนละ 42,500 บาท รวม 115,740 บาท สมาชิกวุฒิสภา มีเงินเดือน 71,230 บาท เงินเพิ่ม 42,330 บาท รวม 113,560 บาท ทั้งนี้ ส.ว.แต่ละคนยังมีผู้เชี่ยวชาญประจำตัวได้ 1 คน ผู้ชำนาญการประจำตัว 2 คน และผู้ช่วย ส.ว.5 คน โดยผู้เชี่ยวชาญประจำตัวมีเงินเดือน เดือนละ 24,000 บาท ผู้ชำนาญการประจำตัวมีเงินเดือน เดือนละ 15,000 บาท และผู้ช่วย ส.ว.มีเงินเดือน เดือนละ 15,000 บาท

    ขณะที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรมีเงินเดือน 75,590 บาท เงินเพิ่ม 50,000 บาท รวม 125,590 บาท รองประธานสภาฯ มีเงินเดือน 73,240 บาท เงินเพิ่ม 42,500 บาท รวม 115,740 บาท ส.ส.มีเงินเดือน 71,230 บาท เงินเพิ่ม 42,330 บาท รวม 113,560 บาท ทั้งนี้ ส.ส.แต่ละคนสามารถมีจำนวนผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ และผู้ช่วย ส.ส.ได้เท่ากับ ส.ว.คือ 8 คน โดยได้อัตราเงินเดือนเท่ากับผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการและผู้ช่วยของฝั่ง ส.ว.

    ปธ.วิป รบ.ชี้ ส.ส.ลงพื้นที่ช่วยอยู่เเล้ว

    นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงกรณีประธานวุฒิสภาขอความร่วมมือ ส.ว.หักเงินเดือนขั้นต่ำ 5 หมื่นบาทต่อคนนำไปช่วยเหลือการแพร่ระบาดโควิด-19 ว่า ในส่วน ส.ส.แต่ละคนได้ช่วยเหลือในพื้นที่อยู่แล้ว ไม่เหมือนกับ ส.ว.ที่ไม่ได้ทำพื้นที่ ก่อนหน้านี้ ส.ส.จัดซื้อทั้งหน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ และอื่นๆดูแลประชาชน นั่นคือเรื่องส่วนตัว อย่างไร ก็ตาม ในนามส่วนรวมคงต้องมีด้วย โดยตนจะได้ หารือเรื่องนี้กับ ส.ส.อีก 4-5 คน ในวันที่ 10 เม.ย. ว่าจะมีการบริจาคในนามพรรคให้แก่โรงพยาบาลต่างๆ เราจะสอบถามก่อนว่าขาดอะไรบ้าง แล้วจะได้เติมเต็มให้

    ตัดวงจรหักหัวคิวได้มากกว่ารับบริจาค

    นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า การบริจาคของ ส.ว.น่าส่งเสริม มีข้อดีด้านจิตวิทยา สร้างขวัญกำลังใจให้ประชาชน แต่เมื่อนำจำนวนเงินไปเทียบกับปัญหาการแพร่ระบาดโควิดถือว่าน้อยมาก ไม่น่าเพียงพอ ยังห่างไกลกับขนาดของปัญหาด้วย ขอเสนอว่านอกเหนือจากการบริจาคแล้ว อยากให้รัฐบาลยืนยันและสร้างความสบายใจให้ผู้บริจาคว่าจะใช้งบฯอย่างคุ้มค่า ต่อไปจะไม่มีข่าวการทุจริตเครื่องมือแพทย์หรือหักหัวคิวชุดตรวจโควิด เพราะวันนี้คนได้ยินว่ามีทุจริตหักหัวคิว จึงไม่อยากบริจาค ถ้าจัดการเรื่องทุจริตหักหัวคิวได้จริงจะทำให้ได้เงินมากกว่าการบริจาคของ ส.ส.และ ส.ว.รวมกันหลายเท่า ส.ส.ไม่มีใครแล้งน้ำใจ แต่ธรรมชาติ ส.ส.และ ส.ว.ต่างกัน ส.ส.หลายคนใช้เงินลงพื้นที่แจกหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์ แต่ ส.ว.ส่วนใหญ่ ไม่ได้ลงพื้นที่อาจเลือกใช้วิธีการบริจาค

    “ป๊อป” หวั่นตัด งด.ไปไม่ถึงชาวบ้าน

    น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีมีผู้เสนอให้ตัดเงินเดือนข้าราชการการเมือง เพื่อนำเงินไปใช้แก้ปัญหาแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ว่า ใครเสนอแนวความคิดแบบไหนในการช่วยเหลือประชาชนถือว่าเป็นเรื่องดีทั้งสิ้น ส.ส.เขตของพรรคเพื่อไทยทั้งหมดต้องลงพื้นที่ดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว การจัดหาอุปกรณ์ป้องกันตัวที่ขาดแคลน ถือเป็นหน้าที่ของ ส.ส.พรรคเพื่อไทยต้องจัดหา ไม่ว่าหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ ตลอดจนพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ลำพังเงินเดือน ส.ส.ที่มีอยู่ ใช้ดูแลประชาชนไม่กี่วันก็หมดแล้ว ใครถนัดแบบไหนเชิญตามสะดวก แต่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยเห็นว่าใช้เงินเดือนช่วยประชาชนด้วยตัวเองจะเข้าถึงมากกว่า การให้รัฐตัดเงินเดือนแล้วนำไปช่วยประชาชน เราไม่แน่ใจว่าของจะถึงมือประชาชนได้ทั่วถึงเหมือนที่เราทำอยู่หรือไม่ ผลงานที่ผ่านมาจะเห็นว่ารัฐบาลไม่สามารถหาหน้ากากและเจลแอลกอฮอล์มาแจกจ่ายให้ประชาชนได้ทั่วถึง ขนาดบุคลากรทางการแพทย์ยังไม่ทั่วถึงเลย ดังนั้นเราดำเนินการเหมือนที่ทำอยู่จะเข้าถึงมากกว่า

    ผู้ป่วยลดแนะผ่อนปรนเคลื่อน ศก.

    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลังประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ใช้มาตรการเคอร์ฟิวจำกัดการเดินทางของประชาชน หากผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ภาครัฐต้องผ่อนปรนบางมาตรการเพื่อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจบางประเภทกลับมาขับเคลื่อนได้ ไม่ใช่ไปจับคนฝ่าฝืน เคอร์ฟิว คืนละร้อยกว่าคน แล้วพยายามสื่อสารลักษณะ ข่มขู่ประชาชนว่า ถ้าประชาชนไม่ร่วมมือจะต้องประกาศเคอร์ฟิว 24 ชั่วโมง การตีความจดหมายราชการของกระทรวงมหาดไทยที่ให้เตรียมพร้อมและยกระดับมาตรการรับมือโควิด-19 แล้วบอกว่าเป็นการตีความผิด แสดงว่าประชาชนบางส่วนตื่นตระหนก ไม่เชื่อมั่นในมาตรการต่างๆที่ภาครัฐ ออกมา ที่ผ่านมาหลายมาตรการของภาครัฐลักลั่น สับสน ไม่มีมาตรการรองรับ ช้ากว่าสถานการณ์เสมอ หากมีมาตรการที่เข้มขึ้นถึงขนาดห้ามออกจากเคห– สถาน 24 ชม. รัฐบาลเตรียมรับมือไว้หรือไม่ อย่างไร มีงบฯดูแลประชาชนทั้งประเทศเพียงพอหรือไม่ โดยเฉพาะการผลิต ระบบจัดส่งอาหารให้ประชาชนได้ครบ 3 มื้อทั่วประเทศหรือไม่ รวมถึงการจัดส่งเครื่อง อุปโภคบริโภค เวชภัณฑ์จะนำงบฯมาจากส่วนไหน

    จี้ถาม ส.ส.รัฐบาลแจกของงบฯใคร

    นายอนุสรณ์ยังกล่าวถึงกรณี ส.ส.ข้าราชการการเมือง บุคลากรทางการเมืองของพรรคต่างๆ ลงพื้นที่ช่วยประชาชนว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทยไม่ว่า จะประกาศหรือไม่ประกาศ ก็สละเงินเดือนตัวเองมาหลายเดือนแล้ว เพื่อช่วยเหลือดูแลประชาชนทั่วประเทศ ทั้งจัดหาหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ อาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค เวชภัณฑ์ แต่ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลต้องแยกแยะให้ชัดเจนว่าของที่นำไปแจกจ่ายประชาชน มาจากเงินส่วนตัวหรือไปนำงบฯหรือสิ่งของจากหน่วยงานต่างๆในภาครัฐมาแจก ไม่ควรปล่อยให้นำงบฯหน่วยงานภาครัฐไปหาคะแนนเสียงช่วงมหาวิกฤติ ต้องชัดเจน เช่น หน้ากากอนามัยที่จะนำมาแจก เป็นงบฯกระทรวง หรืองบฯจากพรรคการเมือง ขณะที่แพทย์พยาบาลบุคลากรทางการสาธารณสุขขาดแคลนหน้ากากอนามัย แต่พรรครัฐบาลไปจัดหามาจากไหนถึง 10 ล้านชิ้น ก่อนส่งให้ประชาชนทั่วไป หน้ากากอนามัย ในระบบมีเพียงพอต่อความต้องการของนักรบเสื้อกาวน์ด่านหน้าหรือยัง

    “วัฒนา” ไล่จัดโรงแรมรับไม่ใช่ห้ามเข้า

    นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การแก้ปัญหาแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ของรัฐบาล ไม่เป็นมืออาชีพ ไม่ได้คิดแก้ปัญหาไว้ ล่วงหน้า กรณีปัญหาที่สนามบินสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 3 เม.ย. หลังจากนั้นห้ามอากาศยานบินเข้าประเทศไทยชั่วคราว อาจขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 39 ที่ระบุว่าการเนรเทศบุคคลสัญชาติไทยออกนอกราชอาณาจักร หรือห้ามมิให้ผู้มีสัญชาติไทย เข้ามาในราชอาณาจักรจะกระทำมิได้ การถอนสัญชาติของบุคคลซึ่งมีสัญชาติไทยโดยการเกิดจะกระทำมิได้ กฎหมายนี้ไม่มีข้อยกเว้นใด เมื่อมีการกระทำที่อาจขัดรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทยจะพิจารณาดูว่าพรรคจะทำอะไรได้บ้าง เพราะอะไรไม่ถูกต้องตามกฎหมายต้องมีผู้รับผิดชอบ มองในภาพรวมว่าวิธีแก้ปัญหาของรัฐบาลไม่ถูกต้อง มีคนไทยติดค้างอยู่ระหว่างทาง รัฐบาลจะรับผิดชอบอย่างไร การแก้ปัญหาแบบนี้ไม่ถูกวิธี หากไม่พร้อมรับคนไทยเข้าประเทศควรไปเตรียมการให้พร้อม เช่น ไปเช่าโรงแรมที่ไม่มีคนพักเป็นที่กักตัวชั่วคราว โรงแรมจะมีรายได้ ประชาชนจะสะดวก ไม่ใช่ห้ามเข้าประเทศเช่นนี้

    “เทพไท” โอ่คนขานรับชงตัดงบฯลงทุน

    นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หลังจากเสนอให้รัฐบาลตัดงบลงทุนภาครัฐทั้งหมด 6.9 แสนล้านบาท นำเงินมาต่อสู้กับไวรัสโควิด-19 นำมาเป็นเงินเดือนให้คนจน ทั่วทั้งประเทศ ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนเป็นจำนวนมาก ทุกคนเห็นว่าการให้ความสำคัญกับชีวิตคนสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด เราต้องรักษาชีวิตคนไทย ให้รอดก่อน ส่วนการพัฒนาประเทศด้านวัตถุพัฒนาได้ในโอกาสต่อไป ส่วนรัฐจะนำไปปฏิบัติหรือไม่เป็นสิทธิของรัฐบาลจะตัดสินใจ น่าแปลกใจมีเสียงสนับสนุนจากกลุ่มคนเสื้อแดงไม้เบื่อไม้เมาเห็นต่างทางการเมืองมาโดยตลอด ยังเห็นด้วยผ่านทวิตเตอร์และเฟซบุ๊กระบุเวลานี้ไม่ใช่เวลาจะมาทิฐิกันเรื่องการเมืองที่สู้กันมาแล้ว ตอนนี้ทุกพรรคการเมืองต้องทำให้ประชาชน คนจน คนตกงาน คนไม่มีจะกิน

    “นิพิฏฐ์” ห่วงสินค้าเกษตรข้าม จว.ไม่ได้

    นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หลังจากหลายจังหวัดมีคำสั่งห้ามเข้าเขตจังหวัด เริ่มเกิดปัญหาการใช้ดุลพินิจของด่าน แม้กระทั่งจังหวัดเดียวกันแต่ใช้ดุลพินิจไม่เหมือนกัน พ่อค้าแม่ค้าส่งสินค้าเกษตร เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา หรืออาหาร บางด่านไม่ให้ผ่านเลย บางด่านให้เข้า แต่กลับยอมให้รถขนส่งสินค้าของห้างใหญ่ทั้งโลตัส แม็คโคร บิ๊กซี วิ่งผ่านได้ ใครได้ใครเสียประโยชน์ เมื่อยังไม่ปิด 24 ชม. ปิดแบบมีข้อยกเว้นการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่จึงสำคัญ ดังนั้น 1.หากเป็นคำสั่งเหมือนกันดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ต้องเหมือนกัน จังหวัดเดียวกันยิ่งต้องเหมือนกัน 2.กระทรวงมหาดไทยควรซักซ้อมความเข้าใจกับผู้ว่าฯจังหวัดให้เข้าใจตรงกัน 3.ควรมีสายด่วนให้ประชาชนสอบถามทุกจังหวัด 24 ชม. มีคู่สายมากพอ เพราะติดต่อสอบถามยากมาก มาตรการตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯก็ดี พ.ร.บ.โรคติดต่อก็ดี เป็นเรื่องความมั่นคงของรัฐ อยู่เหนือกฎหมาย การรักษาดูแลให้พลเมืองอยู่ได้ ไม่เดือดร้อนเกินสมควร ถือเป็นเรื่องที่รัฐพึงกระทำ

    6 เดือนคนไทยเชื่อมั่น รบ.แค่ 39.1

    น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้รายงานผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อการบริหารงานของรัฐบาล พ.ศ.63 ครบ 6 เดือน สรุปได้ว่าการติดตามข้อมูลข่าวสารของรัฐบาล พบว่าประชาชนร้อยละ 77.4 ติดตามข้อมูลข่าวสารของรัฐบาล มากที่สุดทางโทรทัศน์ ร้อยละ 95.5 อินเตอร์เน็ต เช่น เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ไลน์ ร้อยละ 39.4 ขณะที่ร้อยละ 22.6 ไม่ได้ติดตาม เพราะไม่สนใจ ไม่มีเวลา ไม่ว่าง การดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลที่ประชาชนรับทราบมากที่สุด คือ โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ร้อยละ 96.7 โครงการชิมช้อปใช้ ร้อยละ 96.4 ความพึงพอใจภาพรวมระดับมาก-มากที่สุด ร้อยละ 41.7 พึงพอใจปานกลาง ร้อยละ 45 นโยบายที่ประชาชนพึงพอใจระดับมาก-มากที่สุด คือ เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดถึงอายุ 6 ปี ร้อยละ 54.6 โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ร้อยละ 54.1 ส่วนความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาของประเทศอยู่ในระดับเชื่อมั่นมาก-มากที่สุดร้อยละ 39.1 เชื่อมั่นปานกลาง ร้อยละ 45.1

    ตั้ง “นิรุฒ” นั่งผู้ว่าการการรถไฟ

    น.ส.ไตรศุลีกล่าวอีกว่า ครม.อนุมัติแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการศูนย์คุณธรรม 6 คน มีนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ประธานกรรมการ ส่วนกรรมการมี น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร กรรมการ นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ นายรณชัย คงสกนธ์ นายดนัย จันทร์เจ้าฉาย นายนิพนธ์ นราพิทักษ์กุล พร้อมกันนี้แต่งตั้งนายนิรุฒ มณีพันธ์ เป็นผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย และมีมติอนุมัติรับโอนนายดนัย มู่สา รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ มาเป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

    “ก้าวไกล” ยื่นญัตติประชุมสภาออนไลน์

    เมื่อเวลา 13.00 น. มีการประชุม ส.ส.พรรค ก้าวไกล ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ มีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลเป็นประธานที่ประชุมมีมติเตรียมยื่นญัตติด่วนตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาฯให้ประชุมผ่านระบบออนไลน์และลงมติออนไลน์ได้ เนื่องจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ระบาด การออกแบบการประชุมที่เหมาะสมกับสถานการณ์และเพื่อความปลอดภัยของ ส.ส.เป็นสิ่งสำคัญ ให้ทำหน้าที่ตัวแทนประชาชนในสถานการณ์ที่ต้องเร่งแก้ไขให้กลับสู่สภาวะปกติโดยด่วนถือว่ามีความสำคัญเท่าๆกัน

    นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ฝ่ายกิจการสภาฯ กล่าวว่า อีกหนึ่งประเด็นที่พรรคเตรียมเสนอต่อ กกต.ให้ขยายเวลาประชุมสามัญพรรคที่ให้จัดประชุมภายในเดือน เม.ย.เพราะขณะนี้ไม่เหมาะสมจะให้คนมารวมตัวกันจำนวนมาก อาจหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านแล้วยื่นข้อเสนอนี้พร้อมกัน

    กกต.โบ้ยไม่มีอำนาจเลื่อนประชุมใหญ่

    เมื่อเวลา 13.00 น. ที่สำนักงาน กกต. นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. เป็นประธานการประชุม โดยได้พิจารณากรณีหลายพรรคการเมืองมีหนังสือสอบถาม กกต.เกี่ยวกับการเลื่อนหรือขยายการจัดประชุมใหญ่ของพรรค เพื่ออนุมัติรายงานการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองในรอบปี พ.ศ.2562 ตามมาตรา 43 และอนุมัติงบการเงินของพรรคการเมือง ในรอบปี พ.ศ.2562 ตามมาตรา 61 ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองภายในเดือน เม.ย.เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ภายหลังการประชุมสำนักงานได้ทำเอกสารเผยแพร่ข่าวระบุว่า กกต.ได้พิจารณาหนังสือสอบถามดังกล่าวแล้วเห็นว่า ไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดให้อำนาจ กกต.หรือนายทะเบียนพรรคการเมืองเลื่อนหรือขยายการจัดประชุมใหญ่ของพรรคการเมืองได้

    โยนพรรคแจ้งติด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน-โควิด

    ส่วนกรณีที่พรรคการเมืองไม่อาจจัดประชุมใหญ่ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดได้ เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 เป็นโรคติดต่ออันตรายตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ และนายกฯ โดยความเห็นชอบของ ครม.ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักร ให้พรรคการเมืองแจ้งเหตุดังกล่าวต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง ทั้งนี้ สำนักงาน กกต.จะมีหนังสือตอบข้อสอบถามพรรคข้างต้นและแจ้งให้ทุกพรรคทราบเป็นการทั่วไป

    โทษหนักถึงสิ้นสภาพถ้าไม่จัดตาม ก.ม.

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีดังกล่าวหากพรรค การเมืองไม่แจ้งเหตุความจำเป็นต่อนายทะเบียนพรรค จะมีผลให้สิ้นสภาพตามมาตรา 91 (4) ที่ระบุว่า พรรคจะสิ้นสภาพหากไม่มีการประชุมใหญ่พรรคการเมืองหรือไม่มีการดำเนินกิจกรรมใดทางการเมือง เป็นระยะเวลาติดต่อกันหนึ่งปี โดยมิได้มีเหตุอันจะอ้างได้ตามกฎหมาย เมื่อปรากฏต่อนายทะเบียนหรือมีผู้แจ้งต่อนายทะเบียนว่าพรรคการเมืองใดสิ้นสภาพ ให้นายทะเบียนตรวจสอบข้อเท็จจริง ถ้าเห็นว่า มีกรณีที่เป็นเหตุให้พรรคการเมืองสิ้นสภาพ ให้เสนอ กกต.พิจารณา ถ้าเห็นว่ามีกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นให้คณะกรรมการประกาศการสิ้นสภาพของพรรคนั้นในราชกิจจานุเบกษา กรณีเช่นนี้ให้พรรคการเมืองนั้นสิ้นสภาพตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองสมาชิกที่เป็น ส.ส.ให้ถือว่าการสิ้นสภาพของพรรคการเมืองตามมาตรานี้เป็นการถูกยุบพรรคการเมือง

    ส่ง 3 แกนนำแฟลชม็อบสั่งฟ้อง

    เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 6 (ปทุมวัน) พนักงานสอบสวนสน.ปทุมวัน ส่งตัวนายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า อดีต ส.ส.และอดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า อดีต ส.ส. และอดีตโฆษกพรรคอนาคตใหม่ และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล มาพร้อมส่งสำนวนสอบสวนและความเห็นควรสั่งฟ้องต่ออัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 6 (ปทุมวัน) ในคดีจัดแฟลชม็อบบริเวณสกายวอล์ก สี่แยกปทุมวัน หน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร วันที่ 14 ธ.ค.2562 ขณะที่นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความผู้ถูกกล่าวหา เปิดเผยว่า อัยการนัดให้มาฟังคำสั่งฟ้องในวันที่ 15 เม.ย. แต่จะยื่นขอความเป็นธรรม เพราะการสอบสวนของพนักงานสอบสวนยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ยังไม่พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหา ประกอบกับเป็นคดีเดียวกับที่ นักศึกษา ประชาชน และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำคณะก้าวหน้าและอดีตหัวหน้าพรรคอนาคต–ใหม่กับพวกในชุดแรก ที่อัยการสอบพยานเพิ่มเติมยังไม่สั่งฟ้อง

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1พรเพชร วิชิตชลชัยวัลลภ ตังคณานุรักษ์เสรี สุวรรณภานนท์กิตติศักดิ์ รัตนวราหะมหรรณพ เดชวิทักษ์ข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้