king10
Thairath Logo
กีฬา

คิดจะเปลี่ยนการปกครอง ผบ.ทบ.ซัด "ซ้ายจัด" ดัดจริต

Share :
line-share-logo

กางโผจวกนร.นอก ปูดอีกเงื่อนไขรปห. กกต.แฉ‘ยังไม่เคาะ’ สูตรคิดปาร์ตี้ลิสต์

“บิ๊กแดง” จัดหนักกระหน่ำพวกซ้ายตกขอบ ดัดจริตคิดเปลี่ยนแปลงการปกครอง จวกนักการเมืองปลุกแบ่งขั้วแยกข้าง ประชาธิปไตย-เผด็จการ จุดไฟสงครามกลางเมือง ของขึ้นต่างชาติขำคนไทยแม่งตีกันเองเศรษฐกิจพัง จ้อสื่อนอกลั่นไม่ยอมให้คนมาสู้บนถนน ชี้รัฐประหารขึ้นอยู่กับสถานการณ์ “บิ๊กตู่” พูดผ่านโทรโข่งรับลูกมีคนบ่อนทำลาย ให้คนไทยใช้สติเหนืออารมณ์ นิสิตนักศึกษาฮือล่าชื่อไล่ 7 อรหันต์ 26 องค์กรแห่แถลงการณ์จี้ กกต.รับผิดชอบ “จ่านิว” ซัด “ประยุทธ์” โหนสถาบันสืบทอดอำนาจ ปลุกขวาพิฆาตซ้ายซ้ำรอยประวัติศาสตร์ “ชัยเกษม” สวนนิ่มๆประชาธิปไตยถือประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน กกต.โต้ไม่มีบัตรเกิน 4 ล้านใบ บัตรกีวีไม่ชี้ดีหรือเสีย สกัดเกมฟ้องเลือกตั้งเป็นโมฆะ “จรุงวิทย์” ยันยังไม่เคาะสูตรคิดปาร์ตี้ลิสต์ รับฟังทุกข้อโต้แย้ง

หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกมาปกป้องการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมออกสารนายกฯ ถึงประชาชนระบุมีคนจ้องก่อเหตุความวุ่นวาย ล่าสุด พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ได้แถลงข่าวเรียกร้องให้นักการเมืองหยุดสร้างวาทกรรมแบ่งแยกฝ่ายประชาธิปไตยกับเผด็จการ ติงนักวิชาการขั้วซ้ายจัดจุดชนวนเปลี่ยนแปลงการปกครอง

“บิ๊กแดง” ห่วงสถานการณ์การเมือง

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 2 เม.ย. ที่กองบัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.ร.1 รอ.) พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. เป็นประธานวันสถาปนากองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ครบรอบ 112 ปี โดยมีอดีต ผบ.พล.1 รอ.มาร่วมงาน อาทิ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ พล.อ.ชัยณรงค์ หนุนภักดี พล.อ.สมทัต อัตตะนันท์ พล.อ.ไพศาล กตัญญู และ พล.อ.พฤณฑ์ สุวรรณทัต เพื่อน ตท.10 รุ่นเดียวกับนายทักษิณ ชินวัตร หลังเสร็จพิธี พล.อ.อภิรัชต์ได้เดินไปที่โพเดียมใต้อาคารกองบัญชาการกองพลฯ ควักกระดาษบันทึกข้อความสั้นๆ ยืนแถลงเริ่มเกริ่นนำด้วยภารกิจของกองทัพบก และความห่วงใยของสมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ต่อสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ แล้วจึงเข้าสู่เรื่องสถานการณ์การเมืองว่า ประเทศเพื่อนบ้านเข้าใจสถานการณ์ในประเทศ โดยเฉพาะเรื่องการเมือง ให้ความร่วมมือทุกด้านมาอย่างดีโดยตลอด เดิมตั้งใจเขียนเป็นข้อความ นั่งคิดมา 2 คืนแล้ว แต่เมื่อคืนวันที่ 1 เม.ย. นายกฯได้ออกสารถึงประชาชน จึงตัดสินใจไม่ทำเป็นสาร แต่จะสรุปเรื่องที่เกิดขึ้นให้ประชาชนและสื่อมวลชนเข้าใจ

กองทัพ-ปชช.-นศ.สื่อคนละภาษา

พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า เมื่อสองเดือนที่ผ่านมาตนให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนต่างชาติว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ต้องเดินตามวิถีทางการเมือง กองทัพบกต้องกลับไปอยู่ในส่วนของกองทัพหรือมาเป็นทหารอาชีพ จึงอยากให้ประชาชนและนิสิต นักศึกษาเข้าใจว่า ปัจจุบันกองทัพบกเปลี่ยนแปลงไปมาก จะเห็นได้ว่ามีความสง่างามในทุกเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกำลังพล เนื่องจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผบ.ทบ. แม่ทัพภาคและ ผบ.หน่วยทั้งหลายเป็นต้นแบบให้ทหารในกองทัพบก ในนามของหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 ทั้งเรื่องระเบียบวินัย ลักษณะทหารที่ดีการสร้างระเบียบวินัยและนำสิ่งต่างๆเหล่านี้เข้าไปขยายในครอบครัวทหาร อยากบอกถึงประชาชน นิสิต นักศึกษาว่าเราอาจมีช่องว่างในการสื่อสารซึ่งกันและกัน รัฐบาลและกองทัพ อาจทำงานและสื่อสารคนละภาษากับที่ท่านอยากจะฟัง แต่กองทัพบกจะพยายามสื่อสารมากขึ้น

การเมืองบิดเบือนทหารยุคนี้ยืนข้าง ปชช.

ผบ.ทบ.กล่าวอีกว่า กองทัพเป็นหน่วยงานของรัฐบาล ตนไม่ได้ทำงานการเมือง แต่ทำงานพิทักษ์รักษาปกป้องสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ คือพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเน้นย้ำอยู่เสมอว่าทหารต้องอยู่เคียงข้างประชาชนอย่างแท้จริง และตนให้คำมั่นกับประชาชนว่าทหารยุคนี้จะอยู่เคียงข้างกับประชาชนอย่างแท้จริง และวางตัวอยู่ในบทบาทของทหารด้วยการปกป้องประเทศและอธิปไตย ช่วยเหลือปกป้องประชาชนทุกโอกาสและต้องทำอย่างจริงจัง ใครเป็นผู้บังคับหน่วย แต่ไม่ดำเนินการอย่างจริงจัง ไม่ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา ขอบอกเลยว่าไม่มีใครอยู่ในตำแหน่งได้ ขอให้มั่นใจว่าทหารยุคนี้จะดูแลปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นอย่างดี เรื่องต่างๆ ของการเมืองที่เกิดขึ้นมีการบิดเบือนหลายประการ นานๆ ทีตนจะพูดที วันนี้ขอพูดแล้วผมจะไม่พูดอีก จนกว่าจะหลังพระราชพิธี ห้วงนี้ยังเป็นห้วงการซักซ้อมพระราชพิธีอันสำคัญ อยากขอความร่วมมือกับสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าว รวมถึงประชาชน นิสิต นักศึกษา ให้ความร่วมมือ ประกอบงานพระราชพิธีอันยิ่งใหญ่ ในชีวิตของเรามีบุญที่เราได้มีโอกาสเข้ามาได้เห็น ได้อยู่ร่วมในพิธีบรมราชาภิเษก ต่างประเทศติดต่ออยากจะเข้ามาชม

อัดแบ่งขั้วปั่นสงครามกลางเมือง

พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า เรื่องการเมืองที่เกิดขึ้น ยอมรับว่ากองทัพมีจุดอ่อนการใช้โซเชียล ขณะที่สื่อบางชนิด หรือบางแบบเข้าใจและเข้าถึงจิตใจของ Generation อีก Generation หนึ่ง หรือคนยุคใหม่ ข่าวที่ตนพูดออกไปยาวๆ แต่ไปตัดให้คนรู้เพียงสั้นๆ และปฏิเสธไม่ได้ว่าสื่อโซเชียลนั้นทรงอานุภาพยิ่งกว่าอาวุธที่กองทัพมีอยู่ การไม่ยอมรับกติกาในปัจจุบันเรามีกติกากันอยู่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำหน้าที่ เหมือนการแข่งขันฟุตบอล ประเภทฟุตบอลแพ้ แต่คนเชียร์ไม่แพ้ มันไม่ใช่ “ถ้าประเทศไทยไม่ยอมรับกติกาที่มีอยู่ แบ่งแยกฝ่ายประชาธิปไตยกับฝ่ายเผด็จการ เป็นวาทกรรมที่ถูกสร้างขึ้นมา ผมถามว่า เราเป็นคนไทยด้วยกันหรือไม่ วาทกรรมนี้ถูกแบ่งมาเพื่ออะไร เพื่อแบ่งแยกประชาชนที่ใช้สิทธิเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นพรรคใดก็ตามที่ได้คะแนนเสียง 8 ล้าน 7 ล้าน 4 ล้าน 5 ล้าน มารวมกันเป็น 20 หรือ 30 ล้านเสียง ต้องการให้เกิดสงครามกลางเมืองที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วหรืออย่างไร ยังคิดถึงกัน แบ่งฝ่ายแบ่งแยกกันอยู่ทำไม ไม่เคารพกติกาแล้วก็ไปสู้กันในรัฐสภา ชีวิตผมผ่านการเห็นทั้งปฏิวัติรัฐประหาร การเปลี่ยนแปลงการปกครอง แม้กระทั่งสัตยาบันที่ทำตั้งแต่สมัย 2534 ทั้งนายมนตรี พงษ์พานิช อดีตหัวหน้าพรรคกิจสังคม นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ลงสัตยาบันจะตั้งรัฐบาลกัน ท้ายที่สุดก็ฉีกสัตยาบันทิ้ง นี่คือวาทะการเมือง เกมการเมืองเป็นกิจกรรมทางการเมือง ถูกชี้นำโดยนักการเมืองแบบเดิมๆ หรือพวกซ้ายตกขอบ”

ซัดทำไมไม่จับมือกันแล้วไปสู้ในสภา

พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า ถามว่านักเรียน นิสิต นักศึกษา ท่านออกมาใช้เสียงครั้งแรกขอชื่นชมที่ประชาชนออกมาใช้สิทธิใช้เสียงกัน จะเลือกใครไปแล้วทำไมนักการเมืองไม่มาจับมือกัน แล้วไปต่อสู้กันในรัฐสภา ต่างคนต่างทำหน้าที่เพื่อให้ประเทศชาติเดินก้าวหน้าต่อไปข้างหน้า หากใครก็ตามที่เป็นรัฐบาลทำไม่ดี ฝ่ายค้านทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน ทำไมจะต้องมานั่งเถียงกัน แบ่งแยกกันแบ่งข้างกัน ทำให้ชาวโลกหรือประเทศต่างๆนั่งขำประเทศไทย สื่อมวลชนเองมาจากหลายสำนัก อยากถามว่า เราอยู่ในแผ่นดินไทยภายใต้พระบรมโพธิสมภารของพระเจ้าอยู่หัวด้วยกันทั้งสิ้น กองทัพบกเป็นเพียงองค์กรหนึ่ง ไม่สามารถจะไปขับเคลื่อนประเทศทั้งประเทศได้ หรือไปทำอะไรให้พวกท่านรักประเทศได้ แต่เราเป็นคนไทยด้วยกัน กองทัพบกยืนเคียงข้างประชาชน ขอให้รักสามัคคีกัน เห็นหลายคนออกมาแสดงความคิดเห็นในเฟซบุ๊กและไอจี ดูของคนอื่นแม้แต่ตัวผู้นำกองทัพเองยังรับว่าโซเชียลคืออาวุธที่ทรงประสิทธิภาพมากกว่าอาวุธใดๆทั้งสิ้นที่กองทัพมีอยู่

ชูคนโกงติดคุกกระแทกนักโทษหนีคดี

พล.อ.อภิรัชต์กล่าวต่อว่า ขอร้องให้สื่อมวลชนได้สื่อสิ่งต่างๆสู่ประชาชน นิสิต นักศึกษา ส่วนใหญ่เรียนในประเทศไทย ได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระเจ้าอยู่หัว หรือพระบรมวงศานุวงศ์ หลายคน เป็นนักธุรกิจ พอเติบโตขึ้นมามีเงินมีทองขึ้นมาก็เพราะแผ่นดินไทย ตนชื่นชมเศรษฐีมีเงิน มีอำนาจ มีบารมี หลายคนได้ทำผิดพลาด กระทำทุจริตคอร์รัปชัน หรือโกงอะไรก็แล้วแต่ แต่เขายอมรับกติกา ตามกระบวนการยุติธรรมที่เกิดขึ้น ยอมรับคำตัดสินของศาลประเทศไทยที่ตัดสินไปแล้วว่าเขาจะต้องถูกจำคุก หลายคนถูกจำคุกทั้งที่มีเงิน มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ยอมรับในกระบวนการยุติธรรมต้องขอยกย่อง ออกมาแล้วใช้ชีวิตอย่างเสรีภาพอยู่กับครอบครัว นี่คือคนมีน้ำใจนักกีฬาที่ยอมรับกระบวนการตัดสิน หลายคนมีเงินพร้อมจะหนีออกนอกประเทศ แต่ไม่ยอมรับกระบวนการตัดสินของกระบวนการยุติธรรมไทย มิใช่ทำอะไรผิดแล้วก็บอกว่าตัดสินแบบนี้ยอมรับไม่ได้ ไม่เคยยอมรับขบวนการแล้วจะอยู่ได้อย่างไร ในเมื่อศาลสูงคือศาลฎีกาเป็นผู้ทรง อำนาจด้านการยุติธรรมสูงสุดของประเทศ

ซัดพวกซ้ายจัดดัดจริตเปลี่ยน ปชต.ไทย

“ขอร้องนิสิต นักศึกษา ครูอาจารย์ ข้าราชการที่ไปร่ำเรียนศึกษาในต่างประเทศไม่ว่าจะประเทศใดก็ตาม บางคนได้ทุนทางราชการ หรือทุนของในวังไปร่ำเรียนมา แต่สิ่งที่ไปร่ำไปเรียนมา ขอเน้นว่าไปเรียนระบอบประชาธิปไตยของประเทศอะไรมา ไม่ว่า แต่ระบอบประชาธิปไตยในโลกนี้ล้วนแต่มีวัฒนธรรมของระบอบประชาธิปไตยของตัวเอง ลองถามตัวเองว่าเมื่อไปอยู่ประเทศอื่น ไปศึกษาหรือไปเที่ยว ทำไมจะต้องปรับตัวให้เข้ากับประเทศอื่นตามระบอบประชาธิปไตยของประเทศนั้นในโลกแห่งประชาธิปไตยที่คำว่า democracy ทุกประเทศ ส่วนคำว่า dictatorship หรือเผด็จการ ทุกวันนี้ตั้งแต่ คสช.เข้ามาดำเนินการสิ่งนี้ที่เรียกว่า dictatorship ถ้าเผด็จการจริงไม่อยากจะเอ่ยชื่อกับประเทศที่เผด็จการจริง และเผด็จการจริงในรูปแบบประชาธิปไตยเราอยู่กันแบบไทยๆ นี่คือวัฒนธรรมของระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆขอให้รักกันจะไปร่ำไปเรียนที่ไหนมาไปเอาตำราประเทศไหนไม่อยากจะเอ่ยชื่อ เอาของเขามาแล้วมาดูด้วยว่าควรจะมาดัดแปลง ไม่ใช่พยายามจะเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข อย่าไปเอาความซ้ายจัดที่ไปเรียนมาแล้วมาดัดจริต ประเทศอื่นเขาไม่มีแบบนี้ นี่คือเมืองสยามเมืองแห่งรอยยิ้ม เรามีระบอบประชาธิปไตยของเราแบบนี้” พล.อ.อภิรัชต์กล่าว

ให้เล่นในเกมแพ้อย่าโทษกรรมการ

พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า สิ่งที่ประชาธิปไตยแบบไทยๆต้องการคือคนไทยรักกัน หันหน้าเข้าหากัน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดท่านคือคนไทยกรีดเลือดมาก็เป็นคนไทย เลือดบรรพบุรุษที่กรีดมาเป็นเลือดบรรพบุรุษที่ปกป้องผืนแผ่นดินไทย วันนี้พูดเยอะพูดแรง ขอให้ฝากไปด้วยให้หยุดวาทกรรมที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเสียที ปล่อยให้ไปตามครรลอง ใครไม่ดีต้องพิสูจน์กันด้วยงาน ด้วยฝีมือถ้าตนทำไม่ดีต้องถูกย้าย ฉะนั้น ทุกคนขอโอกาสเล่นกันในเกมในเมื่อกรรมการตัดสินแล้วก็มาโทษกรรมการ มวยชกกันไอ้นี่แพ้ก็มาโทษกรรมการ ถ้าเป็นแบบนี้ไม่มีวันจบ วัฏจักรแห่งการล้างแค้น แห่งการไม่พึงพอใจกันไม่มีวันจบ ทำอย่างไรถึงจะให้จบ

ต่างชาติขำคนไทยแม่งตีกันเอง ศก.พัง

เมื่อถามว่า กองทัพจะมีจุดยืนอย่างไรหากพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลได้ พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า ยืนยันไปแล้วเรายอมรับกติกาทุกอย่าง กองทัพไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ กองทัพเป็นของประชาชน วันนี้กองทัพเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหน อยากให้ประชาชนเข้าใจถ่องแท้ ไม่ต้องถามว่ากองทัพจะไปยังไง จะมีปฏิวัติรัฐประหารหรือไม่ มันเป็นเพียงวาทกรรมเดิมๆ ที่เอามาถามแล้วถามอีก แล้วเอาคำนี้ไปทำให้เด็กที่ยังไม่รับรู้อะไรรู้สึกไม่ดีต่อกองทัพ ถามว่าทุกวันนี้ใครนำกำลังยุทโธปกรณ์ไปช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน ต่างชาติมีแต่ชื่นชมแต่ที่เขาขำก็ขำ แม่งตีกันเอง ทะเลาะกันเอง เออดีเว้ย เศรษฐกิจจะได้พังไง แล้วใครได้ดีคนอยู่ต่างประเทศมีความสุขสบาย อยากจะไปไหนก็ไป อยากจะทำอะไรก็ทำ วันนี้จะพูดกับสื่อต่างชาติ ทุกวันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย มีคนประเภทแบบนี้อยู่ในประเทศคุณบ้างแล้วทำแบบนี้จะรู้สึกอย่างไร อยากฟังคำตอบ แต่สื่อที่ยืนอยู่ตรงนี้คนไทยด้วยกัน ถามว่าคนรวยมีอำนาจไม่ต้องติดคุกหรืออย่างไร ไม่ยอมรับกติกาหรืออย่างไร แล้วคนที่เขามีเงิน มีอำนาจแล้วติดคุก ทำไมไม่ดูตัวอย่าง ไม่สงสารเขาบ้าง ทำไมเขายอมรับ”พล.อ.อภิรัชต์กล่าว

จ้อสื่อนอกไม่ยอมให้คนสู้บนถนน

เมื่อเวลา 15.00 น. พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ยังเชิญสื่อต่างประเทศประจำประเทศไทยร่วมพูดคุยถึงสถานการณ์ที่อยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านจากรัฐบาลทหารสู่รัฐบาลระบอบประชาธิปไตย ประกอบด้วย CNN, EPA, Japanese News Agency, BBC, เกียวโด จากญี่ปุ่น, AFP, reuters, ABC Australia, CNA Singapore และ NHK โดย พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า กองทัพไม่เกี่ยวกับรัฐบาล ไม่ก้าวก่ายการเมือง ในหมู่ทหารมีทั้งดีและไม่ดี เช่นเดียวกับนักการเมือง และไม่รู้ว่าใครจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลและเป็นนายกฯ กองทัพไม่เข้าไปเกี่ยวทั้งสิ้น แต่ยอมไม่ได้ให้คนไทยออกไปต่อสู้กันบนถนนอีก ทุกคนต้องยอมรับกติกา คือ กกต. ประกาศผลการเลือกตั้งทางการ 9 พ.ค. ซึ่งนายกฯ พยายามควบคุมให้ทุกอย่างแฟร์ ส่วนจะแฟร์หรือไม่แฟร์อยู่ที่ตัวบุคคล เมื่อคนแพ้ไม่พอใจก็หาเรื่อง ถ้าจัดตั้งรัฐบาลจะแก้รัฐธรรมนูญแก้กฎหมายทำกันในรัฐสภา ทหารไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวเด็ดขาด

รัฐประหารขึ้นอยู่กับสถานการณ์

ผู้สื่อข่าวต่างประเทศได้สอบถามถึงจุดยืนเรื่องการรัฐประหาร พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า รัฐประหารไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสถานการณ์ หวังว่าคนไทยจะไม่ต้องออกมาประหัตประหารต่อสู้กัน เมื่อมีคนมาต่อสู้กันบนถนน คนที่เรียกตัวเองว่านักประชาธิปไตย นักการเมืองหอบลูกเมียไปนั่งดูอยู่ที่ต่างประเทศ สงบแล้วก็กลับมา คนที่อยู่ต้องสูญเสียทั้งทหารและประชาชน ที่เสียชีวิตไม่มีหัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรค คนมีเงินคนมีชื่อเสียง เมื่อถามว่าสภาวะไหนถึงจะตัดสินใจยุติปัญหาด้วยการรัฐประหาร พล.อ.อภิรัชต์ตอบว่า ต้นเหตุของการเกิดรัฐประหารทุกยุคทุกสมัยแตกต่างกัน ไม่ได้เกิดจากฝ่ายการเมืองเสมอไป สิ่งที่เห็นชัดเจนที่สุดคือประเทศไม่มีใครควบคุมได้ รัฐบาลควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ รวมถึงตำรวจมีการใช้อาวุธ มีคนออกมาต่อสู้ประชาชนล้มตาย เมื่อถึงตรงนั้นจะให้ยืนดูประชาชนต่อสู้กันจนเกิดสงครามกลางเมืองหรือไม่

“บิ๊กตู่” อำอายุมากใช้ครีมลบริ้วรอย

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เป็นประธานประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังกลับจากภารกิจลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ โดยก่อนการประชุมที่หน้าตึกบัญชาการ 1 ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นำคณะเข้าพบนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมในกิจกรรม “มหกรรมการวิจัยแห่งชาติ 2562” Thailand Research Expo 2019)” ครั้งที่ 14 อาทิ การผลิตเสื้อเกราะกันกระสุนน้ำหนักเบา มาตรฐานสากล โดยกรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม (วท.กห.) เครื่องเร่งกระบวนการแช่และเพาะงอกข้าวเปลือกผลิตข้าวฮางงอก ต้านอนุมูลอิสระและเครื่องสำอาง “ผลมะหาด” ทำให้ผิวขาวเรียบเนียน ลดริ้วรอยหางตา โดยนายกฯรับมอบครีมลดริ้วรอยพร้อมกระเซ้าว่า “อายุมากแล้ว ต้องใช้กันบ้าง”

สั่งฝ่ายความมั่นคงกัดติดเหตุการณ์

ต่อมาเวลา 17.45 น. พล.ต.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกฯกล่าวภายหลังการประชุม ครม.ว่าในที่ประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. สั่งการให้ฝ่ายความมั่นคงติดตามสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้กระทรวงวัฒนธรรมยังเสนอมาตรการรณรงค์ช่วงสงกรานต์ตามสโลแกน “วิถีไทย ใช้น้ำคุ้มค่า” จะรณรงค์ให้ประชาชนเล่นสงกรานต์แบบไทย ไม่ใช้รถบรรทุกในการตระเวนเล่นน้ำ ให้ใช้น้ำสะอาดเล่นสงกรานต์ ไม่ใช้แป้ง ไม่ใช้สี ให้ใช้น้ำอย่างคุ้มค่ารองรับน้ำไว้ใช้ช่วงขาดแคลน และช่วยกันรักษาความปลอดภัย

มีคนบ่อนทำลายให้ใช้สติก่อนอารมณ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ไม่ได้สัมภาษณ์ด้วยตัวเอง ได้แต่โบกมือให้สื่อพูดว่า “บ๊าย บาย เหนื่อย ไปแล้วนะ” พร้อมฮัมเพลง “ซาโยนาระ” ก่อนขึ้นรถกลับออกไปทันที แต่ได้เขียนตอบคำถามสื่อมวลชนเป็นลายมือ ให้ทีมโฆษกประจำสำนักนายกฯ ช่วยกันแกะลายมือ แล้วให้ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกฯลงมาตอบแทนถึงสารนายกฯเมื่อวันที่ 1 เม.ย.เนื้อหาต่างๆที่ออกมาในสารทั้ง 2 ฉบับ เป็นท่าทีและความรู้สึกโดยส่วนตัวของนายกฯห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อยากให้ทุกคนใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ ส่วนการตอบโต้ต่างๆที่มีการใช้คำว่า “ฝ่ายซ้าย” ของ ผบ.ทบ.จะทำให้สังคมย้อนกลับไปสู่ความขัดแย้งเหมือนในอดีตหรือไม่นั้น นายกฯคิดว่าคงไม่ได้หมายความตามนั้นทั้งหมด แต่ทุกคนทราบกันดีว่ามีสาเหตุมีขบวนการและความพยายามจะบ่อนทำลายอยู่บ้าง ผบ.ทบ.จึงได้ออกมาพูด แต่คงไม่ได้ไปเหมารวมว่าสถานการณ์จะรุนแรงถึงขั้นนั้นเป็นแค่การเตือนสติสังคม

ไทยไม่กดดันกันเองต่างชาติยุ่งไม่ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า สภาวะที่สังคมมีความแตกต่างมากขึ้น นายกฯจะแก้ปัญหาอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งเหมือนในอดีต พล.ท.วีรชนตอบว่า เราอยู่ในขั้นตอนที่จะมีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ทุกคนต้องไม่สร้างเงื่อนไขให้ถอยหลังกลับอีก นายกฯมี ความเชื่อมั่นว่าสิ่งที่หลายคนกังวลจะไม่เกิดขึ้นอีก ถ้าใช้สติเหตุผลมากกว่าอารมณ์ ไม่หลงเชื่อการบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร เมื่อถามว่า การไม่เปิดเผยหรือชี้แจงสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อของ กกต.จะทำให้สังคมเคลือบแคลงสงสัยหรือไม่ พล.ท.วีรชน ตอบว่าอยากให้ใช้เหตุผลเปิดใจฟังเหตุผลของ กกต.ไม่อยากให้ทุกคนสรุปเพื่อจะหาคำตอบให้ตัวเองเร็วเกินไป ทุกอย่างมีกฎมีกติกา เมื่อถามว่า กังวลต่อกระแสกดดันของโลกเกี่ยวกับการเลือกตั้งหรือไม่ พล.ท.วีรชนตอบว่า เป็นเรื่องของประเทศเรา ถ้าไม่สร้างความกดดันกันภายใน ต่างประเทศเข้ามายุ่งเกี่ยว ไม่ได้ คนไทยคุยกันรู้เรื่อง เว้นแต่พยายามให้รุกลามบานปลายจากผู้ที่ไม่หวังดี

ปธ.กกต.ยึดคุณธรรมเกราะป้องกัน

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่สำนักงาน กกต.นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. เป็นประธานพิธีเปิดการอบรมมอบนโยบายประชุมชี้แจงขั้นตอนการดำเนินการของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยปัญหาและข้อโต้แย้ง 35 คณะ โดยนายอิทธิพรกล่าวว่าสังคมคาดหวังมายัง กกต. อยากทราบผลการเลือกตั้งรวดเร็ว อาจไม่ได้ทันใจ เราต้องทำหน้าที่ด้วยความรอบคอบถูกต้อง สุจริต เที่ยงธรรมและชอบด้วยกฎหมาย การทำงานต้องมีคุณภาพ คุณธรรมและความรวดเร็ว คุณธรรมคือความเป็นกลาง ปราศจากอคติ กล้าหาญ ยึดความถูกต้องตามตัวบทของกฎหมาย บนพื้นฐานของหลักนิติธรรม เป็นธรรมตามกฎหมาย ไม่หวั่นไหวต่อแรงเสียดทาน หรืออำนาจอิทธิพลใดๆ หากทำได้เช่นนี้ขอให้มั่นใจว่าคุณธรรมจะเป็นเกราะป้องกันตัว องค์กร กกต.จะสนับสนุนปกป้องการทำงานของท่านอย่างเต็มที่ ส่วนคำว่ารวดเร็วคือไม่ล่าช้าทำเสร็จตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด เพราะความล่าช้าคือความอยุติธรรม

ไม่ชี้บัตรกีวีดี-เสียกันฟ้อง ลต.โมฆะ

ด้านนายปกรณ์ มหรรณพ กกต.ชี้แจงเรื่องบัตรเลือกตั้งจากนิวซีแลนด์ว่า เรามีคำตอบขั้นตอนต่างๆ กำลังจะตรวจสอบขั้นตอนสุดท้ายว่าทำอะไรบกพร่องหรือไม่ เป็นความรับผิดชอบของใคร การที่ กกต.มีมติไม่ให้นับบัตรดังกล่าวเพราะบัตรไม่ได้ไปถึง และการนับคะแนนจบสิ้นแล้ว ลองนึกถึงการเลือกตั้งต่างๆและการส่งชิงโชคต่างๆเมื่อดำเนินการเสร็จแล้ว บัตรที่ส่งมาใช้สิทธิจะมาขอให้นับเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วไม่ได้ ไม่ได้วินิจฉัยว่าเสียหรือดี ถ้าวินิจฉัยว่าเสียฝ่ายดีจะยกขึ้นมาอ้างขอให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ถ้าวินิจฉัยว่าดีฝ่ายเสียก็จะยกขึ้นอ้าง

การันตีไม่มีบัตรเกิน 4 ล้านใบ

นายปกรณ์กล่าวว่า กรณีบัตรเกินกว่า 4 ล้านใบขณะที่ กกต.แถลงโดยระบบแรพพิดรีพอร์ตขณะนั้นเวลาประมาณ 21.00 น. ข้อมูลเพียงร้อยละ 93 ขาดอยู่ร้อยละ 7 ของผู้มาใช้สิทธิประมาณ 30 ล้านคน เหลืออีก 2 ล้านกว่าคน ยังไม่ได้ประกาศ เมื่อบัตรนับจากหน่วยส่งมาถึงเขต เขตนำบัตรต่างประเทศแสนกว่าคนและบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 17 มี.ค. กว่า 2 ล้านคนมารวม เมื่อรวมกันทั้งหมดคือ 4 ล้านเศษ ไม่มีการเพิ่มบัตรอะไรเข้าไปทั้งสิ้น นี่คือความจริง การที่มี กปน.กว่า 7 แสนคนทั่วประเทศ ประกอบด้วยชาวบ้าน ครู ฝ่ายปกครองมาช่วย กกต.ทำหน้าที่อาจผิดบ้าง 10 คน 100 คน นี่คือ สิ่งที่ กกต.กำลังจะตรวจสอบเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม เที่ยงธรรม

โต้ตั้งธงฟันทิ้ง 117 เขต

ต่อมาเวลา 10.00 น. พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่ระบุว่า กกต.ตั้งเป้ามีธงแจกใบเหลือง ใบส้ม ใบแดงไว้ 117 เขตว่า ไม่เป็นความจริง เพราะกระบวนการยังอยู่ระหว่างพิจารณาคำร้อง ต้องทำให้เสร็จสิ้นโดยไวและรวดเร็ว ขณะนี้มีคำร้อง 264 เรื่อง ยังไม่ถือว่าเป็นสำนวนทั้งหมด จะรับไว้สอบสวนต่อเมื่อคดีมีมูลความผิด กกต.รับไว้สอบสวนแล้ว 142 สำนวน และยังมีคำร้องที่อยู่ระหว่างตรวจสอบอีก 147 เรื่อง การซื้อสิทธิขายเสียงเป็นเรื่องที่มีการร้องเรียนเข้ามามากที่สุด

ฟังข้อโต้แย้งสูตรคิดปาร์ตี้ลิสต์

พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวถึงข้อเรียกร้องให้เปิดเผยสูตรคำนวณ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อว่า กกต.ยังไม่มีมติ คาดว่าจะชัดเจนภายในสัปดาห์นี้ สูตรคำนวณบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.ว่าด้วย ส.ส.แต่ต้องมีต้นแบบการคำนวณ กกต.จะได้รวบรวมทุกความเห็นและข้อโต้แย้ง รวมทั้งศึกษากฎหมาย เพื่อให้มีคำตอบกับสังคม กกต.ไม่ได้เป็นผู้ร่างกฎหมายเป็นเพียงผู้ใช้กฎหมาย ยืนยันว่า กกต.ยังไม่ได้เริ่มคำนวณเลย เรื่องจุดทศนิยมหรือการปัดเศษต่างๆไม่ขอตอบ แต่ขอให้มั่นใจว่า กกต.รับฟังทุกข้อโต้แย้ง เมื่อถามว่า ต้องเชิญ กรธ.มาให้ความเห็นหรือไม่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่าสูตรคำนวณเป็นเรื่องคณิตศาสตร์ที่นำมาเขียนเป็นกฎหมาย กกต.จึงต้องรับฟังทั้งความเห็นของ กรธ.และ สนช.ว่ามีเจตนารมณ์ในการเขียนและตีความกฎหมายนี้อย่างไร เมื่อ กกต.มีมติออกมาอาจเผยแพร่และชี้แจงประชาชน ถึงอย่างไรหนีไม่พ้นต้องประกาศรับรองผลการเลือกตั้งในวันที่ 9 พ.ค. สูตรคำนวณ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อไม่ได้กดดันการทำงานของกกต. เพราะเป็นเรื่องต้องตีความและวินิจฉัยไปตามข้อกฎหมาย

เป็นสิทธิ ปชช.ยื่นถอดถอน

เมื่อถามถึงการล่ารายชื่อถอดถอน กกต. พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า เป็นสิทธิของเขา แต่เราได้ชี้แจงไปหลายประเด็น ทั้งข้อสงสัยช่วงก่อนการเลือกตั้ง บัตรเลือกตั้ง โดย กกต.ได้เปิดเผยทั้งหมด ขั้นตอนการเก็บรักษาบัตร การส่งบัตรเลือกตั้ง ก็เปิดเผยไปแล้ว ข้อสงสัยที่เกิดในช่วงหลังเลือกตั้งเราก็พยายามชี้แจง แต่อาจไม่ทัน เพราะมีเยอะมาก จึงขอให้ฟังเหตุผลด้วย ในสังคมประชาธิปไตย ยึดเหตุผลเป็นหลัก

ท้า พท.ส่งข้อมูลทุจริตซื้อเสียง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงาน กกต.เผยแพร่เอกสารชี้แจง กรณีโฆษกพรรคเพื่อไทยร่วมกับผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยหลายพื้นที่แถลงข่าวพบเห็นสิ่งผิดปกติการลงคะแนนเลือกตั้งหลายหน่วยเลือกตั้ง เช่น มีการลงชื่อแทนกันในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง มีชื่อผู้เสียชีวิตในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง มีการข่มขู่และเข้าไปในหน่วยเลือกตั้งของเจ้าหน้าที่รัฐโดยไม่มีอำนาจ และมีการซื้อเสียงในพื้นที่ต่างๆนั้น หากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดดังกล่าว สามารถนำข้อเท็จจริงพยานหลักฐานมายื่นร้องเรียนต่อ กกต.ได้ หากสอบสวน และไต่สวนพบว่ามีผู้กระทำผิดหรือมีส่วนร่วมทำความผิด กกต.จะดำเนินคดีจนถึงที่สุด

ร้องสอบ จนท.มท.ชี้นำกาบัตร

เมื่อเวลา 09.45 น. ที่สำนักงาน กกต. นายสุรินทร์ สุรินก้อน อายุ 78 ปี ผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 กาญจนบุรี พรรคไทยศรีวิไลย์เข้ายื่นคำร้องต่อ กกต.ขอให้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เชื่อว่ามีการชี้นำชาวบ้านในพื้นที่ให้ตนได้คะแนนน้อยกว่าที่ควร และขอให้สั่งให้เลือกตั้งใหม่ โดยนายสุรินทร์กล่าวว่าเป็นแกนนำต่อสู้แก้ไขปัญหาแนวเขตที่ดินทับซ้อนให้ชาวบ้านในพื้นที่มา 28 ปี จนประสบความสำเร็จ รัฐบาลออกประกาศปรับปรุงแนวเขตทับซ้อนแบบบูรณาการทั่วประเทศ ยิ่งเป็นที่ยอมรับถือว่ามีผลงาน แต่ผลออกมากลับได้คะแนนรวม 100 กว่าคะแนน ชาวบ้านบอกอยากลงคะแนนให้ แต่เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยในพื้นที่ ไม่อยากให้ตนเป็น ส.ส.รู้ว่าเป็นคนพูดจริงทำจริง ถ้าใครโกงปราบหมดเลยคิดว่าเขาอาจไปชี้นำชาวบ้านไม่ให้เลือก

ศาลพร้อมรับลูก กกต.ชงใบแดง

นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เผยถึงการรับคดีเลือกตั้ง ส.ส.ว่า กกต.ยังไม่มีเรื่องยื่นให้พิจารณาคดีเลือกตั้งเข้ามา อำนาจแจกใบแดงเพิกถอนสิทธิการรับสมัครเลือกตั้งของว่าที่ ส.ส.หลังการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.เป็นอำนาจวินิจฉัยของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเท่านั้น กกต.ไม่มีอำนาจจะแจกใบแดงแล้ว การยื่นเรื่องจะมีคณะอนุกรรมการวินิจฉัยของ กกต.รวบรวมข้อเท็จจริงส่งให้ กกต.ชุดใหญ่พิจารณา ก่อนยื่นคำร้องส่งศาลฎีกาแผนกคดี เลือกตั้ง ด้าน นายสุริยันต์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า แม้ กกต.จะประกาศรับรองผล ส.ส.แล้ว ศาลฎีกายังมีอำนาจพิจารณาใบแดง

26 องค์กร นศ.แห่กดดัน กกต.

สำหรับความเคลื่อนไหวของเครือข่ายนิสิตนักศึกษาที่ออกมาเรียกร้องความรับผิดชอบจาก กกต.ได้ขยายวงกว้างไปทั่วประเทศ นับตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค. เป็นต้นมามีกลุ่มหรือองค์กรนิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆทยอยออกแถลงการณ์ไปในทิศทางเดียวกันรวมทั้งสิ้น 26 องค์กร โดยเมื่อวันที่ 2 เม.ย. มี 6 องค์กรนักศึกษาได้เผยแพร่แถลงการณ์เรียกร้องต่อการจัดการเลือกตั้งของ กกต. ประกอบด้วย สภานักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร สภานักศึกษาและองค์การบริหารองค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าธนบุรี สภานักศึกษาองค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 5 วิทยาเขต และสมาพันธ์นิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่งทั่วประเทศ และสโมสรนักศึกษารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

บี้แจงทุกข้อกังขาทบทวนตัวเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าแถลงการณ์ขององค์กรนักศึกษาทั้ง 6 มหาวิทยาลัย ต่างเรียกร้องให้ กกต.ทบทวนบทบาทหน้าที่ของตนเอง ตลอดจนเร่งชี้แจงข้อกังขาความผิดปกติในกระบวนการจัดการเลือกตั้งอย่างละเอียด โปร่งใสแก่สาธารณชนโดยเร็ว หากไม่สามารถชี้แจงได้ควรยุติบทบาทตนเอง ไม่ให้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ แสดงความรับผิดชอบต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ให้เปิดเผยคะแนนระดับหน่วยเลือกตั้งตอบข้อสงสัยการคำนวณ ส.ส.พึงมีและบัญชีรายชื่อ รวมทั้งให้มีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อโดยเร็ว เป็นต้น

“จ่านิว” โต้นายกฯ อ้างสถาบันสืบอำนาจ

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ลานโพธิ์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว และนายธนวัฒน์ วงศ์ไชย คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ แกนนำกลุ่ม “แนวร่วมประชา ชนเพื่อการเลือกตั้งที่เป็นธรรม” ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ตอบโต้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ที่ออกสารให้ร้ายการเคลื่อนไหวถอดถอน กกต.ว่า ขอตั้งคำถามต่อ พล.อ.ประยุทธ์ว่า สมควรหรือไม่ที่ออกมาดูถูกวุฒิภาวะของประชาชน ใช้วาทกรรมเจตนายั่วยุให้เกิดการแบ่งแยกในสังคม สุ่มเสี่ยงนำไปสู่ความรุนแรง จะนำไปสู่การซ้ำรอยประวัติศาสตร์ สร้างมวลชนลักษณะขวาพิฆาตซ้าย จากฝ่ายผู้ที่อ้างว่าปกป้องสถาบันอย่างไร้สติ ขอให้ฝ่ายผู้มีอำนาจยุติให้ร้ายดูถูกประชาชน แสดงพฤติกรรมของผู้ที่ไร้วุฒิภาวะอย่างแท้จริง เราคือประชาชนที่ต้องการเห็นการเลือกตั้งที่เป็นธรรม ไม่ใช่ปีศาจสังคมทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ และ ผบ.ทบ.ที่กำลังอ้างสถาบันเพื่อประโยชน์ตัวเอง

แฉ จนท.รัฐคุกคาม นศ.ถึงบ้าน

นายธนวัฒน์ กล่าวว่า หลังเปิดแคมเปญล่ารายชื่อถอดถอน กกต.ตามสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 1 เม.ย.นิสิตนักศึกษาถูกเจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจกดดันคุกคามผ่านผู้บริหารสถาบัน ไม่ให้อนุญาตให้ใช้สถานที่ล่าชื่อ รวมถึงข่มขู่ร้านถ่ายเอกสาร ไม่ให้ถ่ายบัตรประชาชนให้คนที่มาร่วมลงชื่อ บางมหาวิทยาลัย นักศึกษาต้องออกไปตั้งโต๊ะล่ารายชื่อนอกสถาบัน แกนนำนักศึกษาบางคนถูกเจ้าหน้าที่ไปกดดันถึงบ้าน ขอประณามการกระทำดังกล่าว และเรียกร้องเจ้าหน้าที่รัฐให้เคารพสิทธิเสรีภาพของนิสิตนักศึกษาตามรัฐธรรมนูญ

คนร่วมสอย กกต.พุ่งต่อเนื่อง

เมื่อเวลา 20.15 น. เว็บไซต์ change.org ของเครือข่ายกลุ่มคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม ที่เปิดแคมเปญให้ประชาชนร่วมลงชื่อถอดถอน กกต.จากการทำหน้าที่จัดการเลือกตั้ง ภายใต้ห้วข้อ “ขออำนาจพลังประชาชนร่วมกันลงชื่อสนับสนุนแคมเปญล่ารายชื่อถอดถอนกรรมการการเลือกตั้งที่ดูมีมลทินมากที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย” โดยตั้งเป้าให้ถึง 1,000,000 ชื่อ ปรากฏว่ามีผู้ร่วมลงชื่อแล้ว 835,995 คน และยังมีคนสนใจคลิกเข้าร่วมลงชื่ออย่างต่อเนื่อง

“ชัยเกษม” โต้ ปชต.ถือ ปชช.เป็นใหญ่

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกลุ่มคนที่ลงชื่อถอดถอน กกต.ถูกคุกคามว่าเป็นสิทธิประชาชนจะแสดงความคิดเห็น คงอึดอัดใจพฤติกรรมและท่าทีของ กกต. หลายเรื่อง กกต.ควรพูดให้ชัดเจนแต่กลับเงียบ เล่นเฉยลูกเดียว ส่วนกรณีที่ ผบ.ทบ.ออกมาพูดถึงกลุ่มเรียกร้องประชาธิปไตยว่าเป็นซ้ายตกขอบ ไม่พูดถึงขวาตกขอบบ้างหรือ ประชาธิปไตยมีหลักสากล ไม่ว่าจะซ้ายตกขอบหรือขวาตกขอบไม่ถูกต้องทั้งสิ้น ประชาธิปไตยถือประชาชนเป็นใหญ่ ใครไม่ฟังเสียงของประชาชนที่เป็นใหญ่ในแผ่นดินอย่างแท้จริง นั่นคือคนที่ไม่ถือหลักการประชาธิปไตย อย่ามาเถียงกันเรื่องนี้ดีกว่า ขอให้ดูที่การกระทำ คำพูดและให้ประชาชนตัดสิน ความคิด เห็นไม่ตรงกันเป็นเรื่องปกติในประชาธิปไตย อย่าใส่ไฟใครว่าผิดหรือถูก เพราะในที่สุดแล้วประชาธิปไตยจะตัดสินโดยประชาชน

ก.ม.ชัดปรับเศษต้องมีคะแนนก่อน

นายชัยเกษมกล่าวอีกว่าการคำนวณตัวเลข ส.ส.บัญชีรายชื่อว่า กกต.ต้องตรวจสอบหากเห็นว่าความเห็นของพรรคเพื่อไทยไม่ถูกต้องควรแถลงมาว่าไม่เห็นด้วยเพราะเหตุใด จะเชิญพรรคการเมืองไปหารือหรือไม่เป็นเรื่องของ กกต. แต่ถ้า กกต.อยากถามอะไรเพิ่มเติมไม่ขัดข้อง ถ้าดูตามกฎหมายชัดเจนอยู่แล้ว กรณีมาตรา 128 (7) ที่ระบุว่าต้องปรับตัวเลขให้ทุกพรรค หลักการคือพรรคที่ควรได้ปรับเศษ ต้องเป็นพรรคที่มีคะแนนก่อน ไม่เช่นนั้นต่อไปตนส่งพรรค เล็กพรรคน้อยได้คะแนนสองคะแนน และบอกว่ามีสิทธิได้ทุกคน ไม่มีเหตุผล ถ้อยคำทั้งในรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกพูดไว้ชัดเจนว่าการคำนวณต้องไม่ทำให้พรรคการเมืองได้คะแนนเกินกว่าที่ควรจะได้

โวยคนตายดันมีสิทธิลงคะแนน

นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ในฐานะเลขานุการคณะทำงานติดตามการกระทำผิดในการเลือกตั้งกล่าวว่า คณะทำงานได้พิจารณาคำร้องของผู้สมัครไปแล้ว 3 เขต และยื่นเรื่องไปยัง กกต.แล้ว ขณะที่ น.ส.บุษญา ตั้งภากรณ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 นครสวรรค์ กล่าวว่า ที่เขตเลือกตั้งพบความผิดปกติ เช่น พบเอกสารผู้เสียชีวิตแต่มีสิทธิเลือกตั้ง หลายรายการนับคะแนนที่ตนมีคะแนนนำมาตลอด แต่เมื่อนำมารวมกับคะแนนของผู้สมัครที่อยู่ลำดับที่ 3 กลับพลิกขึ้นมาชนะได้ มีการนับคะแนนแล้วไม่โชว์ผลและล่าช้ามาก

ดักคองูเห่าคนรุมสาปแช่ง

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ว่าที่ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลว่า เชื่อว่าจะไม่มีงูเห่าเกิดขึ้นในพรรคเพื่อไทย ก่อนเลือกตั้งทุกคนได้ผ่านการทดสอบด้านจิตใจ ด้วยการไม่ยอมสยบกับพลังดูดอันรุนแรง ในวันเลือกตั้งต้องสู้กับอำนาจรัฐ อำนาจเงินอย่างหนักหน่วง แต่มีประชาชนเป็นฝ่ายสนับสนุนถึงได้รับชัยชนะ มั่นใจว่าจะไม่มี ส.ส.คนใดทิ้งพรรคทิ้งประชาชน แปลงร่างเป็นงูเห่าไปอยู่กับขั้วผู้สืบทอดอำนาจแน่นอน ถ้ามีคงถูกประชาชนที่เลือกเข้ามาสาปแช่งจนเดินกลับบ้านไม่ถูก

ว่าที่ ส.ส.เมินประกาศิต “เจ๊หน่อย”

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า กรณีแกนนำพรรคเพื่อไทยได้ให้ว่าที่ ส.ส.ของพรรคทุกคนเซ็นชื่อในเอกสารคำปฏิญาณ ล่าสุดเจ้าหน้าที่พรรคได้ส่งเอกสารคำปฏิญาณไปให้ว่าที่ ส.ส.ของพรรคที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมว่าที่ ส.ส. เมื่อวันที่ 27 มี.ค. เซ็นชื่อในเอกสารดังกล่าว เพื่อไม่ให้พลิกขั้ว มีว่าที่ ส.ส.คนหนึ่งระบุว่า การให้เซ็นเอกสารดังกล่าวไม่ได้เป็นมติพรรคไม่จำเป็นต้องทำตาม คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ใช้สิทธิอะไรมาบอกให้ว่าที่ ส.ส.ต้องทำตาม หากอ้างเป็นแคนดิเดตนายกฯ มีถึง 3 คน ไม่เห็นอีก 2 คนว่าอะไร และวันที่ 27 มี.ค.พรรคแจ้งให้มาประชุม ส.ส. เวลา 10.00 น. เมื่อถึงเวลาแกนนำพรรคกลับไปร่วมแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาล บ่ายจึงกลับเข้าพรรค ทำให้คนมารอประชุม ส.ส.ทยอยกลับหมด เหลือเพียงไม่กี่คนที่ยังอยู่เซ็นชื่อในเอกสาร

“วันนอร์” ยึดสูตรคำนวณตาม รธน.

ที่ศูนย์ประสานงานพรรคประชาชาติ ถนนสรงประภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อมแกนนำพรรค ประชุมวางแนวทางการดูแลผู้สมัคร ส.ส. นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า สูตรคำนวน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคยึดตามรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ระบุวิธีไว้ชัดเจน ขอให้ กกต.ชัดเจนไม่ควรอ้ำอึ้งประกาศคะแนน เพราะทำให้สังคมสับสน หากยึดหลักคำนวณถูกต้องตามกฎหมาย พรรคจะได้ ส.ส. 7 คน และพรรคยังคงยึดมั่นในสัตยาบันร่วมรัฐบาลที่ลงไว้กับพรรคเพื่อไทย พรรคได้สัญญากับพระเจ้าว่าจะต้องทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน ไม่ยึดว่าจะต้องเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ขอเป็นอะไรก็ได้ที่ให้บ้านเมืองดีขึ้น

“ธนาธร” ซึ้งน้ำใจชาวปากน้ำ

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมคณะเดินทางขึ้นรถแห่ขอบคุณประชาชนชาว อ.เมืองสมุทรปราการ ภายหลังพรรคอนาคตใหม่ได้คะแนนเสียงจำนวนมากในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ โดยขึ้นรถแห่ไปในตลาดปากน้ำ ตลาดสำโรง และตลาดเอี่ยมเจริญ มีบรรดาแฟนคลับต่างพากันออกมาโบกไม้โบก มือทักทาย ขอถ่ายรูปอย่างเป็นกันเอง จากนั้นแห่ไปขอบคุณที่ตลาดเรือบิน อ.บางพลี เขตที่พรรคชนะได้ ส.ส. 1 ที่นั่ง

“จุรินทร์” โต้ข่าวลือถก “เจ๊หน่อย” ตั้ง รบ.

เมื่อเวลา 10.00 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์โพสต์เฟซบุ๊กว่ามีผู้ปรารถนาดีส่งข่าวเผยแพร่ในไลน์มาให้ดู มีข้อความ “ด่วน เรื่องจริงไม่อิงนิยาย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยพบนายจุรินทร์ ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล เราจะเห็นการเมืองเลิกสีเสื้อในอีกไม่นาน ประชาธิปัตย์จะทำการเมืองแบบใหม่แน่นอนครับ” เพื่อจะสื่อว่าผมได้พบกับพรรคเพื่อไทยเพื่อการจัดตั้งรัฐบาล มีภาพประกอบเพิ่มความน่าเชื่อถือ ขอปฏิเสธว่า “ไม่เป็น ความจริง” เป็นภาพเหตุการณ์ในงานวันเกิดหนังสือ พิมพ์มติชน เมื่อวันที่ 9 ม.ค.62 ได้ลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์มติชนฉบับวันที่ 10 ม.ค. ปรากฏให้เห็นชัดเจนอยู่แล้ว แม้จะคนละภาพแต่ก็มีตัวบุคคลเดียวกันและถ่ายในเหตุการณ์เดียวกัน อย่างไรก็ตามในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งรัฐบาล พรรคยังไม่เคยมีการพิจารณาและไม่ได้มีการมอบหมายให้ผู้ใดไปเจรจาทั้งสิ้น จึงขอความกรุณาทุกท่านได้โปรดเข้าใจตามนี้

“ธนกร” วอนหยุดสุมไฟขัดแย้ง

นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ขณะนี้เริ่มมีการเคลื่อนไหวทางการเมืองของคนบางกลุ่มอีกแล้ว โดยเฉพาะการชุมนุมตามสถานที่ต่างๆ อยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายคิดให้ดี เพราะจะก่อให้เกิดความขัดแย้งในประเทศอีก บ้านเมืองเสียหายมามากแล้ว อยากให้ทุกอย่างดำเนินไปด้วยความสงบ เมื่อมีการเลือกตั้งแล้วทุกอย่างน่าจะจบ ขณะนี้รอการจัดตั้งรัฐบาล อยากวิงวอนไปยังกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองกลุ่มต่างๆ ให้หยุดการดำเนินการต่างๆที่จะนำไปสู่ความวุ่นวายความขัดแย้ง และความไม่สงบของประเทศอีก

เหน็บนักบอลแก่ไล่ไม่ทันทำฟาวล์

เมื่อเวลา 16.00 น. ที่สนามฟุตบอลกรีนฟิลด์ ซอยมัยลาภ ลาดพร้าว นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ว่า นักฟุตบอลอาชีพหรือนักฟุตบอลทีมชาติเมื่ออายุมากขึ้น ความเร็ว ความแข็งแกร่งจะลดน้อยลงไป จะไล่บอลหรือไล่คู่แข่งไม่ค่อยทัน จึงต้องทำฟาวล์ตัดเกม หรือพยายามยั่วยุอารมณ์คู่แข่ง ไม่ให้บทบาทตัวเองหายไปจากเกม เหมือนกับนักการเมืองบางกลุ่ม ที่คิดว่าอาจไม่ได้เข้าไปทำงานในสภาฯ พยายามสร้างบทบาท มีอะไรเล็กๆน้อยๆพยายามออกแอ็กชันให้ประชาชนตื่นเต้น ส่วนการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลเชื่อมั่นว่าพรรคพลังประชารัฐจะจัดตั้งรัฐบาลได้ 100% ได้พูดคุยกันเบื้องต้นหารือถึงแนวคิดร่วมกันได้ ครั้งนี้ค่อนข้างเป็นเสียงปริ่มน้ำจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของรัฐบาลในอนาคตแน่นอน ต้องมารอดูกันหลัง กกต.รับรอง ส.ส.อย่างเป็นทางการวันที่ 9 พ.ค.

อ่านเพิ่มเติม...
อภิรัชต์ คงสมพงษ์ซ้ายจัดสงครามกลางเมืองนักการเมืองวาทกรรมแบ่งแยกประยุทธ์ จันทร์โอชาข่าวหน้า1