ผบ.ทบ.รินน้ำตาขอโทษ จ.ส.อ.คลั่ง แต่...ไม่ลาออก (คลิป)

ข่าว

    ผบ.ทบ.รินน้ำตาขอโทษ จ.ส.อ.คลั่ง แต่...ไม่ลาออก (คลิป)

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    12 ก.พ. 2563 05:30 น.

    ล้อมคอก-สางปมเลือด จ่อเชือดนายพลยัน พ.อ. ส่อทุจริตขายบ้านทหาร "บิ๊กตู่" เดินสายงานสวด

    “บิ๊กแดง” หลั่งน้ำตาชี้แจง เอ่ยปากขอโทษและเสียใจต่อเหยื่อกระสุนจ่าคลั่ง ลั่นคนร้ายเป็นฆาตกร ไม่ใช่ทหารตั้งแต่นาทีลั่นไก วอนอย่าเหมารวมด่ากองทัพบกและทหารทั้งประเทศ แต่ให้มาด่าตนแทน เพราะเป็น ผบ.ทบ. จ่อปรับปรุงกองทัพให้ได้มาตรฐานก่อนเกษียณ ขู่ล้างบางอิทธิพลและผลประโยชน์ อาจมีนายพล-นายพันตกงานอื้อ ขณะที่ชาวโคราชเตรียมนิมนต์พระ 1 หมื่นรูปทำบุญใหญ่ “เทอร์มินอล 21” เล็งเปิดบริการ 13 ก.พ.นี้

    เศร้าใจคนไทยทั้งประเทศกับโศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญ #กราดยิงโคราช กรณี จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา อายุ 32 ปี สังกัดกองพันสรรพาวุธกระสุน 22 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 (บชร.2) ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา ใช้ปืนพกจ่อยิงผู้บังคับบัญชาและแม่ยายเสียชีวิต เนื่องจากขัดแย้งกันเรื่องค่านายหน้าที่ดิน จากนั้นบุกปล้นคลังแสงภายในค่ายฯ ขนอาวุธปืนสงครามขึ้นรถฮัมวี ขับตระเวนกราดยิงชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ตามรายทาง แล้วบุกเข้าห้างเทอร์มินอล 21 โคราช ยิงประชาชนเสียชีวิตหลายสิบรายและยังจับเป็นตัวประกันข้ามคืน ตำรวจต้องระดมหน่วยพิเศษไล่ล่าจับตาย ส่งผลให้มีเหยื่อกระสุนสังเวยชีวิต 30 ศพ บาดเจ็บ 58 ราย สร้างความหวาดผวาให้สังคม เพราะไม่มีใครคาดคิดจะเกิดเหตุโหดเหี้ยมเช่นนี้ในเมืองไทย และเรียกร้องให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพแสดงความรับผิดชอบ

    บิ๊กแดง” ขอโทษ-เสียใจทหารฆ่าคน

    ที่กองบัญชาการกองทัพบก เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 ก.พ. พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.แถลงกรณี จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา สังกัดค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา ปล้นอาวุธไปก่อเหตุสังหารประชาชนและเจ้าหน้าที่ โดยได้ลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ พร้อมกล่าวว่า ในฐานะ ผบ.ทบ. ขอโทษและขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง เพราะผู้ก่อเหตุเป็นกำลังพลของกองทัพบก ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวประชาชนและข้าราชการที่ต้องเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ และเสียใจที่มีประชาชนบาดเจ็บจำนวนมาก ยอมรับมูลเหตุของผู้ก่อเหตุเกิดจากไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้บังคับบัญชาและเครือญาติที่ได้ซื้อขายที่ดินและผิดสัญญากัน รวมถึงเรื่องผลตอบแทน รายละเอียดต้องไปสืบต่อว่ามีใครเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ โดยเฉพาะผู้บังคับบัญชา เมื่อผิดสัญญากัน ทำให้เกิดแรงจูงใจในครั้งนี้

    คนทำไม่ใช่ทหารแต่เป็นอาชญากร

    พล.อ.อภิรัชต์กล่าวอีกว่า ณ วันที่ก่อเหตุสังหารตั้งแต่วินาทีแรก เขาคืออาชญากร ไม่ใช่ทหารอีกต่อไป ขณะที่มาตรการรักษาความปลอดภัยคลังอาวุธกองทัพบก มีมาตรฐานและมาตรการในเรื่องนี้อยู่แล้ว และเน้นย้ำเรื่องนี้มาตลอด ไม่ใช่วัวหายล้อมคอก แต่อาจมีหน่วยที่หละหลวม ต้องไปลงโทษหน่วยที่ไม่ได้เตรียมตัว ต้องมีมาตรการเพิ่มเติม แต่ผู้ก่อเหตุอยู่ในหน่วยนั้น มีความชำนาญในการใช้อาวุธและพื้นที่ รู้ว่าต้องเอาที่ไหน อย่างไร ต้องทำลายอย่างไร มาตรการต่อไปแต่ละหน่วยต้องติดกล้องซีซีทีวี ด้านหน้าคลังเก็บอาวุธและกระสุนปืน ยอมรับว่าหลายหน่วยอาจมีมาตรฐานไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชา แต่กองทัพบกเน้นย้ำมาทุกยุคทุกสมัย

    เปิดช่องรับร้องเรียนนายกดขี่ลูกน้อง

    พล.อ.อภิรัชต์กล่าวต่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ผู้ก่อเหตุและคู่กรณีมีความสัมพันธ์กันทางการบังคับบัญชา ได้สั่งการให้หาวิธีการที่ดีที่สุด เปิดรับเรื่องร้องเรียนโดยตรงให้ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ถูกเอาเปรียบ และจะเน้นย้ำผู้บังคับบัญชาที่ไม่ใส่ใจดูแลทุกข์สุขของผู้ใต้บังคับบัญชา “ผมมั่นใจและให้คำมั่นว่าช่องทางนี้จะเป็นความลับที่สุด แต่ต้องแสดงตัวตนว่าเป็นใคร อยู่หน่วยไหน ข้อมูลจะส่งตรงมาที่ผม เดิมผมไม่มีเฟซบุ๊กและไอจี เพราะรับไม่ไหวในหลายเรื่อง แต่จะมีช่องทางให้เข้าถึงโดยไม่ผ่านช่องทางของกองทัพบก จะหาบุคลากรมาทำ สั่งการไปตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ. เพื่อเป็นโอกาสให้ผู้ใต้บังคับบัญชาสื่อสารกับผมโดยตรง และผมจะลงโทษอย่างเต็มที่สุดความสามารถเท่าที่จะทำได้”

    อย่าด่าทหารให้มาด่า พล.อ.อภิรัชต์

    “ตลอดระยะเวลาเกิดเหตุมีคนตำหนิ ด่ากองทัพบก ซึ่งกองทัพบกเป็นองค์กรความมั่นคงที่มีความศักดิ์สิทธิ์ แต่มีคนมากมายมาด่าทหาร อยากให้ทราบว่าท่านอย่าด่ากองทัพบก อย่าด่าทหาร กองทัพบกเป็นองค์กรไม่มีความรู้สึก ทหารยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในประเทศไทย อยู่ตามแนวชายแดน ทหารยังปราบปรามยาเสพติด เสี่ยงชีวิตปกป้องอธิปไตยของชาติ ทหารยังต้องช่วยเหลือน้ำท่วม ภัยแล้ง ไฟไหม้ป่า ที่เสียสละที่ดีๆมีทั่วกองทัพบก อย่าไปด่าว่าเขาเลย อย่าใช้คำว่าทหาร เขาจะเสียกำลังใจในการทำงาน ไม่มีใครในโลกอยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในประเทศตัวเอง ไม่มีคนไทยอยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก ถ้าจะด่า จะตำหนิ ให้มาด่า พล.อ.อภิรัชต์ ผมน้อมรับคำตำหนิ และการแสดงความคิดเห็นทุกอย่าง ให้มาด่าผม เพราะผมเป็น ผบ.ทบ” พล.อ.อภิรัชต์กล่าว

    ลั่นปรับปรุงกองทัพให้มีมาตรฐาน

    ผบ.ทบ.กล่าวต่อว่า ในคนหมู่มากของทุกองค์กรย่อมมีคนดี และคนไม่ดีปะปนกันอยู่ แต่สิ่งหนึ่งที่มั่นใจ แม้เหลือเวลารับราชการ 7-8 เดือน จะไม่ย่อท้อในการปรับปรุงและพัฒนากองทัพบก พัฒนาบุคลากร เข้มงวดและรักษามาตรฐานให้ดีขึ้น เพิ่มมาตรการต่างๆให้ดีขึ้นเพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้กลับมาจะใช้อำนาจหน้าที่ในฐานะ ผบ.ทบ.จนวันสุดท้ายที่ส่งมอบธงให้กับ ผบ.ทบ.คนต่อไป ก่อนมาแถลงข่าวทำการบ้านมา 3 คืน 2 วัน แทบไม่ได้นอนเพราะเสียใจ

    เสียงสั่นเครือ-สุดกลั้นหลั่งน้ำตา

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างแถลง พล.อ.อภิรัชต์มีน้ำเสียงสั่นเครือและถอนหายใจเป็นระยะๆ หลังจากแถลงจบช่วงแรกก่อนที่จะเปิดโอกาสให้สื่อสอบถาม พล.อ.อภิรัชต์ได้ขอน้ำและกาแฟจากเจ้าหน้าที่ พร้อมกับหันหลังให้สื่อและควักผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดน้ำตา ก่อนจะหันกลับมาหาสื่ออีกครั้ง

    จากนั้น พล.อ.อภิรัชต์กล่าวต่อไปว่า ใน 1 ปีกว่ามานี้ ได้ปรับปรุงพัฒนากองทัพบกเพื่อรองรับสภาวะ การเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปและความถดถอย และเสื่อมถอยของกำลังและผู้บังคับบัญชาที่ไม่ใส่ใจ มีหลายอย่างไม่ได้เปิดเผยให้สื่อมวลชนได้รับทราบ หลายเรื่องสั่งการอย่างเอาจริงเอาจังในการพัฒนาบุคลากร ที่ผ่านมานายทหารระดับสูงฝ่ายบริหารของกองทัพได้เตือนและให้กำลังใจตนเสมอ

    รับทายาทเหยื่อเข้า ทบ.ไร้เงื่อนไข

    เมื่อถามว่า ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุด จะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดระหว่างผู้ก่อเหตุกับคู่กรณี ไม่ใช่การปฏิบัติการทางทหาร แต่เป็นเรื่องการบาดหมางจิตใจ เป็นการก่ออาชญากรรม กองทัพบกก็รับผิดชอบทั้งในส่วนของผู้ก่อเหตุและคู่กรณีตามมาตรฐาน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อพูดถึงทหารที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ พล.อ.อภิรัชต์ได้นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า เขาเป็นเพียงพลทหาร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะพระราชทานเพลิงศพ และกองทัพบกจะดูแลครอบครัวอย่างดีที่สุดและสมเกียรติ รวมถึงพลทหารที่ได้รับบาดเจ็บ สำหรับความรับผิดชอบต่อประชาชนที่เสียชีวิต กองทัพบกจะรับทายาทเข้ารับราชการตามคุณวุฒิโดยไม่มีข้อแม้ และหากทายาทยังเรียนหนังสือไม่จบจะดูแลด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่อง แม้ตนจะเกษียณราชการไปแล้วก็ตาม ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและสูญเสียในการประกอบอาชีพ หากประสงค์ จะเข้าราชการกองทัพจะไม่มีข้อแม้ใดๆทั้งสิ้น ขณะที่การเยียวยาและดูแลครอบครัวผู้ก่อเหตุจะเป็นไปตามขั้นตอน

    ไม่ขอลาออกเซ่นกำลังพลทำผิด ก.ม.

    เมื่อถามว่า มีข้อเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่ง ผบ.ทบ. พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า ถึงแม้ว่าผู้ก่อเหตุเป็นกำลังพลของกองทัพบก และตั้งแต่ที่ผู้ก่อเหตุไปก่อเหตุที่ไม่ใช่การไปปฏิบัติภารกิจของกองทัพบก เช่นทหารขนยาเสพติด ค้าอาวุธสงครามแล้วถูกตำรวจวิสามัญฯ อยากจะถามเหมือนกันว่าสมควรที่จะใช้คำถามนี้กับตนหรือไม่ “ผมมีความรับผิดชอบเพียงพอต่อภารกิจทุกอย่างที่สั่งไปในทุกตำแหน่ง ทุกวิกฤติที่ผมได้ผ่านมาจนกำลังจะเกษียณอายุราชการ อะไรที่สั่งผู้ใต้บังคับบัญชาทำ ผมรับผิดชอบ แต่ผมไม่สามารถรับผิดชอบต่อการกระทำที่เป็นเหตุการณ์ส่วนตัว การก่ออาชญากรรม การทำผิดกฎหมาย ฝ่าฝืนระเบียบวินัยที่มีอยู่ อันนั้นผมรับไม่ได้”

    ติงสื่อขอให้อยู่บนพื้นฐานความจริง

    เมื่อถามว่า เหตุการณ์ลามไปนอกหน่วยทหาร มีเสียงกดดันให้ ผบ.ทบ.แสดงสปิริตด้วยการลาออก พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า หากอยู่บนพื้นฐานความจริงและหลักการว่าข้อเท็จจริงคืออะไร ผลกระทบที่เกิดขึ้นคืออะไร เราควรจะรับผิดชอบอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น คนที่ถามแบบนี้ช่วยดูข้อเท็จจริงด้วย อย่ามุ่งแต่คำตอบหรือต้องการให้ตนตอบบางสิ่งบางอย่างที่ตนตอบไปแล้วจะพึงพอใจแล้วรู้สึกว่าชนะ ตนบอกว่าไม่ยอมแพ้ ตนแสดงความรับผิดชอบทุกอย่างที่เกิดขึ้น เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นทหาร ทั้งนี้ ยังมีคำถามอื่นที่อยากตอบมากกว่าคำถามเรื่องลาออก

    ทบทวนมาตรการคุมคลังอาวุธ

    พล.อ.อภิรัชต์ยังกล่าวถึงการยุติเหตุการณ์ที่เป็นไปด้วยความล่าช้า เนื่องจากผู้ก่อเหตุติดตามข่าวสารจากโซเชียลมีเดีย อีกทั้งไม่ทราบว่าประชาชนที่ติดอยู่ในห้างเทอร์มินอล 21 อยู่จุดไหนบ้าง ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน จึงต้องใช้เวลานาน ไม่ใช่เรื่องง่ายและเราไม่อยากสูญเสียไปมากกว่านี้ ต้องใช้ความระมัดระวัง ส่วนการปรับมาตรการดูแลคลังอาวุธของหน่วยทหาร ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบและป้องกันอย่างแน่นหนาอยู่แล้ว แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ก็ไม่ดีทั้งนั้น จะพยายามทำให้ดีขึ้น การลอกเลียนแบบหรือเอาโมเดลในลักษณะเช่นนี้ไปขยายผล ในต่างประเทศค่อนข้างกังวล รับปากว่าจะไปทบทวนเพิ่มมาตรการให้มากกว่านี้ ยืนยันว่ามาตรการเดิมที่ทำอยู่ในระดับมาตรฐานและผู้ก่อเหตุเป็นกำลังพลในหน่วย เป็นเพื่อนร่วมงานที่เดินเข้ามา ไม่คิดว่าเขาจะมาทำร้าย เป็นจุดหนึ่งที่กองทัพบกต้องไปคิดเช่นเดียวกัน เพราะไม่ได้เฉลียวใจว่าคนที่รู้จักจะก่อเหตุ

    เน้นให้ใช้คุณธรรม-จริยธรรม

    เมื่อถามว่า ต่อจากนี้จะดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างไร พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า หลายคนเติบโตจากพื้นฐานครอบครัวแตกต่างกัน แต่นายทหารหลักได้เข้ามาอยู่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ได้รับการปลูกฝังเช่นเดียวกัน 5 ปี การดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาถูกปลูกฝังมาโดยตลอด แต่ขึ้นอยู่กับคุณธรรมและจริยธรรมของแต่ละคน ขณะที่หน่วยข้างเคียงตนก็เห็นความล้มเหลวของผู้บังคับบัญชา พยายามจะเลือกสรรคนให้มาเป็นผู้บังคับบัญชา แต่คนในกองทัพบกกว้างใหญ่และมีหลายแสนคน ไม่สามารถจะลงไปดูได้ ยกเว้นการออกมาตรการและการแสดงความรับผิดชอบ

    ขู่ย้าย ผบ.หน่วยไร้สมรรถภาพ

    “ต่อไปนี้มาตรการสรรหาคัดคนเข้ามาเป็นผู้บังคับบัญชาจะทำให้รอบคอบกว่าที่เป็นอยู่ เน้นย้ำเสมอว่าการเป็นผู้บังคับไม่ใช่ไปบังคับบัญชาแต่คนอื่น แต่ต้องบังคับตัวเองด้วย ผบ.หน่วยรบ เช่น ทหารราบ ทหารม้า ปล่อยตัวให้อ้วน ไร้ความรู้ ไม่พัฒนาตัวเองก็ไม่ต้องมาเป็นแม่ทัพ หากผู้บัญชาการกองพลเสนอชื่อมาจะย้ายให้หมด ล่าสุดได้ปรับมาตรฐานทดสอบร่างกายและความรู้กับผู้บังคับหน่วยกำลังรบอย่างเต็มที่ ใครที่ไม่ได้มาตรฐานก็ไม่ต้องอยู่ อยากมาด่าก็มาด่าผม แม่ทัพภาคหรือตั้งแต่ผู้บังคับบัญชากองพลลงไป ไม่ให้ความสนใจก็โยกไปประจำ” พล.อ.อภิรัชต์กล่าว

    ลั่นจะมีนายพล-นายพันตกงานอื้อ

    เมื่อถามว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากการไม่ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อขายที่ดินในหน่วยงานทหาร โครงการเช่นนี้มีมากหรือไม่ จะแก้ไขปัญหาระยะยาวอย่างไร พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า กองทัพบกตั้งมายาวนาน มีโครงการหลายอย่างจำนวนมาก ที่พูดมาไม่ได้ไปตำหนิติเตียนใคร ในห้วงเวลาและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เคยมีโครงการเช่นนี้ เช่น บ้านสวัสดิการ การกู้เงิน การร่วมมือระหว่างหน่วยทหารกับพ่อค้า มีการวิ่งเต้น ไม่อยากลงรายละเอียด เรื่องทั้งหมดตนทราบ รับรองว่าอีก 3 เดือนต่อจากนี้ ตั้งแต่ระดับนายพลถึงระดับพันเอกหลายคนไม่มีงานทำแน่ และตนก็ไม่สนเพราะรู้ข้อมูล เติบโตมากับความรู้สึกที่ไม่ถูกต้องในหลายเรื่อง

    จ่อจัดระเบียบปืนสวัสดิการ ทบ.

    ผบ.ทบ.กล่าวอีกว่า ตนไปเรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหมว่า “พี่ครับ ผมต้องทำ” ยกตัวอย่างเช่น มีใครกล้ายกเลิกทีมฟุตบอลอาร์มี่ ยูไนเต็ดหรือไม่ สัปดาห์นี้จะลงนามกับกระทรวงการคลังใช้ที่ราชพัสดุ เป็นโครงการสวัสดิการเชิงพาณิชย์ นำเงินและรายได้กลับเข้าสู่กระทรวงการคลัง นี่คือการเริ่มต้นแก้ไขปัญหาที่หมักหมมมานานของกองทัพบก แน่นอนว่ามีคนไม่พอใจ หรือในวันที่ 4 ก.พ.ได้เซ็นยกเลิกการจัดซื้อปืนสวัสดิการทุกชนิดของกองทัพบก ต่อไปนี้ใครจะซื้อปืนสวัสดิการภายนอกจากหน่วยงานใดก็ตาม ผู้บังคับบัญชาชั้นนายพลต้องทำคำสั่งผ่านเสนาธิการทหารบกเท่านั้นเพื่อให้ออกคำสั่ง ของเดิมตามระเบียบจะให้นายทหารยศชั้นนายพันเป็นผู้เซ็น เปิดโอกาสให้กำลังพลและพ่อค้าซื้อขายอาวุธกันได้ง่าย เพราะผู้ก่อเหตุมีปืน 5 กระบอก ทั้งหมดเป็นปืนที่มาจากโครงการสวัสดิการจากหน่วยงานอื่น ทหารไม่จำเป็นต้องมีปืนส่วนตัว เพราะมีปืนหลวง เดิมมีไม่รู้กี่โครงการ

    เอาจริงเกษียณต้องคืนบ้านหลวง

    ผบ.ทบ. กล่าวด้วยว่า ทหารมีบ้านมีที่พักให้กำลังพลเพียงพอ รับราชการ 20-30 ปีไม่ต้องจ่ายค่าเช่าบ้าน เพื่อให้มีเวลาเก็บเงินไปซื้อบ้านของตัวเองหลังเกษียณ ขีดเส้นตายภายในเดือน ก.พ. ผู้ที่เกษียณแล้วยังพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ทหาร และย้ายจากกองทัพบกไปอยู่หน่วยงานใดต้องย้ายออก เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่ไม่มีบ้านมาอยู่ การถูกเชิญชวนถูกหลอก เชื่อคนง่าย ยิ่งเป็นผู้บังคับบัญชาหรือเครือญาติ มีแรงจูงใจ การอยู่แบบไม่พอเพียง ผู้ก่อเหตุมีปืน 5 กระบอกราคาแพงมีไว้เพื่ออะไร โครงการต่างๆต้องปรับปรุงแก้ไขเอาจริง อันไหนไม่จำเป็นจะยกเลิก จะเอาจริงผู้ที่เอาเปรียบหลวง เพื่อนร่วมงาน ขอเวลา ยืนยันว่าไม่ได้เพิ่งเริ่มทำ แต่ทำมาก่อนหน้านี้ ถ้าไม่สัมฤทธิผลภายในวงรอบ การปรับย้ายนายทหารครั้งนี้เห็นดีแน่ ตนไม่ล้อมคอก ไม่กลัวและไม่ถนอมตัว เพราะเป็นปีสุดท้ายที่อยู่ในตำแหน่ง ผบ.ทบ.จะทำให้กองทัพบกดีขึ้นจนวันสุดท้าย ขอให้มั่นใจ แต่เชื่อใจผู้บังคับบัญชาที่นั่งอยู่ตรงนี้ว่าจะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

    ดักคออย่าโยงเข้าประเด็นการเมือง

    เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ทำไมไม่สามารถล้างธุรกิจในหน่วยทหารได้ ต้องรอจนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวก่อน พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า ไม่ใช่เพราะเกิดเหตุแล้วดำเนินการ ผบ.ทบ.แต่ละท่านที่ผ่านมามีวิสัยทัศน์และแนวทางแก้ไขปัญหาที่แตกต่างกัน สภาวะเช่นนั้นแก้ไขปัญหาไปตามสถานการณ์ ก่อนหน้ามาเป็น ผบ.ทบ. ได้เล็งเห็นปัญหามาโดยตลอด เมื่อมารับตำแหน่งตั้งใจจะมาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เรื่องก่อนหน้านี้ขอให้ผ่านไป แล้วมาเริ่มต้นกันใหม่ในสิ่งที่ถูกต้อง ในการปรับตัว ปรับสภาพองค์กรของตัวเอง ไม่มีองค์กรไหนที่จะสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ต้องแก้ไข เชื่อมั่นทุกคนที่เข้ามาเป็น ผบ.ทบ.หลังจากนี้ต้องยึดถือแนวทางที่ได้ประกาศต่อหน้าสาธารณชน เพื่อแก้ไขปัญหาให้ดีขึ้นและให้ได้รับความเป็นธรรม ขออย่านำไปเป็นประเด็นทางการเมือง เพราะปัจจุบันตนไม่ได้พูดเรื่องของการเมืองแล้ว

    โอดใส่เครื่องแบบอะไรก็โดนด่า

    พล.อ.อภิรัชต์กล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดีย เรื่องการใส่เครื่องแบบไปติดตามสถานการณ์คนร้ายกราดยิงประชาชนที่ จ.นครราชสีมา ว่า “พูดตรงๆผมแต่งอะไรก็โดนด่า ยิ่งถามให้ผมพูดในสิ่งที่ผมไม่อยากจะพูด ผมรู้ว่าผมพูดไปแล้ว ก็ไปกระทืบในทวิตเตอร์กันอีก เอาไปใส่กันอีก ผมอายุมากกว่านักข่าวหลายคนในที่นี้ น่าจะรู้จักผมดีว่าในอดีตผมทำอะไรบ้างและผ่านอะไรมาบ้าง ผมไปทำงาน แต่งนอกเครื่องแบบไปก็โดนด่า ผมแต่งชุดฝึกฟูลออปชัน (เต็มรูปแบบ) ก็โดนด่ารับรองได้ ผมให้ทหารคนสนิท (ทส.) แบกไป 2 กระเป๋า ไปกัน 2 คน ทั้งยุทโธปกรณ์ที่จำเป็น อุปกรณ์ติดต่อสื่อสาร ชุดฝึก รองเท้า เพื่อว่าหากเกิดการร้องขอจากตำรวจให้เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน จะได้ปฏิบัติ แต่บางครั้งเราไปโอเว่อร์รีแอ็กเกินไป ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดเกินไป คงไม่เหมาะสม”

    ชี้จุดอ่อนทหารยังไม่เก่งโซเชียล

    ผบ.ทบ.กล่าวต่อว่า “ผมมีภารกิจบางอย่างที่ต้องไปปฏิบัติ ไม่ใช่ว่าไม่รีบไป หากอยากรู้ก็ไปหาข่าวกันเอาเอง แต่ด้วยจริยธรรม และด้วยความเป็นผู้นำของผม หากเกิดเหตุการณ์ไม่ต้องห่วง ผมจะอยู่กับลูกน้องตลอด ยอมรับว่าทหารทำแฮชแท็กในโซเชียลไม่เก่ง ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรให้คนมาดู เราไม่มีเฟซบุ๊กหรือไอจีที่สวยงาม เรามานั่งออกแบบในสิ่งที่เป็นข้อเท็จจริง ที่จะให้ดึงดูดใจคน ก็สู้เขาไม่ได้ เราโฆษณาชวนเชื่อไม่เป็น ถือว่าเป็นจุดอ่อนของกองทัพ แต่จะไม่ท้อถอยและหนักแน่น”

    “เอกชัย–โชคชัย” จี้ “บิ๊กแดง” ลาออก

    เวลา 10.00 น. ที่หน้า บก.ทบ. นายเอกชัย หงส์กังวาน และนายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เดินทางมายื่นหนังสือ พร้อมรายชื่อผู้สนับสนุนกว่า 1,185 รายชื่อ ขอให้ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อแสดงความรับผิดชอบถึงความหละหลวมในการรักษาคลังอาวุธ จนเป็นเหตุเกิดโศกนาฏกรรม จ.นครราชสีมา โดยได้ยื่นหนังสือผ่านสิบเวร ประจำสำนักงานเลขานุการกองทัพบก (สลก.ทบ.) เพื่อดำเนินการต่อไป

    15 ก.พ. ทำบุญใหญ่ล้างเมืองโคราช

    ที่ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา ร่วมประชุมกับหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อหามาตรการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์กราดยิงกลางเมือง เบื้องต้นได้ข้อสรุปว่า ผู้เสียชีวิตควรเยียวยาเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ ส่วนผู้บาดเจ็บ ควรได้รับการชดเชยและรักษาพยาบาลเป็นกรณีพิเศษจนกว่าจะหายเป็นปกติ และดูแลเยียวยา สภาพจิตใจหลังการรักษา ในส่วนผู้ประกอบการ ห้างเทอร์มินอล 21 โคราช ควรชดเชยทรัพย์สินที่เสียหาย และหาแหล่งเงินกู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยพิเศษระยะยาว และในเช้าวันที่ 15 ก.พ.นี้ เตรียมจัดพิธีทำบุญใหญ่ตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ 10,000 รูป ที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ขณะที่ยอดเงินบริจาคช่วยผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุดังกล่าวมีแล้วกว่า 14 ล้านบาท ร่วมบริจาคได้ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาตลาดเซฟวัน ชื่อบัญชี “ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเทอร์มินอล 21 จังหวัดนครราชสีมา” เลขที่บัญชี 678-9-97951-4

    “เทอร์มินอล 21” เปิดบริการ 13 ก.พ.

    ด้านนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์ เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่เยี่ยมอาการผู้บาดเจ็บที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา ว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เตรียมขยายเวลาการยื่นงบการเงินให้กับนิติบุคคลที่ประสบเหตุ และไม่สามารถยื่นได้ทันตามที่กฎหมายกำหนด ภายในสัปดาห์นี้จะชี้แจงรายละเอียดมาตรการความช่วยเหลืออย่างเป็นทางการให้รับทราบทั่วกัน สำหรับการพูดคุยกับผู้บริหารศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช ขณะนี้ทางศูนย์การค้าพร้อมดำเนินการ ปรับปรุงซ่อมแซมจุดที่เสียหาย เบื้องต้นทราบว่าจะกลับมาเปิดให้บริการตามปกติอีกครั้งในวันที่ 13 ก.พ.นี้

    ยันไม่พบระเบิดตกค้างในห้องเย็น

    ที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3 นำเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่อีโอดี เข้าตรวจสอบกรณีพบวัตถุต้องสงสัยในโซนห้องเย็น จุดวิสามัญฯคนร้าย นานกว่า 2 ชั่วโมงก่อนเผยว่า ในรายงานการพิสูจน์ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าพบวัตถุต้องสงสัยที่จะเป็นระเบิดหรือหัวกระสุนอาวุธสงคราม แต่เป็นการตรวจตามขั้นตอนรวบรวมพยานหลักฐานในสำนวนคดี ยังมีบางพื้นที่ที่ต้องปิดไว้เพื่อเก็บหลักฐาน แต่จุดไหนตรวจแล้วจะส่งมอบพื้นที่ให้กับห้างฯทันที ขณะเดียวกัน คณะพนักงานสอบสวนได้ใช้ห้องประชุมชั้น 4 ของห้างฯเป็นจุดสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด จากนั้นจะเรียกสอบปากคำ พยานที่เห็นเหตุการณ์กราดยิงที่วัดป่าศรัทธารวม ส่วนจุดเกิดเหตุที่บ้านเลขที่ 187 หมู่ 3 บ้านถนนหัก ต.หนองจะบก อ.เมืองนครราชสีมา จุดแรกที่คนร้ายยิง พ.อ.อนันต์ฐโรจน์ กระแสร์ และนางอนงค์ มิตรจันทร์ เสียชีวิต พนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์กลาง จะสอบสวนทำสำนวน

    หลวงพี่เชื่อคนร้ายอยากให้ถ่ายคลิป

    ที่วัดป่าศรัทธารวม อ.เมืองนครราชสีมา ผู้สื่อข่าวเข้านมัสการสอบถามพระกรศักดิ์ ถนอมเงิน พระลูกวัดวัดป่าศรัทธารวม ผู้ใช้มือถือบันทึกภาพ ขณะจ่าทหารคลั่งกราดยิงภายในวัด ว่า เห็นทหารคนดังกล่าวขับรถเข้ามาจอดในวัด และใช้ปืนยิงกราดไปมา ตอนแรกอาตมาไม่รู้ว่าเขายิงคน นึกว่ามายิงสกัดจับคนร้าย ช่วงนั้นอาตมายืนหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ ห่างจากตัวคนร้ายเกือบ 100 เมตร และ ได้ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิป จังหวะนั้นคนร้ายหันมาเห็นอาตมาและได้ยืนจ้องหน้ากันอยู่ แต่คนร้ายไม่ได้ยิงอาตมา จากนั้นคนร้ายเดินไปหยิบปืนแล้วกราดยิงคนที่ผ่านไปมาตามภาพในคลิป รวมไปถึงคนในรถฟอร์จูนเนอร์ทั้ง 4 ศพด้วย ตอนแรกอาตมายังคิดว่าคนที่ก่อเหตุน่าจะเป็นคนเสียสติหรือคนบ้า เพราะกราดยิงมั่วไปหมด ยิงแม้กระทั่งเด็กนักเรียนที่ขี่รถ จยย.ผ่านมา แล้วยังเดินตามเข้าไปยิงซ้ำอีก อาตมาคิดว่าผู้ก่อเหตุตั้งใจให้อาตมาถ่ายคลิปวิดีโอ เพราะผู้ก่อเหตุมองเห็นอาตมาตลอด แต่ก็ไม่ได้สนใจ

    นายกฯเดินสาย 3 วัดเคารพศพ

    เวลา 18.00 น. ที่ศาลา 4 วัดโพธิ์ เขตเทศบาลนครนครราชสีมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พร้อมคณะเดินทางไปฟังสวดพระอภิธรรมศพ ด.ต.ชัชวาล แท่งทอง อายุ 50 ปี ผบ.หมู่ ป. สภ.เมืองนครราชสีมา ที่ถูกจ่าทหารคลั่งยิงเสียชีวิตหลังวัดป่าศรัทธารวม มี น.ส.ณัฐฐา รัตนรักษ์ อายุ 33 ปี ภรรยาและลูกรอต้อนรับ จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์และคณะไปที่ฌาปนสถานกองทัพบก (กองทัพภาคที่ 2) วัดสุทธจินดาวรวิหาร ฟังสวดพระอภิธรรมศพ 3 พ่อแม่ลูก นายสุริยะ ลิมป์รัชตามร อายุ 44 ปี น.ส.ปภัชญา นวลรักษา อายุ 33 ปี และ ด.ช.ปรมะ ลิมป์รัชตามร วัย 1 ขวบ เหยื่อจ่าทหารคลั่งยิงตายในศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช เสร็จแล้วไปที่วัดสามัคคี ฟังสวดพระอภิธรรมศพ ด.ช.รัชชานนท์ กาญจนเมธี หรือเจมส์บอน อายุ 13 ปี นร.ม.2 ร.ร.บุญวัฒนา ที่ถูกกราดยิงขณะขี่รถ จยย.กลับบ้าน มีนายณัฐวุฒิ กาญจนเมธี พ่อ แม่ และญาติพี่น้องให้การต้อนรับ

    แฉบ้านต้นเหตุปมจ่าคลั่งถูกโกง

    วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบบ้านปูนชั้นเดียวขนาด 40 ตร.ว. จำนวน 2 หลัง ที่ตั้งอยู่กลางไร่ข้าวโพด บ้านโป่งแมลงวัน หมู่ 5 ต.โคกกรวด อ.เมืองนครราชสีมา หลังมีกระแสข่าวว่า 1 ในบ้าน 2 หลังนี้เป็นบ้านของ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา จ่าทหารคลั่งที่กราดยิงถล่มเมืองโคราช ที่ได้กู้เงินสวัสดิการกองทัพบกจำนวน 1.5 ล้านบาทมาก่อสร้าง และเป็นชนวนเหตุให้เกิดขัดแย้งกับนายหน้าจัดสรรที่ดิน เนื่องจากมูลค่าที่ดินและค่าก่อสร้างบ้านเป็นเงินเพียง 7 แสนบาทเท่านั้น แต่นายหน้าเรียกเก็บเงินจาก จ.ส.อ.จักรพันธ์ไป 1.1 ล้านบาท และต้องมีเงินทอนให้ จ.ส.อ.จักรพันธ์ 4 แสนบาท แต่นายหน้ายังไม่ยอมคืนเงินให้ จากการตรวจสอบในบ้านมีรองเท้าคอมแบต เต็นท์ ภาพถ่าย และของใช้ส่วนตัว หลังบ้านมีกระสอบทรายซ้อมยิงปืน และร่องรอยกระสุน เพื่อนบ้านใกล้เคียงอ้างว่า เคยเห็น จ.ส.อ.จักรพันธ์มาพักที่บ้านหลังนี้ในวันเสาร์-อาทิตย์ ส่วนบ้านข้างๆที่สร้างพร้อมกันเป็นของเพื่อนสนิทจ่าคลั่ง

    วัดบ้านเกิดไม่เคยปฏิเสธศพคนร้าย

    ขณะเดียวกัน พระอาจารย์มหาบุญสม คุณะวะโร เจ้าอาวาสวัดหนองสังข์ และนายปรีชา ศิลป์ดี กรรมการวัด เปิดเผยกรณีมีกระแสข่าวว่า ทางวัดและชุมชนไม่ให้นำศพ จ.ส.อ.จักรพันธ์มาทำพิธีทางศาสนาที่วัดว่า ข่าวที่ออกไปไม่เป็นความจริง วัดหนองสังข์พร้อมเสมอถ้าจะนำศพ จ.ส.อ.จักรพันธ์ มาประกอบพิธีทางศาสนา เพราะผู้ตายเป็นชาวบ้านหนองสังข์อยู่แล้ว มารดาก็มาทำบุญปฏิบัติธรรมที่วัดตลอด วัดไม่สามารถปฏิเสธใครได้เพราะเป็นของชาวบ้านทุกคน ขอวิงวอนให้หยุดนำเสนอข่าวเช่นนี้เพราะวัดและชุมชนเสียหาย ด้านมารดาและญาติพี่น้อง จ.ส.อ.จักรพันธ์ ตั้งแต่เกิดเหตุในวันที่ 8 ก.พ. ปรากฏว่าบ้านของมารดายังปิดเงียบ ไม่สามารถประสานใครได้ว่าจะเดินทางไปรับศพลูกชายจาก รพ.มหาราชนครราชสีมา เพื่อนำศพของ จ.ส.อ.จักรพันธ์มาประกอบพิธีทางศาสนาเมื่อไหร่

    ตะครุบเกรียนโซเชียลโพสต์ป่วน

    ในขณะที่บรรยากาศแห่งความเศร้าของโศกนาฏกรรมสะเทือนใจคนไทยที่เกิดขึ้นใน จ.นครราชสีมา ยังไม่จางหายไป ได้มีคนโพสต์ข้อความในโซเชียล เลียนแบบเหตุกราดยิงที่โคราชในหลายจังหวัด สร้างความตระหนกตกใจให้กับประชาชนที่พบเห็นข้อความ พร้อมแจ้งตำรวจจับกุมตัว เริ่มจาก จ.อำนาจเจริญ จับผู้โพสต์ 1 ราย ขณะที่ตำรวจ สภ.ศรีสงคราม จ.นครพนม จับพ่อค้าขายกับข้าวที่เป็นตำรวจอาสาอีก 1 ราย โพสต์เฟซบุ๊กโชว์ปืนปลอมขู่ก่อเหตุ ด้านตำรวจ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ยังจับกุมหนุ่มวัย 30 ปี โพสต์ภาพปืนพร้อมกระสุนชวนเที่ยวห้างชื่อดังในตัวเมืองสุราษฎร์ธานี และตำรวจ สภ.เมิืองระนอง จับกุมผู้ใช้เฟซบุกชื่อ “ไพโรจน์ บุณยัษ ฐียร” ที่โพสต์ข้อความขู่ว่าจะใช้ปืนไปถล่มแผงหมูที่ตลาด วันเดียวกัน ตำรวจ สภ.เมืองนครปฐม จับกุมผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่โพสต์ข้อความขู่จะก่อเหตุแบบนครราชสีมาในห้างชื่อดังแถวศาลายา เจ้าตัวปฏิเสธไม่ใช่ผู้โพสต์อ้างมีผู้แอบนำเฟซบุ๊กไปใช้ แต่เมื่อนำตัวไปตรวจร่างกายพบฉี่ม่วง เบื้องต้นแจ้งข้อหาเสพยาเสพติด พร้อมติดตามหาตัวผู้โพสต์ตัวจริงต่อไป

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    อภิรัชต์ คงสมพงษ์บิ๊กแดงแถลงข่าวกราดยิงโคราชจักรพันธ์ ถมมาข่าวหน้า1ข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 21 กันยายน 2564 เวลา 21:32 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์