ไลฟ์สไตล์
100 year

เมียกับหลานฆ่าผัว ชำแหละเผาอำพราง จากนนท์ทิ้งกรุงเก่า

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
4 มี.ค. 2564 05:05 น.
SHARE

ที่แท้ฝีมือเมียร่วมกับหลานฆ่าหั่นศพแยกร่าง “เสี่ยรับเหมาก่อสร้างเมืองนนท์” อ้างผู้ตายกินเหล้าเมาแล้วชอบตบตี หลานโมโหคว้ามีดแทงอกขาดใจตาย ก่อนใช้มีดสปาร์ตาบั่นคอสับแขนขายัดถุงดำขนใส่ท้ายกระบะไปเผาทิ้งในพื้นที่เปลี่ยวเมืองกรุงเก่า ตำรวจระดมค้นหาศีรษะเหยื่อคมมีด เจออยู่ในพงหญ้าสภาพเน่าเฟะ แจ้งข้อหาหนักกับทั้ง 2 คน พร้อมคุมตัวไปทำแผนทั้ง 2 จังหวัด จ่อคัดค้านการประกันตัว

คดีสะเทือนขวัญฆ่าหั่นศพคลี่คลายแล้ว ภายหลังตำรวจ สภ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา พบศพช่วงลำตัวของชายนิรนามผิวขาว แขนขาทั้ง 2 ข้าง และศีรษะถูกตัดหายไป ศพถูกเผาทิ้งไว้ในซอยโรงงานอิฐบล็อก ถนนเข้าโครงการบ้านจัดสรรร้าง หมู่ 4 ต.ชะแมบ อ.วังน้อย วันเดียวกัน ตำรวจ สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา พบแขนขามนุษย์ถูกหั่นเป็นท่อนและเผาทิ้งริมถนน 347 ปทุมธานี-บางปะหัน มุ่งหน้า อ.บางปะหัน กม.ที่ 30 หมู่ 9 ต.บางประแดง อ.บางปะอิน เบื้องต้นคาดว่าชิ้นส่วนมนุษย์ที่ถูกเผาทั้ง 2 จุด เป็นคนเดียวกัน แต่ส่วนศีรษะยังหาไม่พบ ทำให้ยากต่อการสืบสวนสอบสวน แต่ด้วยความสามารถของตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน สามารถจับกุมคนร้ายได้แล้ว

ข่าวแนะนำ

ความคืบหน้าเมื่อกลางดึกวันที่ 3 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากใช้เวลาการสืบสวนสอบสวนเพียง 48 ชั่วโมง ทีมสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีฆ่าหั่นศพเผาทิ้งใน 2 อำเภอของ จ.พระนครศรีอยุธยา ทั้ง 7 ชุด ที่ รอง ผบช.ภ.1 จัดตั้งขึ้น ได้นำข้อมูลมาประมวลผลร่วมกัน ประกอบกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้ผลการตรวจสอบลายนิ้วมือศพที่ถูกฆ่าหั่นแล้วนำไปเผา เปรียบเทียบกับลายนิ้วมือในฐานข้อมูลประวัติทะเบียนราษฎร กระทั่งทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายสุบิน เกตุหิรัญ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 129/795 ต.บางรักน้อย อ.เมืองนนทบุรี

จากนั้นนำกำลังเดินทางไปตรวจสอบที่บ้านหลังดังกล่าว ปรากฏว่าไม่มีคนอยู่ในบ้าน และไม่สามารถติดต่อผู้อาศัยในบ้านหลังนี้ได้ ต่อมาทีมสืบสวนสืบทราบว่าผู้ตายมีภรรยาพักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 18 ซอยนนทบุรี 52 แยกย่อย กาหลง 5 ต.ท่าทราย อ.เมือง นนทบุรี เดินทางไปตรวจสอบพบเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ราว 50 ตารางวา มีรั้วรอบขอบชิด แต่ไม่พบใครอยู่ในบ้านเช่นกัน

ทีมสืบสวนยังไม่ละความพยายาม สอบถามเพื่อนบ้านใกล้เคียงจนทราบว่าเจ้าของบ้านคือ น.ส.วาสนา หรือจอย เข็มขาว อายุ 44 ปี อาชีพขายของ และเป็นภรรยานายสุบิน เหยื่อฆ่าหั่นศพ แต่ขณะนี้ไปพักอยู่ห้องเช่าไม่มีชื่อ ห้องเลขที่ 3 ชั้น 1 อยู่ห่างจากบ้านสามีไป 4 ซอย เมื่อเดินทางไปตรวจสอบพบ น.ส.วาสนาพักอาศัยอยู่ในห้องกับนายอนันตชัย หรือเมฆ ถิ่นชัยโย อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 106 หมู่ 9 ต.น้ำโมง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย อาชีพคนขับรถแบ็กโฮ อ้างว่าเป็นหลาน พร้อมลูกชายวัย 12 ปี และลูกสาววัย 10 ขวบของนางวาสนาที่เกิดกับนายสุบิน สามี

ทันทีที่เห็นตำรวจ น.ส.วาสนา และนายอนันตชัย แสดงท่าทีมีพิรุธกระวนกระวายผิดสังเกต ได้เชิญตัวทั้ง 2 คนมาสอบปากคำที่กองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี หลังเค้นสอบหลายชั่วโมง ในที่สุดน้าหลานทั้ง 2 คนยอมเปิดปากรับสารภาพว่าได้ร่วมกันฆ่าชำแหละศพนายสุบินจริง ก่อนขับรถยนต์ขนชิ้นส่วนศพไปตระเวนโยนทิ้งและเผาอำพรางคดีในพื้นที่ อ.วังน้อย และ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

จากการสอบสวน น.ส.วาสนาให้การรับสารภาพว่าอยู่กินกับนายสุบิน มีลูกด้วยกัน 2 คน ก่อนหน้านี้ นายสุบินเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างและรับซื้อเศษเหล็ก มีฐานะดีมาก แต่ช่วง 4-5 ปีหลัง ประสบปัญหาถูกโกงและถูกฟ้องล้มละลาย ทำให้หันไปดื่มเหล้าจนเป็นกิจวัตรประจำวัน พอเมาได้ที่จะทำร้ายทุบตีตนและลูก ปกติในระยะหลังนายสุบิน ไม่ค่อยกลับบ้านหลังเกิดเหตุ ในช่วง 1-2 เดือนจะกลับมาบ้านสักครั้ง พอกลับมาก็กินเหล้าเมาทุกครั้ง ส่วนตนจะพาลูกออกไปอยู่ที่อื่น พอนายสุบินไปแล้วถึงจะพาลูกกลับเข้าบ้าน

วันเกิดเหตุ 28 ก.พ. นายสุบินขับรถกระบะ กลับมาบ้านตอนเช้าแล้วนั่งกินเหล้าในบ้านทั้งวัน ตกเย็นให้ลูกชายเดินไปดูว่าพ่อกลับไปหรือยัง ปรากฏว่ายังไม่กลับ ตกดึกตนอยากไล่ให้นายสุบินกลับไปจะได้พาลูกเข้าบ้านพักผ่อน แต่ไม่กล้าไปคนเดียวเพราะกลัวถูกทำร้าย เลยชวนนายอนันตชัย หลานชายขี่รถ จยย.ไปเป็นเพื่อน พอไปถึงได้พูดคุยกับผู้ตายแต่คุยไม่รู้เรื่องจนมีปากเสียงกัน นายอนันตชัยโมโหใช้มีดทำครัวปลายแหลมแทงหน้าอกซ้ายนายสุบิน 1 ครั้งจนทรุดลงเสียชีวิต จากนั้นสั่งให้ตนออกไปยืนเฝ้าหน้าบ้านดูต้นทาง และนายอนันตชัยได้ใช้มีดสปาร์ตาสับแยกชิ้นส่วนศพเป็นท่อนยัดใส่ถุงดำยกใส่ท้ายรถกระบะและทำความสะอาดล้างคราบเลือดในบ้าน

จากนั้นพากันขับรถกระบะไปแวะซื้อน้ำมันที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. ถนน 347 บางปะอิน-อยุธยา แล้วขับรถนำชิ้นส่วนท่อนแขนและขาไปเผาทิ้งริมถนน 347 ปทุมธานี-บางปะหัน มุ่งหน้า อ.บางปะหัน กม.ที่ 30 หมู่ 9 ต.บางประแดง อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ส่วนศีรษะนำไปเผาริมถนนเลี่ยงเมืองสาย 365 และจุดสุดท้ายคือ ถนนเข้าโครงการบ้านจัดสรรร้าง หมู่ 4 ต.ชะแมบ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา นำลำตัวและมือมาเผาด้วยการใช้น้ำมันราดแล้วจุดไฟเผา เสร็จแล้วขับรถกลับมาที่ห้องพัก ตอนเช้านำรถกระบะไปล้างทำความสะอาด ก่อนนำไปจอดไว้ที่ลานจอดรถปลื้มจิตต์ อพาร์ตเมนต์ ซอยนนทบุรี 42 ส่วนมีดที่ใช้หั่นศพ นายอนันตชัยโยนทิ้งขณะไปทำงานขับแบ็กโฮที่ จ.สมุทรปราการ

ต่อมาเวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 1 จ.ปทุมธานี เดินทางมายังบ้านเลขที่ 18 ซอยนนทบุรี 52 แยกย่อยกาหลง 5 ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี เข้าเก็บพยานหลักฐานคราบเลือดและวัตถุพยาน เพื่อนำไปประกอบสำนวนคดี หลังจาก น.ส.วาสนา ภรรยาผู้ตาย และนายอนันตชัยรับสารภาพว่าได้สังหารและชำแหละศพนายสุบินในบ้านหลังนี้ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาเก็บพยานหลักฐานนานกว่า 2 ชั่วโมง โดยเฉพาะจุดเกิดเหตุบริเวณห้องโถงชั้นล่าง มีร่องรอยคราบเลือดกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ

หลังเก็บพยานหลักฐานเสร็จสิ้น พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครอง รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จ.นนทบุรี พล.ต.ต.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมทีมสืบสวนสอบสวน ร่วมกันคุมตัว น.ส.วาสนา เข็มขาว และนายอนันตชัย ถิ่นชัยโย 2 ผู้ต้องหาฆ่านายสุบิน เกตุหิรัญ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังบ้านที่เกิดเหตุ มีชาวบ้านมามุงดูการทำแผนจำนวนมาก ใช้เวลาทำแผนราว 30 นาที ก่อนนำตัวทั้ง 2 คน ไปทำแผนยังจุดต่างๆในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ระหว่างทางเพื่อนบ้านที่รู้จักมักคุ้นได้ตะโกนถาม น.ส.วาสนาว่า “จอย ทำทำไม ใจร้ายมาก ลูกๆจะอยู่กันยังไง” ขณะที่ น.ส.วาสนาที่สวมหมวกไอ้โม่งคลุมศีรษะปิดบังใบหน้าเห็นเพียงดวงตา ได้แต่ส่ายหัวไปมา ไม่ปริปากพูดอะไร แต่แววตามีความวิตกกังวล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากคำให้การของ น.ส.วาสนา และนายอนันตชัย 2 คนร้ายที่อ้างว่านำศีรษะนายสุบินไปโยนทิ้งแถวริมถนนเลี่ยงเมืองอยุธยา ทางหลวงหมายเลข 356 บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ทีมสืบสวนอีกชุดได้ลงพื้นที่ค้นหาตามเส้นทางดังกล่าวตั้งแต่ช่วงกลางดึก แต่ยังหาศีรษะเหยื่อคมมีดไม่พบ จากนั้นได้ประสานขอกำลังหน่วยกู้ภัยอยุธยา ระดมค้นหาบริเวณริมถนน 356 ตลอดทั้งคืนจนถึงรุ่งเช้า ในที่สุดเมื่อเวลา 12.00 น. ได้พบร่องรอยการเผา พร้อมถุงดำและธนบัตรฉบับละ 100 บาท 1 ใบ ในพงหญ้าริมถนนสาย 356 ตัดจากถนนสาย 347 ปทุมธานี-บางปะหัน แยกออกมาทางสายเอเชีย เลยสี่แยกไหแดงบ้านกรด หมู่ 7 ต.บ้านกรด อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

ต่อมา พ.ต.อ.สมเจษฐ์ แม้นบุตร ผกก.สภ.บางปะอิน ได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวร รพ.พระนครศรีอยุธยา เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ จากนั้นระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยเดินหน้ากระดานเรียงหนึ่งลุยค้นหาในพงหญ้ารกทึบ กระทั่งพบศีรษะของนายสุบินตกอยู่ในร่องน้ำ ห่างจากจุดที่เผาไป 8 เมตร สภาพศีรษะตะแคงข้างขึ้นอืด มีร่องรอยถูกสัตว์กัดแทะ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบและเก็บหลักฐาน พร้อมใช้เชือกกั้นไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ ป้องกันพยานหลักฐานถูกทำลาย

พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 เปิดเผยว่า หลังพบศพถูกฆ่าหั่นแยกร่าง ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.พลฑิต ไชยรส ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.วิทิต จันทร์เอี่ยม ผกก.3 สส.ภ.1 พ.ต.ท.พูนสุข เตชะประเสริฐพร รอง ผกก.1 สส.ภ.1 ลงพื้นที่สืบสวนติดตามจับกุมคนร้าย และประสานการทำงานร่วมกับตำรวจชุดสืบสวน ภ.จ. พระนครศรีอยุธยา ชุดสืบสวน สภ.วังน้อย ชุดสืบสวน สภ.บางปะอิน พร้อมประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานร่วมตรวจสอบเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด และได้พิมพ์ลายนิ้วมือศพที่หลงเหลือจากถูกเผาส่งตรวจเปรียบเทียบบุคคล ผลตรวจออกมาทราบว่าผู้เสียชีวิตคือนายสุบิน เกตุหิรัญ อายุ 52 ปี ผู้รับเหมา ก่อสร้างชาว จ.นนทบุรี เมื่อทราบว่าผู้ตายเป็นใคร ทำให้ตำรวจทำงานง่ายขึ้น จากนั้นไปคุมตัว น.ส.วาสนา และนายอนันตชัย 2 ผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำจนยอมรับสารภาพในที่สุด

พล.ต.ต.อำพลกล่าวต่อว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 คนให้การว่า สาเหตุเกิดจากการที่ น.ส. วาสนาและนายสุบินทะเลาะกันมาตลอดในช่วงที่เป็นสามีภรรยากันมากว่า 20 ปี มีการทำร้ายร่างกายตบตีเป็นประจำ จนฝ่ายหญิงหมดความอดทน กระทั่งเช้าวันที่ 28 ก.พ. นายสุบินผู้เสียชีวิตขับรถกระบะมาที่บ้านเกิดเหตุและดื่มเหล้าขาวมีอาการมึนเมา และได้ทะเลาะวิวาทกับนางวาสนา ภรรยา ต่อมาเวลา 22.00 น. นายสุบินหยุดดื่มเหล้าได้เข้าไปหา น.ส.วาสนา แล้วมีปากเสียงกันระหว่างนั้นมีนายอนันตชัยอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ช่วงเวลา 23.00 น. น.ส.วาสนาและนายอนันตชัย ร่วมกันใช้มีดแทงราวนมซ้ายนายสุบินจนเสียชีวิต

ทั้งสองนั่งอยู่ข้างศพประมาณครึ่งชั่วโมง ก่อนตัดสินใจหั่นแยกชิ้นส่วนศพ น.ส.วาสนาไปซื้อถุงดำที่ร้านสะดวกซื้อ และกลับมาร่วมกับนายอนันตชัยหั่นแยกชิ้นส่วนศพใส่ถุงดำ 3 ถุง คือ มือ แขน ขา 1 ถุง ศีรษะ 1 ถุง และส่วนลำตัวใช้ป้ายไวนิลและตัดถุงดำมาคลุมร่างแล้วใช้เชือกมัดเป็นห่อ

จากนั้นเวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 1 ก.พ. นำชิ้นส่วนศพออกไปทิ้ง ใช้รถกระบะอีซูซุ ตอนเดียว สีขาว ทะเบียน ณท 6274 กรุงเทพมหานคร และแวะซื้อน้ำมันดีเซล B7 ที่ปั๊ม ปตท.ราชพฤกษ์ ใส่ถังแกลลอนสีเหลืองเป็นเงิน 140 บาท ขับรถมุ่งหน้าไปยัง อ.บางปะอิน ทิ้งถุงดำชิ้นส่วนแขนขาริมถนนสาย 347 จุดที่ 1 จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าถนน 3056 เพื่อทิ้งถุงดำใส่ศีรษะในจุดที่ 2 ต่อมานายอนันตชัย ขับรถมุ่งหน้าสายเอเชียไป จ.สระบุรี และเลี้ยวไปหลังวัดชูจิตในจุดที่ 3 เพื่อทิ้งชิ้นส่วนลำตัวเป็นลำดับสุดท้าย และผู้ก่อเหตุทั้งสองขับรถกลับบ้าน

ต่อมาเวลา 08.00 น. นายอนันตชัยออกไปทำงานและนำมีด เสื้อผ้าที่ใช้ก่อเหตุโยนทิ้งริมถนน กระทั่งมีคนมาพบศพถูกเผาในทั้ง 2 จุด สำหรับนาย อนันตชัย เคยขับรถแบ็กโฮในบริเวณที่เกิดเหตุ อ.วังน้อย จุดที่นำชิ้นส่วนลำตัวไปทิ้ง และยังเป็นคนชอบขี่รถ จยย. ทำให้ทราบเส้นทางและจุดที่เปลี่ยว หลังทำแผนเสร็จนำตัวทั้งคู่ไปดำเนินคดีที่ สภ.วังน้อย แจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ปิดบังทำลายอำพรางซ่อนเร้นศพ เพื่อให้พ้นผิดจากการกระทำความผิดหรือจับกุม ตำรวจจะสรุปสำนวนและนำตัวไปส่งฟ้องฝากขังต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฆ่าหั่นศพผัวฆ่าหั่นศพฆ่าชำแหละศพเมียฆ่าหั่นศพผัวฆ่าหั่นศพ อยุธยาอยุธยาข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 16 เมษายน 2564 เวลา 14:34 น.