เสี่ยหนุ่มเจ้าของโรงงานยิงตัวตายสยองคารถจอดริมถนนย่านบางกรวย เมียเผยปมเครียดจากพิษ เศรษฐกิจทำธุรกิจพัง ตำรวจไล่เช็กกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงและกล้องหน้ารถผู้ตายไม่มีปัญหาระหว่างทาง คาดดื่มเหล้าเมาขับรถส่ายไปมาเฉี่ยวชนขอบถนนจนยางแตกต้องจอดริมทาง ชักปืนเล็งขู่ โชเฟอร์แท็กซี่ที่มาจอดรับผู้โดยสารใกล้กัน ก่อนอมปากกระบอกปืนลั่นไกปลิดชีพตัวเองพิษเศรษฐกิจชนวนเหตุเสี่ยหนุ่มเจ้าของโรงงานยิงตัวตายคารถรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 27 ม.ค. ร.ต.ท.จิตติวัฒน์ ธิจริยา รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุคนยิงตัวตายในรถยนต์ จอดอยู่ริมถนนนครอินทร์ ต.บางขนุน อ.บางกรวย จึงรายงานให้ พ.ต.อ.ศิวัช ศรีวิชัย ผกก. นำกำลังตำรวจ พร้อมแพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถเอสยูวีเชฟโรเลตเทรลเบลเซอร์ สีน้ำเงิน ทะเบียน 1 กม 5070 กรุงเทพมหานคร จอดติดเครื่องอยู่ช่องคู่ขนานขาออกมุ่งหน้าถนนกาญจนาภิเษก ล้อแม็กและยางหน้าฝั่งขวาแตก กระจกประตูฝั่งคนขับลดลง พบศพนายปุณณวิทย์ พันพีระวงษ์ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/214 หมู่ 3 ต.บางขุนกอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี นั่งคอพับอยู่บนเบาะคนขับ สวมเสื้อยืดกีฬาสีแดง นุ่งกางเกงกีฬาขาสั้นสีเขียวขี้ม้า รองเท้าผ้าใบ มีรูกระสุนที่ขมับซ้าย 1 นัด เลือดไหลทะลัก ข้างตัวด้านขวาพบปืน 9 มม.ตกอยู่ มีปลอกกระสุนปืน 1 ปลอก ตำรวจเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นคาดว่าผู้ตายยิงขมับตัวเองหรืออาจจะอมปากกระบอกปืนลั่นไกยิงตัวตายกระสุนทะลุออกทางขมับซ้าย นำศพส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ให้แพทย์ชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งสอบสวนนายประหยัด สัจจะ อายุ 50 ปี โชเฟอร์รถแท็กซี่โตโยต้า สีเขียวเหลือง ทะเบียน 1 มข 2093 กรุงเทพมหานคร ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุขับรถมาจอดรับผู้โดยสารใกล้กับรถของผู้ตายที่เปิดไฟฉุกเฉินจอดอยู่ริมถนน สังเกตเห็นกระทะล้อและยางหน้าขวาแตกคิดว่าคงรถเสีย จู่ๆผู้ตายยื่นมือที่ถือปืนออกมานอกรถเล็งมาที่ตน ด้วยความตกใจรีบรับผู้โดยสารขับออกมาทันที หลังส่งผู้โดยสารเสร็จแล้ววนรถกลับมาดูว่ายังอยู่หรือไม่ ตั้งใจจะแจ้งความเอาเรื่องที่ยื่นปืนออกมาเล็งข่มขู่ เห็นผู้ตายนั่งคอพับอยู่ที่เบาะคนขับ คาดว่าตอนนั้นคงเสียชีวิตแล้วแต่ไม่ได้จอดรถลงไปดู ครู่ใหญ่ขับรถผ่านมาอีกครั้งเห็นตำรวจและกู้ภัยมาที่เกิดเหตุถึงทราบว่าเสียชีวิตแล้วจึงมาให้ข้อมูลกับตำรวจต่อมาตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดละแวกที่เกิดเหตุและกล้องหน้ารถของผู้ตาย ไม่พบว่ามีปัญหาระหว่างขับรถกับใคร รวมทั้งสอบปากคำคนขับรถแท็กซี่ และ รปภ.หมู่บ้านใกล้ที่เกิดเหตุแล้วไม่มีเหตุทะเลาะกันแต่อย่างใด ดูภาพจากกล้องหน้ารถผู้ตายพบว่าขับส่ายไปมาหลายครั้งคล้ายมีอาการมึนเมา คาดว่าที่ล้อรถยางแตกน่าจะชนกับขอบทางฝั่งขวาขณะขับลงจากสะพาน รถวิ่งไปต่อไม่ได้เลยจอดข้างทางก่อนตัดสินใจยิงตัวตาย ต่อมาภรรยาผู้ตายเดินทางมาที่เกิดเหตุให้ปากคำเบื้องต้นว่า สามีทำธุรกิจเป็นเจ้าของโรงงานย่านบางกรวย ช่วงหลังเศรษฐกิจไม่ดีทำให้ประสบปัญหาขาดทุน คาดว่าเกิดความเครียดเรื่องธุรกิจเลยตัดสินใจฆ่าตัวตาย ญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต หลังแพทย์ชันสูตรศพนำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป