ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ฟ้องสารสาสน์ "คนละ 5 ล้าน" ผู้ปกครองยื่น-อสส. ร้องค่าเสียหาย เอาผิด "คดีแพ่ง"

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 ต.ค. 2563 05:23 น.
    SHARE

    ผู้ปกครองเด็กเหยื่อครูโหด จ่อยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหาย จากโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ รายละ 5 ล้านบาท รวมตัว ยื่นหนังสือถึงสำนักงานอัยการสูงสุดช่วยคุ้มครองเด็กที่ตกเป็นเหยื่อ ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ฟ้องร้องคดีแพ่ง พร้อมติดตามคดีอาญาไม่ให้ถูกแทรกแซง ห่วงสภาพจิตใจเด็กหวาดผวาหนัก จิตแพทย์ระบุอาจต้องใช้เวลาเยียวยาฟื้นฟูถึง 10 ปี ด้านคดีมีครูเข้ามอบตัวอีก 2 คน ตำรวจออกหมายเรียก ผอ.โรงเรียนให้มา รับทราบข้อกล่าวหาแล้ว เลขาธิการ กช.แจงความ คืบหน้าการแก้ปัญหาโรงเรียนฉาว ล่าสุดตั้ง ผอ.คนใหม่ พร้อมปรับปรุงหลายเรื่องทั้งเพิ่มกล้องวงจรปิดและเสริมคุณภาพอาหารกลางวัน ทำผู้ปกครองเบาใจเหลือขอลาออกเพียง 6 คน จากเดิม 40 คน

    ความคืบหน้าการสอบสวนดำเนินคดีครูโหดทำร้ายเด็กโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 ต.ค. พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จ.นนทบุรี เดินทางไปที่ สภ.ชัยพฤกษ์ เรียกประชุมคณะทำงานติดตามความคืบหน้าของคดี หลังการประชุม พล.ต.ต.เอกภพ เผยว่า คดีมีความคืบหน้าไปมากเกือบจะสมบูรณ์แล้ว การดำเนินคดีแยกเป็น 2 ส่วนคือศาลเด็กและศาลแขวง ได้ให้พนักงานสอบสวนไปประสานส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมีทั้งในส่วน พ.ร.บ.สภาครูฯ และ พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดมาให้ปากคำเนื่องจากมีระยะเวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานทำสำนวนน้อย จะได้มีเวลาส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาแบ่งการดำเนินคดีดังนี้คือ 1.ดำเนินคดีกับผู้บริหารสถานศึกษา 2.ผู้บริหารการศึกษา 3.ครูผู้สอน และ 4.บุคลากรอื่นที่เกี่ยวข้องกับสถานศึกษา

    ด้าน พล.ต.ต.ไพศาลกล่าวว่า วันนี้มีครูที่ถูกกล่าวหามาพบพนักงานสอบสวนอีก 2 รายคือ น.ส.แพรวนภา ศรีพูด หรือครูแพรว และ น.ส.นภาพร คำเนตร หรือครูส้ม ส่วนอีก 2 รายที่ไม่ได้มาคือ น.ส.อนรรฆอร พานบัว หรือครูแพร กับ น.ส.โชษิตา ชมเชย หรือครูอิง โทร.มาขอเลื่อนนัด อ้างอยู่ระหว่างปรึกษาทนายความ พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ไปแล้ว นอกจากนี้ยังสั่งการให้ออกหมายเรียก ผอ.โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ มารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 7 ต.ค. และออกหมายเรียกครูที่เพิ่งพบว่ากระทำความผิดอีก 2 รายคือครูมิลค์และครูกิ๊ป ให้มาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 6 ต.ค. คดีนี้มีผู้ปกครองเข้าแจ้งความดำเนินคดีแล้วทั้งหมด 58 คดี ผู้ก่อเหตุเป็นครูและพี่เลี้ยง 13 ราย มีครูและพี่เลี้ยงมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว 9 ราย

    ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อเวลา 09.30 น. นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมกลุ่มผู้ปกครองเด็กนักเรียนที่ถูกกระทำความรุนแรงในโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ มายื่นเรื่องต่อสำนักงานอัยการสูงสุด ขอให้ดำเนินการคุ้มครอง เด็กที่ตกเป็นเหยื่อ ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ฟ้องร้องคดีแพ่งต่อผู้บริหารโรงเรียน และให้ติดตามคดีอาญาไม่ให้เกิดการแทรกแซงในคดี มีนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นผู้แทนรับเรื่อง

    นายประยุทธกล่าวว่า ผู้ปกครองและทนายความนำหนังสือมายื่นเพื่อให้สำนักงานอัยการสูงสุดดำเนินการหลายเรื่อง เรื่องสำคัญคือกระบวนการคุ้มครองเด็กที่ตกเป็นเหยื่อในเรื่องที่เกิดขึ้น รวมทั้งการคุ้มครองค่าเสียหายที่ผู้ปกครองพึงได้รับ ไม่ว่าจากผู้กระทำหรือทางโรงเรียน อัยการสูงสุดสั่งการด่วนไปยังพนักงานอัยการพื้นที่เกิดเหตุให้เข้าไปกำกับดูแลการสอบสวนร่วมกับพนักงานสอบสวนและสหวิชาชีพตามหลักสากล ภาพที่เกิดขึ้นไม่ได้สะเทือนใจเฉพาะผู้ปกครอง ครอบครัว เด็กและเยาวชน แต่เป็นความสะเทือนใจของทั้งประเทศและทั่วโลก การคุ้มครองสิทธิเด็กเป็นภารกิจร่วมกันของคนทั้งโลก จะนำหนังสือร้องเรียนเสนออัยการสูงสุดเพื่อสั่งดำเนินการจะทำงานเชิงรุก ขอให้ผู้ปกครองและสังคมสบายใจ จะต้องไม่เกิดเรื่องอย่างนี้อีก ทุกภาคส่วนต้องดูแลลูกหลานของเรา

    ส่วนกลุ่มผู้ปกครอง น.ส.พิมรดา รัตนถาวรกิติ มารดาของน้องวิน วัย 2 ขวบเด็กนักเรียนอนุบาลที่ถูกครูอิงนำถุงขยะดำครอบศีรษะเผยว่า ครูยังกระชากตัวน้องวินไปหลังห้อง เอามืออุดปากอุดจมูก และที่หนักกว่านั้นคือจับตัวลงไปอยู่ในถังขยะพร้อมข่มขู่ให้หยุดร้อง เชื่อว่าลูกโดนทำร้ายมานานหลายเดือน ตรวจสอบกล้องวงจรปิด 3 วันพบว่าลูกถูกทำร้ายอย่างหนักหลายครั้ง รับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ทราบว่าส่งผลกระทบกับจิตใจของลูกหรือไม่ จนถึงขณะนี้ทางโรงเรียนไม่เคยติดต่อเจรจาหรือแสดงความรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น ขณะที่ผู้ปกครองอีกรายที่ลูกชายถูกพี่เลี้ยงจุ๋มทำร้ายเผยว่า ลูกถูกทำร้ายถึง 17 ครั้ง ภายใน 5 วัน ทั้งใช้มือทุบตี ใช้กล่องดินสอทุบ อุ้มแล้วโยนลงกับพื้น ใช้โทรศัพท์มือถือตีที่ลำตัวและแขน กรณีที่พี่เลี้ยงจุ๋มฟ้องกลับผู้ปกครองที่ทำร้ายร่างกาย ตามกฎหมายทำได้ แต่แสดงให้เห็นว่าพี่เลี้ยงจุ๋มไม่มีความจริงใจที่จะสำนึกผิด หลังจากนี้ จะไม่เจรจาไกล่เกลี่ย แต่จะดำเนินคดีทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด

    นายชาญวิทย์ น้อยสุขยิ่ง พ่อของน้องเสือกล่าวถึงกรณีที่ถูกครูพี่เลี้ยงจุ๋มแจ้งความกลับว่าทำร้ายร่างกายว่า ไม่มีเจตนาจะทำร้ายพี่เลี้ยงจุ๋ม แต่เกิดจากบันดาลโทสะที่เห็นลูกชายถูกทำร้าย พร้อมรับผิดชอบตามกฎหมายและเสียค่าปรับทุกประการ ส่วนการฟ้องร้องทางแพ่ง กลุ่มผู้ปกครองยังไม่ได้คุยกันว่าแต่ละคนต้องการอะไรบ้าง ต้องการเรียกร้องค่าเสียหายเท่าไหร่ ขอแค่โรงเรียนออกมารับผิดชอบก่อนดีกว่า โดยเฉพาะการดูแลด้านจิตใจของเด็กๆ เพราะเด็กหลายคนเริ่มมีอาการกังวล หวาดผวา และมีปัญหาการเข้าสังคม จากการปรึกษาจิตแพทย์เบื้องต้นการฟื้นฟูจิตใจของเด็กๆ อาจต้องใช้เวลานานถึง 10 ปี เพราะภาพความทรงจำที่ถูกกระทำรุนแรงจะฝังอยู่ที่สมองด้านหลังยาวนาน เงินเท่าไหร่ก็รักษาไม่ได้ ตนไม่อยากได้เงิน แต่อยากได้ลูกคนเดิมคืนกลับมามากกว่า

    ต่อมาในช่วงบ่าย น.ส.ณัฐมณกาญจน์ ลิ่มอติบูลย์ อายุ 35 ปี แม่น้องรีวิว นักเรียนอนุบาล 1 ห้องอี เดินทางมาที่ สภ.ชัยพฤกษ์ เพื่อขอใบส่งตัวจากพนักงานสอบสวน พาน้องรีวิวไปพบจิตแพทย์ที่ รพ.ศรีธัญญา ให้ตรวจสุขภาพจิต หลังลูกถูกครูพี่เลี้ยงทำร้ายและมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปจากที่เคยเป็นอยู่ น.ส.ณัฐมณกาญจน์กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าได้พาน้องรีวิวเข้าพบอัยการและสหวิชาชีพเพื่อให้ปากคำถึงพฤติกรรมของครูพี่เลี้ยงจุ๋มที่ทำร้าย จากนั้นมาขอใบส่งตัวเพื่อไปพบจิตแพทย์ตรวจสภาพจิต ส่วนกรณีที่ครูพี่เลี้ยงจุ๋ม พร้อมทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายแต่งตั้งของโรงเรียนสารสาสน์เข้าแจ้งความดำเนินคดีผู้ปกครองที่ทำร้ายหลังจากเห็นคลิปครูพี่เลี้ยงจุ๋มทำร้ายลูก ตนมองว่าทางโรงเรียนไม่มีความจริงใจ ไม่มีสัจจะ ไม่มีความสำนึกในสิ่งที่เกิดขึ้น หนำซ้ำยังแต่งตั้งทนายมาช่วยเหลือครูที่ทำผิดอีก สำหรับเรื่องที่ครูพี่เลี้ยงจุ๋มทำร้ายลูกและเด็กคนอื่นในห้องเรียน กลุ่มผู้ปกครองพูดคุยกันในเบื้องต้นจะฟ้องร้องทางโรงเรียนเรียกค่าเสียหายรายละ 5 ล้านบาท

    ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแถลงความคืบหน้าการจัดการแก้ปัญหาความรุนแรงในเด็กจากเหตุการณ์ครูและพี่เลี้ยงกระทำเด็กชั้นอนุบาลในโรงเรียนสารสาสน์ราชพฤกษ์ นายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการ คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) กระทรวงศึกษาธิการกล่าวว่า หลังเกิดเหตุการณ์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ตั้งคณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริงลงพื้นที่โรงเรียน พร้อมรายงานให้ผู้บริหารทราบรายวัน ข้อมูล ล่าสุดเมื่อเช้าวันที่ 5 ต.ค. มีนักเรียนแจ้งขอลาออกและขอคืนเงินค่าเล่าเรียน 6 ราย โดย 2 รายเป็นเด็กที่อยู่ในห้องเรียนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง จากเดิมเมื่อวันที่ 2 ต.ค.ได้รับแจ้งว่ามีนักเรียนจะขอลาออก 40 คน น่าจะเป็นเพราะว่าขณะนี้โรงเรียนมีการปรับปรุงตามข้อเสนอผู้ปกครอง เช่น ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่ม ปรับปรุงคุณภาพอาหารกลางวันให้ถูกหลักโภชนาการ และแจ้งเมนูล่วงหน้าเป็นสัปดาห์ ทางเว็บไซต์โรงเรียน อีกทั้งจัดห้องดูแลสุขภาพจิตที่มีนักจิตวิทยาประจำการ และเปิดห้องรับเรื่องร้องทุกข์ ล่าสุดผู้รับใบอนุญาตได้ถอดถอนนางนันทิภา ยงค์กมล ผอ.โรงเรียนคนเก่าออก เนื่องจากหย่อนยานในการปฏิบัติหน้าที่ และแต่งตั้งนางรัตนาภรณ์ มูรี่ ผอ.คนใหม่ มีดีกรีปริญญาเอกและใบประกอบผู้บริหารสถานศึกษา ตั้งแต่วันที่ 3 ต.ค.เป็นต้นไป สช.แนะนำให้โรงเรียนตั้งรอง ผอ.อีก 3 คนให้แล้วเสร็จภายในเดือนนี้

    นายอรรถพลกล่าวต่อไปว่า เรื่องข้อร้องเรียนค่าธรรมเนียมการศึกษา เบื้องต้นตรวจสอบไม่พบว่ามีการเก็บเกินจากอัตราที่กำหนด เนื่องจากโรงเรียนมีทั้งหมด 130 ห้อง ในจำนวนนี้มี 45 ห้องที่รับเงินอุดหนุนจาก สช. ส่วนห้องที่เหลือสามารถเก็บได้ลอยตัว จำนวนนักเรียนต่อห้องไม่พบว่ารับเกินจำนวน เนื่องจากห้องเรียนที่กำหนดจำนวนนักเรียนไม่เกิน 25 คนต่อห้องเป็นห้องเรียนอิงลิชโปรแกรม ส่วนห้องเรียนไบลิงกัวรับได้ไม่เกิน 40 คน ส่วนเรื่องใบประกอบวิชาชีพครู ตรวจสอบเบื้องต้นพบครูผู้สอนมีใบประกอบวิชาชีพครูทุกคน ส่วนครูต่างชาติ 76 คนมีหนังสืออนุญาตประกอบวิชาชีพจากคุรุสภา แต่มี 51 คนที่โรงเรียนอยู่ระหว่างทำสัญญาจ้างแต่ยังไม่จ่ายเงินเดือน ให้ทำหน้าที่สังเกตการณ์ก่อนระหว่างรอเอกสารการประกอบวิชาชีพอย่างถูกต้อง เนื่องจากกลุ่มเหล่านี้ถือวีซ่านักท่องเที่ยว ที่โรงเรียนจ้างมาทดแทนครูต่างชาติที่เข้ามาไม่ได้ด้วยสถานการณ์โควิด-19 อย่างไรก็ตาม ปัญหาพี่เลี้ยงเด็กหรือที่เรียกกันครูพี่เลี้ยง โดยระเบียบต้องอยู่ภายใต้มาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ จากนี้ สช.จะร่วมมือกับ ดย.จัดอบรมเพื่อพัฒนาพี่เลี้ยงเด็กให้เป็นไปตามมาตรฐาน จะมีการยกร่างหลักสูตรอบรมร่วมกัน

    พญ.ดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์ ผอ.สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ทีมสหวิชาชีพเข้าไปดูแลเด็กและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบโดยตรงแล้ว 7 ราย และวันที่ 7 ต.ค.จะเข้าไปดูแลเพิ่มอีก 35 ราย จากนั้นจะทยอยดูแลเด็กชั้นปฐมวัยทั้งหมดประมาณ 900 คน อย่างไรก็ตามขณะนี้เป็นห่วงมากกับพ่อแม่ที่ดูแลเด็กปฐมวัย ที่กังวลว่าลูกตัวเองจะได้รับความรุนแรงจากครูเหมือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ จึงเปิดคลิปเหตุการณ์ให้ลูกดู รวมถึงบางคนยังจำลองสถานการณ์ เช่น เอาถุงดำไปคลุมลูกแล้วถามเคยโดนอย่างนี้หรือไม่ เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เนื่องจากจะส่งผลต่อจิตใจ เด็กในระยะยาว แนะนำให้พูดคุยกับเด็กด้วยคำถามง่ายๆ หากยังตอบไม่ได้ก็ให้แสดงบทบาทสมมติและเกมละเล่นสอบถาม

    ที่สำนักงานมูลนิธิปวีณาฯ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ผู้ปกครองของเด็กนักเรียนชั้นเนิร์สเซอรีเตรียมอนุบาล โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ 7 ครอบครัวเข้าพบนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิ ขอให้ช่วยเหลือประสานเยียวยาฟื้นฟูสภาพจิตใจของลูก โดยเฉพาะเรื่องค่าใช้จ่ายที่ทางโรงเรียนรับปากว่าจะดำเนินการ แต่จนบัดนี้ยังไม่มีการตอบรับ บรรดาผู้ปกครองเผยว่า เครียดและไม่สบายใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมาคณะผู้บริหารโรงเรียนรับปากว่าจะเยียวยาให้ แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ลูกหลานของแต่ละครอบครัวได้รับผลกระทบมาก สภาพจิตใจเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด บางคนมีอารมณ์รุนแรงก้าวร้าวขึ้น จึงมาขอความช่วยเหลือ นางปวีณาได้ให้ผู้ปกครองทั้ง 7 ครอบครัวเขียนบันทึกค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาทางออกและแก้ไขปัญหาต่อไป

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวหน้า1ครูทำร้ายเด็กทำร้ายนักเรียนโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ฟ้องแพ่งฟ้องเรียกค่าเสียหายข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2563 เวลา 11:47 น.