ไลฟ์สไตล์
100 year

ยกเครื่องแก้น้ำท่วม กทม.ระบายใน 3 ชั่วโมง

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
3 ส.ค. 2563 05:10 น.
SHARE

เมื่อถึงหน้าฝน “คนกรุง” ยังเผชิญ “ฝันร้าย” ที่เกิดจากปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากประจำทุกปี โดยเฉพาะในซอยแหล่งที่อยู่อาศัยหนาแน่น หรือถนนสายหลัก ต้องเจอกับน้ำขังสูง จนการจราจรติดขัด มีผลกระทบต่อชีวิต “ผู้คนสัญจร” ต่างได้รับความเดือดร้อนแสนสาหัสมายาวนาน และนับวันเหตุการณ์น้ำท่วมยิ่งเกิดถี่หนักขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีสาเหตุหลัก...ระบบระบายน้ำรองรับน้ำฝนได้ 60 มิลลิเมตร (มม.) ถ้าฝนตกเกินกว่านี้จะทำให้การระบายช้าลง

อีกทั้งยังมี “การรุกล้ำคูคลอง” เส้นทางน้ำไหลอีกอยู่มากมาย

ข่าวแนะนำ

ซ้ำร้ายกว่านั้น...“ขยะมหาศาล” ที่ทิ้งกันไม่เป็นที่เป็นทาง ทั้งท่อนไม้ โซฟา ตู้เสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน เศษโฟมเศษถุงพลาสติกนานาชนิด ถูกกระแสน้ำพัดพามารวมกันเป็นกองพะเนินลอยติดอุดตันอยู่หน้าประตูระบายน้ำที่กีดขวางทางน้ำไหลเข้าระบบระบายน้ำ ทั้งท่อระบายน้ำ คลอง สถานีสูบน้ำ อุโมงค์ระบายน้ำ

อุปสรรคสำคัญที่ทำให้ระบายน้ำไม่ทันนี้ ศักดิ์ชัย บุญมา รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้ข้อมูลว่า นับแต่ปี 2554 ที่เกิดเหตุการณ์ “น้ำท่วมใหญ่” ทำให้หน่วยงานทุกภาคส่วน ต่างตื่นตัวระดมสรรพกําลังกันเข้ามาแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบตั้งแต่แม่น้ำเจ้าพระยาตอนบนของประเทศไทย

ในส่วนกรุงเทพฯ ที่เป็นพื้นรองรับน้ำจากพื้นที่ตอนบน มีคลองหกวาสายล่าง ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี เป็นจุดกั้นขวางน้ำเหนือ เพื่อไม่ให้น้ำไหลเข้าพื้นที่ปริมณฑลและกรุงเทพฯมากเกินไป ด้วยการพร่องน้ำไปในคลองสาขาต่างๆออกทะเลอ่าวไทย 2 สาย คือ ฝั่งแม่น้ำบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา และแม่น้ำท่าจีน จ.สมุทรสาคร เป็นต้น

ตามข้อเท็จจริงนี้...“น้ำเหนือ” ไหลลงมาสู่พื้นที่กรุงเทพฯ ที่เป็นเหตุ “เกิดน้ำท่วมใหญ่” คงเป็นไปได้ยากแล้ว เพราะมีระบบบริหารจัดการน้ำสามารถกระจายลงสู่ทะเลอ่าวไทยได้ดีกว่าอดีตมากขึ้น

ทำให้ประเด็น...น้ำท่วมกรุงเทพฯ” มีอยู่ 2 ส่วนหลักคือ ส่วนแรก... “น้ำทะเลหนุนสูงสุด” ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นด้วย และพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา อาจมีน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมช่วงนี้ อีกทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ มีส่วนหนึ่งติดกับอ่าวไทยตอนบน เช่น เขตบางขุนเทียน พื้นที่ชายฝั่งหายไปแล้วประมาณ 1 กม.

ไม่ใช่เกิดขึ้นเพียงในกรุงเทพฯอย่างเดียว ยังเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดปริมณฑลอย่างสมุทรปราการ สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม มีพื้นที่ หายไปรวมกันนับหมื่นไร่ด้วย

ส่วนที่สอง...“น้ำฝน” ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปส่งผลกับการระบายน้ำของกรุงเทพฯ คือ ความเข้มฝนในช่วงต้นมีความรุนแรงขึ้น ทำให้มีปริมาณน้ำบนผิวจราจรมาก และไหลเข้าสู่ระบบระบายน้ำไม่ทัน...

อาจเกิด “น้ำท่วม” บริเวณผิวจราจรระดับน้ำสูง

กรณีนี้...มักมีปัญหาในพื้นที่ชั้นใน เพราะคลองน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ 1,600 กว่าคลองนี้ มีบางส่วนหายไปจากเดิม หรือบางส่วนก็มีลักษณะตื้นเขินลงมาก ทำให้ต้องเร่งสำรวจคลองใหม่ เพื่อสรุปตัวเลขระบบคลองให้ชัดเจน ในการปรับปรุงให้กลับมารองรับน้ำได้ดังเดิมในอนาคต

ประการต่อมา...“ระบบท่อระบายน้ำ” ถูกออกแบบมาตั้งแต่สมัย 30-40 ปีก่อน มีความกว้าง 30 ซม. ในการรองรับน้ำเสียของยุคประชากรไม่มากนัก แต่ปัจจุบันกลับมีการขยายตัวทั้งประชากรและแหล่งอาศัยหนาแน่นมากขึ้นหลายเท่าตัว ที่มีการใช้น้ำมหาศาลต่อวัน ทำให้ท่อระบายน้ำเดิม ไม่สามารถรองรับมวลน้ำขนาดนั้นได้

เรื่องนี้มองว่า...หากเป็นเฉพาะ “ตัวน้ำฝน” ตกลงมาระบบท่อระบายน้ำเดิม ยังสามารถรองรับได้พอดี แต่กลับมีปริมาณมวลน้ำจากตัวชุมชนถูกปล่อยจากอาคารลงสู่ระบบท่อระบายน้ำพร้อมกัน ส่งผลให้การรองรับน้ำ ทั้งน้ำฝนและมวลน้ำแหล่งชุมชนได้ไม่ไหว จนเกิดปัญหาน้ำท่วมตามมา...

เคยคิดอยากจะล้างขยายท่อระบายน้ำใหม่ทั้งหมดด้วยซ้ำ แต่เกรงต้องใช้งบประมาณมหาศาล และเกิดความวุ่นวายทั่วทั้งกรุงเทพฯ ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของทุกคน จึงทำได้แต่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการลอกท่อระบายน้ำ ทำความสะอาดให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติเท่านั้น

ปัญหาต่อมา...“ท่อระบายน้ำ” ที่วางระบบมานานหลายปี มีการทรุดตัวของดินอยู่ตลอดเวลา ทำให้ระบบท่อต่ำลง ส่วนระบบท่อวางใหม่ กลับมีการวางให้สูงกว่าระบบท่อเดิม ทำให้ระบบท่อไม่เชื่อมโยงเสมอเป็นระนาบเดียวกันทั่วทั้งกรุงเทพฯ ส่งผลให้น้ำไหลลงมาเอ่อนองจุดต่ำ กลายเป็นเกิดน้ำท่วมในบางพื้นที่ขึ้นอีก

หนำซ้ำ...ในบางพื้นที่มีลักษณะต่ำเป็น “แอ่งกระทะ” หรือบางพื้นที่ก็อยู่ไกลจากระบบระบายน้ำหลัก เช่น คลอง อุโมงค์ระบายน้ำ อีกทั้งในระหว่างฝนตกก็มีงานก่อสร้างสาธารณูปโภคกีดขวางทางน้ำอีก ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมได้...

ปัจจุบันจุดเสี่ยงน้ำท่วมในถนนสายหลักมี 14 จุด อยู่ในพื้นที่ 9 เขต คือ เขตจตุจักร...ถนนรัชดาภิเษก บริเวณหน้าธนาคารกรุงเทพ ถนนพหลโยธิน บริเวณหน้าตลาดอมรพันธ์ และแยกเกษตรศาสตร์ เขตบางซื่อ...ถนนประชาราษฎร์สาย 2 แยกเตาปูน เขตหลักสี่...ถนนแจ้งวัฒนะ จากคลองประปาถึงคลองเปรมประชากร

เขตดุสิต...ถนนราชวิถี หน้าราชภัฏสวนดุสิต เชิงสะพานกรุงธน เขตราชเทวี...ถนนพญาไท หน้ากรมปศุสัตว์ ถนนศรีอยุธยา หน้า สน.พญาไท เขตสาทร...ถนนจันทร์ จากซอยบำเพ็ญกุศลถึงที่ทำการไปรษณีย์ยานนาวา ถนนสวนพลู จากถนนสาทรใต้ถึงถนนนางลิ้นจี่ ถนนสาธุประดิษฐ์ แยกตัดถนนจันทร์

เขตมีนบุรี...ถนนสุวินทวงศ์ จากคลองสามวาถึงคลองแสนแสบ เขตบางขุนเทียน...ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล จากถนนพระรามที่ 2 ถึงคลองสะแกงาม เขตบางแค...ถนนเพชรเกษม จากคลองทวีวัฒนาถึงคลองราช-มนตรี ถนนหมู่บ้านเศรษฐกิจ จากถนนเพชรเกษมถึงวงเวียนกาญจนาภิเษก

สำหรับแผนป้องกันน้ำท่วมในระยะเร่งด่วน ต้องเร่งแก้ไขระบบระบายน้ำในพื้นที่จุดเสี่ยงทั้ง 14 จุด โดยดำเนินการโครงการ เช่น โครงการ Pipe Jacking, Water Bank และติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มขึ้น “ปริมาณน้ำเคยท่วมสูงสุดในพื้นที่จุดเสี่ยงในถนนสายหลัก กรณี

ที่มีฝนตกหนักเกินประสิทธิภาพการระบายน้ำที่มีอยู่จะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15-20 ซม.ของระดับฟุตปาท เพราะหากมีฝนตกหนักท่อระบายน้ำ กทม. ในถนนสายรองจะออกแบบรองรับฝนที่ปริมาณ 60 มม.ต่อ ชม. ถนนสายหลักรองรับฝน 80 มม.ต่อ ชม.” ศักดิ์ชัยว่า

ปัจจุบันกรุงเทพฯได้กำหนดเป้าหมายการระบายน้ำท่วมขังให้เร็วที่สุด กรณีมีปริมาณฝนสะสม 100 มม. สามารถระบายน้ำได้ใน 190 นาที และมีเป้าหมายลดระยะเวลาลงเรื่อยๆ โดยภายหลังจากการพัฒนาระบบระบายน้ำต่างๆแล้ว ในปี 2575 มีเป้าหมายให้ระบายน้ำลงภายใน 90 นาที เพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชน

เพราะมีการเตรียมความพร้อมของบุคลากรด้านการปฏิบัติการป้องกันน้ำท่วม ทั้งเจ้าหน้าที่ของสำนักงานระบบควบคุมน้ำประจำสถานีสูบน้ำ ที่จะทำการพร่องน้ำให้อยู่ในระดับควบคุมที่กำหนด และเร่งสูบน้ำเมื่อมีสถานการณ์ฝนตกในพื้นที่ โดยมีการทำควบคู่กับกองระบบคลอง ในการจัดเก็บขยะเปิดทางน้ำไหลในคลองสายหลัก

นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ของระบบท่อระบายน้ำทำการล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำ และเตรียมพร้อมบ่อสูบน้ำประจำพื้นที่จุดเสี่ยงน้ำท่วม ที่มีเจ้าหน้าที่กองเครื่องจักรกล ซ่อมบำรุงเครื่องสูบน้ำ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำทดแทน ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมในจุดเสี่ยงน้ำท่วม สามารถเข้าแก้ไขเครื่องสูบน้ำที่ชำรุดในกรณีฉุกเฉิน

บุคลากรด้านการปฏิบัติการป้องกัน และแก้ไขปัญหาน้ำท่วมนี้มีความพร้อมปฏิบัติการ 24 ชั่วโมงในฤดูฝน และแต่ละหน่วยก็จะมีการซักซ้อมการปฏิบัติงานในสถานการณ์ต่างๆ ยึดหลักการร่วมกันตามแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ

ทั้งหมดนี้คือ “แผนรับมือน้ำท่วมขัง กทม.” ที่จะเป็นเพียง “ฝันหวานคนกรุง” หรือ “แสงสว่างในปลายทางอุโมงค์” คงต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์กันในเร็วๆนี้...

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

น้ำท่วมน้ำท่วม กทม.สกู๊ปหน้า1น้ำท่วมกรุงเทพฝนตกหนักปัญหาน้ำท่วมระบบท่อระบายน้ำ

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 17 เมษายน 2564 เวลา 11:30 น.