จับตา “โอมิครอน” ลามเด็ก เตรียมโรงพยาบาลรับมือ ไทยระบาด-จ่อทะลุหลักพัน

ข่าว

    จับตา “โอมิครอน” ลามเด็ก เตรียมโรงพยาบาลรับมือ ไทยระบาด-จ่อทะลุหลักพัน

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    31 ธ.ค. 2564 05:30 น.

    เผยเชื้อโอมิครอนนำเข้าจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าไทยเริ่มลดลง เนื่องจากการเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวเริ่มลดลงและมีแนวโน้มพบการติดเชื้อในประเทศเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก 5-11 ขวบ ที่ยังไม่ได้วัคซีน เตรียม รพ.เด็กรองรับ นายกฯ หวั่นปีใหม่โอมิครอนพุ่ง ขอความร่วมมือประชาชนระมัดระวังตัวเองสูงสุด อย่าการ์ดตกในการปฏิบัติตนตามมาตรการสาธารณสุข สั่งมหาดไทยคุมเข้มทุกจังหวัดที่จัดงานปีใหม่ ขณะที่พบเชื้อโอมิครอนระบาดในประเทศแล้ว 934 ราย เตือนใครตรวจ ATK แม้ผลเป็นลบแต่มีอาการต้องสงสัยให้ไปโรงพยาบาลด่วน รัฐบาลยังผวาสั่งประชุมออนไลน์ กต.เผยใครไปอังกฤษโชว์ประวัติฉีดวัคซีนจากแอป “หมอพร้อม” เข้าได้

    ลามเร็วเหมือนไฟลามทุ่ง เพียงไม่กี่วัน พบ ผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนในไทยเกือบ 1 พันคน แล้ว ส่วนสถานการณ์คลัสเตอร์ใหญ่ที่กาฬสินธุ์ ผู้ติดเชื้อเริ่มทรงตัว

    ยอดติดโควิดหวนพุ่ง 3 พันราย

    เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. ศบค.รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในไทยว่า พบติดเชื้อใหม่ 3,037 ราย เสียชีวิตเพิ่มเติม 25 ราย เป็นชาย 15 ราย หญิง 10 ราย เป็นผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 20 ราย มีโรคเรื้อรัง 5 ราย เสียชีวิตมากที่สุดที่ กทม. และเชียงใหม่ จังหวัดละ 3 คน ทำให้มียอดเสียชีวิตสะสม 21,672 ราย 10 จังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อมากที่สุด ได้แก่ กทม.430 ราย ชลบุรี 304 ราย นครศรีธรรมราช 134 ราย อุบลราชธานี 126 ราย สมุทรปราการ 83 ราย มหาสารคาม 83 ราย ขอนแก่น 80 ราย เชียงใหม่ 67 ราย กาฬสินธุ์ 63 ราย และร้อยเอ็ด 62 ราย

    โอมิครอนพุ่ง 934 ราย

    นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยข้อมูลความคืบหน้าการติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนในประเทศไทยว่า ข้อมูลการตรวจหาสายพันธุ์โควิด-19 โดยกรมวิทย์ฯ ตั้งแต่เปิดประเทศวันที่ 1 พ.ย.-29 ธ.ค.64 พบการติดเชื้อโอมิครอนสะสม 934 ราย แบ่งเป็นพบในผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 577 ราย ติดเชื้อในประเทศ 357 ราย เฉพาะวันที่ 29 ธ.ค. เพิ่มขึ้น 194 ราย เป็นผู้มาจากต่างประเทศ 88 ราย ติดเชื้อในประเทศ 106 ราย ทั้งนี้ พบการติดเชื้อโอมิครอนแล้วในทุกเขตสุขภาพและแนวโน้มพบการติดเชื้อในประเทศเพิ่มมากขึ้นกว่าผู้ที่เดินทางเข้าประเทศ เนื่องจากการเดินทางเข้าประเทศเริ่มชะลอตัว

    กระตุ้นภูมิด้วยวัคซีนดีกว่าติดเชื้อ

    เมื่อถามถึงกรณีมีผู้เชี่ยวชาญหลายคนออกมาให้ข้อมูลถึงผู้ที่รับวัคซีนโควิดครบ 2 เข็มแล้ว การ ติดเชื้อโอมิครอนที่มีความรุนแรงลดลงจากเดลตา จะเป็นเหมือนการกระตุ้นภูมิคุ้มกันร่างกาย นพ.ศุภกิจ กล่าวว่า เป็นข้อเท็จจริงอยู่แล้ว เนื่องจากเราทราบดีว่าการสร้างภูมิคุ้มกันต่อไวรัสเกิดขึ้นจาก 2 ทางคือ 1.การฉีดวัคซีน และ 2.ภูมิคุ้มกันที่เกิดหลังจากติดเชื้อ นั่นหมายความว่าหากคนที่รับวัคซีนครบ 2 เข็มเป็นไพรมารีวัคซีน (primary vaccine) แล้วเกิดการติดเชื้ออาการก็จะไม่รุนแรง แล้วเมื่อหายก็จะเกิดภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติขึ้น ซึ่งก็จะเหมือนกระตุ้นภูมิฯ ในร่างกาย แต่เราจะเอาภูมิฯที่เกิดจาก 2 กรณีนี้มาเทียบกันไม่ได้ว่าการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น กับติดเชื้อแล้ว อันไหนจะกระตุ้นภูมิฯ ได้สูงกว่า เพราะผู้ที่เคยติดเชื้อโควิดสายพันธุ์อื่นก็ยังสามารถติดโอมิครอนได้ แต่แน่นอนว่าหากรับวัคซีนแล้ว ความรุนแรงของโรคจะลดลง จึงเป็นที่มาว่าทำไมเราถึงขอให้ทุกคนมารับวัคซีน โดยเฉพาะเข็ม 1 และ 2 ส่วนผู้ที่รับครบ 2 เข็มแล้ว เรายืนยันว่าการกระตุ้นภูมิฯด้วยวัคซีนดีกว่ากระตุ้นด้วยการติดเชื้อแน่นอน

    ให้ทดสอบ ATK ตรวจโอมิครอน

    ทางด้าน นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. กล่าวถึงกรณีองค์การอาหารและยาแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ FDA ยืนยันว่าชุดตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบแอนติเจนเทสต์ หรือ ATK มีโอกาสสูงที่จะแสดงผลเป็นลบ เมื่อนำมาใช้ตรวจผู้ติดเชื้อโอมิครอนว่า อย.ติดตามข้อมูลและเฝ้าระวังตลอด ได้ขอให้บริษัทผู้ผลิตหรือนำเข้าให้ข้อมูลการทดสอบชุดตรวจกับเชื้อโอมิครอนยื่นเพิ่มเติมกับ อย. แต่เนื่องจากขณะนี้จำนวนผู้ติดเชื้อโอมิครอนในไทยยังมีน้อย การจะนำเชื้อไปทดสอบทำได้ยากเพราะต้องนำผู้ติดเชื้อจริงๆมาทดสอบแหล่งผลิตของไทย อาจต้องรอข้อมูลในไทยหรือประเทศใกล้เคียง หากมีจำนวนผู้ป่วยโอมิครอน มากขึ้น จะประสานอาจารย์ในมหาวิทยาลัยที่เป็นศูนย์ทดสอบชุดตรวจ เช่น คณะแพทย์ ม.ขอนแก่น ม.มหิดล ม.เชียงใหม่ ม.สงขลา กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้ช่วยประเมินชุดตรวจที่ขึ้นทะเบียนกับอย.แล้วว่ามีคุณสมบัติอย่างไร อาจมีความเป็นไปได้ที่ชุดตรวจ ATK มีความแม่นยำลดลง แต่จะลดลง จริงหรือไม่ ลดลงเท่าไร คงต้องรอข้อมูลอีกระยะ

    เจอผลลบแต่มีอาการให้ไป รพ.

    สำหรับคำแนะนำประชาชนถึงการใช้ชุดตรวจ ATK ที่วางจำหน่ายขณะนี้ นพ.สุรโชคกล่าวว่า ชุดตรวจ ATK คือการตรวจหาเชื้อเบื้องต้น ดังนั้นในคนที่ไม่มีอาการแต่มีความเสี่ยงสูงและได้ผลเป็นลบ ให้แยกตัวจากคนอื่น อีก 2-3 วันให้ตรวจ ATK ซ้ำ ส่วนคนที่มีอาการแต่ผลตรวจ ATK เป็นลบและมีความเสี่ยง ให้ไปตรวจ RT-PCR ที่โรงพยาบาล เลย ส่วนคนที่มีผลบวกให้ดูว่ามีอาการหรือไม่ ถ้ามีอาการก็ไปโรงพยาบาล ถ้าไม่มีอาการให้กักตัวที่บ้านและไม่มีความจำเป็นที่จะสลับยี่ห้อชุดตรวจมาตรวจเพื่อทดสอบซ้ำ เพราะชุดตรวจทุกยี่ห้อมีวิธีการทดสอบและให้ผลที่ไม่ต่างกัน ถ้าหลุดก็หลุดได้เหมือนๆกัน ถ้าคนมีความเสี่ยงสูงแล้วมัวแต่ตระเวนหาชุดตรวจหลายๆยี่ห้อมาตรวจ โอกาสการพบกับคนอื่นก็มีสูง โอกาสแพร่เชื้อให้คนอื่นก็มากขึ้น ที่ผ่านมา อย.ไม่เคยแนะนำแบบนั้น คนส่วนใหญ่เวลาซื้อชุดตรวจ ATK ก็ซื้อยี่ห้อเดียว จำนวนมากๆอยู่แล้ว ขอให้ดูที่อาการและความเสี่ยงของคนนั้นเป็นหลัก

    นายกฯหวั่นปีใหม่โอมิครอนพุ่ง

    นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ฝากย้ำเตือนประชาชนช่วงวันหยุดยาว ขอให้ทุกคนอย่าประมาท การ์ดอย่าตก เพราะไทยยังอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ขอเน้นการสวมหน้ากากอนามัย ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวร่วมปฏิบัติตนตามมาตรการอนามัยส่วนบุคคล นายกฯได้กำชับไปถึง ผวจ.ทุกจังหวัด ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ต้องคุมเข้ม ติดตามผู้ได้รับอนุญาตจัดงาน เจ้าของสถานประกอบการร้านค้า ร้านอาหาร สถานบันเทิง ที่ให้บริการช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เพราะมีโอกาสติดเชื้อโดยเฉพาะโอมิครอนสูงมาก ที่สำคัญสถานบริการอาจถูกปิดกิจการได้ นายกฯยังสั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขประชุมประเมินสถานการณ์หลังเทศกาลปีใหม่ผ่านไป 15 วันอีกครั้ง หากพบจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูง อาจนำเข้าสู่ที่ประชุม ศบค.พิจารณาปรับแนวทางและเพิ่มมาตรการป้องกันอื่นๆ

    สั่งผู้ว่าฯคุมเข้มจัดงานนิวเยียร์

    ขณะเดียวกัน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ห่วงใยประชาชน ที่กำลัง จะเดินทางกลับไปภูมิลำเนาหรือเดินทางไปท่องเที่ยวช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จึงสั่งการให้กระทรวงมหาดไทยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการสกัดกั้นการแพร่ระบาดโควิด-19 อย่างเข้มข้น ได้สั่งการไปยัง ผวจ.ทุกจังหวัดและ กทม.กำชับติดตามการจัดกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ของผู้จัดหรือผู้ประกอบการ ให้เป็นไปตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิบัติตามแนวทางความปลอดภัยองค์กร (COVID-Free Setting) ทั้งด้านสุขอนามัยและความปลอดภัย ทั้งผู้เข้าร่วมงานและผู้จัดงานและพนักงาน ขอความร่วมมือประชาชนให้ปฏิบัติตามมาตรการขั้นสูงสุดครอบจักรวาล หมั่นตรวจ ATK เสมอ หากมีกิจกรรมใดไม่ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนด หรือทำผิดกฎหมายจะดำเนินการตามกฎหมาย ไม่มีละเว้น

    ใช้ “หมอพร้อม” เข้าอังกฤษได้

    นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.สหราชอาณาจักรได้ประกาศให้การรับรองหนังสือรับรองการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่ออกโดยกรมควบคุมโรคในรูปแบบดิจิทัล (e-Vaccine passport) ของไทยบนแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” ในเมนู “International Certificate” โดยคนไทยสามารถใช้หนังสือรับรองฯ ดิจิทัลดังกล่าวแสดง ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองสหราชอาณาจักร เพื่อใช้เป็นหลักฐานการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทำให้เดินทางเข้าสหราชอาณาจักรได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ผู้จะเดินทางโปรดตรวจสอบและปฏิบัติตามมาตรการของสหราชอาณาจักรอย่างเคร่งครัด ทางเว็บไซต์ www.gov.uk 

    ผวาหนักสั่งประชุม ครม.ออนไลน์

    ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่าสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้มีหนังสือด่วนแจ้งไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผู้ติดตาม ครม. ผู้เข้าร่วมประชุม ครม.และผู้ประสานงานประจำกระทรวง ระบุว่า การประชุม ครม. วันที่ 4 ม.ค.65 จะเป็นการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์เต็มรูปแบบ หากหน่วยงานใดมีความประสงค์จะเสนอเรื่องต่อที่ประชุม ครม.เป็นวาระจร ให้ประสานสลค.ล่วงหน้า หากเรื่องที่เสนอมาไม่ได้รับการพิจารณาเข้าเป็นวาระจร ขอให้ดำเนินการตามแนวทางส่งเรื่องไปเพื่อเสนอ ครม.ตามปกติ ส่วนกรณีหนังสือตอบความเห็นสามารถส่งได้ที่เจ้าหน้าที่รับเรื่องของสลค.อาคารหลังใหม่ ทำเนียบรัฐบาล ทั้งนี้ หนังสือดังกล่าวออกมาภายหลัง ศบค.ออกมาตรการให้ข้าราชการเวิร์กฟรอมโฮม หลังจากการหยุดในช่วงเทศกาลปีใหม่ เนื่องจากลดการระบาดโดยเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอน ที่เกิดการแพร่ระบาดอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัดเพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อหลังจากที่กลับจากภูมิลำเนา

    รพ.เด็กพร้อมรับมือเด็กติดเชื้อ

    ที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงแผนรองรับเด็กติดเชื้อโควิด-19 ว่า ได้เตรียมพร้อมมาระยะหนึ่งแล้ว มีเป้าหมายป้องกันกลุ่มเด็กเล็กอายุ 5-11 ขวบ ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนโควิด-19 สถาบันสุขภาพเด็กฯเตรียมความพร้อมได้ดีทั้งศักยภาพ เตียงรองรับผู้ป่วยโควิดในทุกกลุ่มอาการที่มีการติดเชื้อ โดยเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอนที่
    ต่างประเทศ พบว่ามีเด็ดติดเป็นจำนวนมากกว่าสายพันธุ์อื่นๆ โดยมีเตียงรองรับเด็กป่วยโควิด-19 ทั้งหมด 70 เตียง มีเด็กรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 5 ราย เป็นกลุ่มอาการสีเหลือง ส่วนความคืบหน้าการฉีดวัคซีนในเด็กอายุ 5-11 ขวบ ที่ประชุมกระทรวงฯ คาดว่าจะเริ่มฉีดได้ในเดือน ก.พ.65 ขอย้ำว่าเด็กกลุ่มนี้ควรได้รับวัคซีนเร็วที่สุด เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนจึงน่าเป็นห่วงมากที่สุด ขอให้ทุกโรงพยาบาลเตรียมพร้อมให้มากที่สุดสำหรับเด็กกลุ่มนี้

    AZ มอบวัคซีนครบ 61 ล้านโดส

    วันเดียวกัน นายเจมส์ ทีก ประธาน บริษัท แอสตราเซเนกา (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าตลอดเดือนธันวาคม บริษัทได้ส่งมอบวัคซีนป้องกันโควิด-19 กว่า 15 ล้านโดสให้กับกระทรวงสาธารณสุข รวมยอดส่งมอบวัคซีนถึงปัจจุบันครบจำนวน 61 ล้านโดส ตามแผนการจัดหาวัคซีนให้กับประเทศไทย ทั้งนี้ แอสตราเซเนกาจะจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพิ่มอีก 60 ล้านโดสให้แก่ไทย โดยจะทยอยส่งมอบในปี 2565 ตามสัญญาการจัดซื้อวัคซีน สำหรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตราเซเนกาที่ผลิตในประเทศไทยโดยสยามไบโอไซเอนซ์ ได้รับการขึ้นทะเบียนให้นำมาใช้ในภาวะฉุกเฉินจากองค์การอนามัยโลก (WHO) เป็นการยืนยันว่าวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของแอสตราเซเนกาเป็นวัคซีนที่มีคุณภาพสูง ผลิตตามเกณฑ์มาตรฐานเดียวกันทั่วโลกไม่ว่าจะผลิตจากที่ใดก็ตามและแอสตราเซเนกากับพันธมิตรผู้ผลิตได้ส่งมอบวัคซีนป้องกันโควิด-19 ซึ่งคิดค้นและพัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด กว่า 2.3 พันล้านโดสให้แก่ประเทศต่างๆกว่า 170 ประเทศทั่วโลก

    มะกันเฉลี่ยติดเชื้อสูงสุด

    มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ ในสหรัฐอเมริกา เผยว่า ผู้ติดเชื้อในประเทศทะลุทำสถิติสูงสุดแล้วเฉลี่ยวันละกว่า 265,000 ราย หลังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาพุ่งเป็นเท่าตัว มากกว่าสถิติเดิมที่เก็บไว้ช่วงกลางเดือน ม.ค. เฉลี่ยวันละ 250,000 ราย สาเหตุใหญ่มาจากการแพร่เชื้อของสายพันธุ์ตัวใหม่ “โอมิครอน” ที่ยังส่งผลให้ต้องมีการยกเลิกเทศกาลปีใหม่ หลายพันเที่ยวบินงดให้บริการเพราะขาดแคลนพนักงานที่ต่างติดเชื้อโควิด-19 ขณะที่ ดร.เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) เผยว่า สายพันธุ์ “โอมิครอน” กับสายพันธุ์ “เดลตา” กำลังจะ ทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิของผู้ติดเชื้อจนกระทบต่อระบบสาธารณสุขที่กำลังเกินเยียวยาในการรับมือ เพราะยังมีบุคลากรทางการแพทย์จำนวนมากที่ต้องติดเชื้อไปด้วย จึงยังคงเรียกร้องให้ผู้นำหลายประเทศและผู้ผลิตเดินหน้าเจรจาการจัดสรรวัคซีนที่เท่าเทียมกัน

    อังกฤษ-ฝรั่งเศสทำลายสถิติ

    ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขอังกฤษเปิดเผยการตรวจพบผู้ติดโควิด-19 ทำสถิติสูงสุด เนื่องจากการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างของเชื้อกลายพันธุ์โอมิครอนและการฉลองเทศกาลคริสต์มาส โดยยอดผู้ติดเชื้อในวันเดียวสูงถึง 183,037 คน เป็นอัตราการติดเชื้อที่พุ่งจากสัปดาห์ก่อน 41.4 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ยอดผู้ป่วยเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลอยู่ที่ 10,462 คน ในจำนวนนี้ 771 คน ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ อัตราเสียชีวิตเฉลี่ยอยู่ที่วันละ 74 คน นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ยังเผยด้วยว่ากว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยที่อาการน่าวิตกกังวลยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 หรือบูสเตอร์โดส ส่วนที่ฝรั่งเศสพบผู้ติดเชื้อในวันเดียวกว่า 208,000 คน ทำลายสถิติสูงสุดเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน หลังวันก่อนหน้าพบผู้ติดเชื้อ 179,807 คน

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      วิดีโอแนะนำ

      หนูน้อยติดโควิดร้องไห้-กอดขอโทษพ่อ
      02:52

      หนูน้อยติดโควิดร้องไห้-กอดขอโทษพ่อ

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      โควิดสายพันธุ์โอไมครอนโอมิครอนโควิดสายพันธุ์โอมิครอนโอไมครอนOmicronสายพันธุ์โควิดโควิด-19อาการโควิดโอไมครอนไทม์ไลน์โควิดไทม์ไลน์โควิดโอไมครอนไทม์ไลน์โควิดโอมิครอนคลัสเตอร์โอไมครอนคลัสเตอร์โอมิครอนข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันอังคารที่ 25 มกราคม 2565 เวลา 07:31 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์