ลุ้น ศปก.ประเมิน 15 วัน คลายให้อีก เว้นผับ-บาร์ ดื่ม 3 ทุ่ม ไม่พบแหกกฎ (คลิป)

ข่าว

    ลุ้น ศปก.ประเมิน 15 วัน คลายให้อีก เว้นผับ-บาร์ ดื่ม 3 ทุ่ม ไม่พบแหกกฎ (คลิป)

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    3 พ.ย. 2564 05:29 น.

    เลขาฯ สมช.ถกภาคเอกชนพร้อมแก้ปัญหาที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการเปิดประเทศ รวมถึงการดื่มเหล้าได้ในร้านอาหารในจังหวัดนำร่อง โดยเฉพาะใน กทม. ลั่นยังให้แค่ 3 ทุ่ม แต่ขอ 15 วันประเมินอีกรอบ แย้มหากสถานการณ์เรียบร้อยดี จ่อผ่อนคลายเพิ่ม ขณะที่โควิดใน 4 จชต.แนวโน้มดี พร้อมปรับสูตรวัคซีนเป็นฉีดไฟเซอร์ 2 เข็ม ขณะที่ สธ.เตรียมขอ ครม.สั่งซื้อยาโมลนูพิราเวียร์ 2 ล้านเม็ด ขณะที่พบอีก 2 รายเดี้ยงหลังฉีดวัคซีน คนแรกเป็นชายเข้าฉีดสูตรไขว้เข็มแรกแล้วร่างกายซีกซ้ายไร้เรี่ยวแรงอีกรายเป็นเด็กหญิงอายุ 12 ปี ป่วยหลังฉีดไฟเซอร์ พบลิ่มเลือดอุดขั้วหัวใจ 2 ขั้ว ส่งต่อ รพ.เด็ก รักษาจนอาการเริ่มกระเตื้อง

    ไทยได้รับการตอบรับอย่างดีหลังเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวจากต่างชาติเข้าไทยโดยไม่ต้องกักตัวมาตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.เป็นต้นมา โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติทยอยเข้าไทยอย่างต่อเนื่อง แม้ยังพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในไทยกว่า 7 พันคน และผู้ป่วยตายต่อเนื่อง 78 ศพ

    นายกฯ ปลื้ม นทท.ตอบรับเปิด ปท.

    เมื่อวันที่ 2 พ.ย.ที่สกอตแลนด์ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ที่อยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจร่วมประชุมรัฐภาคีกรอบอนุ สัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP26) กล่าวถึงวันแรกการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวเมื่อวันที่ 1 พ.ย.ว่า ฝากไปถึงคนไทยและขอบคุณชาวต่างประเทศด้วย ได้ข่าวเข้ามาเยอะพอสมควรหลาย 10 เที่ยวบิน ต้องขอบคุณ เขาก็ยินดีกับการต้อนรับ และตนได้เช็กการอำนวยความสะดวก รวดเร็วขึ้น กระทรวงคมนาคมรายงานขั้นตอนต่างๆ อย่างเวลาที่กะไว้ 30 นาที เกินไป 15 วินาที คิดว่าจะต้องดีขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดคนไทยทุกคนต้องเป็นเจ้าบ้านที่ดี รับแขกให้ดี และตัวเองต้องระวัง ไม่อย่างนั้น จะหยุดอีก อันนี้เป็นสิ่งที่นายกฯ คุมไม่ได้ ทุกคนต้องดูแลตัวเองให้ดีที่สุดเพื่อจะได้เดินหน้าประเทศได้ การท่องเที่ยวจะฟื้นตัวขึ้นมาได้ เศรษฐกิจดีขึ้น ค้าขาย บริการ ท่องเที่ยวดีตลอดห่วงโซ่ ไม่ใช่ให้เฉพาะคนรวย วัตถุดิบมาจากไหน โรงแรม อาหาร เครื่องดื่ม มาจากไหน เจ้าหน้าที่บริการ บริกรเท่าไหร่ รถขนส่ง แท็กซี่ นี่เรียกว่าเป็นก้อน

    แก้รถรับส่ง นทท.ไม่พอ

    ด้าน น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯได้ติดตามความเรียบร้อยเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว วันที่ 1 พ.ย.จาก 63 ประเทศ/พื้นที่ เข้าประเทศไทยโดยไม่ต้องกักตัว ภาพรวมนายกฯ พอใจกับการให้บริการคัดกรองอำนวยความสะดวกให้ผู้เดินทางผ่านท่าอากาศยานต่างๆ ที่เป็นไปอย่างราบรื่น นายกฯได้รับทราบประเด็นปัญหากรณีรถรับส่งนักท่องเที่ยวระหว่างท่าอากาศยานในพื้นที่กรุงเทพฯกับโรงแรม AQ และโรงแรม SHA+ ที่ต้องมารับนักท่องเที่ยวไปตรวจ RT-PCR ณ โรงแรมที่พักก่อนให้ออกเดินทางท่องเที่ยวยังพื้นที่อื่น ได้กรณีมีผลเป็นลบ จึงเกิดปัญหานักท่องเที่ยวต้องรอนาน นายกฯ จึงมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขโดยเร็ว และกำชับการอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวยังต้องอยู่ภายใต้มาตรการการคัดกรองและเฝ้าระวังโรคที่เข้มงวดและได้มาตรฐานสากล และเจ้าหน้าที่ด่านหน้าทุกคนต้องปลอดภัยด้วย

    ปรับสูตร 4 จชต.ฉีดไฟเซอร์ 2 เข็ม

    ขณะที่ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้เริ่มดีขึ้นมาก ตัวเลขผู้ติดเชื้อทรงตัว และมีแนวโน้มค่อยๆลดลง ขณะเดียวกัน ประชาชนในพื้นที่สมัครใจมาฉีดวัคซีนมากขึ้น ทำให้ขณะนี้ฉีดวัคซีนได้ประมาณร้อยละ 60 สำหรับการเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชาชนในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้นั้น เมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กเห็นชอบปรับสูตรวัคซีนโควิด-19 ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้ใหม่ ใช้เป็นวัคซีนไฟเซอร์ทั้ง 2 เข็ม เพื่อรับมือกับเชื้อโควิดสายพันธุ์เฉพาะที่กำลังระบาดอยู่ในชายแดนภาคใต้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบการฉีดวัคซีนโควิดในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน โดยเฉพาะพื้นที่ติดขอบแนวชายแดนที่มีการฉีดวัคซีนน้อย รวมถึงพื้นที่สีฟ้า 17 จังหวัด ที่บางจังหวัดฉีดวัคซีนไม่ครบเกณฑ์ร้อยละ 70 จะทำให้ทันภายในเดือน พ.ย.นี้ อีกทั้งยังเห็นชอบฉีดวัคซีนให้แรงงานข้ามชาติในกรณีที่มีวัคซีนเพียงพอในแต่ละจังหวัด โดยจะประกาศให้ผู้ประกอบการนำแรงงานข้ามชาติที่อยู่ในความดูแลไปรับวัคซีน

    ชี้ Thailand Pass ทำระบบเร็วขึ้น

    ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 10.00 น. นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางไปติดตามการดำเนินงานของสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร.ภายใต้กิจกรรมการเตรียมความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวและติดตามความพร้อมของจุดบริการ Thailand Pass มีนายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้การต้อนรับ โดยนายอนุชากล่าวว่า ระบบ Thailand Pass เป็นระบบที่จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ที่ผ่านมาประเทศไทยใช้ระบบ COE แต่มีความยุ่งยากเรื่องการเตรียมเอกสาร ปีที่ผ่านมามีจำนวนเอกสารแจ้งเข้าประเทศกว่า 4 แสนฉบับ และพบปัญหาการดำเนินการล่าช้า การนำระบบ Thailand Pass มาช่วยจะทำให้การดำเนินการรวดเร็ว สะดวก และสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทย หลังเปิดประเทศวันที่ 1 พ.ย.มีการลงทะเบียนแล้วกว่า 30,000 ราย และได้รับการอนุมัติตามระบบแล้วกว่า 4,000 ราย

    “อนุทิน” โวเปิดประเทศราบรื่น

    ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข เปิดเผยภายหลังการรับมอบหน้ากากอนามัย N95 จำนวน 3 แสนชิ้น จากบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ว่า ภาพรวมการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว วันที่ 1 พ.ย. เป็นไปได้ด้วยดี ถือว่าน่าพอใจ ทั้งขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและขั้นตอนการควบคุมโรค ผู้โดยสารทุกคนจะตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR ที่โรงแรมที่พัก วันนี้หากผลเป็นลบก็ สามารถเดินทางในประเทศได้ และขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานมีผู้ติดเชื้อแต่อย่างใด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะระบบการคัดกรองก่อนเดินทาง ได้แก่ การตรวจหาเชื้อด้วยระบบ RT-PCR ก่อนขึ้นเครื่องอย่างน้อย 72 ชั่วโมง และวัคซีนพาสปอร์ตยืนยันการรับวัคซีนครบโดส คัดกรองได้ระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ได้กำชับ ให้กรมควบคุมโรคพิจารณาลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้มาใช้บริการให้มากที่สุด ส่วนกระทรวงสาธารณสุขจะรับผิดชอบการดูแลรักษา โดยวันที่ 3 พ.ย.จะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่ออนุมัติการสั่งซื้อยาโมลนูพิราเวียร์ จำนวน 5 หมื่นคอร์ส รวม 2 ล้านเม็ด เพื่อใช้รักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19

    ฉีดวัคซีนให้แรงงานต่างด้าว

    นายอนุทินกล่าวว่า สำหรับการฉีดวัคซีนนั้นกระทรวงสาธารณสุขยืนยันที่จะฉีดวัคซีนให้กับทุกคนที่พำนักในไทย รวมถึงแรงงานต่างด้าวด้วย โดยนายจ้างจะต้องขึ้นทะเบียนแรงงานและประสานขอรับวัคซีนให้กับแรงงานให้ถูกต้อง แต่หากเป็นแรงงานที่ลักลอบเข้าประเทศผิดกฎหมาย เบื้องต้นคงให้ฉีดวัคซีนก่อน จากนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ยืนยันว่าเรามีวัคซีนอย่างเพียงพอ และการที่เราฉีดวัคซีนให้กับแรงงานต่างชาติ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันไม่ให้แพร่กระจายเชื้อไปให้คนในประเทศ ทั้งนี้สถานการณ์โควิดขณะนี้ค่อนข้างดีขึ้น แต่ยังมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ ซึ่งไม่อยากให้ทุกคนกังวลเกี่ยวกับตัวเลขผู้ติดเชื้อ แต่ขอให้มองที่การรักษาพยาบาล ระบบสาธารณสุขเรารองรับได้ ทั้งการฉีดวัคซีนที่ครอบคลุมช่วยลดอาการป่วยรุนแรงและเสียชีวิตได้

    สั่งแก้ปัญหาหลังถกเอกชน

    ที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาฯ สมช. ในฐานะ ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก. ศบค.) ให้สัมภาษณ์หลังเป็นประธานประชุมร่วมกับภาคเอกชน ชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับแผนการเปิดประเทศ และสร้างความร่วมมือในการขับเคลื่อนนโยบายเปิดประเทศ โดยมีภาคเอกชนและตัวแทนหน่วยงานรัฐเข้าร่วม อาทิ สมาคมภัตตาคารไทย สมาคมผู้ค้าปลีก ว่าปัญหาที่พบเมื่อวันที่ 1 พ.ย.เป็นขั้นตอนที่เล็กน้อยคือปริมาณนักท่องเที่ยวที่เข้ามา อะไรที่ขาด วันนี้ได้สั่งการเพิ่มเติมไปแล้วเพื่อให้เกิดความสะดวกมากขึ้น อีกทั้งยังพบกลุ่มบุคคลเปิดเว็บไซต์เลียนแบบเว็บไซต์ของทางราชการ เราจะแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยเข้าไปตรวจสอบดำเนินการตามกฎหมาย ขณะเดียวกันภาครัฐจะพยายามสร้างเว็บไซต์เป็นช่องทางสื่อสารหลักของรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะเพื่อให้เกิดความสะดวกและเป็นทางการ

    เร่งทำความเข้าใจมาตรฐาน SHA

    พล.อ.สุพจน์กล่าวด้วยว่า อีกเรื่องหนึ่งคือการผ่อนคลายมาตรการ ที่ร้านอาหารต่างๆต้องการทราบถึงมาตรฐานที่ทาง กทม.กระทรวงสาธารณสุข และจังหวัดกำหนด วันนี้แก้ไขด้วยการจัดทีมเชิงรุกไปสร้างความเข้าใจให้ร้านอาหารและสถานประกอบการทั่วไปที่ยังไม่มีมาตรฐานสาธารณสุขหรือ SHA ให้ได้รับมาตรฐานดังกล่าว รวมถึงที่มีมาตรฐาน SHA อยู่แล้ว ให้สร้างมาตรฐานให้เป็น SHA พลัส ซึ่งพนักงานในร้านจะต้องฉีดวัคซีน โดยมอบหมายให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ กทม.ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายเร่งด่วนสูงสุดไปเร่งกำหนดเส้นมาตรฐานเพื่อกำหนดให้ชัดเจน เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ยอมรับว่ากิจการที่ได้รับมาตรฐาน SHA ในพื้นที่ กทม.ยังน้อย เราจะเร่งพิจารณาในเรื่องนี้ต่อไป ส่วนร้านอาหารที่ยังไม่ได้รับมาตรฐาน SHA เจ้าหน้าที่จะเข้าไปแนะนำการพัฒนาเพื่อให้ได้รับมาตรฐานต่อไป

    ย้ำยังให้ดื่มแค่ 3 ทุ่ม

    ส่วนการอนุญาตให้ดื่มแอลกอฮอล์ได้ถึงเวลา 21.00 น.ใน กทม.นั้น พล.อ.สุพจน์กล่าวว่า ต้องทำได้จริง แต่อาจจะยังมีความไม่เข้าใจ เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่รับผิดชอบทั้งหมดจะต้องเข้าไปขอความร่วมมือให้ช่วยกันทำให้ได้ เพราะถ้าทำไม่ได้แล้วเราควบคุมไม่ได้ อาจทำให้เกิดความเสียหายเช่นเดิมอีก จึงต้องอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่าย ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะไม่อะลุ่มอล่วย ถ้าเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบตรวจพบ ครั้งแรกคงต้องเตือนก่อนในเบื้องต้น และถ้ายังไม่เชื่อฟังต้องใช้กฎหมายเข้าไปดำเนินการ

    ขอเวลา 15 วันอาจมีข่าวดี

    พล.อ.สุพจน์กล่าวอีกว่า เป้าหมายการเปิดประเทศ ศปก.ศบค.ดูในสองประเด็นคือ ส่วนของประชาชนปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ได้ดีแค่ไหน และส่วนที่เป็นกิจการหรือกิจกรรมต้องใช้มาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ในเรื่องของโควิดฟรีเซตติ้ง สถานที่ทุกอย่างต้องพร้อม พนักงานต้องได้รับวัคซีน เพื่อให้มีความปลอดภัยกับผู้ใช้บริการ ปกติ ศปก.ศบค.จะประเมินสถานการณ์ทุก 2 วัน แต่ในภาพใหญ่เรากำหนดระยะเวลา 15 วันในการประเมิน เพื่อพิจารณาดูว่าหลังเปิดในลักษณะนี้แล้วแต่ละด้านเป็นอย่างไร ทีมของกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่รับผิดชอบ ทั้งเรื่องของการท่องเที่ยว กระทรวงมหาดไทยจะช่วยกันพิจารณา ถ้าเป็นไปด้วยดีได้รับความร่วมมืออย่างดี มาตรการต่างๆจะค่อยๆผ่อนคลายลงตามระยะไปเรื่อยๆ วันนี้พูดได้ว่าภายใน 15 วัน ถ้ามาตรการต่างๆได้รับการสนองและร่วมมือเป็นอย่างดี อาจมีข่าวดีว่ามาตรการที่หลายคนอยากให้ผ่อนคลายจะได้รับการตอบสนอง ยกเว้นผับบาร์ยังไม่เปิด โดยเราใช้หลักเกณฑ์หลายปัจจัยในการพิจารณา ทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อ จำนวนผู้ได้รับวัคซีน รวมถึงอัตราการครองเตียงของผู้ติดเชื้อ และขีดความสามารถด้านสาธารณสุขทั้งหมด ขณะนี้ทำได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้

    คาดปีหน้า นทท.มา 10 ล้านคน

    ด้านนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานสภาหอการค้าไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังร่วมประชุม ศปก.ศบค.ว่า การเปิดประเทศ ปีนี้นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ เดือน ม.ค.-ก.ย.มีประมาณ 8.5 หมื่นคน แต่เมื่อเปิดประเทศแล้ว มีการประเมินว่าเดือน พ.ย.จะมีนัก ท่องเที่ยวเข้ามาประมาณ 3 แสนคน และเดือน ธ.ค.อีกประมาณ 3 แสนคน ก็จะเป็น 6 แสนคน ตนว่าเป็นจำนวนมาก และถ้าประสบความสำเร็จแล้ว ตนคิดว่าปีหน้าเราอาจจะได้หวังว่าจะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 10 ล้านคน ระบบห่วงโซ่ของภาคบริการจะเห็นการฟื้นตัวได้อย่างเร็ว และต้องทราบว่าตอนนี้นักท่องเที่ยวที่มาประเทศไทย ส่วนใหญ่มาใช้เวลายาว กว่าจะมาได้ต้องมีการวางแผนล่วงหน้า นักท่องเที่ยวหนึ่งคนใช้จ่ายในประเทศเราเฉลี่ยประมาณ 5 หมื่นบาท และต่อไปอาจเพิ่มเป็น 7 หมื่น ถึง 1 แสนบาท จะทำให้นักท่องเที่ยวมีคุณภาพสูง

    ไม่พบขายเหล้าหลัง 3 ทุ่ม

    ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง รอง ผบช.น.เปิดเผยถึงการกวดขันจับกุมจำหน่ายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลาสามทุ่มตามที่ กทม.กำหนดว่า ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ไม่พบว่ามีร้านอาหาร หรือร้านจำหน่ายสุรากระทำผิดกฎหมายทั่งสองกรณี ทั้งนี้ มีผู้ประกอบการ และร้านอาหารหลายร้านที่ยังปรับตัวไม่ได้ เนื่องจากยังไม่เข้าใจในข้อกฎหมายดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจและสำนักงานเขตได้เข้าไปแนะนำและตักเตือนทุกร้านแล้ว เพื่อให้เกิดความเข้าใจไม่กระทำผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยที่เกี่ยวข้องจะให้เวลาร้านค้าต่างๆในช่วงแรก เป็นการแนะนำตักเตือนไปอีกประมาณ 2-3 วัน หากยังพบว่าตั้งใจฝ่าฝืนกฎหมาย หรือเปิดเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดต้องดำเนินการทางกฎหมายทันที หากประชาชนหรือผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับร้านต่างๆพบเห็นว่ามีการฝ่าฝืนกฎหมายสามารถแจ้งข้อมูลเพื่อจะได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบและดำเนินคดีหากมีการกระทำความผิดจริง

    ผปก.แห่ขอมาตรฐาน SHA

    ส่วนที่ศาลาว่าการ กทม. พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าราชการ กทม.เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ครั้งที่ 56/2564 โดยที่ประชุมรายงานถึงสถานการณ์ ภาพรวมมีจำนวนผู้ติดเชื้อลดลงต่ำกว่า 1,000 คนต่อเนื่องมาเป็นเวลา 15 วัน และจากนโยบายการเปิดประเทศ เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. กทม.ร่วมกับทหาร ตำรวจ และ กอ.รมน.จัดชุดตรวจสถานประกอบการ 657 แห่ง ทุกแห่งให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามมาตรการ ป้องกันโควิด-19 เป็นอย่างดี และให้ความสำคัญต่อการลงทะเบียนขออนุญาตดำเนินกิจการตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย (Amazing Thailand Safety and Health Administration : SHA) พบสถานประกอบการ 36 แห่ง ไม่มีมาตรฐาน SHA ได้ให้คำแนะนำและช่วยเหลือ สำหรับสถานประกอบการใน กทม. ที่ได้รับอนุญาตตามมาตรฐาน SHA จนถึงวันที่ 2 พ.ย. เวลา 16.00 น. มีทั้งหมด 3,414 แห่ง แบ่งเป็น ภัตตาคาร/ร้านอาหาร 1,356 แห่ง โรงแรม ที่พัก และโฮมสเตย์ 664 แห่ง นันทนาการและสถานที่ท่องเที่ยว 51 แห่ง ยานพาหนะ 352 แห่ง บริษัทนำเที่ยว 451 แห่ง สุขภาพและความงาม 190 แห่ง ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า 88 แห่ง กีฬาเพื่อการท่องเที่ยว 9 แห่ง การจัดกิจกรรม/จัดประชุม โรงละคร/โรงมหรสพ 70 แห่ง ร้านค้า ของที่ระลึกและร้านค้าอื่นๆ 183 แห่ง

    ไทยติดเชื้อใหม่ลดแต่ตายเพิ่ม

    สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หรือ ศบค. แถลง ณ วันที่ 2 พ.ย.ว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 7,574 คน เป็นการติดเชื้อในประเทศ 7,049 คน มาจากเรือนจำ 515 คน เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 10 คน หายป่วยเพิ่มขึ้น 8,279 คน อยู่ระหว่างรักษา 984,444 คน อาการหนัก 2,219 คน ใส่ท่อช่วยหายใจ 473 คน เสียชีวิต เพิ่มขึ้น 78 คน เป็นชาย 47 คน หญิง 31 คน เป็นผู้เสียชีวิตที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 56 คน มีโรคเรื้อรัง 13 คน พบผู้เสียชีวิต มากสุดอยู่ใน กทม. 11 คน ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,927,763 คน มียอดหายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,809,981 คน มียอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 19,338 คน สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดวันที่ 1 พ.ย. ได้แก่ กทม. 789 คน ปัตตานี 631 คน นครศรีธรรมราช 407 คน สงขลา 401 คน ตรัง 298 คน เชียงใหม่ 271 คน ชลบุรี 264 คน นราธิวาส 211 คน พัทลุง 200 คน และสมุทรปราการ 187 คน และมี 2 จังหวัดคือ อำนาจเจริญและนครพนม ไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็นวันที่สอง ส่วนยอดผู้ได้รับวัคซีนของประเทศไทย เมื่อวันที่ 1 พ.ย. มีการฉีดวัคซีนเพิ่มเติม 515,839 โดส รวมยอดฉีดวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.ทั้งสิ้น 76,226,116 โดส

    3 จชต.แนวโน้มเริ่มดี

    ส่วนสถานการณ์โควิด วันที่ 2 พ.ย. น่าดีใจเมื่อ 3 จังหวัดชายแดนใต้ (จชต.) ผู้ติดเชื้อลดลง ทั้ง จ.นราธิวาส จ.สงขลา รวมถึง จ.ยะลา รายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 วันที่ 2 พ.ย. มี 185 คน ต่ำสุดในรอบเดือน แต่ผู้เสียชีวิตรายวันยังสูงถึง 7 คน เป็นหญิงวัย 60, 77 ปี อ.เมือง หญิง 60, 78, 82 ปี และชาย 77, 80 ปี อยู่ อ.เบตง ต่อมานายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา ร่วมกับนายเสรี เรืองกาญจน์ นายกเทศมนตรีเมืองสะเตงนอก นายมะสะดี หะยีปิ นายกเทศบาลตำบลท่าสาปและนายมะซากี สาและ นายกเทศมนตรีตำบลบุดี อ.เมืองยะลา หารือกำหนดมาตรการลดการเคลื่อนย้ายที่ไม่จำเป็นของประชากร ในพื้นที่ระหว่างกันหลังพบผู้ติดเชื้อสูงมาตลอด โดย จนท.เทศบาลได้นำท่อซีเมนต์ไปปิดกั้นการเข้า-ออก ตามซอยรอยต่อ มีจุดตรวจสีเขียว 16 จุด และสีแดง 23 จุด เช่นเดียวกับ จ.นครศรีธรรมราช ที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เริ่มส่อแววดี วันที่ 2 พ.ย. มีรายงานพบผู้ป่วย 198 คน ลดลงจากวันวาน คลัสเตอร์สำคัญในจังหวัดได้แก่ งานศพ หมู่ 3 ต.นาหมอบุญ 16 คน, โรงงานเซาท์เทิร์นสยามพาราวู๊ด อ.ทุ่งสง 11 คน และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 3 ศพ เป็นชาย 2 คน อายุ 78 และ 84 ปี หญิง 1 คน อายุ 81 ปี

    รพ.ท่าลี่แจงผล ATK ผิดพลาด

    วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นพ.ชัยยา ปานันท์ ผอ.รพ.ท่าลี่ จ.เลย ถึงกรณีชาวบ้าน ต.หนองผือ อ.ท่าลี่ ร้องเรียนผ่านสื่อว่าได้รับความเดือดร้อนมากหลัง รพ.ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ผิดพลาด จำนวน 9 คน จนต้องถูกกักตัวร่วมกับผู้ป่วยโควิด ระหว่างวันที่ 11-13 ต.ค.ทำให้เสียโอกาสทำมาหากิน ว่าที่ผ่านมามีการะบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่ อ.ท่าลี่ จึงมีการตรวจชาวบ้านในชุมชนจำนวน 369 คนด้วยชุดตรวจ ATK เมื่อวันที่ 10 ต.ค.พบผลบวก 18 คน ถือว่าเยอะมาก จึงอยากให้มาตรวจที่โรงพยาบาลทั้ง 18 คนมีห้องให้อยู่ แยกกันอยู่ จำนวน 10 ห้อง และมีอยู่ครอบครัวหนึ่งให้อยู่ด้วยกัน จะให้คนไข้กลับบ้านกลัวไม่ปลอดภัย และคนในชุมชนยอมหรือเปล่า จึงให้นอนโรงพยาบาล ช่วงระหว่างรอผลค่อนข้างช้า ปรากฏว่าผล 18 คน ไม่พบเชื้อ 2 คน จึงให้กลับบ้านและเฝ้าติดตามตลอดและให้มาตรวจ ส่วนวันที่ 11 ต.ค. มีตรวจชาวบ้าน 546 คน ผล ATK 11 คนเข้าข่ายจึงให้มานอนที่โรงพยาบาล และวันรุ่งขึ้นตรวจซ้ำอีกรอบ พบว่ามีการติดเชื้อ 7 คน ไม่ติดเชื้อ 4 คน รวม 2 วันที่ตรวจไม่พบเชื้อ 6 คนเท่านั้น และมีการตรวจซ้ำอีกจนแน่ใจแล้วว่าไม่เชื้อ จึงให้กลับบ้านและไปกักตัวดูอาการอีก 14 วัน โดยมี จนท.คอยติดตามอยู่ตลอดเวลา ขณะที่อยู่ รพ.เพื่อดูอาการ ทาง รพ.ได้ดูแลอย่างดี

    พบคลัสเตอร์เล็กกระจาย

    นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายจังหวัดพบผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อน ที่น่าห่วงคือ จ.กาฬสินธุ์ ล่าสุด นพ.อภิชัย ลิมานนท์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่าคลัสเตอร์ห้างโกลบอลเฮ้าส์ จากการตรวจกลุ่มพนักงานรอบ 2 พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 5 คน ทำให้ขณะนี้มียอดผู้ป่วยคลัสเตอร์นี้รวม 222 คน อย่างไรก็ตามคลัสเตอร์นี้ปัจจุบันเริ่มคลี่คลายลงแล้ว หลังพบมีกลุ่มเสี่ยงสูงอยู่กว่า 500 คน แต่ทั้งหมดผ่านการสอบสวนโรค นำเข้าสู่ระบบการกักกันตัว และอยู่ในการเฝ้าระวัง แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือการพบคลัสเตอร์กลุ่มเล็กๆ แต่กระจายไปทั่วหลายอำเภอ

    สบเมยโผล่พรวด 3 คลัสเตอร์

    ขณะที่นายสยาม เรืองสุกใส ผอ.โรงเรียนล่องแพวิทยา อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่าหลังเปิดเรียนแบบออนไซต์ไปเมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา แต่ในช่วงเย็นได้รับการประสานจาก รพ.สบเมยว่าพบการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นคลัสเตอร์ใหญ่ในชุมชนใกล้เคียง มียอดผู้ติดเชื้อถึง 101 คน พบมากที่สุดใน อ.สบเมย ถึง 82 คน แบ่งเป็น 3 คลัสเตอร์ ประกอบไปด้วย ต.กองก๋อย เชื่อมโยงคลัสเตอร์บ้านห้วยวอก 34 คน ต.แม่สวด 20 คน เชื่อมต่อจากคลัสเตอร์บ้านสบโขง เขต อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ และ ต.แม่สามแลบ 28 คน ทาง รพ.ขอจัดตั้งสถานที่กักตัว (Community Isolate) ที่โรงเรียนล่องแพวิทยา ให้ผู้ติดเชื้อแต่อาการไม่รุนแรงในพื้นที่ ต.แม่สวด ดังนั้นในวันที่ 2 พ.ย.ทางโรงเรียนจึงปรับเปลี่ยนพื้นที่ ใช้หอประชุมโรงยิมเป็นสถานที่กักตัว เพราะควบคุมการเข้าออก ดูแลความปลอดภัยได้และเป็นสัดส่วนชัดเจน ไม่ปะปนกับนักเรียนประจำพักนอน ส่วนการเรียนการสอนจัดเป็น 2 ส่วน คือเด็กนักเรียนพักนอนจำนวน 364 คน เรียนออนไซต์ปกติ ส่วนนักเรียนไปกลับเรียนแบบออน แฮนด์และออน ดีมานด์ นอกจากนี้ จัดให้บริเวณอาคารอเนกประสงค์ อบต.แม่สามแลบ เป็นที่รองรับผู้ป่วย โดยตลอดวันหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ อบต.แม่สามแลบ เข้ามาประกอบเตียงรองรับผู้ติดเชื้อจำนวน 40 เตียง

    หนุ่มรถไถเดี้ยงหลังฉีดซิโนแวค

    วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังพบผู้มีอาการไม่พึงประสงค์รุนแรงหลังฉีดวัคซีนถึง 2 ราย คนแรกเป็นหนุ่มสุโขทัย ชื่อนายบุญยันต์ มูลศรีวัง อายุ 47 ปี อาชีพรับจ้างขับรถไถ อยู่ ต.ตลิ่งชัน อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย เปิดเผยว่า เข้าฉีดวัคซีนเข็มแรกเป็นซิโนแวคเมื่อวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่วัดตลิ่งชัน จัดฉีดโดยบุคลากร รพ.สต.ตลิ่งชัน แต่หลังจากกลับบ้านไม่ถึงชั่วโมง ร่างกายซีกซ้ายเริ่มชาไม่มีแรง ทีแรกคิดว่าไม่กี่วันน่าจะหาย แต่อาการกลับรุนแรงขึ้นจนไม่สามารถเดินได้ นอกจากนี้ยังมีตุ่มคันขึ้นเต็มตัว ไปพบแพทย์ให้เพียงยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อ และยาทาแก้คัน จนถึงวันนี้อาการก็ไม่ดีขึ้น จึงอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือด้วย

    เด็กหญิงป่วยหลังได้ไฟเซอร์

    รายต่อมา ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายพิพัฒพงศ์ ตันพานิช อายุ 50 ปี พ่อของ ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 12 ปี ใน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ว่า พาลูกสาวไปฉีดวัคซีนไฟเซอร์เมื่อวันที่ 19 ต.ค. ที่ผ่านมา ที่บริเวณศูนย์ฉีดวัคซีนศาลาริมน้ำ ต.เจ็ดเสมียน อ.โพธาราม แต่หลังจากฉีดได้ 5 วัน ลูกมีอาการไอแห้งๆ วันที่ 25 ต.ค. มีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก เล็บมือและปากเขียว จึงรีบพาลูกไปหาหมอที่คลินิก ก่อนส่งต่อที่ รพ.ราชบุรี ในเย็นวันเดียวกัน เพราะอาการไม่ดีขึ้น และเมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 26 ต.ค. ทาง รพ.แจ้งว่าลูกอาการไม่ดีและส่งต่อมารักษาที่ รพ.เด็ก ใน กทม.เพราะมีอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ต่อมา รพ.เด็กแจ้งว่ามีลิ่มเลือดอุดขั้วหัวใจ 2 ขั้ว ทำให้หัวใจบวมและมีเลือดไปอุดตันที่เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงปอด ซึ่งนอนพักรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียูเป็นเวลา 6 วัน กระทั่งวันนี้ลูกย้ายออกจากห้องไอซียู มาอยู่ห้องแผนกหัวใจ โดยรวมอาการดีขึ้น แต่ต้องเฝ้าระวังดูอาการอย่างใกล้ชิด คุณหมอแจ้งว่าเคสแบบนี้ยังไม่เคยเจอมาก่อน ถือว่าเป็นเคสศึกษา ที่ผ่านมาทางโรงเรียนและทาง รพ.ราชบุรีได้เข้ามาช่วยประสานงานติดต่อเดินเรื่องให้ทุกอย่าง รวมถึง รพ.เจ็ดเสมียน ยื่นขอรับเงินช่วยเหลือจาก สปสช.ภายในวันศุกร์นี้

    สถาบันสุขภาพเด็กฯแจงอาการ

    เย็นวันเดียวกัน สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ได้ออกมาชี้แจงกรณี ด.ญ.วัย 12 ปี ดังกล่าวว่า รับผู้ป่วยเข้ามารักษาในหอผู้ป่วยวิกฤติ (PICU) วันที่ 26-31 ต.ค.2564 จากการตรวจร่างกาย พบว่าเด็กตัวเล็กและเตี้ยกว่าเกณฑ์มาก นอกจากนี้ มีอาการบ่งชี้ว่ามีภาวะขาดออกซิเจนเรื้อรัง ความผิดปกติของโครงสร้างร่างกายอาจทำให้ผู้ป่วยมีภาวะปอดขยายตัวไม่เต็มที่และมีพังผืดในปอดได้ จากการตรวจหัวใจด้วยคลื่นความถี่สูงพบว่า การบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจดี ไม่มีสิ่งที่บ่งชี้ถึงภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และพบการอุดตันของหลอดเลือดแดงปอด จึงตรวจหัวใจเพิ่มเติมด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ พบลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดแดงปอดและพบว่าถุงลมในปอดขยายได้ไม่เต็มที่ และบางบริเวณมีปอดแฟบ ได้รักษาโดยการให้ยาละลายลิ่มเลือด ดูแลทางเดินหายใจ ขณะนี้สามารถถอดท่อทางเดินหายใจและเปลี่ยนมาให้ออกซิเจนความเข้มข้นสูง ได้ตรวจหัวใจด้วยคลื่นความถี่สูงและเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หัวใจ อีกครั้งในวันที่ 29 ต.ค. พบว่าก้อนลิ่มเลือดที่อุดตันมีขนาดเล็กลง เลือดไหลเวียนไปสู่ปอดได้ดีขึ้น การบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจดี เมื่ออาการดีขึ้น ได้ย้ายผู้ป่วยเข้าดูแลในหอผู้ป่วยเด็กเฉพาะโรคในวันที่ 1 พ.ย. ผู้ป่วยหอบเหนื่อยลดลง สามารถรับประทานอาหารได้ ทีมกุมารแพทย์หลากหลายสาขาของสถาบัน ทั้งด้านโรคหัวใจ โรคปอด โลหิตวิทยา โรคภูมิคุ้มกัน ร่วมกันดูแลผู้ป่วยรายนี้อย่างเต็มที่ เพื่อหาสาเหตุที่อาจทำให้เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดปอด

    ไม่พบกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ

    ทั้งนี้ ขอแจ้งให้ทราบว่าอาการของผู้ป่วยรายนี้ไม่ได้เกิดจากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ทางทีมแพทย์ของสถาบันจะให้การดูแลรักษาเด็กต่อเนื่องต่อไป ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์กรณีนี้ว่ากระทรวงได้รับรายงานแล้ว และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียด

    ญี่ปุ่นลดกักตัวนักธุรกิจ

    วันเดียวกัน นายฮิโรคาซุ มัตสุโนะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ญี่ปุ่นพิจารณาปรับลด ระยะเวลาการกักตัวผู้เดินทางเข้าประเทศด้วยวีซ่าธุรกิจ จาก 10 วัน เหลือ 3 วัน พร้อมขยายการรับนักธุรกิจเข้าประเทศ จากวันละ 3,500 คน เพิ่มเป็นวันละ 5,000 คน คาดมีผลบังคับใช้ในวันที่ 8 พ.ย.นี้ ส่วนที่นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ พนักงานรัฐประมาณ 9,000 คนถูกสั่งพักงานชั่วคราว หลังมาตรการต้องฉีดวัคซีนถึงจะอนุญาตให้ทำงาน เริ่มมีผลบังคับใช้ และต่อมาส่งผลให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกว่า 2,300 นาย หยุดงานประท้วง มีหน่วยดับเพลิง 18 หน่วยจากทั้งหมด 350 หน่วย ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เนื่องจากขาดคน ส่วนทางการจีน ส่งเจ้าหน้าที่ปิดล้อมสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ นครเซี่ยงไฮ้ ตั้งด่านตรวจหาเชื้อผู้ใช้บริการกว่า 34,000 คน ก่อนพาขึ้นรถโดยสารไปส่งตามบ้าน พร้อมสั่งให้กักตัว 2 วัน หลังพบว่ามีหญิง 1 คนเข้าใช้บริการสวนสนุกเมื่อ 3 วันก่อน มีผลตรวจเชื้อเป็นบวก

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      โควิด-19สถานการณ์โควิดยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19คลายล็อกเปิดประเทศฉีดวัคซีนนักท่องเที่ยวต่างชาติเปิดประเทศ 1 พยข่าวหน้า1ข่าววันนี้สุขภาพ

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน 2564 เวลา 09:16 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์