สำรวจความยินยอม ฉีดวัคซีนนักเรียน "ไฟเซอร์" 12-18 ปี ลุ้นได้เปิดเทอม

ข่าว

    สำรวจความยินยอม ฉีดวัคซีนนักเรียน "ไฟเซอร์" 12-18 ปี ลุ้นได้เปิดเทอม

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    14 ก.ย. 2564 05:29 น.

    ข่าวดีเริ่มทยอยมา ล่าสุด กระทรวงศึกษาฯ จับมือ “สาธารณสุข-มหาดไทย” จัดฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้ นร.-นศ.ในสังกัดกว่า 4.5 ล้านคน รับเปิดเทอม 2 ที่อาจได้กลับไปเรียนตามปกติ โดยลอตแรกที่สั่งซื้อจะถึงไทย 2 ล้านโดส 29 ก.ย.นี้ คาดเริ่มฉีด ต.ค. ขณะเดียวกัน เร่งรณรงค์ให้สาวท้องมาฉีดวัคซีน ตั้งเป้าในเดือนนี้ต้องฉีดให้ได้ 1 แสนคน หลังอัตราติดเชื้อโควิด-19 แล้วอาการหนักถึงขั้นเสียชีวิตพุ่ง ส่วนผู้ป่วยมะเร็ง ฉีดซิโนแวคครบ 2 เข็มแล้วอาจต้องบูสต์เข็ม 3-4 ขณะที่ ศบค.ใจชื้น ยอดติดเชื้อโควิด-ตายรายวันจ่อเริ่มขาลง แต่คนท้องยังดับต่อเนื่อง ล่าสุดที่กำแพงเพชรตายแล้วถึงรู้ว่าติดเชื้อ รวมถึงยังห่วงหลังผ่อนคลายบางกิจกรรมผู้ติดเชื้ออาจดีดกลับ เหตุพบติดเชื้อจาก “งานศพ-ตลาด” มาไม่หยุด วอนทุกคนการ์ดอย่าตก

    สถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ในไทยเริ่มมีแนวโน้มดี เมื่อยอดติดเชื้อรายใหม่และผู้เสียชีวิตลดต่ำลงเป็นครั้งแรกของเดือน ก.ย.ขณะเดียวกัน โอกาสที่เด็กๆจะได้กลับมาเรียนในโรงเรียนตามปกติก็เริ่มชัดเจนขึ้นด้วย

    ฉีดไฟเซอร์ นร. 4.5 ล้านคน

    ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เมื่อวันที่ 13 ก.ย. น.ส.ตรีนุช เทียทอง รมว.ศธ. พร้อม นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และผู้บริหารระดับสูงของ ศธ.ร่วมแถลงข่าว “เตรียมความพร้อมเปิดภาคเรียนที่ 2/2564 สถานศึกษาปลอดภัย เด็กได้รับวัคซีนถ้วนหน้า” โดย น.ส.ตรีนุชกล่าวว่า จากการหารือร่วมกันของ ศธ.กับกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทย เบื้องต้นมีแนวทางในการเตรียมความพร้อมการเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ได้แก่ 1.แผนการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ 2 เข็ม แก่กลุ่มผู้ที่มีอายุ 12 ปี จนถึง 17 ปี 11 เดือน 29 วัน ณ วันที่ฉีด โดยจะอนุโลมให้แก่กลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่มีอายุเกิน 17 ปี 11 เดือน 29 วันด้วย จะครอบคลุมนักเรียนนักศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือเทียบเท่า รวมถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีอายุ 12 ปี โดยในเดือน ต.ค.เป็นต้นไป จะเริ่มฉีดให้แก่นักเรียนนักศึกษาในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) 29 จังหวัดก่อน ตั้งเป้าหมายให้ทุกคนได้รับวัคซีนไฟเซอร์เข็มที่ 1 อย่างครบถ้วน ซึ่งที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ อนุมัติในหลักการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้แก่นักเรียนนักศึกษาทุกสังกัดกว่า 4.5 ล้านคน

    ให้ผู้ปกครองยินยอมก่อนฉีด

    รมว.ศธ.กล่าวอีกว่า แผนการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับนักเรียนอายุ 12-17 ปี จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง ตนมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดทำแบบสำรวจความยินยอมจากผู้ปกครองแล้ว คาดว่าปลายเดือน ก.ย.นี้ จะได้ข้อมูลสรุปจำนวนนักเรียนที่ผู้ปกครองยินยอมให้ฉีดวัคซีนได้ ส่วนการเปิดภาคเรียนของกลุ่มนักเรียนตั้งแต่ปฐมวัยไปจนถึงประถมศึกษาที่มีอายุยังไม่ถึง 12 ปี ได้วางแผนการจัดการเรียนการสอนแบบออนไซต์และออนไลน์ ออนดีมานด์ และออนแฮนด์ รวมถึงการสลับวันมาเรียนและจำกัดจำนวนนักเรียน ขณะเดียวกันพื้นที่ไหนที่ชุมชนปลอดภัย ไม่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อและเป็นพื้นที่สีเขียวแล้วสามารถเปิดเรียนได้ตามปกติ

    1 พ.ย.มีลุ้นได้เปิดเทอม 2

    ขณะที่นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า เทอมที่ 2 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนสังกัด สพฐ.จะเปิดเรียนพร้อมกันวันที่ 1 พ.ย.นี้ ดังนั้นหากจะเปิดเรียนก็ต้องเร่งฉีดวัคซีนให้เด็ก 2.9 ล้านคน และครู บุคลากรทางการศึกษาที่เหลืออีกประมาณ 2 แสนกว่าคน เริ่มตั้งแต่วันที่ 4 ต.ค.เป็นต้นไป พร้อมกับดูสภาพแวดล้อมในพื้นที่ด้วยว่ามีการระบาดของโควิด-19 หรือไม่ หากไม่มี น่าจะเปิดเรียนได้ ส่วนกรณีผู้ปกครองไม่ยินยอมให้บุตรหลานฉีดวัคซีนก็ต้องยอมรับในมาตรการที่ทางโรงเรียนกำหนดหากต้องการมาเรียนที่โรงเรียน เช่น อาจต้องมีการตรวจหาเชื้อก่อนมาเรียน หรือหากต้องการเรียนแบบออนไลน์ที่บ้านก็ได้ ทางโรงเรียนพร้อมจัดให้ได้ สพฐ.จะไม่ไปบังคับ แต่จะจัดให้ตามความต้องการ สำหรับครูที่ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มตั้งแต่เดือน พ.ค.หรือ มิ.ย.ครูที่ฉีดซิโนแวค 2 เข็มแล้วจะให้ฉีดบูสต์เข็มที่ 3 หรือแม้แต่ฉีดซิโนแวค 1 เข็มไปแล้วจะให้ฉีดไขว้วัคซีนตัวอื่นไปพร้อมๆ กับการฉีดให้นักเรียน ดังนั้นหากเป็นไปตามแผนนี้การเปิดเทอมที่ 2 ในวันที่ 1 พ.ย.นี้ มีความเป็นไปได้สูง

    มั่นใจไฟเซอร์มีเพียงพอ

    ด้าน นพ.โอภาสกล่าวว่า การฉีดวัคซีนมีเรื่องที่จะต้องคำนึงอยู่ 2 ประการ คือ 1.ประสิทธิภาพของวัคซีน และ 2.คุณภาพของวัคซีน วัคซีนที่จะนำมาฉีดให้กับคนไทย ต้องผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ขณะนี้เรามีวัคซีนที่ อย.อนุมัติให้ฉีดในเด็กที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป คือวัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 30 ล้านโดส เพียงพอต่อกลุ่มนักเรียนนักศึกษาอย่างแน่นอน ตนขอชี้แจงต่อผู้ปกครองว่าวัคซีนที่นำมาฉีดนั้นเป็นวัคซีนที่มีคุณภาพ ปลอดภัย สธ. และ ศธ.จะร่วมกันดูแลเรื่องนี้เป็นอย่างดี โดยวัคซีนไฟเซอร์จะทยอยเข้ามาในช่วงปลายเดือน ก.ย.รอบละ 2 ล้านโดส

    ไฟเซอร์ลอตแรกถึงไทย 29 ก.ย.

    ส่วนที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงการจัดหาและการฉีดวัคซีนช่วงเดือนตุลาคม 2564 ว่าไทยสั่งซื้อวัคซีนไฟเซอร์ 30 ล้านโดส จะเข้ามาวันที่ 29 ก.ย.นี้ก่อน 2 ล้านโดส เมื่อมาถึงต้องส่งให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจรับรองรุ่นการผลิต (Lot Release) ใช้เวลาประมาณไม่เกิน 1 สัปดาห์ ทางบริษัทไฟเซอร์มีการทำเอกสารเพื่อตรวจสอบคุณภาพวัคซีนมาล่วงหน้า สำหรับที่เหลือจะทยอยส่งจนครบภายในสิ้นปี 2564 ดังนั้น ช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2564 จะมีวัคซีนเข้ามาจำนวนมาก ขณะที่จำนวนการฉีดวัคซีนเราเคยฉีดได้มากกว่า 9 แสนโดสต่อวันหากมีวัคซีนมากพอ คาดว่าสามารถจัดได้ตามเป้าหมาย

    ได้แอสตราฯครบให้กระตุ้นต้นปี 65

    นายอนุทินกล่าวอีกว่าสำหรับกลุ่มเป้าหมายหลักในการฉีดวัคซีนไฟเซอร์คือ เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป คณะกรรมการวิชาการกำลังหาข้อสรุป คาดว่าไม่มีปัญหา เนื่องจากวัคซีนไฟเซอร์ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสำหรับฉีดตั้งแต่อายุ 12 ปีขึ้นไปแล้ว ส่วนในผู้ใหญ่อาจใช้ฉีดเป็นเข็ม 2 หรือเข็ม 3 โดยการฉีดเข็ม 3 จะเริ่มช่วงต้นเดือนตุลาคมเป็นต้นไป ในผู้ที่ฉีดวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม เพื่อให้มีภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น ส่วนผู้ที่รับแอสตราเซเนกา 2 เข็ม มีภูมิคุ้มกันสูงอยู่แล้ว จะฉีดเข็ม 3 ในเวลาที่เหมาะสมอาจเป็นต้นปี 2565 เป็นต้นไป

    ผู้ป่วยมะเร็งจ่อบูสต์เข็ม 3–4

    ด้าน นพ.จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า สถาบันฯร่วมกับคณะแพทยศาสตร์รามาธิบดี และคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ศึกษาวิจัยการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในผู้ป่วยมะเร็งทั่วไปทุกช่วงอายุ ที่อยู่ระหว่างการรักษาที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ จำนวน 60-80 คน เปรียบเทียบกับกลุ่มประชากรทั่วไป 200 คน โดยศึกษาผู้ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม ผลวิจัยเบื้องต้นเมื่อตรวจภูมิคุ้มกันหลังฉีดของผู้ป่วยมะเร็งพบว่าขึ้นไม่ค่อยดีเท่ากลุ่มประชากรทั่วไป ขณะนี้กำลังศึกษาถึงการให้วัคซีนเข็ม 3 จากนั้นคณะผู้วิจัยจะรวบรวมข้อมูลเพื่อนำเสนอเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายว่า ในผู้ป่วยมะเร็งจำเป็นต้องได้รับการฉีดเข็ม 3 หรืออาจจะต้องเพิ่มเข็ม 4 ข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยมะเร็งอย่างยิ่ง คาดผลวิจัยจะเสร็จสมบูรณ์อีก 2 เดือน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อยากเน้นย้ำผู้ป่วยมะเร็งจะต้องดูแลตนเองให้ดี โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ระหว่างการรักษา เนื่องจากโดยธรรมชาติผู้ป่วยมะเร็งมีภูมิที่ต่ำอยู่แล้ว ยิ่งอยู่ระหว่างการให้เคมีบำบัดหรือการฉายรังสี ภูมิอาจลดลง ดังนั้น หากมีโอกาสได้รับวัคซีนต้องรีบฉีด คนที่ดูแลอยู่ที่บ้านต้องเคร่งครัดในมาตรการป้องกันอย่างเข้มแข็งไม่นำโควิดมาให้ผู้ป่วย ไม่เช่นนั้นจะทำให้คนไข้แย่ยิ่งขึ้น

    ตั้งเป้าฉีดวัคซีนคนท้อง 1 แสนคน

    ขณะเดียวกัน นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข กล่าวเปิดงานเดือนแห่งการรณรงค์หญิงตั้งครรภ์เข้ารับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 “ 1 เดือน 1 แสนราย” ที่กระทรวงสาธารณสุขว่า ปัจจุบันอัตราการเสียชีวิตของหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อโควิดอยู่ที่ประมาณร้อยละ 2 กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงที่ต้องได้รับวัคซีนเร็วที่สุดปัจจุบันทั่วประเทศมีประมาณ 5 แสนคน ขณะนี้ฉีดได้ประมาณ 5.5 หมื่นคน กรมอนามัยและภาคีเครือข่าย ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย จึงร่วมกันรณรงค์ให้หญิงตั้งครรภ์ได้รับการฉีดโดยเร็ว และครอบคลุมมากขึ้น ตั้งเป้าว่าในเดือน ก.ย.นี้ต้องฉีดให้ได้ถึง 1 แสนคน ผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อให้ฉีดวัคซีนได้มากและครอบคลุมที่สุด โดยพื้นที่ที่ยังกังวลคือ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีอัตราการเสียชีวิตมากกว่าที่อื่น มาจากปัจจัยวัฒนธรรม ความเชื่อทางศาสนา แม้จะรณรงค์ให้เกิดความเข้าใจ แต่ภาพรวมมีข้อจำกัดเยอะมาก ทั้งตัวหญิงตั้งครรภ์ที่ยังกลัววัคซีน กังวลจะมีผลต่อลูกที่เกิดมาหรือไม่ และยังมีปัญหาบางส่วนไม่ได้ฝากครรภ์ ขณะนี้เร่งให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ทำความเข้าใจในพื้นที่ให้หญิงตั้งครรภ์เข้ามาในระบบ หรือไม่เข้ามาก็ต้องทำเชิงรุกไปฉีดให้ถึงที่ สิ่งสำคัญอย่าให้เขาต้องรอ ต้องให้เขาเข้าถึงวัคซีนมากที่สุด

    แม่มีภูมิต้านทานลูกก็ได้ด้วย

    ขณะที่ ศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยคลินิก (SICRES) คณะเเพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล กล่าวว่า หญิงตั้งครรภ์ต้องฉีดวัคซีน เพราะถ้าเป็นโรคแล้วจะหนักกว่าคนไม่ตั้งครรภ์ มีโอกาสเข้าไอซียูสูงกว่าคนไม่ตั้งครรภ์ 5 เท่า และหากเทียบระหว่างตั้งครรภ์ด้วยกัน คนตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อมีโอกาสเสียชีวิตสูงกว่ามาก แถมทารกมีโอกาสคลอดก่อนกำหนด และมีโอกาสที่ทารกจะเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ตั้งแต่อายุน้อย ดีที่สุดคือหญิงตั้งครรภ์ต้องไม่ติดเชื้อ หรือถ้าได้รับเชื้อจะต้องทำให้อาการป่วยน้อยที่สุด วัคซีนมีความปลอดภัยสูง ทำให้เมื่อชั่งน้ำหนักแล้วประโยชน์ของวัคซีนมีมากกว่ายอมเสี่ยงติดเชื้อ และอาการข้างเคียงจากวัคซีนของหญิงตั้งครรภ์โดยทั่วไปจะน้อยกว่าหญิงไม่ตั้งครรภ์ เพราะว่าภาวะตั้งครรภ์ทำให้ปฏิกิริยาต่อวัคซีนลดน้อยลงไป แต่การปฏิบัติตัวก่อนไปรับวัคซีน ต้องทำตัวให้พร้อม พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ และไปรับวัคซีน รับเร็วก็จะดี เพราะภูมิต้านทานเกิดขึ้นเร็ว ถ้าฉีดวัคซีนป้องกันได้เร็ว ภูมิต้านทานผ่านสายสะดือที่จะส่งไปถึงทารกในครรภ์จะยิ่งสูงมากขึ้น และภูมิต้านทานจะออกในน้ำนมแม่ด้วย เพราะฉะนั้น ลูกออกมากินนมแม่ก็ได้รับภูมิต้านทานด้วย เป็นการป้องกันทั้งแม่และลูก

    สถานการณ์โควิดเริ่มขาลง

    สำหรับภาพรวมสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศ วันที่ 13 ก.ย. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.)แถลงที่ทำเนียบรัฐบาลว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 12,583 คน เป็นการติดเชื้อในประเทศ 12,409 คน จากเรือนจำ 163 คน และมาจากต่างประเทศ 11 คน หายป่วยเพิ่ม 16,304 คน อยู่ระหว่างรักษา 132,113 คน อาการหนัก 4,096 คน ใส่ท่อช่วยหายใจ 835 คน เสียชีวิตเพิ่ม 132 คน เป็นชาย 63 คน หญิง 69 คน จำนวนนี้เป็นหญิงตั้งครรภ์ 1 คน ที่ จ.กำแพงเพชร เสียชีวิตที่บ้าน 1 คน ที่ จ.ตาก เป็นชาวเมียนมา พบผู้เสียชีวิตมากที่สุดใน กทม. 23 คน มียอดผู้ติดเชื้อสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,394,756 คน ยอดหายป่วย สะสม 1,248,158 คน ยอดผู้เสียชีวิตสะสม 14,485 คน สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ กทม. 3,329 คน ชลบุรี 650 คน ระยอง 647 คน นนทบุรี 468 คน สมุทรปราการ 443 คน สมุทรสาคร 402 คน นราธิวาส 401 คน ยะลา 366 คน สงขลา 301 คน ราชบุรี 299 คน อัตราติดเชื้อขณะนี้ถือว่าเป็นขาลง มีทิศทางที่ดี กราฟผู้ติดเชื้อทั้งประเทศเป็นสีเขียว แต่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงนนทบุรีและปทุมธานี กราฟยังเป็นสีแดง และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่วนยอดผู้ได้รับวัคซีนสะสม 40,276, 356 โดส

    ไม่ฉีดวัคซีนป่วยตายกว่า 1.1 หมื่น

    นพ.ทวีศิลป์ยังกล่าวถึงข้อมูลอัตราการเสียชีวิต เทียบกับประวัติการได้รับวัคซีนพบว่ามีผู้เสียชีวิตที่ไม่มีประวัติได้รับวัคซีน 11,563 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 84.8 ของผู้เสียชีวิตทั้งหมด ดังนั้น สรุปได้ว่าการได้รับวัคซีนไม่ใช่ป้องกันการติดโรค แต่เพื่อให้การป่วยหนักและเสียชีวิตลดน้อยลง ส่วนผู้ติดเชื้อที่ยังเป็นหมื่นอยู่ในปัจจุบัน มีข้อมูลว่าเป็นการติดเชื้อจากงานศพ รับประทานอาหารร่วมกัน พูดคุยกัน ค้างคืนอยู่เฝ้าศพ จึงกลายเป็นกิจกรรมเสี่ยง นอกจากนี้ยังพบมีการจัดอีเวนต์ส่งเสริมการขายในพื้นที่ที่ให้จัดได้ แต่ก็ไม่ควร ขณะเดียวกัน ยังพบบางพื้นที่ละเมิดจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ ร้านอาหาร สถานีขนส่ง โรงเรียน ตลาด บางทีก็หย่อนยาน ทั้งนี้ การปรับมาตรการ ไม่อยากให้ใช้คำว่าผ่อนคลาย แต่ปรับมาตรการเพื่อให้เศรษฐกิจเดินไปได้พร้อมกับมาตรการควบคุมโรค เมื่อประกาศไปแล้วก็เป็นข้อห่วงใย ที่ห้างสรรพสินค้า คนแน่น บนถนนรถติด ไปตลาดเห็นคนมีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ รู้สึกไม่สบายใจต้องขอความร่วมมือประชาชนมากกว่าจะโทษใคร เมื่อเราตกลงร่วมกันแล้วจึงขอความร่วมมือ 3 ประเด็นคือบุคคลเสี่ยง สถานที่เสี่ยง กิจการกิจกรรมเสี่ยง หากเห็นภาพเหล่านั้นว่าเสี่ยง ขอว่าอย่าไปร่วมเสริมเติมเข้าไป การ์ดอย่าตก

    ส.ว.ติดโควิดร่วมโหวตแก้ รธน.

    วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภาว่า นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ ส.ว.ที่ฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาครบ 2 เข็มแล้ว ติดเชื้อโควิด-19 จริง โดยติดมาจากที่อื่น ยังไม่ทราบว่าติดเชื้อมาจากที่ใด เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่าติดเชื้อวันใด มี ส.ว.คนใดอยู่ในวงหนึ่งหรือวงสองบ้าง เนื่องจากเพิ่งประชุมร่วมรัฐสภาเมื่อวันที่ 10 ก.ย. ขณะที่ นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ส.ว.ประธานคณะกรรมาธิการเพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 วุฒิสภา กล่าวว่า นายอภิชาติมาประชุมร่วมรัฐสภาเมื่อวันที่ 10 ก.ย. ยังมีอาการปกติ แต่พอกลับไปเหมือนมีอาการไข้ จึงตรวจ ATK พบว่าติดเชื้อ แต่ไม่มีอาการมาก เข้าพักรักษาตัวที่ฮอสพิเทลแล้ว หลังจากนี้จะติดตามไทม์ไลน์อย่างละเอียด เบื้องต้นพบนายอภิชาติร่วมประชุมวุฒิสภา วันที่ 6-8 ก.ย. และประชุมร่วมรัฐสภา วันที่ 10 ก.ย.ในการลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม และอยู่ร่วมประชุม ร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรรม แสดงตนเป็นองค์ประชุม 355 คน ก่อนที่องค์ประชุมจะล่ม ทั้งนี้ ได้แจ้งให้สภาผู้แทนราษฎรทราบแล้ว จะได้ตรวจสอบระมัดระวังตัว และช่วงเช้าวันที่ 13 ก.ย. เจ้าหน้าที่วุฒิสภาได้ประสานไปยังบุคคลใกล้ชิดนายอภิชาติให้เข้ามาตรวจหาเชื้อแบบ ATK ที่รัฐสภาแล้ว

    ยา “โมโนโคลนอล” ถึงไทยแล้ว

    นอกจากนี้ มีรายงานจากกระทรวงการต่างประเทศว่า นายเกออร์ก ชมิดท์ เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย เปิดเผยผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว @GermanAmbTHA ว่า ยาที่ประเทศเยอรมนีได้บริจาคให้กับประเทศไทยใช้สำหรับรักษาผู้ป่วยโควิด-19 มาถึงไทยแล้ว ในวันนี้ ตนมารับโมโนโคลนอล แอนติบอดีมูลค่า 150 ล้านบาท ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ กรมควบคุมโรคและกรมศุลกากรของไทย ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยผ่านทวิตเตอร์ ระบุว่า ไทยขอขอบคุณเยอรมนีที่มอบยารักษาชนิด Casirivimab/Imdevimab จำนวน 2,000 ยูนิตให้แก่ประเทศไทย โดยยาดังกล่าวขนส่งถึงไทยแล้วเมื่อเช้าวันที่ 13 ก.ย. โดยมีอธิบดีกรมยุโรป เอกอัครราช ทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย และรองอธิบดีกรมควบคุมโรค เข้าร่วมการส่งมอบ

    หลาย จว.ใต้โควิดยังแรง

    สำหรับสถานการณ์โควิด-19 ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคใต้ ยังพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ เป็นเลขสามหลัก โดย จ.ยะลา เจอผู้ติดเชื้อเพิ่ม 366 คน มากสุดพบใน อ.บันนังสตา 76 คน ขณะที่ผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นจำนวนมาก ล้วนติดเชื้อมาจากการร่วมกิจกรรมในชุมชน ครอบครัว ญาติและที่ทำงานถึง 251 คน มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ศพ ขณะที่ จ.กระบี่ ที่พบคลัสเตอร์ใหญ่จากแคมป์คนงานก่อสร้างบนเกาะพีพี ป่วยสะสม 62 คน กับคลัสเตอร์ตลาดนัดใน อ.คลองท่อม และ อ.เหนือคลอง ทำให้คณะกรรมการโรคติดต่อ จ.กระบี่ ออกประกาศฉบับที่ 60/2564 ลงวันที่ 12 ก.ย.64 มีสาระสำคัญคือยังคงคุมเข้มการเข้าออกจังหวัด จำกัดจำนวนคนนั่งรับประทานอาหารในร้านตามเวลาที่กำหนด เว้น อ.คลองท่อม และ อ.เหนือคลอง ห้ามนั่งรับประทานในร้าน รวมไปถึงปิดให้บริการสถานศึกษาให้เรียนแบบออนไลน์ งดกิจกรรมรวมกลุ่มเกิน 5 คน ห้ามออกจากบ้านตั้งแต่เวลา 21.00-04.00 น. เริ่มบังคับใช้วันที่ 15 ก.ย.นี้เป็นต้นไป

    ชัยภูมิ-อุดรฯติดเชื้อในคุกพุ่ง

    ขณะที่ จ.ชัยภูมิ สถานการณ์กลับมาหนักเมื่อภาพรวม วันที่ 13 ก.ย. พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 51 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ติดเชื้อในเรือนจำจังหวัดถึง 41 คน จากจำนวนผู้ต้องขังทั้งหมด 1,400 คน เสียชีวิตต่อเนื่องอีก 1 ศพ ขณะที่คลัสเตอร์ใหญ่ชุมชนขี้เหล็กใหญ่ ยังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 9 คน ทางจังหวัดสั่งปิดเพิ่มเฉพาะคุ้มสะพานควาย ชุมชนขี้เหล็กใหญ่อีก 14 วัน ส่วน จ.อุดรธานี นอกจากคลัสเตอร์ตลาดไทยอีสานที่ยังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มต่อเนื่อง ล่าสุดสะสม 151 คน แล้วยังได้รับแจ้งจากเรือนจำกลางอุดรธานี พบเพิ่มอีก 401 คน ขณะที่ อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม เกิดคลัสเตอร์ใหม่เป็นชาวอินเดียขายผ้าเงินผ่อน ติดเชื้อโควิดก่อนแพร่กระจายมีผู้ติดเชื้อรวม 7 คน มีผู้ใกล้ชิดเป็นกลุ่มเสี่ยงอีก 17 คน เป็นชาวอินเดียถึง 16 คน

    โคราชผวา 7 ผู้ค้าผลบวกหายตัว

    ส่วนที่ จ.นครราชสีมา พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 163 คน เสียชีวิต 1 ศพ เป็นหญิง อายุ 32 ปี โดยมีคลัสเตอร์น่าห่วงสุดคือคลัสเตอร์ตลาดสุรนารี (ตลาดสุรนครเดิม) เขตเทศบาลนครนครราชสีมา มีพื้นที่ติดกับ รพ.มหาราชนครราชสีมา เจอป่วยสะสมแล้ว 82 คน ขยายเป็นวงกว้าง และมีปัญหาคือตรวจเชิงรุก ATK กว่า 1,444 คน พบเชื้อ 74 คน ที่น่ากังวลคือมี 7 คน ผลตรวจเป็นบวก แต่ไม่ยอมมาตรวจยืนยันผลและไม่สามารถติดต่อกลับได้ โดยต้นเหตุของคลัสเตอร์น่าจะมีความเชื่อโยงกับตลาด อ.พิมาย และขยายลุกลามไปใน อ.เมืองนครราชสีมา อ.ขามทะเลสอ อ.สีคิ้ว อ.พิมาย อ.ด่านขุนทด 3 ราย และ อ.วังน้ำเขียว ขณะเดียวกัน ที่ตลาดเทิดไท (ตาลคู่) ริมถนนมิตรภาพ ต.สุรนารี อ.เมือง แหล่งซื้อขายอาหารทะเลใหญ่ที่สุดในภาคอีสานตอนล่าง น.ส.สุคนธ์ทิพย์ พนมเสริฐ ผู้จัดการตลาดเทิดไท พร้อมบุคลากรสาธารณสุข อ.เมือง รพ.เทพรัตน์นครราชสีมาและเทศบาลตำบลสุรนารี ระดมตรวจเชิงรุกค้นหาเชื้อ ให้กลุ่มเสี่ยงผู้ค้าผักผลไม้จำนวน 210 คน พบผลบวก 3 คน ทั้งนี้ ผจก.ตลาดเทิดไท เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ค้า กว่าร้อยละ 50 ได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม ส่วนผู้ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนได้สุ่มตรวจหาเชื้อ ถือเป็นโชคดีที่สามารถสกัดได้ทันท่วงที

    เด็กมะกันกลับมาเรียนตามปกติ

    สำหรับสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก ยอดติดเชื้อสะสมกว่า 225.53 ล้านคน เสียชีวิต รวมกว่า 4.64 ล้านคน เป็นการติดเชื้อในวันเดียว 374,780 คน เสียชีวิตในวันเดียว 5,933 คน ทิศทางแพร่ระบาดโดยรวมถือว่าลดลง โดยที่รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เด็กนักเรียนประมาณ 1 ล้านคน กลับเข้าชั้นเรียนตามปกติ ภายใต้ข้อบังคับสวมหน้า กากอนามัย และครูทุกคนต้องฉีดวัคซีนครบโดส ต่างกับฟิลิปปินส์ที่เริ่มเปิดภาคเรียนแบบออนไลน์ ต่อเป็นปีที่สอง จนสหประชาชาติแถลงแสดงความกังวลต่อพัฒนาการของเด็กในฟิลิปปินส์ ที่สิงคโปร์ ศาลสั่งจำคุก 7 เดือน หญิงชาวสิงคโปร์ วัย 32 ปี ฐานปลอมแปลงเอกสารว่าตัวเองตกงาน เพื่อรับเงินเยียวยาโควิด มูลค่า 4,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 98,000 บาท

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โควิด-19สถานการณ์โควิดยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19ตรวจโควิดฉีดวัคซีนนักเรียนวัคซีนไฟเซอร์ยินยอมฉีดวัคซีนโควิดฝ่าวิกฤติโควิดข่าวหน้า1ข่าววันนี้สุขภาพ

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 02:13 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์