ไลฟ์สไตล์
100 year

นำเข้า-ครูฟิลิปปินส์ แดนโควิด-19 ถึงไทยแล้ว 165 คน มีรอคิวอีก 3 พัน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
9 ส.ค. 2563 04:30 น.
SHARE

ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกไหลไปไม่หยุด จ่อทะลุ 20 ล้านคนตายกว่า 7.2 แสนคน แต่รักษาหายกว่า 6.2 ล้านคน ขณะที่ไทยยังพบผู้ติดเชื้อในคนมาจากต่างประเทศ ทุกวัน โดยเจออีก 3 เป็นคนทำงานจากอินโดฯ 1 กับ 2 นักศึกษาจากซาอุฯ ที่เจอผู้ป่วยจากเที่ยวบิน เดียวกันมาก่อนหน้า ขณะเดียวกันไทยเปิดกว้างคนต่างชาติตบเท้าเข้ามาเพียบ ล่าสุดครูจากฟิลิปปินส์165 คน บินเข้าไทย ด้านเลขาฯ กช.ยันรอนำเข้าครูต่างชาติอีกกว่า 3 พันคน แต่สบายใจได้ผ่านคัดกรอง โรคมาแล้ว ส่วนสหรัฐอเมริกาจัดไทยเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำเรื่องโรคโควิด-19

ทั่วโลกยังพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เพิ่มขึ้นไม่หยุด โดยหลายประเทศมีการระบาดรุนแรง ขณะที่ไทยก็ยังตรวจพบผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากต่างประเทศทุกวัน โดยส่วนใหญ่ติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการ

ข่าวแนะนำ

ไทยติดเชื้อเพิ่ม 3 คน

เมื่อวันที่ 8 ส.ค. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เปิดเผยสถานการณ์โควิด-19 ในไทย มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 3 ราย ในสถานที่กักตัวของรัฐ ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,348 ราย โดยเป็นผู้ติดเชื้อภายในประเทศ 2,444 ราย และผลตรวจในสถานที่กักตัวของรัฐ 411 ราย ยอดหายป่วยสะสม 3,150 ราย ผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 140 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 58 ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่มาจากซาอุดีอาระเบีย 2 ราย ทั้งหมดเป็นนักศึกษาชายไทย อายุ 24 ปี เดินทางถึงไทยวันที่ 25 ก.ค. เที่ยวบินเดียวกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า 12 ราย เข้าพักในสถานที่กักตัวของรัฐ จ.ชลบุรี ตรวจพบเชื้อวันที่ 7 ส.ค. ทั้งหมดไม่มีอาการ ส่วนอีก 1 รายมาจากอินโดนีเซีย เป็นชายไทยอายุ 32 ปี อาชีพพนักงานบริษัทรับเหมาก่อสร้าง เดินทางถึงไทยวันที่ 3 ส.ค. เข้าพักในสถานที่กักตัวของรัฐ จ.สมุทรปราการ ตรวจพบเชื้อวันที่ 6 ส.ค. ไม่มีอาการ

โลกป่วยจ่อทะลุ 20 ล้านคน

ศบค.ระบุอีกว่า สำหรับสถานการณ์ทั่วโลก ยอดผู้ติดเชื้อรวม 19,541,219 ราย อาการรุนแรง 65,015 ราย รักษาหายแล้ว 12,544,480 ราย เสียชีวิต 724,050 ราย อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 1. สหรัฐอเมริกา จำนวน 5,095,524 ราย 2. บราซิล จำนวน 2,967,064 ราย 3. อินเดีย จำนวน 2,086,864 ราย 4. รัสเซีย จำนวน 877,135 ราย และ 5. แอฟริกาใต้ จำนวน 545,476 ราย ส่วนประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 112 จำนวน 3,348 ราย

ยังระบาดรุนแรงทั่วโลก

ด้านศูนย์ปฏิบัติการด้านนวัตกรรมการแพทย์ การวิจัยและพัฒนาของ ศบค. โดย นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.) เปิดเผยผลการติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์โรคโควิด-19 ในระดับนานาชาติว่าการระบาดยังรุนแรงมากทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อใหม่ในแต่ละวันเกือบ 300,000 คนหรือเพิ่มขึ้นหนึ่งล้านคนในทุก 3-4 วัน และที่สำคัญคือแนวโน้มการระบาดได้เปลี่ยนไปอีกระยะ จากการมีจุดศูนย์กลางการระบาดเป็นบางหย่อมกลายเป็นการระบาดในเกือบทุกจุดทั่วโลกพร้อมๆกัน รวมทั้งได้เกิดการระบาดระลอกที่สองในหลายประเทศที่เคยควบคุมการระบาดได้ดีมาก่อน

207 ประเทศเสี่ยงสูงเรื่องโควิด

เลขาฯ วช.ระบุด้วยว่า ในด้านการประเมินความเสี่ยงด้านการเดินทางระหว่างประเทศนั้น ในสัปดาห์นี้มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญและเป็นข่าวดีของประเทศไทย คือประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ปรับระบบการให้คำแนะนำการเดินทางของคนอเมริกัน จากเดิมที่กระทรวงการต่างประเทศได้ประกาศแนะนำให้คนอเมริกันไม่เดินทางไปต่างประเทศทุกประเทศ (Do Not Travel advisory) ตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม 2563 เป็นต้นมา รวมทั้งศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา ได้ยกระดับความเสี่ยงเรื่องการเดินทางโดยแนะนำให้ไม่เดินทางโดยไม่จำเป็น (Non-essential Travel) นั้น ทั้งนี้ปัจจุบันประเทศสหรัฐอเมริกาได้ประเมินสถานการณ์ในระดับโลกและระดับประเทศใหม่ โดยเปลี่ยนเป็นการประเมินเป็นรายประเทศ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา ได้วิเคราะห์จากสถานการณ์การติดเชื้อ ปัจจัยเรื่องการเดินทาง โครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากรทางการแพทย์และสาธารณสุข และความเป็นไปได้ในการใช้มาตรการควบคุมและบริหารสถานการณ์ จึงได้ออกเป็นคำแนะนำเรื่องการเดินทางให้กับคนอเมริกันเป็นรายประเทศ ซึ่งประเทศและดินแดนต่างๆส่วนใหญ่ทั่วโลก (207 ในจำนวน 241 ประเทศ หรือดินแดน) ยังถูกจัดอยู่ในเขตที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งยังแนะนำให้ไม่เดินทางไปยังประเทศหรือดินแดนดังกล่าว

มะกันให้ไทยอยู่กลุ่มเสี่ยงต่ำ

เลขาฯ วช.ระบุอีกว่า สำหรับประเทศไทย อยู่ในกลุ่มความเสี่ยงต่ำ ซึ่งมีเพียง 7 ประเทศหรือดินแดนเท่านั้น ได้แก่ ไทย นิวซีแลนด์ ฟิจิ หมู่เกาะโบแนเรอ ซาบา ซินต์เอิสตาซียีส และเซนต์บาร์เตเลมี โดยสรุปข้อมูลการประเมินความเสี่ยงเพื่อคำแนะนำการเดินทาง โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของประเทศสหรัฐอเมริกา มีดังนี้ 1.กลุ่มความเสี่ยงสูง จำนวน 207 ประเทศ/ดินแดน 2.กลุ่มความเสี่ยงปานกลาง ไม่มี 3.กลุ่มความเสี่ยงต่ำ จำนวน 7 ประเทศ/ดินแดน โดยในทวีเอเชีย ได้แก่ ไทย และนิวซีแลนด์ 4.กลุ่มความเสี่ยงต่ำมาก จำนวน 13 ประเทศ/ดินแดน เกือบทั้งหมดเป็นเกาะหรือประเทศขนาดเล็กหรือมีประชากรไม่มาก โดยในทวีปเอเชีย ได้แก่ บรูไน ลาว มาเก๊า ไต้หวัน ติมอร์-เลสเต และ 5. กลุ่มที่ไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะประเมิน จำนวน 14 ประเทศ/ดินแดน

ต่างชาติเข้าไทยต่อเนื่อง

ส่วนการช่วยเหลือคนไทยในประเทศต่างๆ ทั่วโลกให้เดินทางกลับประเทศนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดวันที่ 8 ส.ค. ทั้งที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมือง มีคนไทยในต่างประเทศ และชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเวลา 12.55 น.สายการบินเอแอลเอ็มแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ KL875 นำคนไทยในประเทศบราซิล เบลเยียม ออสเตรีย ฮังการี โปรตุเกส โปแลนด์ เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ ฝรั่งเศส สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ และสโลวีเนีย จำนวน 109 คน พร้อมด้วยนักการทูต นักธุรกิจชาวต่างชาติที่มีถิ่นพำนักในไทย และผู้เดินทางมารักษาตัว ชาวเนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส สเปน ออสเตรีย อินเดีย ฮังการี โรมาเนีย เยอรมัน โครเอเชีย อเมริกัน ออสเตรเลีย อังกฤษ โปรตุเกส ฟินแลนด์ และเบลเยียม จำนวน 91 คน รวม 200 คน เดินทางจากกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ เข้าไทย ในจำนวนนี้พบคนไทยมีไข้ 1 คน เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลตรวจหาเชื้อโควิด-19 อย่างละเอียด ต่อด้วยเวลา 13.55 น. สายการบินกาตาร์แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR836 นำคนไทยที่ตกค้างในกรุงโดฮา กาตาร์ 2 คน เดินทางกลับไทย ทั้งนี้ ผู้ที่ผ่านการคัดกรองถูกพาไปกักตัวในสถานกักตัวที่รัฐกำหนดใน กทม. ส่วนชาวต่างชาติทั้งหมดถูกส่งกักตัวในโรงแรม และ รพ.ทางเลือกใน กทม. นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ

นำเข้าครูฟิลิปปินส์ 165 คน

จากนั้นเวลา 19.35 น. สายการบินฟิลิปปินส์แอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ Z2 8287 จะนำชาวฟิลิปปินส์ที่ได้รับใบอนุญาตทำงานเป็นครูในประเทศไทย จำนวน 165 คน เดินทางเข้าไทย โดยทั้งหมดจะถูกพาไปกักตัวในโรงแรมทางเลือก ASQ ใน กทม. และปริมณฑล และในเวลา 21.30 น. กลุ่มคนไทยที่ยังตกค้างในประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน 157 คน พร้อมด้วยนักธุรกิจและชาวต่างชาติที่มีถิ่นพำนักในประเทศไทย สัญชาติอเมริกัน เกาหลีใต้ แคนาดา อังกฤษ อินเดีย ปากีสถาน อัฟกานิสถาน และฟิลิปปินส์ จำนวน 135 คน รวม 292 คน เดินทางเข้าไทยด้วยสายการบินโคเรียนแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ KE651 ด้านท่าอากาศยานดอนเมือง ในช่วงค่ำวันเดียวกัน มีกลุ่มคนไทยที่ยังตกค้างในกรุงนิวเดลี และเมืองใกล้เคียง ประเทศอินเดีย จำนวน 139 คน พร้อมด้วยนักการทูต และนักธุรกิจสัญชาติอินเดีย 75 คน เดินทางเข้าไทย โดยหลังจากผ่านการตรวจคัดกรองและพิธีการตรวจคนเข้าเมือง คนไทยถูกพาไปกักตัวในสถานกักตัวที่รัฐกำหนดใน กทม. สมุทรปราการ และชลบุรี ส่วนชาวต่างชาติทั้งหมดกระจายไปกักตัวในโรงแรมทางเลือก ASQ ใน กทม. นนทบุรี สมุทรปราการ และ จ.ปทุมธานี

รอนำเข้าครูต่างชาติกว่า 3 พันคน

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายอรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงการนำเข้าครูชาวต่างชาติว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.) จะเปิดให้โรงเรียนเอกชนทุกประเภท ทั้งนานาชาติ และโรงเรียนทั่วไปสามารถยื่นขออนุญาตมายัง สช. จากนั้น สช.จะรวบรวมรายชื่อส่งให้กระทรวงการต่างประเทศ และ ศบค.พิจารณาให้ความเห็นชอบ ซึ่งครูชาวต่างชาติที่จะเข้ามาสอนมีจากหลายประเทศ ซึ่งจากการรวบรวมข้อมูลคำขอล่าสุดมีมากกว่า 3,000 คน ซึ่งครูต่างชาติทุกคนที่จะเข้ามาสอนในโรงเรียนเอกชนจะต้องผ่านการคัดกรองโรคก่อนเดินทางจากประเทศต้นทางก่อน และเมื่อมาถึงประเทศไทยจะต้องเข้าสถานกักกันโรคตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และ ศบค.อย่างเคร่งครัด โดยทางครูชาวต่างชาติจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง หากไม่ผ่านการคัดกรองจะไม่อนุญาตให้มาสอนในโรงเรียนเอกชนอย่างเด็ดขาด

สบายใจได้ผ่านคัดกรองแล้ว

เลขาธิการ กช. กล่าวอีกว่า ส่วนที่หลายคนกังวลว่าเหตุใดประเทศไทยจึงนำเข้าครูจากฟิลิปปินส์เป็นจำนวนมาก ที่สำคัญยังเป็นประเทศที่มีการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 มากนั้น ความจริงครูชาวฟิลิปปินส์ที่จะเข้ามา มีทั้งครูเก่าที่เดินทางกลับประเทศช่วงปิดเทอม และไม่สามารถเดินทางกลับเข้ามายังประเทศไทยได้ เนื่องจากไม่มีเที่ยวบินในการเดินทาง ขณะเดียวกันมีครูรายใหม่บางส่วนที่ได้รับการว่าจ้างให้เข้ามาสอน เมื่อทางกระทรวงการต่างประเทศสามารถจัดหาเที่ยวบินให้เดินทางเข้ามายังประเทศไทยได้จึงเดินทางมาพร้อมกันในเที่ยวบินเหมาลำ จึงดูเหมือนเราจ้างครูจากฟิลิปปินส์มาก ซึ่งครูชาวต่างชาติเหล่านี้ถือเป็นไปตามความต้องการของทางโรงเรียนเอกชน และแม้ประเทศฟิลิปปินส์จะมีการแพร่ระบาดของโรคค่อนข้างมาก แต่ทุกคนต้องผ่านการคัดกรองอย่างเคร่งครัดเหมือนกันกับคนประเทศอื่นๆ ดังนั้น จึงขอให้สบายใจได้ อย่างไร ก็ตาม ขณะนี้ยังมีครูชาวต่างชาติจากลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา, อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์, ลอนดอน ประเทศอังกฤษ และประเทศสิงคโปร์ จะทยอยเดินทางเข้ามาอีกตามความเห็นชอบของกระทรวงการต่างประเทศ และ ศบค.

แรงงานพม่าหนีโควิดเข้าไทย

นอกจากนี้วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังคงสกัดต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายได้เพิ่ม โดย ร.ต.ต.ประภัทร์ หมื่นเพชร รอง สวป.สภ.สะเดา จ.สงขลา รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบชาวพม่าหลายคนนอนอยู่ใต้สะพานข้ามคลองหลังด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ บ้านด่านนอกหมู่ 7 ต.สำนักขาม จึงนำกำลังตรวจสอบพบชาวพม่า 24 คน เป็นชาย 16 คน หญิง 8 คน ทั้งหมดอยู่ในสภาพอิดโรยและไม่มีเอกสารการเดินทาง สอบถามทั้งหมดเคยทำงานอยู่ในมาเลเซีย แต่มีการระบาดของโควิด-19 ทำให้ไม่มีงานทำต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างลำบาก ต้องการเดินทางกลับประเทศ จึงว่าจ้างนายหน้าชาวมาเลเซียให้ช่วยลักลอบข้ามชายแดนไทย แต่ระหว่างรอนายหน้าคนไทยมารับเพื่อเดินทางต่อ กลับถูกเจ้าหน้าที่จับกุมเสียก่อน เจ้าหน้าที่จึงนำตัวทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง เตรียมผลักดันกลับประเทศต่อไป

ละตินอเมริกาตายสูงสุด

สำหรับสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ในต่างแดน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกได้เพิ่มเป็น 19.5 ล้านคน ในจำนวนนี้อยู่ระหว่างรับการรักษากว่า 6.27 ล้านคน เสียชีวิตรวมกว่า 724,000 คน ขณะที่ภูมิภาคละตินอเมริกาและแถบทะเล แคริบเบียน จำนวนผู้เสียชีวิตรวมมากที่สุดในโลก อยู่ที่ 213,120 คน แซงหน้าภูมิภาคยุโรป ที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตรวม 212,660 คน ซึ่งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ยอดผู้เสียชีวิตในภูมิภาคละตินอเมริกาและแถบทะเลแคริบเบียน ยังคิดเป็น 44 เปอร์เซ็นต์ของยอดผู้เสียชีวิตทั่วโลกเช่นกัน ทั้งเป็นภูมิภาคที่มีผู้ติดเชื้อรวมมากที่สุดในโลกคือ 5.3 ล้านคน

เด็กมะกันป่วยคล้ายคาวาซากิ

ที่สหรัฐอเมริกา จุดศูนย์กลางแพร่ระบาดอันดับ 1 ของโลก พบผู้ติดเชื้อรวมเพิ่มเป็น 5.09 ล้านคน เสียชีวิตรวมมากกว่า 164,000 คน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐฯ (CDC) เปิดเผยข้อมูลว่า มีเด็กอย่างน้อย 600 คน ในสหรัฐฯ ที่ติดเชื้อโควิด-19 ได้ประมาณ 2 สัปดาห์ และแสดงอาการป่วยคล้ายโรคคาวาซากิ หรือภูมิคุ้มกันร่างกายทำงานเกินพอดี จนส่งผลให้มีไข้สูง ผดผื่น อวัยวะบวม ไปจนถึงหัวใจบวม ซึ่งเคสลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นในภูมิภาคยุโรปมาก่อน

เชื่อวัคซีนได้ผลไม่เต็มร้อย

ส่วนนายแอนโธนี ฟอซี หัวหน้าทีมรับมือไวรัสประจำทำเนียบขาว สหรัฐฯ ประเมินว่า วัคซีนป้องกันไวรัสโควิดต่างๆ ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและมีแนวโน้มว่าจะได้รับอนุมัติใช้งาน จะมีประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัสเพียง 50-60 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งส่วนตัวอยากให้มีประสิทธิภาพ 75 เปอร์เซ็นต์มากกว่า ส่วนเรื่องที่จะมีวัคซีนป้องกันไวรัสที่มีประสิทธิภาพระดับ 98 เปอร์เซ็นต์นั้น ไม่ค่อยมีแนวโน้มสักเท่าไร กรณีนี้หมายความว่าถึงเราจะได้วัคซีนแล้ว ก็ยังจำเป็นต้องรักษามาตรการป้องกันไวรัสกันต่อไป ทั้งนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้นายฟอซีประเมินว่าสหรัฐฯจะผลิตวัคซีนได้ 10 ล้านโดสในช่วงต้นปี 2564 และ 1,000 ล้านโดสในปลายปีเดียวกัน แต่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เชื่อว่าจะได้วัคซีนก่อนวันเลือกตั้งสหรัฐฯ 3 พ.ย.นี้

ออสซี่แจงอัตราติดเชื้อเริ่มนิ่ง

ที่รัฐวิกตอเรีย จุดศูนย์กลางแพร่ระบาดของไวรัสในออสเตรเลีย ซึ่งเริ่มใช้มาตรการล็อกดาวน์รอบใหม่เป็นเวลา 6 สัปดาห์ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมานั้น กระทรวงสาธารณสุขได้ตรวจพบผู้ติดเชื้อ รายใหม่ 466 คน เสียชีวิต 12 คน ขณะที่ 1 วันก่อนหน้า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 450 คน เสียชีวิต 11 คน ซึ่งถือว่าเป็นอัตราการแพร่เชื้อที่เริ่มคงที่เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน ที่ผู้ติดเชื้อทำสถิติสูงสุด 725 คนในวันเดียว ทั้งนี้ ยอดผู้ติดเชื้อรวมในออสเตรเลียอยู่ที่ 20,697 คน เสียชีวิตรวม 278 คน

เบอร์ 1 อาเซียนยอดพุ่งไม่หยุด

ส่วนที่ฟิลิปปินส์ จุดศูนย์กลางแพร่ระบาดรุนแรงอันดับ 1 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กระทรวงสาธารณสุขฟิลิปปินส์รายงานการตรวจพบผู้ติดเชื้อในวันเดียว 4,226 คน เสียชีวิต 41 คน ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อรวมทั่วประเทศอยู่ที่ 126,885 คน เสียชีวิตรวม 2,209 คน ขณะที่สถิติยอดติดเชื้อสูงสุดในวันเดียวของฟิลิปปินส์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ส.ค. ที่ผ่านมา พบมีผู้ติดเชื้อถึง 6,277 คน โดยยอดรวมของฟิลิปปินส์เริ่มทิ้งห่างอินโดนีเซีย ชาติที่มีการแพร่ระบาดหนักเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน มีผู้ติดเชื้อรวม 121,226 คน เสียชีวิตรวม 5,593 คน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1โควิด-19ครูสอนพิเศษฟิลิปปินส์ไวรัสโคโรนาCOVID-19ข่าววันนี้

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 02:59 น.