ศรีลังกาเป็นอีกประเทศที่มีปัญหาเรื่องสารเคมีเกษตรคล้ายบ้านเรา เอ็นจีโอจุดประกายความน่ารังเกียจ และมีการแบนสารกำจัดวัชพืช 2 ชนิดสำคัญ นั่นคือ พาราควอต และไกลโฟเซต ในเวลาไล่เลี่ยห่างกันแค่ปีเดียว ...ต่างจากบ้านเราที่จ้องจะแบนพร้อมกันทีเดียว 2 ตัวแบนไปแล้วเกิดอะไรขึ้น ทำไมศรีลังกาต้องหวนกลับมาใช้ใหม่...เป็นเรื่องที่ Prof. Buddhi Marambe นายกสมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศศรีลังกา ได้นำมาเล่าสู่กันฟังในเวทีเสวนา “ทางออกที่ยั่งยืนของสารเคมีกำจัดศัตรูพืช” จัดโดย สมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาศรีลังกาใช้พาราควอตมาตั้งแต่ปี 2503...มีปัญหาเหมือนบ้านเรามีคนเอาพาราควอตมากินฆ่าตัวตายกันปีละ 400-500 คน...ปี 2551 เลยมีมาตรการจำกัดการใช้ และมาประกาศแบน ห้ามใช้เด็ดขาดในปี 2557ส่วนไกลโฟเซต ศรีลังกาเริ่มให้ใช้เมื่อปี 2520 เพื่อกำจัดวัชพืชริมถนน แปลงชาร้าง เพราะมีปัญหาการระบาดของวัชพืชข้ามปี...วัชพืชที่มีหัวมีเหง้าอยู่ใต้ดิน พาราควอตกำจัดได้ไม่หมด เพราะไม่ใช่สารดูดซึม ที่ลงไปทำลายหัวเหง้าใต้ดินได้ปี 2541 อนุญาตให้ใช้กำจัดวัชพืชในนาข้าวได้...ล้างเตรียมแปลงก่อนปลูกข้าวบังเอิญในกาลต่อมา ศรีลังกามีปัญหาผู้ป่วยโรคไต CKDu ในชาวนา เอ็นจีโอกล่าวหา ไกลโฟเซตคือตัวการ ทั้งที่เริ่มพบโรคนี้มาตั้งแต่ปี 2538 ก่อนที่จะมีการใช้ไกลโฟเซตในนา...ที่น่าแปลก เกษตรกรปลูกชาใช้ไกลโฟเซตเหมือนกัน กลับไม่พบการป่วยด้วยโรคนี้กระนั้นการปลุกกระแสชวนเชื่อให้สังคมตื่นกลัวเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องประจวบกับปี 2558 สถาบันการวิจัยมะเร็งนานาชาติ (IARC) ได้จัดให้ไกลโฟเซต เป็นสารอยู่ในกลุ่ม 2A ที่สงสัยว่าจะเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ เพราะยังมีหลักฐานเล็กน้อยไม่พอที่จะบ่งชี้ว่าทำให้มะเร็งในมนุษย์...ต่างจากสารในกลุ่ม 1 ที่ยืนยันไปแล้วว่าเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์กระนั้นความกลัวและไม่เข้าใจในคำจำกัดความ สารกลุ่ม 2A ในที่สุดรัฐบาลศรีลังกาประกาศแบนไกลโฟเซต ในปี 2558...ทั้งที่ปี 2557 ได้แบนพาราควอตไปก่อนแล้วเมื่อสารกำจัดวัชพืช 2 ขวัญใจเกษตรกรถูกห้ามใช้...อะไรเกิดขึ้นตามมา ติดตามตอนต่อไป.สะ-เล-เต