เมื่อวันพุธที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมานี้เอง สื่อมวลชนทุกแขนงต่างนำเสนอข่าวและภาพการเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปทรงเปิดอาคาร “ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา” ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้รวบรวมพลังศรัทธาจากพี่น้องชาวจีนในประเทศไทยและพี่น้องชาวไทยอีกจำนวนมาก จัดสร้างขึ้นเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567นำความปลื้มปีติ ยินดี และความรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างเปี่ยมล้นมาสู่พสกนิกรทุกหมู่เหล่าที่มีโอกาสได้ชมภาพและอ่านข่าวอันเป็นมงคลยิ่งนี้ในทุกแห่งหนทั่วประเทศโดยเฉพาะตัวอาคารศาลเจ้าที่สร้างขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการในแบบศิลปวัฒนธรรมโบราณของจีน และองค์ “หลวงปู่ไต้ฮงกง” ที่แกะสลักขึ้นใหม่ด้วยหินหยกขาวขนาดใหญ่ ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในศาลเจ้า รับการกล่าวขวัญถึงอย่างกว้างขวางทันทีทันควันในวันถัดมาหัวหน้าทีมซอกแซกเองได้ฝากเนื้อ ฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของ “หลวงปู่ไต้ฮงกง” มากว่า 40 ปีแล้ว และได้นำเรื่องราวของท่านมาเผยแพร่ผ่านคอลัมน์นี้ เท่าที่จำได้อย่างน้อยก็ 2 ครั้งโดยเดินทางไปกราบสักการะท่าน ณ ศาลเจ้าเดิม ซึ่งตั้งอยู่หน้าสถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พูดคุยกับผู้ใหญ่ของ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ผู้ดูแลศาลเจ้าของหลวงปู่ในบริเวณดังกล่าว ทำให้ทราบถึงประวัติและคุณงามความดีที่หลวงปู่ได้ ริเริ่มขึ้นเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประชาชนชาวจีนในอดีต รวมถึงครั้งหนึ่งได้เกิดโรคระบาดใหญ่ในอำเภอที่ศาลเจ้าท่านตั้งอยู่ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวจีนแต้จิ๋วและมีผู้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก ไม่สามารถจะจัดการดูแลกับศพผู้เสียชีวิตได้ หลวงปู่ไต้ฮงกงจึงออกนำราษฎรช่วยกันเก็บศพและช่วยกลบฝังร่างของผู้เสียชีวิตจนกลายเป็นต้นแบบของการช่วยเหลือและเก็บศพไร้ญาติของ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มาจนถึงทุกวันนี้ตามประวัตินั้นหลวงปู่ไต้ฮงกงเดิมรับราชการเป็นขุนนางมีตำแหน่งสำคัญในสมัยราชวงศ์ซ่ง พ.ศ.1503-พ.ศ.1822 แต่ต่อมาก็ได้ตัดสินใจลาออกจากราชการมาบวชเป็นพระภิกษุในพุทธศาสนาพร้อมกับสร้างบุญบารมีด้วยการช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้ ตลอดจนการช่วยเก็บศพไร้ญาติดังได้กล่าวไว้แล้วชาวจีนแต้จิ๋วเคารพนับถือหลวงปู่อย่างมาก แม้กาลเวลาจะผ่านไปอีกหลายร้อยปีก็ยังเล่าขานสู่กันจนเป็นตำนาน และต่อมาเมื่อชาวจีนแต้จิ๋วเดินทางมาประกอบอาชีพในดินแดนสยามมากขึ้น จึงอัญเชิญรูปปั้นของ ท่านมาด้วย และมีหลักฐานว่าในยุคสมัยรัชกาลที่ 5 ของแผ่นดินสยาม ชาวจีนกลุ่มดังกล่าวก็ได้จัดสร้างศาลเจ้าของ “หลวงปู่ไต้ฮงกง” อย่างเป็นทางการ ณ บริเวณถนนพลับพลาไชยหัวหน้าทีมซอกแซกก็ได้นำเรื่องราวโดยสรุปของท่านมาบันทึกไว้ในคอลัมน์นี้ พร้อมกับถือโอกาสฝากเนื้อฝากตัวเป็นลูกศิษย์ท่านด้วยคนหนึ่ง มีเวลาและมีโอกาสที่เหมาะสมเมื่อใดก็จะแวะไปกราบไหว้อยู่เสมอๆ เมื่อทราบว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จไปทรงเปิดศาลเจ้าไต้ฮงกงแห่งใหม่ รวมถึงได้เห็นภาพอาคารศาลอันยิ่งใหญ่ และสวยงามตระการตาดังได้กล่าวไว้แล้ว จึงตัดสินใจชักชวน ทีมงานซอกแซกเดินทางไปกราบสักการะเมื่อวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคมที่แล้วนี้เองคงจะทราบแล้วว่าศาลเจ้าแห่งใหม่ หรือ “ศาลเจ้าไต้ฮงกง หยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา” ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 4 ไร่ 17 ตารางวา ของ ถนนเจริญราษฎร์ (สาทรตัดใหม่) บริเวณ ซอยเจริญราษฎร์ 2สร้างด้วยงบประมาณจากการบริจาคของประชาชนผู้ศรัทธากว่า 1,000 ล้านบาท ออกแบบก่อสร้างโดยบริษัทไทยและบริษัทจีน เน้นสถาปัตยกรรมจีนตอนใต้ฉบับแต้จิ๋ว นอกจากสวยงามตระการตาแล้วยังมีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ที่จอดรถใต้ดิน ลิฟต์จากบริเวณจอดรถขึ้นสู่ตัวศาล และพื้นปูแข็ง รวมทั้งภายในศาลก็ปูด้วยพรมแดงค่อนข้างแข็ง สามารถเข็นรถเข็นสำหรับผู้สูงอายุเข้าไปสักการะได้เลย ไม่ต้องจอดรถเข็นไว้ ด้านนอกและไม่ต้องถอดรองเท้าแต่อย่างใดที่สำคัญองค์หลวงปู่ ไต้ฮงกง ที่ประดิษฐานโดดเด่นอยู่ในศาลนั้น แกะสลักจากหิน “หยกขาว” ขนาดใหญ่ แกะสลัก รวม 3 ชิ้น สูง 5.10 เมตร สง่างามมากภายในศาลยังประดิษฐานไว้ด้วย พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ และ พระโพธิสัตว์กวนอิม ซึ่งแกะสลักจากหินหยกขาวเช่นกันจุดสำคัญอีกจุดหนึ่งอยู่ที่ผนังรอบๆศาลด้านนอก เป็นภาพแกะสลักถึง 11 ภาพใหญ่ยักษ์ บอกเล่าประวัติของหลวงปู่ไต้ฮงกง ตั้งแต่เข้ารับราชการจนถึงออกบวช และปฏิบัติ ภารกิจเพื่อประชาชนจวบจนมรณภาพ และการเผยแผ่มาสู่สยามช่วงเวลาที่หัวหน้าทีมซอกแซกไปเยือนคือ 11 นาฬิกาตรง ผู้คนแน่นมาก แต่ก็หมุนเวียนแบบเข้าเร็วออกเร็ว การจราจรรอบๆจึงไม่ติดขัดคาดว่าเสาร์-อาทิตย์นี้ และเสาร์-อาทิตย์ต่อๆไป “ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว” ที่สร้างด้วยศรัทธามหาชนแห่งนี้จะมีผู้ไปสักการะขอพร และถวายความเคารพอย่างเนืองแน่นแน่นอน--ฝากดูแลการจราจรแถวๆนั้นด้วยนะครับท่านสารวัตร (จะให้ดีนั่ง BTS ไปดีกว่าครับ ลงสถานีสุรศักดิ์ แล้วเดินไปแค่ 4–500 เมตรเท่านั้นเอง)"ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “ซูมซอกแซก” เพิ่มเติม