ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้ การเมืองเริ่มขยับเปิดหน้าชนกันแล้ว “ประชาชน” เดินหน้าในฐานะผู้นำฝ่ายค้านก็ต้องเปิดฉากใส่ “ภูมิใจไทย” แกนนำรัฐบาล อีกทั้งยังต้องประกาศให้รู้ว่านี่คือผู้นำฝ่ายค้านตัวจริงเสียงจริง ไม่ใช่ “ประชาธิปัตย์” ที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” คะแนนนำโด่ง “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” จะปล่อยให้สถานการณ์เป็นไปแบบนี้ไม่ได้ก็ต้องแสดงความโดดเด่นเพื่อบอกให้รู้ว่านี่คือตัวจริงเสียงจริงจำเป็นต้องเล่นใหญ่เพื่อกำราบกันตั้งแต่วันนี้“ประชาธิปัตย์” ต้องรู้ว่าสนามจริงวันนี้คือเขาไม่ใช่ “มาร์ค”“ภูมิใจไทย” ของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ก็ต้องรู้ว่าทำอะไรไว้บนถนนการเมืองเวลานี้การเปิดฉากด้วยการจุดพลุ “ระบอบสีน้ำเงิน” ถือว่าเป็นการเปิดหน้ากากของ “อนุทิน” และ “ภูมิใจไทย” ที่กินรวบประเทศไทย ณ เวลานี้มันยิ่งกว่า “ระบอบทักษิณ” เสียอีกสส.ก็มากที่สุด สว.ก็เป็นของเรา องค์กรอิสระก็อยู่ในมือ อำนาจรัฐก็เพียบ คุมเศรษฐกิจและความเป็นไปทุกอย่างของประเทศนี้ขืนปล่อยให้เป็นไปอย่างนี้“ประชาชน” เสร็จแน่!การออกตัวเรื่ององคมนตรีที่เข้าร่วมประชุมกับฝ่ายรัฐบาลและมีการเสนอให้ยุบทิ้งเสียคืออาวุธนำวิถีที่พุ่งเป้าไปถึงความสัมพันธ์ระหว่าง “อนุทิน” กับ “สถาบัน”เนื่องจากบทบาทของ “อนุทิน” นั้นค่อนไปทางโหนอย่างชัดเจนออกหน้าออกตามาก พูดง่ายๆว่าเขานี่แหละคือตัวแทนแต่ “อนุทิน” บอกว่าที่เขาทำอย่างนี้ก็เพราะต้องการให้คนไทยยึดมั่นใน 3 สถาบันหลักของไทยคือ ชาติ ศาสนา พระมหา กษัตริย์ไม่ดีหรือ?ประเทศชาติจะได้สมานสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกัน ไม่แตกแยกเป็นฝักฝ่ายไม่ต้องการแบบนี้หรือเหมือนจะบอกว่ามีบางพรรคที่พยายามบ่อนเซาะสถาบันคงรู้กันดีว่าพรรคไหน?แนวทางของพรรคประชาชนที่ออกมาเปิดโปงครั้งนี้ก็ต้องการจะบอกว่าประเทศ ไทยเวลานี้มีพลังการเมืองกำลังกินรวบประเทศไทยจึงต้องตัดไฟแต่ต้นลม!หวังสร้างกระแสประชาชน ให้ออกมาคัดค้านการผูกขาดอำนาจทั้งองคาพยพแม้แต่กองทัพก็เป็นส่วนหนึ่งแต่ดูเหมือนว่าไม่ค่อยจะได้ผลเท่าใดนักเพราะพวกเขาเลือกพรรคนี้เข้ามาด้วยเสียงข้างมากก็ต้องดูการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก.ที่พอจะวัดผลได้พอสมควรการแก้ไขรัฐธรรมนูญคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุดที่พรรคประชาชนต้องการมากที่สุด เพื่อแก้ไขผลึกอำนาจที่ คสช.ทิ้งเอาไว้ขนาดว่าแค่เริ่มต้นก็พอจะมองเห็นแล้วว่าพวกเขาต้องการโดดเดี่ยว “ภูมิใจไทย”หันไปสามัคคีกับ “เพื่อไทย” แทนเพื่อมุ่งหวังที่จะแก้ไขให้ได้แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นๆไม่ว่ายุคใดสมัยใดยากที่จะได้อย่างใจเพราะแต่ละคนแต่ละพรรคต่างก็มีจุดยืนเป็นของตัวเอง!“ลิขิต จงสกุล”คลิกอ่านคอลัมน์ “สับรางวันอาทิตย์” เพิ่มเติม