เคยอ่านบทความในเฟซบุ๊กของ “คุณประภาส ชลศรานนท์” ศิลปินแห่งชาติ เขียนเรื่องราวของอาหารญี่ปุ่นไว้อย่างน่าสนใจ ด้วยว่าอาหารญี่ปุ่นอย่าง “ซูชิ” ข้าวปั้นโปะหน้าปลาดิบขนาดพอดีคำ แต่ขายในราคาหลักร้อยไปถึงหลักพันบาทได้นั้น เป็นเพราะญี่ปุ่นไม่ได้ขายแค่อาหาร แต่ขายวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมา 2,000 ปี ย้อนไปในยุคเอโดะ (กรุงโตเกียวในปัจจุบัน) ช่วงระหว่างปี 1603-1868 นับเป็นยุคที่สร้างวัฒนธรรมด้านอาหารให้ได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วประเทศญี่ปุ่น “ซูชิ” ได้ถูกปรับโฉมจากเดิมทานปลาหมักข้าว เปลี่ยนเป็นนำปลาสดมาแล่เป็นชิ้นโปะลงข้าวผสมน้ำส้มสายชูหมักปั้นเป็นก้อน ทำให้ได้รับความนิยมไปทั่วประเทศญี่ปุ่น แม้แต่ “เทมปุระ” รวมไปถึง “ปลาไหล” ล้วนได้รับความนิยมมาตั้งแต่สมัยเอโดะทั้งสิ้น ว่าแล้วขอพาท่านผู้อ่านตามไปสัมผัสกลิ่นอายบรรยากาศ และรสชาติอาหารญี่ปุ่นในยุคเอโดะกันครับ “คุณชายตะลอนชิม” สัปดาห์นี้ “คุณชายแป๊ะ” ขอแนะนำร้านอาหารญี่ปุ่น “เอโดะ” ที่เปิดให้บริการลูกค้ามานานกว่า 20 ปี ร้านแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ของโรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชัน ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ บรรยากาศภายในร้านจัดโทนแสงไว้อย่างอบอุ่น ชุดแจกัน, โคมไฟ, ภาพวาด, ดอกซากุระ และตุ๊กตาผู้หญิงสวมใส่ชุดกิโมโน ล้วนช่วยแต่งเติมเสริมบรรยากาศเหมือนหลงเข้ามาอยู่ในประเทศญี่ปุ่นจริงๆ “คุณสา–นาถวีณา ล้อมทรัพย์” ที่ปรึกษาด้านสื่อสารการตลาด มิราเคิล กรุ๊ป ต้อนรับด้วยรอยยิ้มหวาน พาเดินชมร้านที่มีการจัดแบ่งสเตชันอาหารจัดวางไว้เป็นสัดส่วน ทั้งเคาน์เตอร์ปลาดิบ ซูชิข้าวปั้น เป็นจุดต้อนรับ มีเชฟบริการปั้นซูชิโชว์แบบสดๆ โซนเทปันยากิ, เทมปุระ และชาบู ชาบู มีเชฟและพนักงานประจำแต่ละจุด ให้บริการลูกค้าทั้งแบบบุฟเฟต์และอะลาคาร์ต มีบริการสองรอบต่อวัน คือมื้อเที่ยง 11.30-14.30 น. และมื้อเย็น 17.00-21.00 น. ที่เรียกความสนใจของผมได้เป็นอย่างดี เป็นโซน “เทปันยากิ” สเต๊กสไตล์ญี่ปุ่น ที่เชฟโชว์ฝีมือทำกันสดๆด้วยความชำนาญ โดยลูกค้าสามารถเลือกวัตถุดิบที่ต้องการได้ด้วยตัวเอง ทั้งเนื้อวัว, เป็ด, หมู, เบคอน, ปลาแซลมอน, หอยเชลล์, ปลาซาบะ และกุ้ง เมื่อเลือกวัตถุดิบที่ต้องการใส่จาน เชฟจะนำไปผัดบนกระทะเหล็กแบนมีไฟลุกพึ่บดูน่าตื่นตาตื่นใจดีจริงๆ อันที่จริงแล้วเมื่อลูกค้าเลือกตักใส่จานและส่งให้เชฟปรุงไม่ต้องยืนรออย่างผมก็ได้ เพราะเมื่อปรุงเสร็จพนักงานจะนำอาหารมาเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะ ระหว่างรอเทปันยากิปรุงเสร็จ คุณสาเล่าว่า “ร้านอาหารเอโดะ ต้องการถ่ายทอดกลิ่นอายของประเทศญี่ปุ่นในยุคคลาสสิก อันเป็นยุครุ่งเรืองทางศิลปะ วัฒนธรรม และศาสตร์การรังสรรค์อาหารญี่ปุ่น สู่ประสบการณ์รับประทานอาหารที่เปี่ยมไปด้วยความประณีต สง่างาม และร่วมสมัยในทุกมิติ ผ่านรสชาติอาหารและศิลปะแห่งยุคเอโดะ นอกจากลูกค้าจะได้สัมผัสรสชาติอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมแล้ว เอโดะยังให้ความสำคัญในเรื่องการบริการตามอุดมการณ์ของ ดร.อัศวิน อิงคะกุล ประธานกรรมการบริหาร มิราเคิล กรุ๊ป ผู้ก่อตั้งอาณาจักร มิราเคิล ผู้เป็นต้นแบบการบริการด้วยหัวใจด้วยค่ะ” พนักงานนำเทปันยากิที่ผัดปรุงกับซอสญี่ปุ่น เนย พริกไทย สาเก เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำจิ้มทั้ง 3 แบบ แบบแรกเป็นหอมปั่นกระเทียม นำไปบีบน้ำออกคัดเอาเฉพาะเนื้อหอมกับกระเทียมมาปรุงด้วยพริกไทย เกลือ ซอสญี่ปุ่น ทำให้เวลารับประทานจะได้กลิ่นหอม กินคู่กับเนื้อวัวนุ่มๆ เนื้อเป็ดหั่นแล่มาพอดีคำ ปลาแซลมอนกริลล์มาแบบพอดิบพอดี หรือหอยเชลล์เนื้อสดเด้งก็อร่อยเข้ากันดี ยังมีน้ำจิ้มครีมสลัด และน้ำจิ้มซีฟู้ดไว้เพิ่มอรรถรส สำหรับลูกค้าที่ชอบความจัดจ้าน อีกไฮไลต์ของ “เอโดะ” ที่ “คุณส้มโอ–ไพลิน มินทะระ” ผู้จัดการร้านนำเสนอคือ “ซาซิมิปลาดิบรวม” ที่เสิร์ฟมาในเรือไม้จำลองลำน้อย ก่อนรับประทานคุณส้มโอนำน้ำเติมลงไปที่ใต้ท้องเรือที่มีน้ำแข็งแห้งก่อนจะมีควันแผ่กระจายออกมาเป็นรัศมีรอบลำเรือ ทำให้รู้สึกเหมือนเรือลำนี้กำลังนำปลาดิบสดๆ จากทะเลมาเสิร์ฟ เนื้อปลาเทราต์ เนื้อแน่น ลีน ไขมันน้อย แล่มาเป็นชิ้นใหญ่เคี้ยวแล้วสัมผัสถึงความสด เนื้อหนึบ จิ้มซอสโชยุและวาซาบิเพิ่มความซาบซ่าแสบขึ้นจมูกเล็กน้อย ในลำเรือยังมีปลาทูน่า หรืออากามิ เนื้อแดงสดไร้เส้นเอ็นมาให้ก้อนใหญ่ เพราะคัดไซส์ใหญ่พิเศษมาไว้บริการ แล่เป็นชิ้นหนาๆเคี้ยวแล้วเพลิดเพลินในปาก ปลาซาบะดอง, หนวดปลาหมึก, ปูอัด และไข่หวาน วัตถุดิบคุณภาพดี สด สะอาด รับประทานได้อย่างสบายใจ ผู้ชื่นชอบสุกี้ญี่ปุ่น “ชาบู ชาบู” ต้องถูกใจกับเซตชาบู ชาบู ที่ยกมาเสิร์ฟเป็นหม้อใหญ่ด้วยซุปน้ำดำ หอมกลิ่นปลาแห้ง ได้รสชาติเข้มข้นเมื่อผ่านการเคี่ยวกับหัวหอม เห็ดหอมซอสญี่ปุ่น วัตถุดิบมีให้เลือกทั้งหมูสไลซ์ เนื้อสไลซ์ ทานกับซอสเปรี้ยวพอนสึ หรือจะเป็นน้ำจิ้มสุกี้มีพริกกระเทียมให้เติมเพิ่มรสชาติให้ถูกปากก็มีให้เลือกชิมใครชอบข้าวปั้น “นิกิริ” เสิร์ฟมาเป็นคู่ 2 ชิ้น ทั้งแซลมอน, มากุโระ, หมึกยักษ์, ไข่ปลาแซลมอน, ปลาไหล, หรือจะเป็นมากิ แคลิฟอร์เนียโรล, กุ้งเทมปุระ, ข้าวหน้าปลาไหลย่าง, ยำสาหร่าย, กิมจิ, กุ้งขาวดอง และแซลมอนดอง เลือกอร่อยได้หลากหลาย เท่านั้นยังไม่พอสำหรับบุฟเฟต์ยังมีอาหารทานเล่นทั้งปูนิ่ม, ยากิโซบะ และหัวปลาตุ๋นซีอิ๊ว ที่สลับสับเปลี่ยนกันมาเสิร์ฟในแต่ละวัน สำหรับบุฟเฟต์ในมื้อกลางวันราคา 790 บาท ถือว่าคุ้มค่าเกินราคา“สำหรับมื้อเย็นเอโดะให้บริการในแบบบุฟเฟต์เช่นกัน แต่ลูกค้าแค่สั่งที่โต๊ะเรามีบริการเสิร์ฟและจัดจานในรูปแบบอะลาคาร์ต ในราคาท่านละ 990 บาทค่ะ ถ้ามาทานในมื้อเย็นรับรองว่าต้องร้องว้าว อร่อยและคุ้มค่าในราคาแน่นอน” คุณส้มโออธิบายเสร็จสั่งให้พนักงานนำอาหารพิเศษที่มีเฉพาะในบุฟเฟต์มื้อเย็นมาเสิร์ฟเพิ่ม ทั้งไข่ปลาแซลมอน, ปลาฮามาจิเนื้อนุ่มมีความมัน, หอยเชลล์ญี่ปุ่น และดรากอนโรล ข้าวห่อสาหร่ายออนท็อปด้วยเนื้อวากิวเบิร์นไฟ จัดมาให้ชิมอย่างจุใจคุณส้มโอเล่าว่า “เอกลักษณ์ของร้านเอโดะอยู่ที่ปลาดิบ สดใหม่ทุกวัน เราจะแล่ปลาเป็นตัว โดยคำนวณปริมาณให้เพียงพอกับลูกค้าในแต่ละวัน ทำให้ปลาดิบมีความสดใหม่เสมอ ทางร้านมีการจัดโปรโมชันทุกช่วงเทศกาล ขอให้ติดตามข่าวสารทางเฟซบุ๊กของโรงแรมอัศวินฯ หรือโทรศัพท์มาสอบถามกับทางร้านล่วงหน้าได้ กรณีจองล่วงหน้าเราสามารถจัดเมนูพิเศษที่ลูกค้าต้องการรับประทานไว้บริการให้ในไลน์บุฟเฟต์ได้เช่นกัน สำหรับลูกค้าที่เป็นหมู่คณะต้องการความเป็นส่วนตัว เอโดะมีห้องวีไอพี 3 ห้อง ห้องใหญ่รับบริการลูกค้า 12–14 คน ราคา 1,000 บาท ห้องเล็กจำนวน 2 ห้อง ห้องละ 8 คน ราคาห้องละ 500 บาท” สนนราคาบุฟเฟต์มื้อกลางวัน (บริการตัวเอง) ตั้งแต่เวลา 11.30-14.30 น. ราคา 790 บาทต่อคน บุฟเฟต์มื้อเย็น (นั่งสั่งที่โต๊ะเสิร์ฟแบบอะลาคาร์ต) ให้บริการตั้งแต่เวลา 17.00-21.00 น. ราคา 990 บาทต่อคน ร้าน “เอโดะ” เปิดบริการทุกวัน โทรศัพท์จองโต๊ะล่วงหน้า 0-2159-5888 ต่อห้องอาหาร “เอโดะ” Facebook : Asawin Grand Convention Hotel."คุณชายแป๊ะ"คลิกอ่านคอลัมน์ “คุณชายตะลอนชิม” เพิ่มเติม