เกาหลีใต้ประกาศยกระดับการเตือนภัยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นระดับสูงสุด หลังจำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งพรวดจาก 400 กว่าเป็น 600คน จำนวนนี้เกือบครึ่งอยู่ในเมืองแทกู และเชื่อมโยงกับกลุ่มนิกายชินชอนจี ส่งผลให้อิสราเอลถึงกับงัดมาตรการเด็ดขาด ห้ามคนจากแดนกิมจิเข้าประเทศ ส่งกลับเที่ยวบินจากโคเรียน แอร์ เกือบยกลำ ส่วนผู้ป่วยโควิด-19 ในจีนตายเฉียด 2.5 พันศพ ด้านไทยรักษานักท่องเที่ยวจีนหายป่วยอีก 1 ราย ไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม ขณะที่ รมว.ศธ.สั่งครู-นร.ที่เดินทางไป 6 ประเทศกลุ่มเสี่ยงให้หยุดอยู่บ้านดูอาการ 14 วันสำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่มีต้นตอจากเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน แต่ขณะนี้ลุกลามไปทั่วโลก โดยเมื่อวันที่ 23 ก.พ. นายมูน แจ อิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ประกาศยกระดับการเตือนภัยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นระดับสูงสุด หลังพบผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่มเป็น 4 คน และผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เมืองแทกู ทางภาคใต้ของประเทศ ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขเกาหลีใต้ ยืนยันจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสมรณะเพิ่มจาก 433 คน กลายเป็น 602 คน ในจำนวนนี้ 309 คน เกี่ยวข้องกับกลุ่มคริสต์ นิกายชินชอนจี ในเมืองแทกู ซึ่งนายควอน ยัง จิน นายกเทศมนตรีเมืองแทกู ได้เรียกร้องให้สมาชิกกลุ่มชินชอนจี รีบแสดงตัวและเข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นการด่วนจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในเกาหลีใต้ ส่งผลให้รัฐบาลอิสราเอลตัดสินใจใช้มาตรการเข้มงวดทันที โดยเมื่อคืนวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สนามบินเบนกูเรียนในกรุงเทลอาวีฟ มีคำสั่งห้ามผู้โดยสารที่มากับสายการบินโคเรียน แอร์ ของเกาหลีใต้ ลงจากเครื่อง ยกเว้นชาวอิสราเอล 12 คน ที่นำตัวไปกักบริเวณ พร้อมมีคำสั่งให้เที่ยวบินดังกล่าวเดินทางกลับเกาหลีใต้ ทำให้กระทรวงต่างประเทศเกาหลีใต้ออกแถลงแสดงความไม่พอใจที่รัฐบาลอิสราเอลไม่แจ้งมาตรการดังกล่าวล่วงหน้า นอกจากนี้ รัฐบาลอิสราเอลยังสั่งกักบริเวณนักเรียนและครูเกือบ 200 คน จากโรงเรียน 3 แห่ง ที่ไม่ระบุชื่อและเมือง เป็นเวลา 2 สัปดาห์ หลังตรวจพบว่า มีนักเรียนจาก 3 โรงเรียนดังกล่าว ได้พบปะกับสมาชิกกลุ่มศาสนาชินชอนจีจากเกาหลีใต้ ที่เดินสายทัวร์อิสราเอล ระหว่างวันที่ 8-15 ก.พ. ซึ่งมีรายงานว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 18 คน หลังเดินทางกลับถึงเกาหลีใต้ส่วนที่ญี่ปุ่น นายคัตสุโนบุ คาโตะ รมว.สาธารณสุขญี่ปุ่น แถลงการณ์ขอโทษประชาชน ที่เจ้าหน้าที่ปล่อยปละละเลยให้ผู้โดยสารจากเรือสำราญไดมอนด์ ปรินเซสส์ ซึ่งเทียบท่านอกฝั่งเมืองโยโกฮามา อย่างน้อย 23 คน ลงจากเรือ โดยไม่ได้ผ่านกระบวนการคัดกรองตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ. และเมื่อช่วงวันที่ 19-20 ก.พ.ที่ผ่านมา จึงตรวจพบหญิงวัย 60 ปี จากจังหวัดโทจิกิ ทางตอนเหนือของกรุงโตเกียว หนึ่งในผู้โดยสารกลุ่มดังกล่าว ติดเชื้อ 1 คน ขณะที่สำนักข่าวเอ็นเอชเคของญี่ปุ่น ระบุว่า จำนวนผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันในญี่ปุ่น เพิ่มเป็น 136 คน มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นเจ้าหน้า ที่ด่านกักกันโรคในสนามบินฮอกไกโด และพนักงานการรถไฟในเมืองนาโกยาและมีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 คน เป็นชาวญี่ปุ่น วัย 80 ปี ผู้โดยสารจากเรือไดมอนด์ ปรินเซสส์นอกจากนี้ สื่อต่างประเทศรายงานด้วยว่า สมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะแห่งญี่ปุ่น ทรงเฉลิมฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบรอบ 60 พรรษา เมื่อ 23 ก.พ. ซึ่งนับเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา ครั้งแรกนับตั้งแต่เสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อปีที่แล้ว แต่งานวันเฉลิมพระชนมพรรษาปีนี้ ถูกยกเลิกเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมทั้งทรงยกเลิกการเสด็จออกพระสีหบัญชรพระราชวังอิมพีเรียล เพื่อให้พสกนิกรหลายหมื่นคนร่วมถวายพระพร โดยพระองค์ทรงส่งพระราชสาส์นแสดงความเห็นพระทัยต่อผู้ป่วยโควิด-19 และครอบครัวด้วยวันเดียวกัน นายแอททิลิโอ ฟอนตานา ผู้ว่าการแคว้นลอมบาร์ดี ทางตอนเหนือของอิตาลี ซึ่งมีเมืองมิลานเป็นเมืองเอก รายงานความคืบหน้าสถานการณ์ผู้ป่วยโควิด-19 ว่าพบผู้ติดเชื้อในแคว้นเพิ่มเป็น 89 คน และหากรวมทั้งประเทศ เท่ากับยอดผู้ติดเชื้อพุ่งสูงถึง 117 คน และมีรายงานในเวลาต่อมาว่าเทศบาลเมืองมิลานมีคำสั่งระงับการเรียนการสอนตามโรงเรียนชั่วคราว ซึ่งนายวอลเตอร์ ริกกิอาร์ดี เจ้าหน้าที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ในอิตาลี ระบุด้วยว่า รัฐบาลอิตาลีตัดสินใจผิดพลาดที่ไม่ใช้มาตรการกักบริเวณผู้ที่เดินทางมาจากจีน และในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า ก็จะเห็นภาพชัดเจนว่าสถานการณ์ในอิตาลี จะเป็นเช่นไร ระหว่างนี้ขอให้ชาวอิตาลีหลีกเลี่ยงพื้นที่สาธารณะ เช่น รถไฟ รถไฟใต้ดิน โรงยิม ผับและคาเฟ่ ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขอิหร่าน ที่พบการติดเชื้อมากที่สุดในภูมิภาคตะวันออกกลาง เปิดเผยว่ายอดผู้เสียชีวิตจากไวรัสเพิ่มเป็น 8 คน ติดเชื้อ 43 คนส่วนสถานการณ์ในจีน คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน แถลงเมื่อวันที่ 23 ก.พ.ว่า ผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตเพิ่มเป็น 2,442 คน ตรวจพบการติดเชื้อ 76,936 คน เพิ่มจาก 1 วันก่อนหน้า 648 คน แต่ถือว่าเป็นการพบผู้ติดเชื้อเพิ่มรายวันที่ต่ำกว่า 1,000 คน เป็นเวลา 3 วันติดต่อกัน ขณะที่สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานด้วยว่า บรรดาร้านอาหารในกรุงปักกิ่ง ต่างได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสถานการณ์แพร่ระบาดครั้งนี้ โดยเครือข่ายภัตตาคารดังอย่างบริษัท หยุนไห่เหยา ยอมรับว่ายอดจำหน่ายลดฮวบเหลือเพียงร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ เช่นเดียวกับกลุ่มธุรกิจคาเฟ่เบลลาจิโอ ระบุว่า 10 วันที่ผ่านมา มีรายได้เพียง 30,000 หยวน หรือราว 134,694 บาท หากเทียบกับช่วงก่อนเกิดการระบาดของไวรัสมรณะ มีรายได้ 10 วัน เฉลี่ย 200,000 หยวน หรือประมาณ 897,963 บาท นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยปักกิ่งและมหาวิทยาลัยซิงหัว ยังเปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของผู้ประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม 1,000 ราย ปรากฏว่าผู้ตอบแบบสอบถาม 85 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่าดูจากเงินทุนในขณะนี้ ธุรกิจจะอยู่รอดได้อีกเพียง 3 เดือนสำหรับสถานการณ์ในไทย ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ.แถลงว่า จนถึงวันที่ 23 ก.พ. ยังไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม และมีผู้ป่วยยืนยันกลับบ้านได้เพิ่มอีก 1 ราย เป็นนักท่องเที่ยวหญิงจีน อายุ 54 ปี รักษาที่สถาบันบำราศนราดูร ทำให้ขณะนี้มีจำนวนผู้ป่วยสะสมเท่าเดิม 35 ราย ผู้ป่วยติดเชื้อรักษาตัวในโรงพยาบาล รวม 14 ราย ส่วนใหญ่อาการดีขึ้น กลับบ้านแล้ว รวม 21 ราย มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค 1,355 ราย คัดกรองไปแล้ว 3,046,342 ราย ให้กลับบ้าน และอยู่ระหว่างการติดตามอาการ 1,071 ราย พักในโรงพยาบาล 284 ราย โดยส่วนใหญ่พบว่าเป็นไข้หวัดตามฤดูกาลปลัด สธ.กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีประเด็นที่น่าสนใจในการเดินทางระหว่างประเทศ โดยขณะนี้ทั่วโลกมีการระบาดของโรคโควิด-19 รวม 14 ประเทศ แต่องค์การอนามัยโลกยังไม่มีการห้ามเดินทางไปประเทศที่มีการระบาด ประเทศไทยจึงยังไม่มีการกำหนดมาตรการจำเพาะในการเดินทางระหว่างประเทศ แต่ได้เพิ่มเกณฑ์การเฝ้าระวัง คัดกรองผู้เดินทางไปและกลับจากต่างประเทศที่มีการระบาดทุกช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศ และในการควบคุมโรคต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชน หากเดินทางมาจากพื้นที่ที่มีรายงานการระบาดอย่างต่อเนื่อง หรือมีการระบาดภายในประเทศ ได้แก่ จีน รวมถึง ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ให้เฝ้าระวังอาการตนเองอย่างน้อย 14 วัน งดไปที่ชุมชน งดใช้ขนส่งสาธารณะ งดใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น รวมทั้งปฏิบัติตามคำแนะนำของ สธ.ด้านนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ได้สั่งการให้นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) แจ้งหนังสือเวียนไปยัง หน่วยงานราชการและสถานศึกษาทั่วประเทศถึงมาตรการการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 โดยครูและบุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนที่เดินทางไปต่างประเทศใน 6 กลุ่มประเทศเสี่ยงแพร่ระบาดของไวรัส ได้แก่ ประเทศจีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง เกาหลีใต้ ไต้หวัน และสิงคโปร์ ขอให้นักเรียนและครูที่เดินทางไปในกลุ่มประเทศดังกล่าวหยุดเรียนและหยุดปฏิบัติงาน เฝ้าระวังอาการเป็นเวลา 14 วัน ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคจากกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ดังนั้น จึงขอให้สถานศึกษาและหน่วยงานราชการ ศธ. ยึดเป็นแนวปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโรค ขณะเดียวกันขอให้โรงเรียนทุกแห่งดูแลเรื่องสุขอนามัยภายในโรงเรียนอย่างเคร่งครัดด้วย