ข่าว
100 year

ซิเมิร์ก นกมหัศจรรย์ในตำนานเปอร์เซีย

ทีมงานนิตยสารต่วย'ตูน4 พ.ย. 2561 05:01 น.
SHARE

สัตว์ปีกมหัศจรรย์ที่คอลัมน์ไทยรัฐซันเดย์สเปเชียลโดยทีมงานนิตยสารต่วย’ตูนจะนำมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ เป็นตำนานของภูมิภาคอื่นเช่นเดียวกับนกฟีนิกซ์ นกไฟซึ่งปรากฏอยู่ในหลายอารยธรรม และนกร็อก นกยักษ์ในตำนานของชาวตะวันออกกลางที่เคยนำเสนอไปแล้ว วันนี้เป็นคราวของนกซิเมิร์ก (Simurgh) แห่งเปอร์เซีย ซึ่งก็น่าสนใจไม่แพ้กันเลยครับ

ไม่แน่ใจว่าระหว่างตำนานนกซิเมิร์ก กับตำนานนกฟีนิกซ์ ใครจะเก่ากว่ากันแน่นะครับ ด้วยว่าทั้งสองฝ่ายทำท่าจะเลียนแบบกันและกันอย่างน่าประหลาด โดยที่ซิเมิร์กน่ะ จะว่าคล้ายฟีนิกซ์ก็คล้าย คล้ายตัวกริฟฟินก็ใช่ แถมมีคุณสมบัติแบบเดียวกับนกร็อกอีก แถมในบางตำนานยังเล่าว่ามีใบหน้าเป็นคนด้วย ลองนึกภาพดูสิ นึกถึงภาพนกวิเศษมีรูปร่างคล้ายนกยูงที่มีขนแสนสวย แต่มีอุ้งตีนแบบสิงโต ตัวมันใหญ่มากขนาดสามารถขยุ้มช้าง หรือวาฬได้อย่างง่ายดาย อย่างนี้ก็เหมือนที่ผมว่าไว้ล่ะครับ

ซิเมิร์กแบบที่มีร่างเป็นนก หน้าเป็นมนุษย์.

ซิเมิร์กเป็นนกที่อ้างกันว่ามีอายุมานานมากเสียจนทำให้มันทันเคยเห็นจักรวาลทำลายไปสามหน ระหว่างเวลาปกติมันจะเกาะคอนอยู่บนต้นเฮามา (Haoma) ต้นไม้แห่งชีวิต หรือที่เรียกกันว่าเจกอรินา (Gaokerena) ต้นไม้นี้ยืนตระหง่านอยู่กลางทะเลโลกโวรุคาชา (Vourukasha) แถมด้วยว่ามันเป็นต้นไม้ที่มีสรรพคุณทางยารักษาได้สรรพโรค บนต้นไม้ยังมีเมล็ดพืชทุกชนิดกองอยู่ เมื่อใดที่นกซิเมิร์กกางปีกบิน แรงกระพือปีกใหญ่ของมันจะทำให้ใบไม้ของต้นไม้แห่งชีวิตสั่นสะท้าน พาเมล็ดพืชตกลงจากต้นทุกเมล็ด เจ้าเมล็ดเหล่านี้ลอยลมไปรอบโลกด้วยลมวายู-วาตา (Vayu-Vata) และฝนแห่งทิชตรยา (Tishtrya) ในจักรวาล แล้วงอกรากจนกลายเป็นพืชทุกชนิดที่มีอยู่ และรักษาความเจ็บป่วยทั้งหมดของมนุษยชาติทั่วโลก

ในตำนานโซโรแอสเตอร์เปอร์เซีย เล่าว่า ต้นเจกอรินาคือต้นเฮามาศักดิ์สิทธิ์ มีความสามารถรักษาทุกโรค หากกินผลไม้จากต้นนี้เข้าไป จะทำให้เป็นอมตะ สามารถทำให้คนตายฟื้น น้ำผลไม้จากต้นนี้เป็นน้ำทิพย์ให้ความเป็นอมตะ นี่อาจเป็นเหตุให้ปีศาจพยายามทำลายต้นไม้ให้ชีวิตนี้ มันจึงสร้างจิ้งจกและกบเข้าไปทำลาย แต่ต้นไม้ก็มีปลาการา (Kara fish) 10 ตัว และลาที่มี 9 ปาก 6 หู คอยเป็นผู้พิทักษ์อยู่

นกซิเมิร์กจับทารกซาลกลับไปที่รัง.

อ้าว จะเล่าถึงนก ไหงกลายเป็นต้นไม้ที่นกเกาะไปได้ กลับมาที่ซิเมิร์กใหม่ครับ ขอเล่าต่อว่า ไม่มีใครแน่ใจนักว่า นกซิเมิร์กมีอุปนิสัยดุร้ายหรือใจดี อีกอย่างที่ไม่มีใครแน่ใจต่อไปคือ มันเป็นตัวผู้หรือตัวเมียกันแน่ หรืออาจจะมีซิเมิร์กทั้งตัวผู้และตัวเมียก็เป็นไปได้ (ก็ตำนานไม่ได้บอกไว้นี่ว่า ซิเมิร์กมีตัวเดียวเหมือนฟีนิกซ์)

บทกวีมหากาพย์วรรณกรรมเปอร์เซียกล่าวถึงนกซิเมิร์กไว้มากมายทีเดียว แต่เพื่อไม่ให้ยาวเกินไป ขอหยิบมาเล่าให้ท่านผู้อ่านฟังสักเรื่องก็แล้วกันครับ นั่นคือมหากาพย์เรื่องชาห์นาเมห์ (Shahnameh) ของเฟอร์เดาสิ (Firdausi)

นกซิเมิร์กและซาล.

เรื่องเล่าว่า มีนกซิเมิร์กตัวหนึ่งทำรังอยู่บนเขาอัลเบิร์ซ (Alberz) อันเป็นยอดเขาสูงจนจดดวงดาวและไม่เคยมีมนุษย์คนใดเคยขึ้นไปที่นั่น คราวหนึ่งมันมีลูก จึงทำให้ต้องโฉบลงมายังพื้นโลกเพื่อหาเหยื่อไปป้อนลูกทุกวัน

ในคราวนั้น มีผู้ปกครองรุ่งเรืองแห่งไซสตาน (Seistan จังหวัดในตะวันออกเฉียงใต้ของอิหร่าน) คนหนึ่งนามว่า เซาม์ เดอะ เพห์ลิวา (Saum the Pehliva) พระองค์มีทุกอย่างที่มนุษย์คนหนึ่งควรมี ยกเว้นอย่างเดียวครับ นั่นคือ...ลูกชายที่จะสืบบัลลังก์ อย่างไรก็ตาม กษัตริย์องค์นี้ก็ขอพรจากเทพเจ้า และก็ได้ลูกชายสมประสงค์ ทว่าเมื่อเกิดเด็กน้อยกลับมีผิวซีดเผือดและผมขาวเหมือนชายชรา เซาม์รู้สึกตกใจและอับอายว่าเจ้าชายรัชทายาทเป็นลูกหลานของปีศาจ วันใดได้รับมอบอาณาจักร ลูกคนนี้ก็จะปรากฏตัวอย่างไม่สง่างามและดูอ่อนแอ เซาม์ไม่คิดหน้าคิดหลัง ออกโองการให้มหาดเล็กนำเด็กทารกไปทิ้งที่ภูเขาอัลเบิร์ซ

ซิเมิร์กในหมู่ฝูงนกอื่นๆ.

วันนั้นเอง นกซิเมิร์กมองลงมาจากรังเห็นทารกนอนอยู่บนพื้นดิน ดูดนิ้วมืออย่างหิวโหย ไม่มีอาหารหรือเสื้อผ้า ไม่มีผู้ใหญ่ปกป้องดูแล นางนกจึงโฉบลงไปคาบเด็ก หวังจะเอาไปเป็นเหยื่อให้ลูกนกกิน แต่เมื่อคาบมาถึงรัง ดวงตาละห้อยของเด็กชายทำให้นางนกนึกเมตตา แทนที่นางจะนำเขาไปให้ลูกกิน ก็เลยตัดสินใจเลี้ยงเป็นลูกเสียเอง นางนกปกป้องเลี้ยงดู เฝ้าสั่งสอนวิทยาการความรู้อันมากมาย เพราะมันเป็นผู้มีความรู้ทั้งมวล จนเด็กน้อย...ซาล (Zal) เติบโตกลายเป็นหนุ่มแข็งแรงและหล่อเหลา

เขาเริ่มมีชื่อเสียงเพราะพละกำลังและความเก่งกาจในฐานะเป็นนักกีฬา ยิ่งผสมกับความรู้อันมากมาย ชื่อเสียงของซาลก็เริ่มกระจายก้องทั่วและแน่นอนว่ามันย่อมต้องเข้าหูเซาม์พระราชารู้สึกอัปยศ (อีกแล้ว) ที่ทิ้งลูก จึงเรียกทัพออกไปรับโอรส เซาม์ออกเดินทางไกลมาถึงภูเขาอัลเบิร์ซ

นกซิเมิร์กทำรังบนต้นไม้แห่งชีวิต ช่วงลำต้นคือโลกมนุษย์ ด้านล่างสุดคือใต้พิภพ.
ภาพเขียนนกซิเมิร์กจับช้าง 9 ตัว.

นางนกเห็นพระราชาและกองทัพที่เชิงเขาก็รู้ว่ากษัตริย์กำลังมาตามตัวลูกแน่แล้ว แม้ว่านางจะรักเขาจนสุดหัวใจราวกับเป็นลูกตน แต่ก็รู้ว่าต้องปล่อยให้เขาไปอยู่เผ่าพันธุ์เดียวกัน นางนกซิเมิร์กเอ่ยกับซาลว่า

“ลูกเอ๋ย...แม่ไม่อาจเลี้ยงเจ้าไว้ข้างกายได้ตลอดไป เจ้ามีชะตาลิขิตที่ดีกว่านี้ ขอจงเดินไปข้างหน้าเถิด ไปเที่ยวหาโชคในโลกกว้าง แต่จงเอาขนนกจากอกแม่ติดตัวไปด้วย วันใดที่เจ้าต้องการความช่วยเหลือ จงเอาขนนกออกมาเผา แม่จะไปหาเจ้าราวกับเมฆเคลื่อนไป และช่วยเจ้าจากอันตราย”

แม่นกซิเมิร์กพาซาลกลับไปหาพระราชา.

ซิเมิร์กนำขนนกวิเศษสีทองสามเส้นของนางให้แก่หนุ่มน้อย นางโผขึ้นแล้วคว้าตัวเขาไว้ในอุ้งเท้าพาตัวลงไปส่ง ราชาเซาม์ค้อมหัวให้แก่นกด้วยความสำนึกผิดที่ทอดทิ้งลูกเมื่อหลายปีก่อน เซาม์มองลูกชายรูปงาม เขาได้เห็นความแข็งแกร่งราวกับช้างสาร เซาม์ถึงกับเอ่ยปากสรรเสริญนกซิเมิร์ก

“โอ...ราชาแห่งนก นกแห่งเทพเจ้าผู้ทำลายความชั่วร้าย ขอให้ท่านยิ่งใหญ่ตลอดไป”

นกซิเมิร์กและฝูงสัตว์ทั้งปวง.

เมื่อกลับถึงยังอาณาจักร ซาลตกหลุมรักและแต่งงานกับเจ้าหญิงงามรูดาบาห์ (Rudabah) เมื่อถึงเวลาที่โอรสจะเกิด การคลอดกลับกินเวลายืดเยื้อและทุกข์ทรมาน ซาลแน่ใจว่าชายาของเขาต้องตายในการคลอดแน่ รูดาบาห์อาการเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ ซาลจึงตัดสินใจเผาขนนกซิเมิร์กเรียกแม่นกของเขา ซิเมิร์กปรากฏตัวทันทีที่ขนวิเศษไหม้ และสอนเขาให้ทำการผ่าคลอดให้ชายา รักษาชีวิตทั้งรูดาบาห์และลูกไว้ เด็กชายคนนั้นมีโอกาสเติบโตกลายเป็นวีรบุรุษคนสำคัญนามว่า รอสตัม (Rostam)

ในตำนานการผจญภัยของรอสตัม ซึ่งยังมีเรื่องราวอีกมากมาย นกซิเมิร์กก็ยังมีบทบาทอยู่ในเรื่องเหล่านั้นอีกด้วยครับ.

ทีมงานนิตยสาร ต่วย'ตูน
โดย :คอสมอส

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ซิเมิร์กนกซิเมิร์กตำนานเปอร์เซียไทยรัฐซันเดย์สเปเชียลทีมงานนิตยสาร ต่วย'ตูน

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้