ฟังความเห็น นักกฎหมาย ว่าด้วยคลิปเขย่าวงการสีกากี ผกก.โจ้ และลูกน้อง

ข่าว

    ฟังความเห็น นักกฎหมาย ว่าด้วยคลิปเขย่าวงการสีกากี ผกก.โจ้ และลูกน้อง

    ไทยรัฐออนไลน์

    25 ส.ค. 2564 10:30 น.

    • เคยมีคำพิพากษาศาลฎีกา เอาถุงพลาสติกคลุมหัว เท่ากับมีเจตนาฆ่าโดยเล็งเห็นผล พฤติกรรมชัด ผิดอาญาหลายกระทง


    จากคดีร้อนเขย่าวงการสีกากีที่ พล.ต.ท.อภิชาติ ศิริสิทธิ์ ผบช.ภ.6 เซ็นคำสั่งย้ายด่วน “ผู้กำกับโจ้” หรือ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ นรต.รุ่น 57 ออกจากพื้นที่ไป ศปก.ภ.6

    โดยคำสั่งย้ายระบุเพื่อเปิดทางให้จเรตำรวจลงพื้นที่สอบสวนข้อเท็จจริง หลังมีเรื่องร้องเรียนจากตำรวจชั้นผู้น้อยถึงกรณีที่นายจิระพงศ์ หรือมาวิน ธนะพัฒน์ อายุ 24 ปี และภรรยา ถูกตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดของ “ผู้กำกับโจ้” หรือชุด 05 จับกุมแล้วมาสอบสวนขยายผลที่โรงพัก มีการเรียกเงินผู้ต้องหา 1 ล้านบาท แต่ ผกก.ไม่ยอมจะเรียกเงิน 2 ล้านบาท

    จากนั้นมีเหตุการณ์เอาถุงพลาสติกมาคลุมหัวผู้ต้องหาเพื่อทรมาน เป็นเหตุให้นายจิระพงศ์ขาดอากาศหายใจเสียชีวิต แล้วให้ตำรวจชุดปฏิบัติการแจ้งกับแพทย์ว่า ผู้ต้องหาเสพยาเกินขนาดเป็นเหตุให้เสียชีวิต

    ก่อนที่ "บิ๊กปั๊ด" พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สะบัดปากกาเซ็นคำสั่งให้ "ผู้กำกับโจ้" ออกจากราชการไว้ก่อน

    "เจตนาฆ่าหรือเจตนาทำร้าย" อัตราโทษต่างกัน

    ว่าที่ พ.ต.ดร.สมบัติ วงศ์กำแหง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารงานยุติธรรม ในคณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ อดีตเลขาธิการสภาทนายความ แสดงความเห็นว่า กรณีคลิปปรากฏภาพชายลักษณะคล้ายตำรวจ และที่เกิดเหตุน่าจะเป็นที่ทำการของตำรวจมีข้อสังเกตดังนี้

    ประเด็นหลัก คือ การที่ทำให้ผู้ต้องหาถึงแก่ความตายเป็นการกระทำโดยเจตนาฆ่า หรือเจตนาทำร้าย เหตุที่ต้องแยกเจตนาเป็นเบื้องต้นก่อนก็เพราะ หากเป็นเจตนาทำร้ายเท่านั้น จะเป็นความผิดฐาน ฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา อัตราโทษสูงสุดจะอยู่ที่จำคุกสิบห้าปี แต่หากเป็นเจตนาฆ่าโทษสูงสุดคือประหารชีวิต ดังนั้นจากกระแสเรียกร้องให้ประหารชีวิตผู้กระทำความผิด และตัวการร่วม ที่ร่วมกระทำความผิดทั้งหมด จึงต้องวิเคราะห์ถึงพฤติการณ์ของการกระทำความผิดว่ามีเจตนาฆ่าหรือไม่

    จากคลิปที่ปรากฏทางสื่อต่างๆ จะเห็นได้ว่า ผู้ตาย อยู่ในห้องที่เกิดเหตุเพียงคนเดียว ในขณะที่กลุ่มคนที่อยู่ในคลิปที่ช่วยกันเอาถุงพลาสติกคลุมศีรษะของผู้ตาย พร้อมใส่กุญแจมือไขว้หลัง ได้ยินเสียงผู้ตายร้องด้วยความทรมานหลายครั้งจนเงียบเสียงไป หากไปถามผู้ที่ร่วมกันกระทำก็คงตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นเพียงการเอาถุงคุลมศีรษะเพื่อทรมาน เค้นให้ผู้ตายยอมทำตามในสิ่งที่ต้องการเท่านั้น ไม่มีเจตนาที่จะทำให้ตาย หากเป็นการต้องการรีดเอาทรัพย์ตามที่เป็นข่าว ดูเหมือนจะรับฟังได้ว่าไม่เจตนาฆ่า หากเป็นเช่นนี้ โทษสูงสุดก็เพียงจำคุกสิบห้าปีเท่านั้น


    ถุงพลาสติกคลุมหัวพฤติกรรมชัด

    ตามกฎหมายให้นิยามของคำว่า "เจตนา" ไว้เป็นสองลักษณะคือ เจตนาโดยประสงค์ต่อผล กับเจตนาเล็งเห็นผล เมื่อผู้กระทำปฏิเสธว่ามีเพียงเจตนาทำร้ายไม่มีเจตนาฆ่า ก็เป็นการปฏิเสธว่าไม่เจตนาประสงค์ต่อผลคือไม่ประสงค์ให้ตาย แล้วเจตนาโดยเล็งเห็นผลว่า การเอาถุงพลาสติกครอบศีรษะผู้ตายไว้ จะสามารถเล็งเห็นผลว่าจะทำให้ผู้ตายขาดอากาศหายใจจนถึงแก่ความตายหรือไม่ ซึ่งเมื่อดูจากคลิปแล้วนอกจากคลุมถุงพลาสติก รัดคอเพื่อให้ขาดอากาศหายใจ แล้วยังใช้ถุงดำคลุมอีกชั้นหนึ่งตอนผู้ผู้ตายล้มลงไปกองที่พื้น โดยผู้กระทำยังไม่คลายถุงพลาสติกออกจนผู้ตายแน่นิ่งไป ย่อมเล็งเห็นได้ว่าการกระทำของตนเล็งเห็นได้ว่าจะทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตายได้ จึงเป็นเจตนาฆ่า

    ยกคำพิพากษาศาลฎีกา

    คดีลักษณะนี้ศาลฎีกา เคยมีคำพิพากษาฎีกาที่ 5332/2560 ว่า “จำเลยใช้ถุงพลาสติกซึ่งไม่มีช่องอากาศครอบศีรษะผู้ตาย แล้วใช้เทปกาวพันรอบถุงบริเวณลำคอผู้ตาย

    .....แม้จำเลยจะอ้างว่าไม่มีเจตนาฆ่า เพราะถ้าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตายจริงจำเลยก็คงเอามีดแทงหรือบีบคอผู้ตายให้ถึงแก่ความตายไปแล้ว คงไม่ต้องลำบากหาถุงพลาสติกมาครอบศีรษะนั้น เห็นได้ว่าแม้จำเลยจะไม่ประสงค์ต่อผลที่จะให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย คงเพียงแต่จะทรมานผู้ตายเท่านั้น แต่จำเลยย่อมเห็นผลได้ว่าการกระทำดังกล่าวจะทำให้ผู้ตายขาดอากาศหายใจและถึงแก่ความตายได้ จึงถือได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตายแล้ว”

    นอกจากนี้ ทีมที่ร่วมลงมือกระทำ ยังมีความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ อีกด้วย

    แพทย์รับรองการตายส่อเจอคุก 7 ปี

    เมื่อถามว่า มีภาพเอกสารรายงานการตรวจพิสูจน์ศพของแพทย์ว่าตายเพราะเสพยา หากข้อเท็จจริงตายเพราะถูกฆ่า ผลจะเป็นอย่างไร ว่าที่ พ.ต.ดร.สมบัติ กล่าวว่า ส่วนนายแพทย์ที่ทำเอกสารเท็จ หากเป็นเจ้าพนักงาน ก็จะมีความผิดฐานทำเอกสาร รับรองเป็นหลักฐาน ซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้น มุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นสี่พันบาท

    ชุดจับกุมอาจโดนหลายกระทงคุกอ่วม

    ส่วนกรณี ตำรวจมักใช้วิธีอุ้มตัวมาสอบ บางครั้งทำเกินเลยไปจนผู้ต้องสงสัยตายจึงปล่อยเลยตามเลย เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง กระบวนการจับและสอบสวนตามคลิปขัดต่อกฎหมายอย่างไรบ้าง ว่าที่ พ.ต.ดร.สมบัติ กล่าวว่า ส่วนกระบวนการจับกุมและสอบสวนคดีอาญานั้น กำหนดให้เจ้าพนักงานต้องเอาตัวผู้ถูกจับไปยังที่ทำการของพนักงานสอบสวนโดยทันที คงต้องพิจารณาข้อเท็จจริงว่า ใครเป็นชุดจับกุม และได้มีการส่งตัวให้พนักงานสอบสวนทันทีหรือไม่ หากไม่นำส่งตามกฎหมาย แต่นำมาในจุดเกิดเหตุเพื่อกรรโชกทรัพย์ ก็อาจมีความผิดตาม ป อาญา มาตรา 157 และ 337 และต้องรับโทษหนักขึ้นเมื่อทำให้เขาตาย โดยร่วมกันกระทำตามมาตรา 83

    ถ้ามีการส่งตัวให้พนักงานสอบสวนแล้ว แม้ ป.วิ.อ. มาตรา 131 ให้พนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐานทุกชนิด เท่าที่สามารถจะทำได้ เพื่อประสงค์จะทราบข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ต่างๆ อันเกี่ยวกับความผิดที่ผู้ถูกกล่าวหา เพื่อจะรู้ตัวผู้กระทำความผิดและพิสูจน์ให้เห็นความผิดหรือความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา พนักงานสอบสวนก็ไม่มีสิทธิที่จะทำร้ายร่างกายผู้ต้องหาแต่อย่างใด อีกทั้ง ผู้ต้องหามีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำของตนได้ และผู้ต้องหามีสิทธิจะให้การหรือไม่ก็ได้

    ชี้ ผกก.โจ้-ลูกน้อง ทำลายความเชื่อมั่นเรียบร้อยแล้ว

    เมื่อถามว่า ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมในชั้น "ต้นทาง" จะแก้อย่างไร ว่าที่ พ.ต.ดร.สมบัติ กล่าวว่า สำหรับประเด็น มาตรฐานทางจริยธรรมของตำรวจ ที่กำหนดเพื่อเป็นข้อประพฤติตนและปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจเพื่อให้ ประชาชนศรัทธา เชื่อมั่นและยอมรับ เช่น ข้าราชการตำรวจต้องเคารพสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตาม ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยคำนึงถึงประโยชน์ของทางราชการ ประชาชน ชุมชน และประเทศชาติเป็นสำคัญ และต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตและยึดมั่นในศีลธรรม โดยยึดประโยชน์ส่วนรวมเหนือประโยชน์ส่วนตน ฯลฯ นั้น กลุ่มผู้ร่วมกระทำการทั้งหมด ได้ทำลายไปเรียบร้อยแล้ว

    แนะญาติฟ้องเรียกค่าเสียหายได้

    และการละเมิด ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมในข้อประพฤติปฏิบัติที่เป็นข้อห้ามในการรักษาวินัย ดังนั้น ให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาดำเนินการทางวินัยต่อไป นอกเหนือจากการสอบสวนความผิดอาญา ที่เป็นความผิดต่อแผ่นดิน ไม่ใช่ความผิดอันยอมความได้ ดังนั้นพนักงานสอบสวน ไม่ต้องรอใครมาร้องทุกข์ ก็สามารถลงมือสอบสวนได้เลย มีอายุความอาญายี่สิบปี และญาติผู้ตายยังมีสิทธิ์เรียกค่าสินไหมทดแทนทางแพ่งได้อีกด้วย.

    ที่มาภาพ:เฟซบุ๊ก วันนี้ที่ปากน้ำโพ

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ผู้กำกับโจ้ผกก.โจ้โจ้ เฟอร์รารี่พ.ต.อ. ธิติสรรค์ อุทธนผลผู้กํากับโจ้-พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผลธิติสรรค์ อุทธนผลผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์คลิป ผกก.โจ้special contentผู้กำกับโจ้ นครสวรรค์ข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 19 ตุลาคม 2564 เวลา 20:26 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์