หากอยากจะคุยถึงพระชัยวัฒน์ พิมพ์ล้มลุก เนื้อดำของพระพุฒาจารย์มา วัดจักรวรรดิ (วัดสามปลื้ม) ที่วงการเรียกท่าน “ท่านเจ้ามา” กันให้เต็มปาก แต่พอคุยได้ไม่กี่คำก็หมดน้ำยา เพราะไม่เพียงชุดความรู้ จะมีให้อ่านน้อย จำนวนพระแท้ก็ยิ่งน้อยชนิดนับองค์ได้โชคดีมีหนังสือ พระกริ่งมหานิยม รวมพระกริ่งชัยวัฒน์ยอดนิยม (ธีรพัฒน์ สิงหสิริธรรม นิตยสารไทยพระ พิมพ์ พ.ศ.2551) ทั้งมี ภาพพระชัยวัฒน์ พิมพ์ล้มลุก เนื้อดำ องค์คุ้นตา ของวงการ ขึ้นปกให้เห็นเต็มตา หยิบได้ใกล้มือท่านเจ้ามา เกิด 13 เม.ย. 2380 อำเภอสามเพ็ง บวชเป็นพระที่วัดสามปลื้มเมื่ออายุ 25 ปี สนใจเรียนวิปัสสนากรรมฐานจนแตกฉาน ถึงเวลาก็ออกธุดงค์ตามแบบครูอาจารย์ จนนับถือกันว่าท่านเก่งกล้าในพุทธาคมพ.ศ.2413 ท่านกลับมาจำพรรษาที่วัดสามปลื้ม พระธรรมานุกูลเถระ (ด้วง) เจ้าอาวาสรูปที่ 5 มรณภาพ พระโพธิวงศาจารย์ (เส็ง) ขึ้นเป็นเจ้าอาวาสรูปที่ 6 แต่งตั้งท่านเจ้ามาเป็นพระปลัด ต่อมารับพระราชทานสมณศักดิ์ที่พระครูภาวนาวิจารณ์ เจ้าอาวาสวัดสามปลื้มรูปที่ 7 ในสมัยรัชกาลที่ 5ช่วงเวลานี้เองท่านเป็นหัวแรงใหญ่สร้างพระพุทธบาทจำลองวัดสามปลื้มปี พ.ศ.2435 อุปราชอินเดียนำพระพุทธบาทจำลองจากพุทธคยา มาถวาย ร.5 โปรดเกล้าฯ ให้นำไปประดิษฐานที่เกาะสีชัง ชลบุรี และครั้งนี้ได้โปรดเกล้าฯให้ท่านเจ้ามาเป็นธุระในการปลุกเสกเหรียญที่ระลึก หาทุนก่อสร้างพระมณฑปพระอารามจนลุล่วง ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ ที่พระมงคลทิพมุนีต่อมาท่านได้ไปบูรณะรอยพระพุทธบาทที่สระบุรีจนเป็นที่เรียบร้อย สมัยรัชกาลที่ 6 สถาปนาท่านเป็นพระราชา ที่พระพุฒาจารย์ มีสมณศักดิ์เสมอด้วยเจ้าคณะรองด้วยเหตุที่ท่านมีงานใหญ่อยู่กับการดูแลรักษาซ่อมสร้างพระพุทธบาท ท่านเจ้ามาได้รวบรวมเศษพระพุทธรูปเก่า ตะกรุดเก่า เศษโลหะทองแดง ทองเหลืองไว้เป็นจำนวนมาก โลหะเหล่านี้ท่านใช้สร้างพระชัยวัฒน์หลายรุ่นเนื้อพระชัยวัฒน์ของท่าน จึงเป็นโลหะผสมหลายชนิด ตั้งแต่สีทองเหลืองสุกปลั่ง ทองเหลืองแบบประแจจีนออกแดงเรื่อแบบขันลงหิน ออกเนื้อน้ำตาลอมดำ น้ำตาลอมแดง ซึ่งมีส่วนผสมแก่เงินแก่ทองคำ ตามที่ญาติโยมถวาย และเนื้อที่หายากที่สุด คือเนื้อกลับดำเชื่อกันว่า ท่านเจ้ามาเริ่มสร้างพระชัยวัฒน์ตั้งแต่ท่านเป็นพระปลัด จนก่อนท่านมรณภาพปี พ.ศ.2457 มีผู้รวบรวมไว้รวม 7 พิมพ์ พิมพ์ล้มลุก หรือพิมพ์ฐานถาด พิมพ์บัวฟันปลา พิมพ์ฐานหกเหลี่ยม พิมพ์ ร.ศ.118 พิมพ์หน้าครุฑ พิมพ์เศียรทุย และพิมพ์สุดท้าย ขนาดเล็กที่สุด คือพิมพ์แม่ค้าเฉพาะพิมพ์ล้มลุก (ก้นกลม) พิมพ์ฐานถาด (ก้นเรียบ) มีข้อมูลว่า องค์พระปางสมาธิขัดเพชร ตานูนโปน จมูกกลมนูน เม็ดพระศกเป็นเม็ดเขื่องใหญ่ ประทับบนบัวเล็บช้าง ลักษณะเด่น คือฐานที่กลมบน (พิมพ์ล้มลุก) หากล้มกลิ้งแล้วจะลุกตั้งขึ้นมาได้พิมพ์นี้มีราคาสูงสุด มีผู้ชื่นชอบมาก เพราะถือเคล็ด “ล้มแล้วลุก” โดยเฉพาะองค์ที่มีเนื้อสัมฤทธิ์ดำ ที่มีจำนวนน้อยที่สุด มีราคา (ช่วงปี พ.ศ.2551) หลักแสนกลางเป็นอย่างต่ำ มีภาพพระแท้ในหนังสือ รวมกันได้ไม่ถึงสิบองค์ทุกองค์มีเค้าหล่อจากแม่พิมพ์เดียว แต่ฝีมือแต่งต่างกัน จึงไม่เหมือนกันเลยแม้แต่องค์เดียวองค์ในคอลัมน์วันนี้...หากเทียบกับองค์ขึ้นปกหนังสือพระกริ่งยอดนิยม และอีกหลายๆ องค์ดัง ที่ล่าสุดเปลี่ยนมือกันองค์ละหลายล้าน เส้นสายลายพิมพ์ลึกชัดกว่า แต่ระดับความดำของเนื้อน้อยกว่า แม้ถ่ายในเลี่ยมก็ยังเห็นได้ชัด ถึงเนื้อโลหะและสนิมเก่าถึงอายุโลหะกว่าร้อยปีมีโอกาสได้ดูท่านเจ้ามาพิมพ์ล้มลุกเนื้อดำ ก็ดูกันไว้...แต่โอกาสจะได้เป็นเจ้าของ คงไม่ต้องคุย องค์ในคอลัมน์วันนี้เจ้าของหวงนักหนา กว่าจะเจรจาขอภาพมาเล่าต่อ ยังต้องอ้อนวอนกันเป็นแรมปี...พลายชุมพลคลิกอ่านคอลัมน์ “ปาฏิหาริย์จากหิ้งพระ” เพิ่มเติม