วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สิบโทรับสิ้นไส้ ฉกบึม8ลูก ส่งขายตลาดมืด

สิบโทรับสิ้นไส้ ฉกบึม8ลูก ส่งขายตลาดมืด

  • Share:

มีทั้งเอ็ม67-เอ็ม26-กระสุนปืน ออกจากคลังอาวุธในช.พัน.1รอ. เรื่องแตกพัสดุถูกตีกลับบริษัท

ตะลึง!พบระเบิดสังหาร 8 ลูก กระสุนปืนเอชเค 100 นัด ส่งพัสดุผ่าน “เคอรี่ เอ็กซ์เพรส” สาขาบางเขน ไปให้บุคคลในต่างจังหวัด แต่ไม่มีคนรับถูกส่งกลับมาต้นทางพนักงานเปิดตรวจสอบเห็นเป็นระเบิดโร่แจ้งตำรวจ อีโอดียันเป็นแบบเอ็ม 67 สภาพใหม่ยังใช้งานได้ 6 ลูก ระเบิดเอ็ม 26 2 ลูก พบชื่อผู้ส่งเป็นทหารยศ “สิบโท” อยู่ระหว่างตรวจสอบว่า ถูกเอาชื่อมาแอบอ้างหรือไม่ สงสัยเป็นขบวนการขโมยอาวุธในคลังแสงมาขาย “ศานิตย์” เผย คาดพวกสั่งซื้อของผิดกฎหมาย วอนอย่าตื่นตระหนก-ช่วยเป็นหูเป็นตา โฆษก คสช.ยันถ้าเป็นทหารจริงโทษหนักกว่าชาวบ้าน 2 เท่า โดนทั้งอาญาและวินัย เชื่อไม่โยงเหตุป่วนเมือง

ศูนย์รับ-ส่งพัสดุพบระเบิดสังหารใส่กล่องส่งไปต่างจังหวัดรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 2 มิ.ย. ร.ต.อ.จตุพงศ์ อาจหาญ รอง สว. (สอบสวน) สน.บางเขน รับแจ้งพบระเบิดสังหารหลายลูกในกล่องพัสดุไปรษณีย์ ภายในศูนย์ส่งสินค้าเคอรี่เอ็กซ์เพรส สาขาบางเขน เลขที่ 66/130 ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. จึงรายงานผู้บังคับบัญชาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ ประกอบด้วย พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขน พ.ต.ท.ปรีชา เอี่ยมพ่อค้า รอง ผกก. (สอบสวน) สน.บางเขน พ.ต.ท.ปรเมษฐ โพยนอก รอง ผกก.สส.สน.บางเขน พ.ต.ท.สุรินทร์ ภู่ฤทธิ์ สว.กก.สส.บก.น.2 เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางเขน เจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ. (อีโอดี) และเจ้าหน้าที่ทหาร ร.31 พัน.3 รอ. ร่วมตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น 1 คูหาริมถนนพหลโยธินติดกับโรงพยาบาลสัตว์นนทรี ในศูนย์รับส่งพัสดุดังกล่าวพบกล่องพัสดุกว้าง 20 ซม.ยาว 30 ซม. สูง 11 ซม. บนกล่องระบุชื่อนายอิสรพงษ์ พรมบุตร พร้อมเบอร์โทรศัพท์แต่ไม่ระบุที่อยู่เป็นผู้ส่ง ปลายทางผู้รับระบุชื่อนายแม็ก ไม่ระบุนามสกุล อยู่บ้านเลขที่ 33/1 หมู่ 6 ต.กุฏโง้ง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี พร้อมเบอร์โทรศัพท์ ภายในกล่องพบกระบอกทรงกลมสีดำขนาดเท่ากำปั้น เปิดออกดูภายในบรรจุระเบิดชนิดเอ็ม 67 (ลูกเกลี้ยง) สภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งาน 4 ลูก เจ้าหน้าที่อีโอดีนำเทปสีดำมาพันรอบสลักระเบิดไว้เพื่อความปลอดภัย ก่อนนำไปตรวจสอบต่อที่ สน.บางเขน

สอบสวน น.ส.รัชนีกร รุจิปราชญ์ อายุ 37 ปี พนักงานบริษัทเคอรี่เอ็กซ์เพรส สาขาบางเขน ให้การว่า กล่องพัสดุดังกล่าวมีผู้นำมาฝากส่งตั้งแต่วันที่ 6 พ.ค. แต่เมื่อส่งถึงปลายทางกลับไม่มีผู้รับ ทั้งๆที่พยายามติดต่อแล้ว เมื่อครบ 7 วันพัสดุจึงถูกตีกลับมายังต้นทางตามกฎการจัดส่งของ เมื่อพัสดุมาถึงต้นทางเจ้าหน้าที่พยายามติดต่อผู้ส่งเพื่อให้มารับของคืน แต่ไม่สามารถติดต่อได้อีก จนกระทั่งวันนี้พนักงานเคลียร์ของที่ตกค้างพบว่า กล่องพัสดุดังกล่าวไม่มีคนมารับคืนหลายวันแล้ว อีกทั้งกล่องค่อนข้างหนัก จึงตัดสินใจเปิดตรวจสอบพบเป็นกระบอกทรงกลมจึงลองเขย่าดู ทีแรกนึกว่าเป็นน้ำมันเครื่อง แต่คนทักว่าไม่น่าจะใช่จึงเปิดดูข้างในเห็นว่าเป็นลูกระเบิดจึงรีบแจ้งตำรวจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบเอกสารการจัดส่งของนายอิสรพงษ์ พบว่าเลข 13 หลักที่ให้ไว้ไม่ตรงกับชื่อและนามสกุล แต่เลข 13 หลักไปตรงกับชื่อของนายธนากรณ์ บุญกาญจน์ อายุ 28 ปี ชาว จ.อุบลราชธานี อีกทั้งเมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่า ชื่อและนามสกุลที่ให้ไว้ตัวสะกดไม่เหมือนกัน โดยที่จ่าหน้าผู้ส่งระบุนายอิสรพงษ์ พรมบุตร แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบว่าไปตรงกับชื่อ ส.ท.อิสระพงษ์ พรหมบุตร อายุ 27 ปี หลังจากนี้ชุดสืบสวนจะตรวจสอบบุคคลทั้งหมดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกันหรือไม่

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เผยกรณีพบระเบิดสังหารส่งพัสดุผ่านศูนย์ส่งสินค้าเคอรี่เอ็กซ์เพรสสาขาบางเขน ระบุชื่อผู้ส่งคือนายอิสรพงศ์ พรหมบุตร จากการตรวจสอบเป็นทหารยศสิบโท ว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบ พัสดุดังกล่าวระบุชื่อผู้ส่งแต่ไม่มีผู้รับจึงตีกลับมา ขณะนี้กำลังตรวจสอบอยู่ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก เป็นเพียงการส่งพัสดุธรรมดา ในกล่องมีวัตถุระเบิด 4 ลูก ไม่ได้เตรียมไปก่อเหตุ แต่เป็นการซื้อขายหรือต้องการส่งไปข่มขู่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายละเอียดก่อน ตามกฎหมายหากประชาชนหรือเจ้าหน้าที่มีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองต้องถูกดำเนินคดี โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐต้องเพิ่มโทษเป็น 2 เท่า นอกจากคดีอาญาแล้วยังผิดวินัยด้วย นายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการทหารบกเน้นย้ำเสมอ หากมีข้อมูลว่าเป็นทหารหรือเจ้าหน้าที่รัฐ กองทัพบกพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่

ต่อมาเวลา 17.00 น. พ.ต.ต.ภิญโญ แสงทิพย์ สว.สส.สน.บางเขน สั่งการให้ชุดสืบสวนไปสอบสวนพนักงานเคอรี่เอ็กซ์เพรส สาขาบางเขน เพิ่มเติมว่า มีพัสดุลักษณะเดียวกันที่ไม่มีคนรับหลงเหลืออยู่อีกหรือไม่ ปรากฏว่ามีพนักงานคนหนึ่งจำได้ว่ายังมีพัสดุลักษณะดังกล่าวเดียวกันค้างอยู่ในห้องเก็บของอีก 2 กล่อง จึงนำพัสดุดังกล่าวมาตรวจสอบ กล่องแรกพบเป็นระเบิดบรรจุในกระบอกทรงกลมลักษณะเหมือนที่พบเมื่อช่วงบ่าย 4 ลูกเป็นระเบิดแบบเอ็ม 67 (ลูก เกลี้ยง) 2 ลูกและระเบิดแบบเอ็ม 26 2 ลูก ส่วนกล่องที่ 2 ใหญ่และหนักกว่า เปิดตรวจสอบพบกระสุนปืนเอชเค 33 บรรจุอยู่เต็มกล่อง ตรวจนับได้ทั้งหมด 100 นัด จึงแจ้งหน่วยอีโอดีและกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) มานำลูกระเบิดและกระสุนทั้งหมดไปตรวจสอบ ส่วนชื่อผู้ส่งพัสดุทั้ง 2 กล่อง ใช้ชื่อนายอิสรพงศ์ พรมบุตร คนเดียวกับผู้ส่งที่ตรวจพบชุดแรก

มีรายงานด้วยว่า ส่วนชื่อผู้ส่งและผู้รับอาวุธสงครามเหล่านี้ ขณะนี้ชุดสืบสวนกำลังตรวจสอบว่า เป็นการแอบอ้างชื่อคนอื่นมาส่งของผิดกฎหมายหรือไม่ เนื่องจากตัวเลขบัตรประชาชน 13 หลักกับชื่อผู้ส่งไม่ตรงกัน และการตรวจพบอาวุธสงครามส่งทางพัสดุไปรษณีย์ครั้งนี้ น่าจะเป็นขบวนการขโมยอาวุธในคลังแสงของหน่วยทหารแอบนำมาขายให้คนภายนอก ชุดสืบสวนกำลังประสานเจ้าหน้าที่ทหารตรวจสอบอย่างเร่งด่วนแล้ว เนื่องจากเป็นภัยต่อความมั่นคง

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. เผยว่า เบื้องต้นทราบว่าส่งพัสดุไปรษณีย์ไปยังปลายทาง เป็นบ้านบุคคลที่จังหวัดชลบุรีแต่ไม่มีผู้รับ พอนำกลับมาก็หาผู้ส่งไม่เจอจึงเปิดกล่องพัสดุดู ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบต้นทางและปลายทาง รวมถึงตรวจสอบว่าคนส่งเป็นใคร อย่างไรก็ตามพัสดุดังกล่าวไม่ได้ส่งมาในกรุงเทพฯ คาดว่าน่าจะเป็นพวกที่สั่งซื้อของผิดกฎหมายทางไปรษณีย์ ที่ผ่านมามีพวกส่งของผิดกฎหมาย เช่น ปืนเถื่อนและยาเสพติด ขออย่าตื่นตระหนกตกใจ ให้ทุกคนช่วยเป็นหูเป็นตาด้วย

มีรายงานล่าสุดว่า หลังจากได้ชื่อผู้ส่งระเบิดขว้างใส่พัสดุไปรษณีย์ให้ลูกค้าหลายราย โดยใช้ชื่อนายอิสระพงศ์ พรหมบุตร อายุ 27 ปี จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เป็นเจ้าหน้าที่ทหารยศ “สิบโท” สังกัดกองพันทหารช่างที่ 1 รักษาพระองค์ (ช.พัน.1 รอ.) เลขที่ 471 หมู่ 3 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ทหารจึงเดินทางไปควบคุมตัวมาสอบสวนที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) เลขที่ 2 หมู่ 3 ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร อย่างเคร่งเครียด เบื้องต้นมีรายงานว่า ส.ท.อิสระพงษ์ให้การรับสารภาพว่า ขโมยอาวุธสงครามในคลังออกมาขายในตลาดมืดหลายครั้งแล้ว ช่วงเช้าวันที่ 3 มิ.ย. นายทหารพระธรรมนูญจะพาเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สน.บางเขน เพื่อสอบสวนขยายผลจับกุมตัวผู้ซื้ออาวุธสงครามทุกรายมาดำเนินคดีต่อไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้