ข่าว

วิดีโอ

สั่งถอดเครื่องแบบบิ๊กโจ๊ก ให้เป็นข้าราชการพลเรือน

ทปษ.พิเศษสำนักนายกฯ ‘บิ๊กตู่’ ใช้อำนาจหน.คสช. บิ๊กป้อมป่วยต้องลาครม.

ย้าย “บิ๊กโจ๊ก” อีกรอบ คราวนี้ “บิ๊กตู่” แจ้ง ครม.ใช้คำสั่ง คสช.ย้ายจากตำรวจมาเป็นที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขาดจากตำแหน่งและอัตราเงินเดือนเดิม เพิ่มไปในบัญชีแนบท้ายคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2558 เรื่องมาตรการแก้ไขปัญหาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างตรวจสอบและการกำหนดกรอบอัตรากำลังชั่วคราว ขณะที่ “บิ๊กป้อม” ลาป่วยอาหารเป็นพิษ ไม่ได้เข้าประชุม ครม. โฆษกกลาโหม ปัดป่วยการเมือง เลี่ยงคำถามสื่อ ขณะที่ “บิ๊กโจ๊ก” เข้าประชุม ศปก.ตร.ตอนเช้า ตอนบ่ายกลายเป็นข้าราชการพลเรือน “บิ๊กแป๊ะ” สั่งด่วนปลดจากทุกตำแหน่งในศูนย์ฯร้องทุกข์ของ ตร. ปฏิเสธไม่รู้เรื่องคำสั่งสอบดำเนินคดี เห็นแต่ข่าวตามสื่อ “ศรีวราห์” สำทับยังไม่มีคดีอย่าไปเขียนเป็นตุเป็นตะ ล่าสุดเลื่อนประชุม ก.ตร.ไม่มีกำหนด เนื่องจากต้องรอขั้นตอนการโอนย้ายอดีต ผบช.สตม.ให้เสร็จสมบูรณ์ก่อน ช่วงเย็น “บิ๊กโจ๊ก” ดอดเข้ารายงานตัวกับ “วิษณุ” ที่ทำเนียบฯ แย้มต้นเรื่องย้ายไม่มีเอี่ยวทุจริต

กรณี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ลงนามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 232/2562 ลงวันที่ 5 เม.ย.62 เรื่องข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ ให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. ไปปฏิบัติหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) ขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งเดิม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบหมาย โดยไม่มีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่หรือรัฐบาลออกมาระบุถึงสาเหตุที่มาของการสั่งย้ายในครั้งนี้ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา มุ่งเน้นไปที่ประเด็นการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจครั้งที่ผ่านมา ทุกสายตาจับจ้องไปที่การประชุม ก.ตร.วันที่ 10 เม.ย. พร้อมกระแสข่าวว่าจะถูกย้ายไปประจำตำแหน่งผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.ทำหน้าที่ประสานงานสำนักนายกรัฐมนตรีตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 9 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม.เดินทางมาเซ็นชื่อที่ ศปก.ตร.ชั้น 20 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมร่วมประชุม ศปก.ตร. โดยมี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.เป็นประธานการประชุม หลังการประชุมเสร็จสิ้น พล.ต.ท.สุรเชษฐ์เดินทางกลับทันทีโดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆทั้งสิ้น สำหรับบรรยากาศในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่วันนี้เป็นวันเปิดทำการวันแรกหลังหยุดราชการ 3 วัน มีสื่อมวลชนจำนวนมากมาเฝ้าสังเกตการณ์ ติดตามความคืบหน้าและความชัดเจนการโยกย้าย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์

ต่อมาเวลาประมาณ 09.00 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เดินทางเข้ามาถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ โดยมีตำรวจสันติบาลคอยห้ามสื่อมวลชนเข้าไปในบริเวณห้องโถงอาคาร 1 เป็นพื้นที่ที่ ผบ.ตร.ต้องเดินผ่านเพื่อขึ้นลิฟต์ไปสำนักงานชั้น 4 ขณะเดียวกัน ที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ยังเปิดตามปกติ วันนี้มีคณะตัวแทนชาวบ้านผู้เดือดร้อนจากนายทุนเงินกู้นอกระบบ และสัญญาเงินกู้ไม่เป็นธรรม จ.สตูล เดินทางมาร้องเรียน มีเจ้าหน้าที่มารับเรื่องราวร้องทุกข์ตามปกติ เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไป

หลังจากนั้นเวลา 11.00 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ขอยืนยันอีกครั้งว่า ตนยังไม่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผบ.ตร.ยังไม่สั่งการอะไรลงมา อีกทั้งตนยังไม่ได้เจอกับ ผบ.ตร. การโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ ผบช.เป็นอำนาจ ผบ.ตร.ไม่จำเป็นต้องมาบอกตน กรณีนี้ต้องไปถาม ผบ.ตร.จะมาถามตนในประเด็นว่า ย้ายเขาเรื่องอะไร ตนคงตอบไม่ได้ ตนไม่ได้เป็นคนเซ็นคำสั่งย้าย ยืนยันอีกครั้งว่า ไม่มีคำสั่งดังกล่าว อย่าไปเขียนเป็นตุเป็นตะว่ามีคดี มีการสอบอะไร ส่วนใครมาดำรงตำแหน่ง ผบช.สตม.แทน ตนก็ไม่ทราบ เป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชา ใครขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่ขอให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย

ช่วงบ่ายมีรายงานว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ลงนามคำสั่งวิทยุในราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด่วนพิเศษที่ 0007/160 ลงวันที่ 9 เม.ย.ถึงผู้ปฏิบัติ รอง ผบ.ตร. จตช. ผอ.ศพดส.ตร. ที่ปรึกษาพิเศษ รอง ผบ.ตร. (บร.) ผอ.ศปฉช.ตร. หนังสือดังกล่าวอ้างถึงคำสั่ง ตร.ที่ 232/2562 ลงวันที่ 5 เม.ย.สั่งการให้ ผบช.สตม.ไปปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร.โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งเดิม ตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย.เป็นต้นไป เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่อื่นๆตามที่ ตร.มอบหมายเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสอดคล้องกับคำสั่ง ตร. จึงให้ ผอ.ศูนย์ฯพิจารณามอบหมายให้ข้าราชการตำรวจที่มีความรู้ความสามารถและมีประสบการณ์เหมาะสมไปปฏิบัติหน้าที่ในศูนย์ต่างๆแทน หรือเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองผบช.ทท. ซึ่งศูนย์ยังไม่ได้ปรับปรุงแก้ไขตำแหน่งให้เป็นปัจจุบัน แล้วเสนอพิจารณาภายในวันที่ 9 เม.ย. ทั้งนี้ หากมีการจัดชุดปฏิบัติการใดๆที่มี ผบช.สตม.เป็นหัวหน้า ให้ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบแทน พิจารณาแต่งตั้งชุดปฏิบัติการใหม่ให้เรียบร้อยโดยด่วน จึงแจ้งมาเพื่อทราบและดำเนินการโดยด่วน

ส่วนความคืบหน้าจากทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 09.00 น. วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนการประชุมผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ป่วยเป็นอะไรมากหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ เพียงแต่พยักหน้า เมื่อถามอีกว่า ได้รับรายงานการโยกย้าย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” อดีต ผบช.สตม.ไปปฏิบัติหน้าที่ ศปก.ตร.หรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบ

ต่อมาหลังประชุม ครม.เวลา 13.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธที่จะตอบคำถามกรณี ครม.รับทราบคำสั่งโอนย้าย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ไปเป็นที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ด้าน พ.อ.หญิง ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม. มีมติรับทราบการโอนย้าย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ มาประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ขณะที่ พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เผยว่า พล.อ.ประวิตร ลาประชุม ครม.เนื่องจากมีอาการท้องเสีย ปวดท้องจากการกินอาหาร ให้แพทย์มาตรวจรักษาที่บ้านพักในมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด แพทย์สั่งพัก 1 วัน ป่วยจริงไม่ได้ต้องการหลีกเลี่ยงตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีโยกย้าย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ และวันที่ 10 เม.ย.จะไปเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 9 เม.ย.เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 2/2562 เรื่องประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐเพิ่มเติมและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง อาศัยอำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 16/2558 เรื่องประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐเพิ่มเติมและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ตามที่มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 16/2558 เรื่องมาตรการแก้ไขปัญหาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างตรวจสอบและการกำหนดกรอบอัตรากำลังชั่วคราวลงวันที่ 15 พ.ย.2558นั้น

อาศัยอำนาจตามความในข้อ 1 และข้อ 5 ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 16/2558 เรื่องมาตรการแก้ไขปัญหาเจ้าหน้าที่รัฐที่อยู่ระหว่างตรวจสอบและการกำหนดกรอบอัตรากำลังชั่วคราวลงวันที่ 15 พ.ย.2558 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เห็นสมควรประกาศรายชื่อบุคคลเพิ่มเติมจากรายชื่อตามบัญชีแนบท้ายคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 16/2558 และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตามกรอบอัตรากำลังชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษในสำนักนายกรัฐมนตรี จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อยู่ในบัญชีรายชื่อเพิ่มเติมตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 16/2558 ตามความในข้อ 5 ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 16/2558 ข้อ 2 ให้ข้าราชการตำรวจตามข้อ 1 ขาดจากตำแหน่งและอัตราเงินเดือนเดิม ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อโอนไปเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ประเภทบริหารระดับสูง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นักบริหารระดับสูง) ตามข้อ 1 วรรคหนึ่งของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 16/2558 ข้อ 3 ให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ข้อ 4 คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 9 เม.ย.2562 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2558 ตามที่คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 2/2562 ใช้อำนาจออกสั่ง เป็นเรื่องมาตรการแก้ปัญหาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบ และการกำหนดกรอบอัตรากำลังชั่วคราว จะมีชื่อของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล เข้าไปรวมอยู่บัญชีแนบท้ายของคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2558 ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า หลังมีคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 2/2562 โอน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีต ผบช.สตม.ขาดจากตำแหน่งเดิม ไปเป็นที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นตำแหน่งข้าราชการพลเรือน เมื่อเวลา 16.45 น. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์เดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อรายงานตัวและรับทราบภารกิจหน้าที่ในตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฐานะกำกับดูแลงานสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ใช้เวลาเข้าพบเพียง 10 นาที ทั้งนี้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์แต่งกายในชุดไปรเวต สวมแจ็กเกตสีดำไม่ได้แต่งเครื่องแบบตำรวจและมีสีหน้าเรียบเฉย

ต่อมาเวลา 17.30 น. นายวิษณุให้สัมภาษณ์ว่า นายกฯมอบหมายให้ตนเป็นผู้รับการรายงานตัว พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กรณีเข้ามาช่วยราชการ ก่อนจะโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และจะรายงานตัวในตำแหน่งดังกล่าวอีกครั้ง เมื่อถามว่าการย้าย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์มาเป็นที่ปรึกษาพิเศษฯ ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2558 จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่ทราบว่าจะมีการสอบสวนหรือไม่ คงต้องไปถามทางตำรวจ เพราะคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2558 มีหลายลักษณะ ทั้งมาเพื่อจะสอบสวนแล้วไม่ผิด มาแล้วไม่สอบสวน และสอบสวนแล้วถึงมา ต้นเรื่องของการย้ายมาครั้งนี้ไม่มีเรื่องเกี่ยวกับ
การทุจริต

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เย็นวันเดียวกัน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจหัวหน้า คสช.โยก พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ไปเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ประเภทบริหารระดับสูง และแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรีว่า เห็นคำสั่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช. สตม.พ้นจากตำแหน่งไปเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ประเภทบริหารระดับสูง และแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แต่ยังไม่ได้รับเอกสารคำสั่งเป็นทางการ ซึ่งจะต้องเสนอเรื่องผ่านมาที่สำนักงานทะเบียนพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขณะนี้ถือว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์พ้นจากตำแหน่งแล้ว ไปปฏิบัติหน้าที่ข้าราชการพลเรือนและที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะนัดประชุม ก.ตร.แต่งตั้ง ผบช.สตม.คนใหม่วันที่ 10 เม.ย.หรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า ขณะนี้ยังนัดประชุม ก.ตร.เวลา 13.30 น. วันที่ 10 เม.ย. หากเปลี่ยนแปลงเจ้าหน้าที่ ก.ตร.จะแจ้งให้ทราบเพื่อยืนยันกับรอง ผบ.ตร.ที่เป็นคณะกรรมการ ก.ตร.อีกครั้ง ส่วนการประชุม ก.ตร. จะมีวาระพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายหรือไม่ เป็นขั้นตอนปกติของเจ้าหน้าที่ทะเบียนพลที่มีช่องทางประสานงานแจ้งเป็นวาระในที่ประชุม ส่วนที่มีคำสั่งให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์พ้นจากทุกศูนย์ฯที่เคยรับผิดชอบของ ตร. พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า เป็นไปตามปกติ ถ้าหากพ้นจากตำแหน่งหน้าที่แล้วจะต้องปรับเปลี่ยน จะมอบหมายคนที่เหมาะสมรับผิดชอบต่อไป ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวสอบดำเนินคดี พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ด้วย ผบ.ตร.ตอบว่า ยังไม่มี เห็นแต่ข่าวออกมา

มีรายงานด้วยว่า หลังจากมีคำสั่งให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ย้ายไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ ก.ตร.ได้ประสานขอเลื่อนการประชุม ก.ตร.ที่กำหนดขึ้นวันที่ 10 เม.ย.ไปก่อนไม่มีกำหนด เนื่องจากต้องรอให้ขั้นตอนการโอนย้าย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เสร็จสมบูรณ์ก่อน

ย้าย “บิ๊กโจ๊ก” อีกรอบ คราวนี้ “บิ๊กตู่” แจ้ง ครม.ใช้คำสั่ง คสช.ย้ายจากตำรวจมาเป็นที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขาดจากตำแหน่งและอัตราเงินเดือนเดิม 9 เม.ย. 2562 23:46 10 เม.ย. 2562 00:35 ไทยรัฐ