วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'จ่าแซม' อดีตหน่วยซีล พลีชีพสังเวยถ้ำหลวงฯ น็อกขณะดําน้ำกู้ภัย13หมูป่า

'จ่าแซม' อดีตหน่วยซีล พลีชีพสังเวยถ้ำหลวงฯ น็อกขณะดําน้ำกู้ภัย13หมูป่า

  • Share:
พิธีศพในพระราชานุเคราะห์ ‘หัวเว่ย-เทสลา’มาร่วมช่วย

สุดเศร้า “จ่าแซม” สังกัด ทอท. อดีตหน่วยซีล พลีชีพในถ้ำหลวงฯ ขณะดำน้ำออกจากถํ้า หลังลำเลียงขวดออกซิเจนไปติดตั้งแล้วหมดสติก่อนเสียชีวิต เผยเป็นนักกีฬาตัวเก่ง นิสัยดี ช่วยเหลือสังคม ในหลวงรับสั่งจัดงานให้สมเกียรติพร้อมพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ พ่อกับแม่ร่ำไห้สูญเสียลูกชายที่มีเพียงคนเดียว ส่วนการช่วยเหลือ 13 ชีวิตยังเดินหน้าต่อไป ทั้งสูบน้ำและหาโพรงเหนือถ้ำ องค์ทีประทานโปสต์การ์ด เป็นกำลังใจให้ทีมหมูป่าด้วย

ลุ้นระทึกปฏิบัติการช่วย “13 ชีวิต นักเตะทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย” ออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยต้องทำงานแข่งกับเวลาอย่างกระชั้นชิด เร่งสูบน้ำออกจากถ้ำทั้งกลางวันกลางคืน เนื่องจากฝนจะถล่มหนักตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค.เป็นต้นไปจะเพิ่มอุปสรรคมหาศาล ขณะเดียวกัน ชุดค้นหาอีกหลายชุดออกหาปล่องบนถ้ำเหนือ “เนินนมสาว” เพื่อจะนำตัวเด็กออกมาทางปล่อง ส่วนเด็กทั้งหมดทางหน่วยซีลและแพทย์สนามได้ดูแลสุขภาพ อาหารการกินเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายให้แข็งแรง ล่าสุด เกิดเรื่องเศร้าเมื่ออดีตทหารเรือหน่วยซีลเสียชีวิตขณะนำถังอากาศเข้าไปในถ้ำ

สลด! อดีตหน่วยซีลสละชีพ

ปฏิบัติการช่วยเหลือ 13 ทีมหมูป่าฯ ออกจากถ้ำหลวงยังคงดำเนินต่อไป แต่ล่าสุดเกิดเรื่องเศร้าสลด เมื่ออดีตทหารเรือหน่วยซีลได้เสียชีวิตภายในถ้ำอาถรรพณ์ โดยผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อเช้าวันที่ 6 ก.ค.ว่า จ.อ.สมาน กุนัน หรือจ่าแซม อายุ 38 ปี อดีตนักทำลายใต้น้ำจู่โจม หรือหน่วยซีลได้สละชีพกลางถ้ำหลวง ขณะดำน้ำกลับจากลำเลียงขวดอากาศจากโถงสามเข้าไปส่งในถ้ำแต่หมดสติก่อน และเสียชีวิตในที่สุด จากการสอบถามทราบว่า จ.อ.สมาน รับภารกิจเมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา ให้ลำเลียงขวดอากาศจากโถงสามไปวางตามจุดต่างๆ บริเวณสามแยก โดยเริ่มดำน้ำในถ้ำตั้งแต่เมื่อเวลา 20.37 น. วันที่ 5 ก.ค. หลังเสร็จภารกิจได้ดำน้ำกลับแต่หมดสติในน้ำ ระหว่างนั้นคู่ดำน้ำที่ไปด้วยกันได้ปฐมพยาบาล (CPR) แต่ไม่ได้สติ รีบนำกลับมายังโถงสาม เพื่อปฐมพยาบาลอีกครั้ง แต่ไม่ได้ผลและเสียชีวิตเวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 6 ก.ค. จึงนำศพออกมาหน้าถ้ำและ นำส่ง รพ.ค่ายพญาเม็งรายมหาราช จ.เชียงราย

ลาออกแต่ยังผูกพันกับหน่วย

ขณะที่ในกลุ่มไลน์ของ “Thai Navy Seal” ระบุว่า สำหรับ จ.อ.สมาน กุนัน หรือจ่าแซม เป็นนักทำลายใต้น้ำจู่โจม รุ่นที่ 30 ลาออกจากราชการไปทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ตระเวนระงับเหตุ การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตั้งแต่ปี 2549 เป็นสมาชิกนักทำลายใต้น้ำจู่โจมที่มีความรู้ ความสามารถเป็นนักกีฬาไตรกีฬา ชอบเล่นกีฬาประเภทแอดเวนเจอร์ แม้จะออกจากหน่วยไปแล้ว แต่ยังคงมีความรักและผูกพันกับพี่น้องนักทำลายใต้น้ำจู่โจม ไม่ว่าจะมีกิจกรรมอะไรที่มนุษย์กบจัด จ.อ.สมานจะมาร่วมกิจกรรมเสมอ จวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต จ.อ.สมานจากพวกเราไปในขณะร่วมทำงานกับพี่น้องมนุษย์กบ เพื่อให้ภารกิจสำเร็จตามที่ตั้งไว้ “ความตั้งใจ ความมุ่งมั่นของสมานจะอยู่ในใจของพี่น้องมนุษย์กบทุกคนเสมอ วันนี้สมานพักให้สบาย พวกเราจะทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ สมดั่งที่สมานตั้งใจไว้”

เศร้าแถลงข่าวเหตุ “จ่าแซม”

ต่อมาเวลา 09.30 น. นายภาสกร บุญญลักษม์ รอง ผวจ.เชียงราย พล.ต.ฉลองชัย ชัยยะคำ รองแม่ทัพภาคที่ 3 พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผบ. หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ หรือซีล พล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์ ผบ.มทบ.ที่ 37 และคณะแถลงข่าวถึงการเสียชีวิตของ จ.อ.สมาน กุนัน หรือจ่าแซม อายุ 38 ปี อดีตนักทำลายใต้น้ำจู่โจม หรือหน่วยซีล พลีชีพขณะปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือ 13 ชีวิตภายในถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนว่า เป็นเหตุการณ์ที่เศร้าสลดของพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศ เนื่องจาก จ.อ.สมาน อดีตเคยสังกัดหน่วยซีลได้พลีชีพขณะกลับจากนำขวดอากาศเข้าไปวางตามจุดตามภารกิจแต่ขาดอากาศ ทำให้เสียชีวิตเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น.

ในหลวงรับสั่งจัดงานสมเกียรติ

นายภาสกรกล่าวว่า ภายหลังความทราบถึงพระกรรณสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ท่านทรงแสดงความเสียพระราชหฤทัย รับสั่งให้จัดงานอย่างสมเกียรติในพิธีศพ อันดับแรกจะมีพิธีส่งศพที่ท่าอากาศยานนานาชาติแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงรายโดยนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผวจ.เชียงราย คนใหม่เป็นประธานในพิธี มีทหารกองเกียรติยศส่งศพอย่างสมเกียรติ ก่อนส่งศพโดยเครื่องบินทหารไปฐานทัพเรือสัตหีบ โดยพระราชทานน้ำหลวงอาบศพและทรงให้ดูแลครอบครัวบุตรหลานอย่างดีที่สุด ขณะที่ทางญาติขอนำศพไปประกอบพิธีที่บ้านเกิด จ.ร้อยเอ็ด อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่าการสูญเสีย จ.อ.สมาน ไม่ทำให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคนเสียขวัญ มีกำลังใจดีเยี่ยมและจะปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จโดยเร็ว

ผบ.ซีลย้ำไม่อยากให้ใครสูญเสีย

ด้าน พล.ร.ต.อาภากรกล่าวว่า รู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่มีใครอยากให้เกิดความสูญเสีย อย่างไรก็ตาม หน่วยซีลทุกคนถูกฝึกให้ทำงานในสถานการณ์ที่ยาก การบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเป็นเรื่องปกติ และเป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจแก่วงศ์ตระกูล ยืนยันว่าหน่วยซีลทุกคนมีขวัญและกำลังใจดีเยี่ยม และยังคงทำภารกิจช่วยเหลือเด็กทุกคนในถ้ำให้สำเร็จ ขณะนี้มีช่องทางเดียวที่จะถึงตัวเด็กคือทางน้ำ โดยตั้งกองบัญชาการที่โถง 3 จากโถง 3 ไปถึงเนินนมสาวระยะทาง 1,700 เมตร เป็นน้ำและมืดมีซอกมากมาย ยากลำบากต่อการเดินทาง ต้องดำน้ำเข้าไปใช้เวลาไป-กลับ 12 ชั่วโมง การปฏิบัติงานล่าสุดได้วางแผนนำอากาศออกซิเจนเข้าไปทางท่อพร้อมสายโทรศัพท์ ระยะทางประมาณ 5 กม.

ซีลถูกฝึกมาผจญความเสี่ยง

พล.ร.ต.อาภากรกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามขณะนี้มีอดีตซีลเป็นอาสาสมัครช่วยงานอีกหลายคนซึ่งซีลมีหน้าที่เป็นหัวหมู่ทะลวงฟันในเหตุการณ์นี้ ถูกฝึกมาให้ทำงานในภาวะความเสี่ยงตลอดเวลา ดังนั้น ความเจ็บป่วยและเสียชีวิตเป็นสิ่งที่ต้องเผชิญ ส่วนเด็กที่อยู่ด้านใน พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน แพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการดำน้ำอยู่กับเด็กๆ ไม่ต้องกังวล หากท่ออากาศถึงเด็กจะสามารถเติมอากาศจากด้านนอกได้ตลอด ส่วนปฏิบัติการสื่อสาร ล่าสุดได้ติดตั้งสัญญาณ wifi ที่บริเวณโถง 3 แล้ว

เร่งติดตั้งท่อออกซิเจน

ส่วน พล.ต.ฉลองชัยกล่าวว่า ปัจจัยสำคัญคือเวลา ทำให้ต้องปรับแผนตลอด จากที่หลายคนสอบถามถึงความปลอดภัยของเด็กในสภาวะที่ต้องอยู่ในถ้ำ ล่าสุดเจ้าหน้าที่กำลังเร่งนำท่ออากาศพันสายโทรศัพท์สนามเพื่อเข้าไปถึงเด็กให้เร็วที่สุดเพื่อเติมออกซิเจนให้เด็กจากด้านนอก และหากโทรศัพท์สนามถึงเนินนมสาว เด็กๆจะได้คุยกับพ่อแม่ ขณะที่ด้านบนมีอากาศยานบินหาปล่องโพรง ซึ่งส่วนใหญ่ที่พบเป็นโพรงตัน หากโพรงใดมีน้ำซึมซับเข้าถ้ำจะอุดไม่ให้น้ำเข้าไปเติมซึ่งต้องรักษาระดับน้ำในถ้ำให้คงที่และลดลงเพื่อสนับสนุนการทำงานของซีล

ป้า “โค้ชเอก” เสียใจเรื่องเศร้า

ด้านนางธรรม กันทะวงค์ อายุ 60 ปี ป้าของนายเอกพล จันทะวงษ์หรือโค้ชเอก เปิดเผยหลังทราบข่าว จ.อ.สมานเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในถ้ำหลวงว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ตนไม่กังวลในแผนการช่วยเหลือของทีมเจ้าหน้าที่เพราะว่าเชื่อมั่นในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกนาย รวมทั้งหน่วยซีลด้วย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามเจ้าหน้าที่จะพยายามอย่างสุดความสามารถ เพื่อที่จะช่วยเหลือทั้ง 13 คนที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวงออกมาโดยเร็วที่สุด

ทอท.ช่วยครอบครัว 1 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายด้วยว่า จ.อ.สมานเข้าร่วมปฏิบัติการค้นหา “ทีมหมูป่าอะคาเดมี” พร้อมกับเจ้าหน้าที่รายอื่น จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิรวม 13 คนโดยเป็นภารกิจพิเศษ ในนามทีม AOT special team ปฏิบัติภารกิจเป็นหน่วยสนับสนุนการทำงาน ของทีมซีล ในการลำเลียงอาหารและน้ำจากโถง 3 เข้าไปให้หน่วยซีลก่อนที่หน่วยซีลจะนำอาหารและนํ้าไปให้ทีมหมูป่าอีกทอดหนึ่ง ด้านนายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) กล่าวว่าทอท.รู้สึกเสียใจและมีความอาลัยอย่างยิ่งต่อการจากไปของ จ.อ.สมาน และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งมายังครอบครัวของ จ.อ.สมานซึ่งเป็นผู้ที่มีจิตใจสูงส่งและเสียสละในการเข้าร่วมปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ด้วยความเต็มใจและมุ่งมั่น เป็นที่ภาคภูมิใจของประเทศชาติ และ ทอท.เบื้องต้นได้เตรียมเงินเพื่อชดเชยและเยียวยาครอบครัวจำนวน 1 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ทางฝ่ายบริหารจะเร่งสรุปแผนเยียวยาความช่วยเหลือเพิ่มเติมให้กับครอบครัวเพื่อเสนอบอร์ด ทอท.พิจารณาเพิ่มเติมในวันที่ 25 กรกฎาคมนี้

นายกฯสั่ง มท.ช่วยเหลือ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เปิดเผยถึงการเสียชีวิตของ จ.อ.สมานว่า ได้รับรายงานการเสียชีวิตของ จ.อ.สมานแล้ว ส่วน พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. รับทราบแล้วและขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวของ จ.อ.สมาน โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยดูแลตามขั้นตอน ส่วน พล.ร.ต.เชษฐา ใจเปี่ยม รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือในฐานะโฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า ขณะนี้กองทัพเรือเตรียมพิจารณาช่วยเหลือ จ.อ.สมานในด้านอื่น เพราะ จ.อ.สมานไม่ได้เป็นกำลังพลของกองทัพเรือแล้วจึงไม่มีสิทธิเหมือนกับกำลังพลที่สังกัดกองทัพเรือ

สาเหตุเป็นลมขณะดำน้ำ

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า การเสียชีวิตของ จ.อ.สมาน เนื่องจากเป็นลมขณะที่ดำน้ำ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว สาเหตุอาจเกิดจากร่างกายไม่แข็งแรงทำให้เป็นลมหรือเพราะเขามีโรคประจำตัว ต้องไปตรวจสอบอีกครั้ง ยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่กระทบขวัญกำลังใจของเจ้าหน้าที่ เพราะพวกเขาแข็งแรงอยู่แล้ว เราให้กำลังใจเขาอยู่ตลอดเวลา เมื่อถามว่าจากกรณีดังกล่าวควรจะมีมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียขึ้นอีก พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เขาใช้มาตรการทุกอย่างอยู่แล้ว การสูญเสียเป็นการสูญเสียรายบุคคล ไม่ใช่การสูญเสียเป็นกลุ่มทั้งหมดจะให้ทำอย่างไร

อดีตโค้ชตกใจลูกศิษย์พลีชีพ

นายปราโมทย์ รัตนสมบัติ อายุ 62 ปี บ้านเลขที่ 16/64 หมู่ 8 ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี อดีตโค้ชผู้ฝึกสอนจักรยานให้ จ.อ.สมาน เปิดเผยว่า ตนและครอบครัวรู้จักกับ จ.อ.สมาน มากว่า 10 ปีแล้ว ตอนนั้นเขาเป็นนักกีฬาแข่งขันจักรยานประจำจังหวัดชลบุรีและมาฝึกซ้อมจักรยานที่บ้านตนเป็นประจำทำให้มีความสนิทสนมกันเป็นอย่างดี จน จ.อ.สมานได้เรียกตนว่า พ่อและเรียกภรรยาของตนว่าแม่ ล่าสุดทราบข่าวว่า จ.อ.สมานได้เป็นตัวแทนไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือ 13 ชีวิตที่ถ้ำหลวง รู้สึกดีใจ เพราะเขามีความสามารถเรื่องช่วยเหลือผู้อื่น แต่พอทราบว่าเสียชีวิตขณะปฏิบัติภารกิจ รู้สึกตกใจ ยังรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและเสียใจเป็นอย่างมาก

แห่โพสต์ข้อความไว้อาลัย

ด้าน จ.อ.อำนาจ ศรีชาติ เจ้าหน้าที่อาวุโส 5 ชุดปฏิบัติการพิเศษ ทอท. เพื่อนร่วมงานที่สนิทของ จ.อ.สมานเปิดเผยว่า ตนกับ จ.อ.สมาน หรือแซม รู้จักกันมานานกว่า 12 ปี เพราะแซมเป็นรุ่นน้องในหน่วยซีล ตอนมาทำงานที่สุวรรณภูมิอยู่ฝ่ายเดียวกันและอยู่ด้วยกันตลอด แซมเป็นคนดี น่ารัก ขยันทำงาน มีความมุ่งมั่นตั้งใจ เป็นที่รักของเพื่อนร่วมงาน และยังเป็นนักกีฬาชื่นชอบในการเข้าร่วมการแข่งขันไตรกีฬาในทัวร์นาเมนต์ต่างๆ ทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ การสูญเสียในครั้งนี้ถึงจะสร้างความเสียใจแต่พวกเราก็ภาคภูมิใจในการปฏิบัติหน้าที่ของแซม ทั้งนี้เฟซบุ๊กของเพื่อนร่วมงานในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและเฟซบุ๊กประชาสัมพันธ์ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ขึ้นข้อความและภาพแสดงความเสียใจในการจากไปของ จ.อ.สมาน กุนัน ด้วย

ทูลกระหม่อมฯโพสต์เสียพระทัย

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนา พรรณวดี ทรงโพสต์ผ่านอินสตาแกรมส่วนพระองค์ ทรงแสดงความเสียพระทัยต่อเหตุการณ์ที่ จ.อ.สมาน กุนัน นักทำลายใต้น้ำจู่โจม (ซีล) นอกราชการ เสียชีวิตขณะร่วมปฏิบัติภารกิจลำเลียงขวดอากาศในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ข้อความว่า “RIP จ่าเอกสมาน กุนัน จ่าเอกหน่วย Seal นักทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการ ที่เสียชีวิตในถ้ำหลวง ขณะปฏิบัติภารกิจลำเลียงขวดออกซิเจน เมื่อ 01:00 น. วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวและเพื่อนๆ ด้วย จ่าเอกสมาน Hero ของเรา ขอให้หลับสบายบนสวรรค์”

พ่อแม่ร่ำไห้สูญเสียลูกชาย

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปบ้านเลขที่ 44 หมู่ 3 บ้านหนองคู ต.เมืองหงส์ อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด บ้านเกิดของ จ.อ.สมาน พบนายวิชัย กุนัน อายุ 61 ปี กับนางสำราญ กุนัน อายุ 62 ปี พ่อและแม่ของ จ.อ.สมาน ร่ำไห้เศร้าโศกเสียใจ โดยมีญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านคอยปลอบใจและเตรียมจัดสถานที่เพื่อรับศพของ จ.อ.สมานที่จะมาถึงในวันที่ 7 ก.ค. ขณะที่นายวิชัยเปิดเผยว่า ทราบข่าวตอน 10.00 น. วันเดียวกันนี้ว่าลูกชายเสียชีวิต รู้สึกเสียใจอย่างบอกไม่ถูก ตนมีลูกคนเดียวคือ จ.อ.สมาน ปกติแล้วลูกชายเป็นคนที่มีรูปร่างแข็งแรง ไม่เที่ยว ไม่ดื่ม และเป็นนักกีฬาไตรกีฬาซึ่งล่าเหรียญรางวัลและถ้วยรางวัลมามากต่อมากแล้ว ก่อนหน้านี้ ลูกชายโทร.มาบอกว่า ได้อาสาเข้าไปช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมีที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ตนยังบอกลูกชายไปว่า พ่อเป็นห่วง ไม่อยากให้เข้าไปในถ้ำกลัวได้รับอันตราย ซึ่งลูกก็รับปากพร้อมบอกว่าจะ กลับมาหาพ่อแม่ในวันที่ 15 ก.ค.2561 เพื่อจะมาขายไก่งวงที่เลี้ยงเอาไว้กว่า 200 ตัว

สูญเสียลูก แต่ภูมิใจที่ช่วยคน

นายวิชัยกล่าวอีกว่า จ.อ.สมานเป็นผู้คอยดูแล พ่อแม่มาโดยตลอด ในแต่ละเดือนจะส่งเงินมาให้ 5,000-10,000 บาทไม่เคยขาด เพราะพ่อกับแม่ต้องดูแลคุณตากับยาย คือนายเคน หงส์ชั้น อายุ 92 ปี กับนางจันทา หงส์ชั้น อายุ 86 ปี ที่มีบ้านอยู่ติดกันด้วย ส่วนศพของลูกชายจะนำไปตั้งบำเพ็ญ กุศลที่วัดบ้านหนองคู เพราะมีพื้นที่กว้างขวาง ห่างจากบ้านเพียง 100 เมตร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนและภรรยารู้สึกเสียใจและดีใจ มากพอๆกัน ดีใจคือ ลูกได้อาสาไปช่วยเหลือคน ไม่อยากโทษทีมหมูป่าอะคาเดมี หรือโทษใครทั้งนั้น สิ่งไหนจะเกิด มันก็ต้องเกิด ไม่อยากโทษใคร และการสูญเสียลูกชายซึ่งถือว่าเป็นเสาหลักของครอบครัวในครั้งนี้ ตอนนี้ ยังคิดอะไรไม่ถูก

แต่งงานแล้ว แต่ยังไม่มีลูก

พ่อผู้สูญเสียลูกกล่าวอีกว่า หลังลูกชายไปถึงถ้ำที่ จ.เชียงราย ได้โทร.มาบอกว่า ไม่เข้าไปช่วยไม่ได้เพราะมาปฏิบัติหน้าที่แล้ว ขอให้พ่อแม่สบายใจจะทำให้ดีที่สุด ส่วนนางสำราญ แม่กล่าวว่า ก่อนเข้าถ้ำลูกชายได้โทร.มาหาบอกว่าจะเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในถ้ำแล้วนะ จากนั้นก็มาทราบข่าวอีกครั้งว่า ลูกเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ปัจจุบันลูกชายแต่งงานกับแฟนสาวที่ทำงานอยู่ที่เดียวกันในสนามบินสุวรรณภูมิ แต่ยังไม่มีลูกด้วยกัน แต่เอาหลานสาวอายุ 6 ขวบไปเลี้ยงเผื่อเป็นเคล็ดจะได้มีลูกของตนเองตามความเชื่อของคนทั่วไป

พิธีศพจัดอย่างสมเกียรติ

ต่อมาเวลา 14.00 น. ขบวนศพ จ.อ.สมาน เคลื่อนออกจาก รพ.ค่ายเม็งรายมหาราช โดยรถยีเอ็มซีไปตามถนนขึ้นสะพานเม็งรายมุ่งสู่ถนนพหลโยธิน เข้าสนามบินนานาชาติแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย โดยมีนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผวจ.เชียงรายคนใหม่ พร้อมข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ ตั้งแถวเกียรติยศส่งศพอดีตทหารหน่วยซีลเดินทางไปสนามบินอู่ตะเภา กองการบินทหารเรือ กองเรือ ยุทธการ ต.พลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง โดยเครื่องบินแบบดอร์เนียร์กองทัพเรือ กระทั่งเวลา 17.00 น. วันเดียวกันที่ศพ จ.อ.สมานถึงสนามบินอู่ตะเภาโดยมี พล.ร.ท.รัษฎางค์ ธีรเนตร รองผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ กองทัพเรือผู้แทนกองทัพเรือ พร้อมข้าราชการกองทัพเรือ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น และนางวลีพร กุนัน ภรรยาของ จ.อ.สมาน และญาติมารอรับศพจำนวนมาก ก่อนเคลื่อนย้ายศพไปประกอบพิธีรดน้ำศพ ณ วัดสัตหีบ จ.ชลบุรี

พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ

จากนั้นเวลา 17.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.ท. ภักดี แสงชูโต ผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปในพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และวางพวงมาลาหลวงที่หน้าหีบศพ จ.อ.สมาน กุนัน ซึ่งเสียชีวิตจากการรับภารกิจในการให้ความช่วย เหลือนักฟุตบอลเยาวชนและผู้ฝึกสอนทีมหมูป่าอะคาเดมี ณ วัดสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ในการนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุเคราะห์ในงานศพโดยตลอดและพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรม ราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬา ภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบล รัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พระเจ้า หลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมและโปรดให้ พล.อ.ท.ภักดี แสง-ชูโต เชิญพวงมาลาพระราชทานและพวงมาลาประทานวางที่หน้าหีบศพด้วย

ครู-นักเรียน-แม่ค้ายืนไว้อาลัย

ที่โรงเรียนบ้านแฮดศึกษา อ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น นายบุญเหลือ ทองอ่อน ผอ.โรงเรียนบ้านแฮดศึกษา พ.ต.อ.อนุศักดิ์ ศักดาวัชรานนท์ ผกก.สภ.บ้านแฮด นำคณะข้าราชการตำรวจ ครูและนักเรียนจากทุกระดับชั้นรวมกว่า 1,000 คน พร้อมใจกันยืนสงบนิ่ง 1 นาทีเพื่อไว้อาลัยและแสดงความเสียใจในการจากไปของ จ.อ.สมาน กุนัน อดีตทหารหน่วยซีลที่ไปช่วยชีวิตนักฟุตบอลและโค้ช รวม 13 ชีวิตที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง และที่ตลาดทุ่งนาทอง เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าตลาดทุ่งนาทองกว่า 50 คน รวมตัวกันยืนไว้อาลัยให้กับ จ.อ.สมานเช่นกัน

อย่าโทษเด็กและโค้ชเป็นต้นเหตุ

นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีเหตุ จ.อ.สมานเสียชีวิตว่า เรื่องนี้ไม่อยากให้สังคมโทษนักเตะและโค้ชทั้ง 13 คนเพราะเชื่อว่าทั้งโค้ชและเด็ก ต่างรู้สึกผิดกันอยู่แล้ว อย่าได้ซ้ำเติมเพราะไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเหตุสุดวิสัยและเชื่อว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ต้องหาทางเยียวยาสภาพจิตใจครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างดี ขณะนี้สังคมไทยยังคงต้องการความสามัคคีและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเหมือนเดิม ไม่ควรซ้ำเติมหรือให้ความคิดเห็นที่แตกแยกออกไป สิ่งสำคัญในขณะนี้สังคมควรมองภาพให้ออกในความเป็นจริง ขณะเดียวกัน รักษาความหวังของแต่ละฝ่ายเอาไว้ ให้สมดุลต้องผลึกกำลังกันทั้งเจ้าหน้าที่และญาติ เด็ก หรือโค้ชเพื่อนำตัวเองผ่านพ้นวิกฤติ ปัญหาทุกอย่างเป็นบทเรียนเพื่อหาทางป้องกัน

สื่อต่างประเทศประโคมข่าว

สำนักข่าวต่างประเทศทั่วโลกทั้งเอพี เอเอฟพี รอยเตอร์ ไปจนถึงบีบีซี ซีเอ็นเอ็น ประโคมข่าว จ.อ.สมาน กุนัน อดีตสมาชิกหน่วยซีลไทยเสียชีวิตหลังขาดอากาศหมดสติระหว่างปฏิบัติการกู้ภัยช่วยเหลือทีมฟุตบอลเยาวชนหมูป่าอะคาเดมี ภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย สะท้อนให้เห็น ถึงความเสี่ยงที่จะช่วยเหลือเด็กๆที่ว่ายน้ำไม่เป็นออกจากถ้ำด้วยการดำน้ำ พร้อมระบุว่า เจ้าหน้าที่ไทย ได้มีการพิจารณาแผนอื่น ทั้งการเจาะอุโมงค์จากป่าด้านบนเข้าไปในถ้ำ หรือรออยู่ในถ้ำเป็นเวลาหลายเดือนจนกว่าจะหมดฤดูฝนและระดับน้ำลด ซึ่งอย่างหลังอาจเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด แต่ระดับปริมาณออกซิเจนที่ลดลง และฤดูฝนของไทยที่ยาวนานถึงเดือน ต.ค. อาจทำให้การรอในถ้ำเป็นอันตรายอย่างยิ่ง

เพิ่มเครื่องปั๊มไฟฟ้าอีก 4 หัว

ส่วนการช่วยนำทีมหมูป่าออกจากถ้ำยังดำเนินการต่อไปตามแผน ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้ใช้รถบรรทุกปั๊มน้ำไฟฟ้า 4 หัวมาลงหน้าถ้ำหลวงเพื่อนำเสริมเครื่องสูบน้ำในถ้ำหลวง หลังจากที่การไฟฟ้าส่วน ภูมิภาคได้ลากสายไฟเพิ่มกำลังไฟฟ้าเข้าไปในถ้ำเมื่อคืนที่ผ่านมาเพื่อจะได้นำไปติดตั้งเสริมเร่งสูบน้ำออกมาจากโถง 2 ส่วนที่หน้าถ้ำได้มีการสับเปลี่ยนกำลังพลของทหารที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่อาสาสมัครนักดำน้ำชาวต่างชาติและเจ้าหน้าที่ทุกนายยังคงเดินหน้าช่วยเหลือเด็กทั้ง 13 คนต่อไป แม้ว่าจะสูญเสียอดีตนักดำน้ำหน่วยซีลไปก็ตามแต่จิตใจของเจ้าหน้าที่ทุกคนยังเข้มแข็งและได้รับกำลังใจ ดีเยี่ยมจากประชาชนทั่วประเทศ

เร่งสูบน้ำออก–เติมออกซิเจน

พล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์ ผบ.มณฑลทหารบกที่ 37 ซึ่งควบคุมดูแลการระบายน้ำจากหน้าถ้ำทรายทองที่เป็นบริเวณซับน้ำจากดอยนางนอน กล่าวว่า ในส่วนของการพร่องน้ำหน้าถ้ำทรายทองตอนนี้น้ำเริ่มออกมาน้อยลงเพราะน้ำเริ่มลดแต่ยังคงเดินหน้าหาตาน้ำเพิ่มเพื่อปิดทางน้ำและเร่งพร่องน้ำ เพื่อรองรับน้ำฝนที่คาดว่าจะตกลงมาในเร็วๆนี้ ส่วนในถ้ำออกซิเจนเริ่มลดลงต้องเร่งนำอากาศเข้าไปเพิ่มให้ได้มากที่สุด ขณะนี้ทางจังหวัดเชียงรายและกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ดูแลประสานงานด้านแผนการทั้งหมด
ขณะที่ พล.ต.ฉลองชัย ชัยยะคำ รองแม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า ปัจจัยเรื่องเวลาเป็นเครื่องกำหนดให้เราปรับแผนตลอดเวลา ส่วนน้ำจะท่วมบริเวณเนินนมสาวซึ่งเป็นจุดที่เด็กอยู่นั้นหรือไม่ อนาคตไม่มีใครสามารถคาดการณ์ได้ ส่วนจะเรื่องการพาเด็กออกมาฉุกเฉินเมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้นอยู่กับผู้บัญชาการเหตุการณ์ “เราไม่รอเวลา สภาพอากาศเป็นปัจจัยสำคัญ ระดับน้ำ ปริมาณออกซิเจน แต่ว่า ทุกอย่างอยู่ในการดูแลของทีมซีลที่อยู่กับเด็กรวมหมอและพยาบาลด้วย ซึ่งวันนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือท่อออกซิเจนให้ถึงเด็กและเติมอากาศจากนอกถ้ำ โดยปลายสายอยู่ที่โถง 3 แล้ว พยายามจะไปให้ถึงเนินนมสาวในวันนี้” พล.ต.ฉลองชัยกล่าว

ระดมลากสายออกซิเจน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คืนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครได้ช่วยกันลากสายออกซิเจนเข้าไปในถ้ำเพื่อจะไปถึงเนินนมสาวที่ทีมหมูป่าอยู่ แต่ขณะนี้ไปได้ถึงโถง 3 ขณะเดียวกันมีการเพิ่มสายไฟเมนอีก 2 ม้วนใหญ่ เพื่อให้เพียงพอกับปั๊มน้ำที่เพิ่มตลอดเวลา ระดับน้ำเมื่อคืนนี้ที่โถง 3 ลดลงกว่า 20 เซนติเมตร ขณะที่โถง 1 และโถง 2 ทรงตัว การเดินทางจากปากถ้ำไปโถง 3 สามารถผ่านได้มีช่องหายใจเหนือน้ำ แต่อุปสรรคใหญ่ยังเป็นจุดสามแยก และระยะทางกว่า 500 เมตรก่อนถึงเนินนมสาว ที่ต้องดำน้ำยาว

แบ่งทีมเดินหน้าค้นหาปล่อง

ด้านการทำงานของเจ้าหน้าที่หน่วยต่างๆ กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้แบ่งเป็นสองทีมโดยทีมหนึ่งทำหน้าที่สนับสนุนงานในถ้ำ ในการขนเครื่องมือและของในถ้ำ อีกส่วนหนึ่งขึ้นไปสำรวจบนดอยบริเวณเพื่อหาหลุมที่คาดว่าจะอยู่เหนือจุดเนินนมสาวเพื่อสำรวจทำแผนที่ร่วมกับทีม ตชด.32 ทหาร มทบ.37 ทีมซีลกว่า 10 คนและกลุ่มเก็บรังนกลิบง จ.ตรัง เป็นการสำรวจต่อจากเมื่อวาน ที่พบเพียงหลุมที่มีความลึกประมาณ 60 เมตร และอีกหลุมลึกไม่มากแต่ตัน ดังนั้นคณะยังคงเดินเท้าสำรวจต่อไปตามร่องน้ำที่ไหลไปตามซอกเขา เพื่อหาหลุมที่มีศักยภาพต่อไป ซึ่งสองวันนี้เดินเท้ากว่า 10 กม.

ขณะเดียวกันหน่วยซีลวันนี้ นอกจากทำงานในถ้ำแล้วยังแบ่งทีมเดินบนดอยเพื่อหาหลุมที่จะสามารถเป็นช่องทางเข้าถ้ำได้และยังมีทีมซีลจำนวนหนึ่งไปยังถ้ำทรายทองเพื่อสำรวจถ้ำ ที่ขณะนี้มีการพร่องน้ำและดูดน้ำออกจำนวนมากแล้วเพื่อเตรียมรับน้ำฝน และมีปากถ้ำที่มีความลึกกว่า 900 เมตร และช่วงบ่ายวันเดียวกันเริ่มมีฝนตกลงมาแล้ว

อุปสรรคใหญ่ตรวจพิกัดไม่ได้

ดร.ธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงของการสำรวจหาโพรง พื้นที่เหนือถ้ำใกล้เคียงกับเนินนมสาวแต่ยังไม่เจอพิกัดของหลุมที่สามารถจะเชื่อมต่อลงไปในถ้ำได้ ส่วนอีกจุดที่สำรวจคือปลายถ้ำแต่พิกัดไม่สามารถยิงจีพีเอสระบุตำแหน่งในถ้ำได้เพราะด้านล่างในถ้ำไม่มีสัญญาณจึงใช้เครื่องมือโบราณ เช่น หูฟังหมอหรืออุปกรณ์จับการสั่นสะเทือน โดยให้คนในถ้ำส่งสัญญาณเคาะเพื่อจับสัญญาณรวมถึงการใช้วิธีเดินเท้า และการใช้ไม้บรรทัดวัดจากแผนที่ ส่วนหลุมที่จะมีศักยภาพหรือไม่ตอนนี้ยังบอกไม่ได้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

“เรื่องการเข้าไปในถ้ำจะไม่ใช้การเจาะแต่เป็นการสกัดหินเหมือนเอาค้อนไปทุบๆ หินให้เป็นแง่งสามารถผ่านเข้าไปได้ ผลกระทบการสกัด คือหินปูนแตกง่าย ทำให้คนกังวลว่าจะถล่มหรือหินงอกหินย้อยหักพังจึงเป็นสิ่งที่ต้องระวังจึงต้องให้ผู้เชี่ยวชาญมาวิเคราะห์อีกร่วมกัน โดยได้มีบริษัทเอกชนมาช่วยดูสำรวจวิเคราะห์และสนับสนุนเครื่องมือ อย่างไรก็ตาม การสกัดหินเพื่อหาช่องทางเข้าไปก็เป็นทางเลือกหนึ่งแต่จะไม่เจาะโพรงใหญ่ เพราะเป็นงานใหญ่ เครื่องมือที่ใช้ไม่ใช่เครื่องมือหนัก แต่ทางกู้ภัยหลักก็ยังเป็นเรื่องการลดระดับน้ำเหมือนเดิม” นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยกล่าว

เตือนพาเด็กดำน้ำออกอันตราย

Mr.Ivan Karadzic นักดำน้ำจิตอาสาจากประเทศเดนมาร์ก ให้สัมภาษณ์ที่หน้าถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนว่า อุณหภูมิภายในถ้ำประมาณ 20 องศา และน้ำค่อนข้างเย็น ดังนั้นความเป็นไปได้ค่อนข้างยากที่จะนำตัวเด็กๆทั้ง 13 คน ออกมาจากถ้ำในเร็วๆนี้ การเคลื่อนที่ภายในถ้ำใช้เวลานานพอสมควร โดยหน่วยซีลใช้เวลาถึง 6 ชม.ในการดำน้ำออกมา ขณะที่หากเป็นเด็กๆอาจจะต้องใช้เวลามาก 8-9 ชม.ทั้งนี้ สิ่งที่เป็นอุปสรรคในอีกไม่กี่วันข้างหน้าคือ หากฝนตกหนักจะทำให้การออกมาจากถ้ำลำบากไปมากกว่านี้ อีกทั้งเด็กไม่สามารถดำน้ำได้ แต่กำลังสอนให้เด็กๆดำน้ำอยู่ข้างในแต่ไม่รู้ว่าจะทันเวลาก่อนที่น้ำจะขึ้นมากไปกว่านี้หรือไม่ “ผมเข้าใจความรู้สึกของคนไทย และเสียใจที่สูญเสียสมาชิกคนหนึ่งในกลุ่ม” Ivan Karadzic กล่าว

ทีมรังนกเจอ 2 โพรงแต่ตัน

สำหรับทีมเก็บรังนกนางแอ่นบนเกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง จำนวน 8 คนที่ระดมทุนมากันเองมาช่วย 13 ชีวิตนั้นยังปฏิบัติภารกิจออกค้นหาปล่องถ้ำบนดอยผาหมีที่อยู่เหนือขึ้นไปของถ้ำหลวง-ขุนนํ้านางนอน สอบถามนายอาสาน คนขยัน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง 1 ใน 8 เปิดเผยว่า เดินเท้าไปบนดอยผาหมีเพื่อค้นหาโพรงน้ำที่เด็กในถ้ำได้ยินเสียงนกร้อง แต่ลำบากมากเนื่องจากเป็นทางลาดชัน และได้เจอแล้ว 2 โพรง ได้โรยตัวลงไปประมาณ 100 กว่าเมตร 1 โพรง 60 เมตร 1 โพรง แต่ทั้ง 2 โพรงเป็นโพรงตัน จึงได้ยกเลิกภารกิจค้นหาและจะค้นหาใหม่ในวันรุ่งขึ้น

“องค์ที” ประทานโปสต์การ์ด

เมื่อวันที่ 6 ก.ค.พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า ทีปังกรรัศมีโชติ ทรงติดตามข่าวด้วยความห่วงใยนักฟุตบอลเยาวชนและผู้ฝึกสอนทีมหมูป่าอะคาเดมี ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย การนี้ ได้ประทานโปสต์การ์ดเพื่อเป็นกำลังใจให้แก่นักฟุตบอลเยาวชนและผู้ฝึกสอนที่ขณะนี้ได้พบแล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการช่วยเหลือนำทุกคนให้กลับมาหาครอบครัวได้อย่างปลอดภัย โดยภาพโปสต์การ์ดเป็นภาพก้อนหินที่มีสีและขนาดแตกต่างกันจัดเรียงซ้อนกัน ในแต่ละก้อนมีข้อความภาษาเยอรมัน ที่สื่อถึงการประทานกำลังใจ ได้แก่คำว่า Mut (มู้ท) มีความหมายว่า “กล้าหาญ” Glück (กลึค) มีความหมายว่า “มีโชคดี” Gelassenheit (เกลาสเซนไฮท์) มีความหมายว่า “มีความสุข” Erfolg (แอร์โฟล์ก) มีความหมายว่า “ประสบความสำเร็จ” Freude (ฟร๊อย์ด) มีความหมายว่า “มีความยินดี” Gesundheit (เกซุนด์ไฮท์) มีความหมายว่า “ให้มีสุขภาพดี”

ทรงห่วงใย 13 ชีวิตหมูป่า

ส่วนด้านในของภาพโปสต์การ์ด พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ มีลายพระหัตถ์ลงวันที่ 3 ก.ค. 2561 ที่ทรงแสดงถึงความห่วงใยต่อนักฟุตบอลเยาวชนและผู้ฝึกสอน เป็นภาษาเยอรมัน มีข้อความที่แปลเป็นภาษาไทยว่า “เด็กๆ ที่รัก พวกเธอคงกลัวกันมากอย่างแน่นอน แต่ฉันก็นึกถึงพวกเธออยู่เสมอ ฉันมีความยินดีมากที่ทุกคนปลอดภัยและสุขภาพแข็งแรง ฉันขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนในการช่วยเหลือในครั้งนี้ และขอให้ภารกิจนี้ประสบความสำเร็จได้ด้วยดี (ลงพระนาม) ทีปังกรรัศมีโชติ

มท.1 ลงพื้นที่ตามสถานการณ์

ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ว่าตนจะเดินทางไปจังหวัดเชียงรายเพื่อติดตามสถานการณ์การช่วยเหลือ 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน โดยขณะนี้สิ่งที่คาดว่าจะเป็นปัญหาคือเรื่องของอากาศภายในถ้ำและระดับน้ำ เนื่องจากฝนตกทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้ทีมดำน้ำทุกประเทศที่ปฏิบัติงานอยู่ที่ถ้ำหลวงได้เตรียมแผน หากจำเป็นต้องนำเด็กออกมาก็ต้องดำเนินการทันที แต่ต้องรอทีมดำน้ำจากประเทศอังกฤษที่เข้าไปประเมินสถานการณ์ก่อน ส่วนการสูบน้ำและการระบายน้ำยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของทีมดำน้ำ นอกจากนี้ ยังได้นำถังอากาศฉุกเฉินไปให้เด็กด้วย อย่างไรก็ตามความยากลำบากคือ ทีมทำงานไม่ได้พักเลยทำให้เกิดความอ่อนเพลียบ้าง

พะเยาแห่ต้อนรับ “ณรงค์ศักดิ์”

ช่วงสายวันเดียวกันนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.พะเยา คนใหม่พร้อม นางจินจณา โอสถธนากร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเดินทางเข้าสักการะ ศาลหลักเมือง อนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง พระเจ้าตนหลวง สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองพะเยาก่อนเดินทางไปที่ศาลากลางจังหวัดพะเยา สักการะศาลพระภูมิประจำศาลากลางจังหวัด พระบรมราชานุสาวรีย์ ร.5 และเดินทางเข้าจวนผู้ว่าฯ โดยมีนายวุฒิชัย เสาวโกมุท และ ว่าที่ ร.ต.ณรงค์ โรจนโสทร รอง ผวจ.พะเยา ข้าราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชนและประชาชนให้การต้อนรับเป็นจำนวนมาก

ขณะที่นายณรงค์ศักดิ์ ได้กล่าวทักทายผู้ที่เดินทางมาต้อนรับพร้อมบอกว่าจะทำให้จังหวัดพะเยาไม่เป็นทางผ่านจะทำการส่งเสริมการท่องเที่ยวและด้านอื่นๆ หลังจากนี้จะเดินทางไปยังจังหวัดเชียงรายเพื่อทำหน้าที่บัญชาการเหตุการณ์ช่วยเหลือน้องๆ 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงต่อไปจนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจ ช่วยเหลือน้องๆ ออกมาได้อย่างปลอดภัย

ผู้ว่าฯ เชียงรายหนุนช่วยทีมหมูป่า

ส่วนที่อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช อ.เมืองเชียงราย นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผวจ.เชียงรายคนใหม่พร้อมภริยาเข้ากราบไหว้สักการะอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราชโดยมีข้าราชการและชาวจังหวัดเชียงรายจำนวนมากมารอให้การต้อนรับ มอบดอกไม้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจโดยนายประจญ กล่าวว่า ตั้งใจจะมาพัฒนาบ้านเกิดอย่างเต็มที่โดยมีภาครัฐและภาคเอกชนให้การสนับสนุนพัฒนาจังหวัดเชียงรายอย่างเข้มแข็งและจะขออยู่ที่จังหวัดเชียงรายแห่งนี้จะไม่ขอย้ายไปไหน ในส่วนของการช่วยเหลือทีม 13 หมูป่าที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนท่านณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ทำหน้าที่ช่วยเหลือจนกว่าจะจบสิ้นภารกิจ ส่วนของตนจะให้รองผู้ว่าฯ เข้าไปช่วยเหลือดูแลอีกแรง สำหรับนายประจญ ปรัชญ์สกุล นั้นเป็นชาว อ.แม่สาย จ.เชียงรายโดยกำเนิด

ชาวพุทธแห่ไหว้ครูบาบุญชุ่ม

ที่สำนักปฏิบัติธรรม วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย มีนักท่องเที่ยวและพุทธศาสนิกชนเดินทางมาจำนวนมากเพื่อจะกราบสักการะครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร ที่ทำพิธีสวดแผ่เมตตาและเปิดปากถ้ำหลวงจนนำไปสู่การค้นพบ 13 ทีมหมูป่าตรงกับคำทำนายสร้างความฮือฮาไปทั่ว แต่พุทธศาสนิกชนต่างผิดหวังที่ไม่สามารถเข้าพบตัวครูบาได้ เนื่องจากครูบาบุญชุ่มอยู่ระหว่างเข้ากรรมฐานแผ่เมตตาและไม่พูดคุยกับใครนาน 3 วันที่กุฏิกลางน้ำโดยจะครบ 3 วันในเช้าวันที่ 7 ก.ค. ขณะเดียวกันกลุ่มแม่บ้านบ้านวังลาว หมู่ 4 ต.เวียง อ.เชียงแสน นำอาหารเจและกล้วยน้ำว้ามาถวายครูบาบุญชุ่มโดยมีพระลูกศิษย์มารับอาหารไปถวายแทนพร้อมกันนี้กลุ่มแม่บ้านเปิดเผยว่า หลังจากครูบาฉันอาหารแล้ว ท่านจะส่งอาหารกลับคืน พวกตนจะนำอาหารเหล่านั้นมากินกันเพราะถือว่าเป็นข้าวทิพย์น้ำทิพย์ของครูบาเจ้าและเป็นมงคลชีวิต

เผยครูบาบุญชุ่มปิดวาจา 2 ครั้ง

ขณะที่พระลูกศิษย์ของครูบาบุญชุ่มรูปหนึ่งเปิดเผยว่า ครูบาบุญชุ่มเป็นห่วงเด็กทั้ง 13 คนมาก หลังทราบว่าเด็กติดในถ้ำ ท่านได้นั่งสมาธิ แผ่เมตตาและอธิษฐานให้เจ้าป่า เจ้าเขา เจ้าแม่นางนอนและพญานาค ผู้ดูแลถ้ำให้ปล่อยเด็กทั้งหมดเพราะท่านได้นิมิตเห็นจริงว่ากลุ่มเด็กยังมีชีวิตอยู่ ท่านจึงตัดสินใจไปที่ถ้ำสวดมนต์ ขอวิงวอน เจ้าถ้ำ เจ้าป่าเจ้าเขา เจ้าแม่นางนอน และพญานาค ขอชีวิตเด็กทั้งหมดและไปที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนทำพิธีถึง 3 ครั้ง พอกลับมากุฏิกลางน้ำท่านจะนั่งสมาธิแผ่เมตตาให้เด็ก 13 คน ให้ปลอดภัยโดยไม่ยอมพูดจากับใครถึง 2 ครั้งแล้ว

ซาบซึ้งพระบารมีในหลวง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนว่า ด้วยพระเมตตาธรรมแห่งองค์สมเด็จพระสังฆราชและด้วยพระบารมีอันแผ่ไพศาลแห่งองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ช่วยอำนวยพร คุ้มครองภัยต่างๆ ให้เด็กและโค้ชทีมฟุตบอลหมูป่า อะคาเดมี แม่สายทั้ง 13 คน อยู่รอดปลอดภัย มีสวัสดิภาพทุกคน อีกทั้งด้วยกำลังใจ พลังแห่งความศรัทธา และการสวดมนต์ภาวนาขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จากพี่น้องชาวไทยทุกช่วงวัย ทุกศาสนา และจากเพื่อนร่วมโลก ช่วยกันเป็นแรงผลักดัน เกื้อหนุนให้การปฏิบัติภารกิจค้นหาผู้ประสบภัยครั้งนี้ ประสบความสำเร็จได้ ทุกวิกฤติ ย่อมแฝงไว้ด้วยโอกาสเสมอ หากเรามองด้วยสายตาที่สร้างสรรค์อย่างน้อย จะเป็นการแสดงให้ชาวโลกได้เห็นถึงพลังแห่งความรู้ รัก สามัคคีของชนชาติไทยของเรา ที่มีอยู่ในสายเลือด

ชม “ณรงค์ศักดิ์” มีภาวะผู้นำ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ได้ตกลงใจมอบหมายให้นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯเชียงรายในขณะนั้นทำหน้าที่ผู้บัญชาการเหตุการณ์ อย่างต่อเนื่องจนถึง ณ เวลานี้เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพ ในการสั่งการ ตัดสินใจ และกำกับดูแลการทำงานในภาพรวม อย่างใกล้ชิด ให้การป้องกันบรรเทาสาธารณภัยเป็นไปตามแผนการปฏิบัติ-ข้อห้าม-ข้อบังคับที่กำหนดซึ่งเกิดจากการหารือกันทุกฝ่ายอย่างรอบคอบแล้ว ทั้งในระดับรัฐบาลแล้วทุกกระทรวงได้ให้การสนับสนุนอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ อาจจะด้วยลักษณะความเป็นผู้นำ ของผู้ว่าฯจังหวัดเชียงราย มีส่วนสำคัญอย่างมากที่จะช่วยให้การทำงานที่เราต้องเอาชนะธรรมชาติ แข่งกับเวลาเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเป็นที่ชื่นชมของทุกฝ่าย

ปลื้มจิตอาสาชาวต่างประเทศ

นายกฯกล่าวอีกว่า สิ่งที่เราต้องยึดในจิตใจเสมอคือพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงรับจิตอาสาชาวต่างประเทศ ที่มาร่วมปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ ให้ดูแลเปรียบเสมือนอาคันตุกะของพระองค์ ซึ่งรัฐบาลให้การต้อนรับดูแลโดยกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกระทรวงมหาดไทย ขณะนี้ได้สั่งการไปเรียบร้อยแล้ว จิตอาสาบางคนอาจจะติดภารกิจต้องรีบกลับ แต่ส่วนหนึ่งยังอยู่ต่อ ต้องดูแลเขาจนกว่าจะจบสิ้นภารกิจ ในฐานะเป็นเจ้าบ้านที่ดีให้สมกับที่มีน้ำใจเสี่ยงอันตรายมาช่วยเรา จนกว่าจะเดินทางกลับประเทศ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้บันทึกเป็นแผนบทเรียน หรือแผนการฝึก ในส่วนของที่เป็นพลเรือน ตำรวจ ทหาร เพราะอันนี้เป็นเรื่อง ที่เราต้องฝึกในยามที่ยังไม่เกิดเหตุการณ์ไปด้วย

สั่งเร่งสำรวจถ้ำ–รับมืออนาคต

นายกฯกล่าวอีกว่า ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น แต่ถ้าเกิดขึ้นจะต้องไม่มีปัญหาอีกในครั้งต่อไป ต้องสมบูรณ์ที่สุด การวางแผน การจัดทำระบบแจ้งเตือนภัยต่างๆ ป้ายต่างๆ ตามสถานที่ท่องเที่ยว การสำรวจถ้ำที่น่าสนใจ เหล่านี้ต้องเร่งสำรวจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ำนี้ ก็จะเป็นถ้ำที่ได้รับความสนใจจากคนทั้งโลก เพราะฉะนั้นก็อาจจะชอบการท่องเที่ยวแบบผจญภัย เราต้องสำรวจ ตรงไหนที่ไปได้ ตรงไหนไปไม่ได้ ต้องมีมาตรการป้องกัน ต้องมีการจัดเตรียมอุปกรณ์ในการกู้ภัยและช่วยชีวิต แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งนี้ ทั้งหมดที่เราทำวันนี้ก็เพื่อเป็นการสนองตอบพระกระแสรับสั่งว่า เราต้องเรียนรู้จากประสบการณ์ ตระหนักถึงความเป็นมาเป็นไป แล้วก็นำบทเรียนนี้ไปใช้ในการวางแผน ระบบแจ้งเตือนภัยต่างๆ และเตรียมรับมือกับภัยพิบัติ เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็พระราชทานความห่วงใย มาเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ถ้ำหลวงเป็นแหล่งเที่ยวชื่อดัง

นายกฯกล่าวว่า สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนแห่งนี้ เห็นว่าได้ถูกสำรวจแทบทุกมุมมอง ทั้งภายนอก-ภายใน และรับรู้อันตรายต่างๆที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นขอให้เตรียมการให้พร้อม วันหน้าอาจจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศไทยและของโลกด้วย มีภาพถ่ายทางอากาศ-ภาพถ่ายดาวเทียม และการเดินสำรวจ การดำน้ำสำรวจ ข้อมูลต่างๆเหล่านี้น่าสนใจ นำมากำหนดมาตรการต่างๆ ให้เกิดความเหมาะสม ไม่ให้เหตุการณ์เกิดขึ้นอีก อย่างน้อยเราก็จะต้องมีบันทึกเรื่องราวต่างๆไว้ให้ได้ศึกษาที่เรียกว่า ห้องสมุดธรรมชาติที่ดีที่สุด ที่มีชีวิตของประเทศ อันที่จริงแล้ว สถานการณ์ครั้งนี้ เราทุกคนได้เรียนรู้ไปพร้อมๆกัน รัฐบาลด้วย ข้าราชการด้วย ภาคประชาสังคม ธุรกิจ เอกชน ประชาชน เกษตรกรในพื้นที่ หลายอาชีพ ทุกคนก็มีส่วนร่วมทั้งหมด และทุกคนก็ได้ประสบการณ์อันมีค่าไปแล้ว เป็นประโยชน์อย่างมาก

สั่งปิดเที่ยวถ้ำ 169 แห่ง

นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า กรมอุทยานฯ มีแผนการฟื้นฟูและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่วนอุทยานถ้ำหลวงฯ โดยในระยะเร่งด่วน จะมีการแบ่งเขตการบริหารจัดการให้ชัดเจน ในส่วนของเขตบริการ อาคารสถานที่ เขตนันทนาการ ที่นั่งพัก สนามหญ้า ถ้ำต่างๆในพื้นที่ มีการปรับปรุงและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เส้นทางศึกษาธรรมชาติ และในส่วนของเขตหวงห้ามพื้นที่ป่าโดยรอบที่มีความเปราะบาง ต้องมีการกำหนดขอบเขตการใช้ประโยชน์และการเข้า- ออกภายในถ้ำหลวงฯ จัดทำรั้วหรือประตู บริเวณทางเข้าไปภายในถ้ำหลวงฯ เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำอีก ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะนี้กรมอุทยานฯได้สั่งปิดการท่องเที่ยวถ้ำจำนวน 169 แห่ง ที่อยู่ในอุทยาน 103 แห่ง และอยู่ในวนอุทยาน 66 แห่งแล้ว จนกว่าจะมีการประเมินความปลอดภัยในช่วงฤดูฝน

ฟีฟ่าเชิญทีมหมูป่าดูบอลโลก

ด้านนายจานนี อินฟานติโน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ได้ส่งจดหมายถึง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เพื่อแสดงความยินดีที่ได้พบนักเตะเยาวชนและผู้ฝึกสอนทีมหมูป่า อะคาเดมีแม่สายทั้ง 13 คน หลังจากที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนนานกว่า 10 วัน พร้อมกันนี้ประธานฟีฟ่าได้ส่งจดหมายให้กำลังใจผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายมายังสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ และฟีฟ่ายังระบุในจดหมายด้วยว่า “ยินดีอย่างยิ่งที่จะเชิญทีมหมูป่าร่วมชมฟุตบอลโลก 2018 รอบชิงชนะเลิศที่กรุงมอสโก วันที่ 15 ก.ค.นี้ ในฐานะแขกของเรา หวังด้วยใจจริงว่าพวกเขาจะสามารถมาร่วมชมกับเราในนัดชิงชนะเลิศ ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะเป็นช่วงเวลาอันสวยงามของการมีส่วนร่วมและการเฉลิมฉลองครั้งหนึ่งเลยทีเดียว”

หัวเว่ยส่งสื่อสารอัจฉริยะช่วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท หัวเว่ย ประเทศไทย ได้ส่งระบบสื่อสารอัจฉริยะ eLTE Broadband Trunking System เข้าช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ทีมปฏิบัติการกู้ภัยถ้ำหลวง จ.เชียงราย โดย eLTE เป็นระบบสื่อสารแบบ Private ที่พัฒนาขึ้นเพื่อการใช้งานสื่อสารแบบ All time online เชื่อมตรงกับศูนย์บัญชาการ สามารถส่งสัญญาณภาพ เสียง และวิดีโอรวมถึงดาต้าต่างๆได้แบบเรียลไทม์และทำงานได้ดีในพื้นที่อับสัญญาณโทรศัพท์และมีภูมิประเทศที่สลับซับซ้อน เช่น บนยอดเขาและในถ้ำ เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า สายบรอดแบรนด์ที่ทางหัวเว่ยได้มา เจ้าหน้าที่ได้หาตัวพันสายซีนให้แน่นติดกับสายออกซิเจนที่มีความยาว 4 กม. เพื่อลากไปยังจุดที่เด็กอยู่โดยใช้เทปพันสาย 5,000 ม้วน ระดมกว้านซื้อทั่วเชียงราย

เจ้าของเทสลาแนะใช้ท่อพองลม

ขณะที่นายอีลอน มัสค์ มหาเศรษฐีชาวอเมริกัน เจ้าของธุรกิจรถไฟฟ้าเทสลาและสำรวจอวกาศล้ำยุคสเปซเอ็กซ์ เผยว่า ในเครือธุรกิจของตนมีบริษัทชื่อบอริ่งคอมพานี ที่เชี่ยวชาญด้านการการก่อสร้างอุโมงค์ซึ่งหลังจากทีมงานได้หารือกับรัฐบาลไทยทำให้ตัดสินใจส่งทีมวิศวกรของบริษัทไปประเทศไทยเพื่อเข้าสนับสนุนปฏิบัติการกู้ภัยถ้ำหลวง จ.เชียงราย ตนกำลังสนใจแนวคิดที่ว่าเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะใส่ท่อ ไนลอนพองลมเข้าไปในถ้ำ เพื่อสร้างอุโมงค์ใต้น้ำ และบริษัทของตนอาจช่วยเหลือเรื่องมีอุปกรณ์เรดาห์ สำรวจใต้ดิน ส่งมอบแบตเตอรี่และเครื่องปั๊มน้ำ

ทูตสหรัฐฯเสียใจสูญเสียอดีตซีล

ส่วนนายกลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กล่าวว่ารู้สึกเสียใจอย่างยิ่งที่ได้ทราบข่าวการเสียชีวิตของ จ.อ.สมาน กุนัน (นักทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการ) อดีตหน่วยซีล ซึ่งอาสาร่วมในภารกิจการช่วยเหลือนักฟุตบอลเยาวชน และผู้ฝึกสอน 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง จ.เชียงราย “ในนามของประชาชนชาวอเมริกัน ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต ขอสดุดีและเชิดชูเกียรติในวีรกรรมความกล้าหาญและความเสียสละในการปฏิบัติภารกิจเพื่อชาติ”

คปภ.แจง “จ่าแซม” มีประกันชีวิต

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า สำนักงาน คปภ.ขอแสดงความเสียใจกรณีของ จ.อ.สมาน ทั้งนี้ จากการติดตามและประสานงานอย่างใกล้ชิดของสำนักงาน คปภ. พบว่า จ.อ.สมานได้ทำประกันภัยเอาไว้ทั้งสิ้น 3 กรมธรรม์ 1. มีบัตรเอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทย ประเภทได้รับความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลกับบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) 50,000 บาท 2.กรมธรรม์ประกันชีวิตกับบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) 150,000 บาท และตามสัญญาเพิ่มเติมอุบัติเหตุส่วนบุคคล 1,000,000 บาท รวมเป็นจำนวนเงิน 1,150,000 บาท และ 3. กรมธรรม์ประกันชีวิตกับบริษัทพรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จำนวน 225,009 บาท

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้