วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ยังคาใจ

ยังคาใจ

  • Share:

โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินแบบไร้รอยต่อ วงเงิน ลงทุน 214,308 ล้านบาท ไฟเขียวจากรัฐบาล คสช.เรียบร้อยแล้ว

โปรดรออีก 5 ปี คนไทยจะนั่งรถไฟ ความเร็วสูงจากสนามบินสุวรรณภูมิถึงสนามบินอู่ตะเภา ภายในเวลาเพียง 45 นาที

คิดค่าโดยสารแค่จิ๊บๆ 330 บาทต่อเที่ยวเท่านั้นเอง

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่าโครงการนี้รัฐบาลตัดสินใจจะไม่ลุยถั่วกู้เงินลงทุนเอง แต่จะใช้การร่วมทุนเอกชนพร้อมสัมปทานยาว 50 ปี

พร้อมของแถมล่อใจอีก 3 ชิ้นโตๆ

1,ที่ดินทำเลทองมักกะสันของการรถไฟอีก 150 ไร่ ให้ไปพัฒนาหากำไรได้อีก 50 ปี

2,ที่ดินรอบสถานีรถไฟความเร็วสูง 4 แห่งคือ พัทยา ศรีราชา ฉะเชิงเทรา และระยอง ให้พัฒนาทางธุรกิจอีก 50 ปี

3,ได้โครงการรถไฟแอร์พอร์ตลิงก์ ไปบริหารจัดการอีก 50 ปี

พูดง่ายๆ เอกชนรายใดสะง่อมโครงการรถไฟความเร็วสูงสายนี้ไปครอบครองจะฟันกำไรสะดือปูดไปอีก 50 ปี

ล่าสุด “แม่ลูกจันทร์” ได้รับหนังสือ ชี้แจงจาก ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจตะวันออก (อีอีซี) ยืนยันว่าเงื่อนไขร่วมทุนกับเอกชนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน พร้อมสัมปทาน 50 ปี รัฐบาล ไม่ได้เสียเปรียบเอกชนอย่างที่ “แม่ลูกจันทร์” ทักท้วงด้วยความห่วงใย

เนื่องจากที่ดินทำเลทองย่านมักกะสัน 150 ไร่ ที่รัฐบาลจะมอบให้เอกชนไปพัฒนาหากำไร 50 ปี ไม่ใช่ยกให้ฟรีๆ

เอกชนต้องจ่ายเงินค่าเช่าที่ดินเป็นเงิน 5 หมื่นล้านบาท

หรือปีละ 1,000 ล้านบาทโดยประมาณ

สำหรับที่ดินรอบสถานีรถไฟ 4 แห่ง คือ ศรีราชา พัทยา ฉะเชิงเทรา และระยอง ซึ่งรัฐบาลยกให้เอกชนไปพัฒนา เชิงพาณิชย์อีก 50 ปี ผู้ได้รับสัมปทานต้องจ่ายค่าตอบแทนให้รัฐบาลระยะยาว

ส่วนโครงการรถไฟแอร์พอร์ตลิงก์ ที่ยกให้เอกชนผูกขาดหารายได้อีก 50 ปี ก็ไม่ได้แถมฟรีๆ

เอกชนต้องจ่ายเงินชดเชยอีก 10,000 ล้านบาท เพื่อลดภาระหนี้การรถไฟ

“แม่ลูกจันทร์” ฟังคำชี้แจงแล้วก็เบาใจหายห่วงไป 50 เปอร์เซ็นต์

แต่...ยังมีประเด็นสำคัญที่ “แม่ลูกจันทร์” ยังคาใจ

คือเงื่อนไขที่รัฐบาลต้องควักกระเป๋า จ่ายลงขันในโครงการรถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน

แยกเป็นจ่ายค่าเวนคืนที่ดิน 3,784 ล้านบาท

และจ่ายค่าลงทุนก่อสร้างงานโยธา อีก 120,000 ล้านบาท

เท่ากับรัฐบาลต้องจ่ายเงินลงขัน ถึง 123,784 ล้านบาท

แต่ฝ่ายเอกชนจ่ายเงินลงขันเพียง 90,000 ล้านบาทเท่านั้นเอง

คำถามคือ เหตุใดรัฐบาลต้องควักกระเป๋าลงทุนมากกว่าฝ่ายเอกชน??

ทั้งๆที่ฝ่ายเอกชนได้สัมปทานผูกขาดยาวถึง 50 ปี

อย่างไรก็ดี แม้ “แม่ลูกจันทร์” จะมองว่าเงื่อนไขร่วมทุนรัฐบาลเสียเปรียบ เอกชนมากเกินไป

แต่ยังสนับสนุนให้โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินเกิดขึ้น โดยเร็ว!!

ส่วนกลุ่มทุนใหญ่ค่ายไหนจะได้สะง่อมโครงการนี้พร้อมสัมปทานผูกขาด ยาว 50 ปี ยังต้องแข่งขันกันสุดลิ่มทิ่มประตู

ขอฟันธงล่วงหน้าว่า...กลุ่มซีพี จะได้เค้กก้อนนี้ไปรับประทาน.

“แม่ลูกจันทร์”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้