วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตำรวจจะปัดกวาดวัด

วงการคณะสงฆ์คงจะเป็นข่าวอื้อฉาวกันอีก พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า จะส่งตำรวจกองปราบปรามออกไปกวาดล้างพระภิกษุ ผู้ถูกกล่าวหาประพฤติผิดพระธรรมวินัย หรือทำผิดกฎหมายบ้านเมือง ขณะนี้มีพระที่อยู่ในบัญชี 95 รูป แต่เป็นเพียงกลุ่มแรกอาจมีเพิ่มเติมอีก และจะใช้เวลากวาดล้าง 2 สัปดาห์

เรื่องนี้เป็นข่าวพาดหัวใหญ่ของหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ มีรายละเอียดเพิ่มเติมว่าในบัญชีพระ 95 รูป ที่ต้องสงสัย ถูกกล่าวหาว่าประพฤติเรื่องผู้หญิง 35 ราย อวดอุตริเป็นผู้วิเศษ 24 ราย เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวทางการเมือง 11 ราย และประพฤติตัวเป็นพระแต๋ว 25 ราย ไม่นับรวมกับพระอีกหลายรูปที่ถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัด

ไม่ทราบว่าการกวาดล้างวงการพระครั้งนี้เป็นความริเริ่มของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หรือกองปราบปรามเอง หรือเป็นคำสั่งของใคร มีการประสานงานกับองค์กรปกครองสงฆ์ หรือสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) หรือไม่ ทำไมจึงต้องใช้ตำรวจผู้มีอำนาจหน้าที่ปราบปรามอาชญากรรม ทำไมไม่ใช้ข้าราชการ พศ.ซึ่งน่าจะมีหน้าที่โดยตรง

หลายปีที่ผ่านมาเกิดเรื่องราวอื้อฉาวในวงการสงฆ์บ่อยครั้ง และกลายเป็นข่าวอย่างต่อเนื่อง ข่าวล่าสุดคือกรณีที่เจ้า อาวาสดังใน กทม. ถูกชาวบ้านกล่าวหาว่าใช้เงินวัดหลายล้านบาทอย่างไม่โปร่งใส และข่าวพระระดับเจ้าคณะอำเภอถูกกล่าวหากระทำอนาจารเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี พัวพันกับคดีการทุจริตเงินวัด และถูกจับสึกควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดี

เหตุผลสำคัญที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ พศ.ในการกวาดล้างทำความสะอาดวัด ตามอำนาจหน้าที่ อาจเป็นเพราะ พศ.ไม่มีกำลังมากพอ และข้าราชการหลายคนตกเป็นผู้ต้องหาในคดีการทุจริตเงินทอนวัด มีทั้งระดับอดีต ผอ.(เทียบเท่าอธิบดี) และรอง ผอ. รวมทั้งหมด 13 คน มีพระภิกษุ 4 รูป มีทั้ง ระดับเจ้าคณะจังหวัด และเจ้าคณะอำเภอ

เรื่องอื้อฉาวในวงการคณะสงฆ์ เกี่ยวกับการประพฤติผิดพระธรรมวินัยมีมาเป็นเวลาช้านาน มีการแข่งขันกันสร้างเครื่องรางของขลัง กลายเป็นธุรกิจใหญ่โต เรียกกันว่าพุทธพาณิชย์ ทำให้พระพุทธศาสนาถูกมองเป็นศาสนาแห่งไสยศาสตร์ และมีเสียงเรียกร้องให้ปฏิรูป ทั้งด้านการเงินของวัด และเข้มงวดเรื่องพระธรรมวินัย

แต่การตอบสนองต่อเสียงเรียกร้อง มักเป็นไปด้วยความล่าช้า หรือแทบจะไม่มีการตอบสนอง โดยเฉพาะเรื่องการเข้มงวดกวดขันพระภิกษุสามเณรให้ปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามพระธรรมวินัย เป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เป็นคุณสมบัติของพระที่เรียกว่า “สุปฏิปันโน” รัฐบาลผู้รักษากฎหมายและความสงบเรียบร้อยจึงอาจต้องเข้ามาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่.