วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนอ่างทอง เสียสละรับน้ำ

นายกฯบินเยี่ยม ภาคใต้-ฝนหนัก

นายกฯลงพื้นที่อ่างทองย้ำ ร.10 ทรงเป็นห่วงพสกนิกรให้ดูแลชาวบ้านผู้ประสบภัยน้ำท่วมอย่างเต็มที่พร้อมขอบคุณให้ใช้พื้นที่รับน้ำ ส่วนระดับน้ำเจ้าพระยาเริ่มลดลง แต่น้ำที่ท่วมขังตั้งแต่อ่างทองลงมายังมีระดับสูงโดยเฉพาะที่บางซ้าย เมืองกรุงเก่า นักเรียนต้องพายเรือมาโรงเรียนในวันเปิดเทอม ขณะที่ภาคเหนืออุณหภูมิต่ำสุดที่ดอยอินทนนท์ 9 องศา กรมอุตุฯเตือนภาคใต้ฝนหนัก ภาคเหนืออุณหภูมิลด 2-4 องศา

สถานการณ์น้ำท่วมยังวิกฤติหลายพื้นที่โดยผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 30 ต.ค.ว่า ในพื้นที่ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ยังมีน้ำท่วมขังเป็นวงกว้างโดยเฉพาะบ้านและโรงเรียนวัดพรหมเกษร หมู่ 1 บ้านบางบ้า ต.ชุมแสงสงคราม ที่เปิดภาคเรียนวันแรกแต่ยังมีน้ำท่วมขังบริเวณอาคารเรียนสองชั้นและสนามบาสเกตบอลสูง 30-50 ซม.โรงเรียนต้องทำสะพานไม้ให้นักเรียนเดินเข้าอาคารเรียน นักเรียนบางคนพายเรือมาโรงเรียน

ด้าน จ.พิจิตร พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 ร่วมกับมูลนิธิร่วมกตัญญูนำโดย “ท็อป” บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ นายปิยะ วงศ์ลือชา รอง ผวจ.พิจิตร และคณะ นำถุงยังชีพพร้อมน้ำดื่มไปมอบให้กับชาวบ้าน ต.บางไผ่ อ.บางมูลนาก จำนวน 2,129 ครอบครัวที่ประสบปัญหาน้ำจากแม่น้ำน่านเอ่อท่วมขังบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรสูงเฉลี่ย 50-80 ซม.นานกว่า 1 เดือน จากนั้นคณะของแม่ทัพภาคที่ 3 ลงเรือท้องแบนไปเยี่ยมและแจกถุงยังชีพให้ชาวบ้านดงตะขบ หมู่ 3 ต.บางไผ่ อ.บางมูลนาก จำนวน 70 ครัวเรือน ที่ จ.นครสวรรค์ ชาวบ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ ต.ย่านมัทรี อ.พยุหะคีรี ที่ขนย้ายข้าวของหนีน้ำท่วมไปกางเต็นท์พักชั่วคราวบนที่สูงกว่า 10 ครอบครัวได้ขนย้ายข้าวของกลับไปอยู่บ้านตามปกติแล้ว เนื่องจากแม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง

ด้าน จ.อ่างทอง ชาวบ้านหมู่ 4 ต.โผงเผง อ.ป่าโมก ต่างเร่งขนย้ายหมูในเล้าจำนวนมากไปอยู่ริมถนนหลังน้ำท่วมเล้าสูงกว่า 1 เมตร โดย น.ส.ปัญญาภรณ์ ส้มไทย อายุ 42 ปี เจ้าของหมู กล่าวว่า เลี้ยงหมูกว่า 50 ตัว พอถูกน้ำท่วมเล้าเลยช่วยกันขนหมูแม่ลูกอ่อนและใกล้คลอดกว่า 20 ตัวไปเลี้ยงไว้ที่ริมถนน ส่วนหมูที่กำลังโตอีกกว่า 30 ตัวปล่อยไว้บนโคกดินหลังบ้านปล่อยให้อยู่ตามสภาพไปก่อนเพราะขายตอนนี้ขาดทุน ด้านน้ำเจ้าพระยาเริ่มทรงตัวแต่ยังเกินระดับวิกฤติอยู่ทำให้หลายหมู่บ้านที่มีแนวต้องกันต้องวางเวรยามดูแลอย่างต่อเนื่องและมีอีกหลายหมู่บ้านที่รับสถานการณ์น้ำเจ้าพระยาไม่ไหวไหลรั่วซึมเข้าท่วมหมู่บ้านได้รับความเดือดร้อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ต่อมาเวลา 14.30 น.วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และคณะเดินทางไปตรวจเยี่ยมสถานการณ์น้ำท่วมที่โรงเรียนวิเศษไชยชาญ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง มีนายวีร์รวุทธ์ ปุตระเศรณี ผวจ.อ่างทอง ให้การต้อนรับและรายงานสรุปสถานการณ์ในภาพรวมว่าน้ำเริ่มทรงและลดลงเล็กน้อยคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 15 วันจะเข้าสู่ภาวะปกติ

จากนั้นนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงห่วงใยโดยขอให้มีการจัดทำแผนหลัก แผนรองและแผนเผชิญเหตุ การรับมือ รวมทั้งการฟื้นฟูเยียวยาให้กับราษฎรที่ประสบอุทกภัย ทั้งนี้ในด้านของความช่วยเหลือขอย้ำให้เน้นที่ประชาชนให้มากที่สุด ขอให้มองที่ภาพรวมทั้งหมดของประเทศจะได้แก้ปัญหาบูรณาการในภาพรวมร่วมกันและยังกำชับผู้ว่าฯให้ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ให้ทราบถึงเหตุผลและความจำเป็นซึ่งบางครั้งจำเป็นต้องมีการระบายน้ำออกมาบ้างเพื่อไม่ให้เกิด การอั้นแล้วทำให้เกิดปัญหาเหมือนที่ผ่านมาและต้องขอขอบคุณประชาชนที่เดือดร้อนเสียสละให้เป็นพื้นที่เก็บกักน้ำซึ่งจุดนี้รัฐบาลมีแผนที่จะให้ความช่วยเหลือเยียวยาไว้แล้ว

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า สำหรับปัญหาอุทกภัยในปีนี้ปริมาณน้ำถือว่าใกล้เคียงกับปี 2554 แต่การบริหารจัดการน้ำถือว่าเป็นไปได้ด้วยดี ทำให้สถานการณ์ไม่รุนแรงเท่ากับปี 2554 ยืนยันว่ารัฐบาลได้ทำและแก้ปัญหาอย่างดีที่สุด รัฐบาลแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนไม่ได้ทำฉาบฉวย ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวกับเด็กนักเรียนโรงเรียนวิเศษชัยชาญที่มารอรับว่า “วันนี้เอากำลัง เอาใจ เอาความห่วงใยมาฝากทุกคน ขอให้ทุกคนรู้ไว้ว่ารัฐบาลมีความเป็นห่วงและพร้อมเร่งให้ความช่วยเหลือ” นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวกับเด็กนักเรียนด้วยว่า ต้องออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรง อย่าปล่อยให้อ้วน จากนั้นนายกรัฐมนตรีและคณะลงพื้นที่ ต.โผงเผง อ.ป่าโมก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมสูงเพราะรับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา โดยตรง บางแห่งท่วมสูง 1-2 เมตร

ส่วน จ.พระนครศรีอยุธยา ที่หมู่ 8 ต.เทพมงคล อ.บางซ้าย และหมู่ 6 กับหมู่ 10 ต.หลักชัย อ.ลาดบัวหลวง ถูกน้ำท่วมขังนานกว่า 2 เดือน ระดับน้ำสูงกว่า 1-2 เมตร นอกจากนี้ทางเข้าโรงเรียนวัดมฤคทายวัน (วิจิตร ชวนะนันท์ราษฎร์อุปถัมภ์) และวัดมฤคทายวัน ต.เทพมงคล อ.บางซ้าย มีน้ำท่วมขังเป็นระยะทางยาวกว่า 2 กม.ทำให้พระสงฆ์ ชาวบ้านและนักเรียนเดินเข้าออกอย่างยากลำบาก ขณะเดียวกันนายประดิษฐ์ บัวศรี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ต.เทพมงคลกับนายพัสการ วรภัทรศัจธร ปลัด อบต.เทพมงคลลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมให้รถบรรทุก 10 ล้อขนหินคลุกกว่า 30 คันมาเทบริเวณหน้าวัดมฤคทายวันเพื่อปรับพื้นถนนบางส่วนให้สูงขึ้นเพื่อให้พระ เณร ชาวบ้านและนักเรียนเดินทางเข้าออกถนนสายหลักได้ โดยนายพัสการกล่าวว่า หลังจากน้ำในทุ่งจาก อ.เสนา ไหลมาที่ทุ่ง อ.บางซ้ายและทุ่ง อ.ลาดบัวหลวงทำให้มีปริมาณน้ำจำนวนมากใน ต.เทพมงคลและ ต.หลักชัย พร้อมแจ้งประชาชนในพื้นที่ให้เฝ้าระวังน้ำตลอด 24 ชั่วโมง

ที่ จ.ขอนแก่น นายทองเปลว ทองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทานและคณะไปตรวจการซ่อมแซมพนังกั้นน้ำคลอง 3 L ที่ถูกกระแสน้ำจากลำน้ำพองกัดเซาะจนขาดกว่า 30 เมตร ที่บ้านคุยโพธิ์ ต.บึงเนียม อ.เมืองขอนแก่น โดยเจ้าหน้าที่กรมชลประทานร่วมกับทหารระดมซ่อมแซมทั้งวันทั้งคืน แต่การทำงานไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ เนื่องจากถนนแคบทำให้การขนส่งล่าช้า ขณะเดียวกัน พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯไปตรวจน้ำท่วมที่บ้านหมู่ห้วยซัน ต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น ซึ่งถูกน้ำท่วมทุกหลังคาเรือนนานกว่า 2 อาทิตย์ ระดับน้ำสูง 120-150 ซม. ถนนเข้าหมู่บ้านถูกตัดขาดพร้อมกันนี้ พล.อ.ฉัตรชัย ได้มอบถุงยังชีพและเงินช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรครัวเรือนละ 3,000 บาท และไปตรวจการซ่อมแซมพนังกั้นน้ำที่บ้านคุยโพธิ์ด้วย โดยกำชับซ่อมให้เสร็จภายใน 36 ชั่วโมง

ส่วน จ.อุบลราชธานี นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผวจ. อุบลราชธานี ไปตรวจสอบการใช้เครื่องผลักดันน้ำ 12 เครื่องที่บานประตูระบายน้ำเขื่อนธาตุน้อย ต.สหธาตุ อ.เขื่องใน ซึ่งเป็นเขื่อนใช้กั้นแม่น้ำชีก่อนไหลลงสู่แม่น้ำมูลเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากเขื่อนช่วยลดผลกระทบแก่จังหวัดที่แม่น้ำชีไหลผ่านคือมหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ดและยโสธร กำลังได้ รับผลกระทบจากเขื่อนอุบลรัตน์ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำชีอย่างต่อเนื่อง และที่ จ.กาฬสินธุ์ น้ำชีในพื้นที่ อ.ฆ้องชัย ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงรับมวลน้ำมาจาก จ.ขอนแก่น พบว่าระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและน้ำชีได้ซึมเข้าคันพนังกั้นน้ำหลายจุด เจ้าหน้าที่และชาวบ้านเร่งนำกระสอบทรายเสริมแนวกั้นน้ำโดยเฉพาะบริเวณพนังดินชั้นนอก กม.14 บ้านหนองคล้า หมู่ 7 ต.ลำชี น้ำหนุนสูงเอ่อท่วมนาข้าว

ที่ จ.นครศรีธรรมราช เกิดฝนตกลงหนัก ลมกระโชกแรง ครอบคลุมทั้ง 23 อำเภอ ขณะที่ทะเลอ่าวไทยมีคลื่นลมทะเลมีระดับสูงประมาณ 1-2 เมตร ขณะที่นายจำเริญ ทิพยพงศ์ธาดา ผวจ.นครศรีธรรมราช ได้ออกประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้เฝ้าระวังภัยอย่างใกล้ชิด ขณะที่ จ.นราธิวาส ฝนตกหนักทั้งวันทำให้คลื่นลมแรง ชาวประมงต้องงดออกหาปลาส่งผลให้เรือที่หมู่บ้านชาวประมง เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส จอดจำนวนมากและร้านค้าร้านอาหารที่ขายหาดนราทัศน์ต้องหยุดขายเช่นกัน

ขณะที่หลายจังหวัดถูกน้ำท่วมแต่ภาคเหนือกับอีสานกลับหนาวโดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเขต อ.เชียงแสน จ.เชียงราย อากาศเย็นมีหมอกปกคลุมในแม่น้ำโขงและมีนักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสอากาศเย็นจำนวนมาก ส่วนจุดชมทะเลหมอกยามเช้าบนดอยสะโง้ มีนักท่องเที่ยวไปรอชมพระอาทิตย์ทะเลหมอกจำนวนมากเช่นกัน สอบถามนายทวีพงค์ สะโง้ ผู้ประสานงานและดูแลแหล่งท่องเที่ยวบนดอยสะโง้ กล่าวว่า ช่วงเช้ามีหมอกลงหนาอุณหภูมิ 15 องศา จะมองเห็นทิวทัศน์ของ 3 ประเทศคือไทย ลาว และเมียนมา สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไปดอย สะโง้จะมีรีสอร์ตของชุมชนหมู่บ้านสะโง้ไว้บริการและมีอาหารชนเผ่าให้ลิ้มรสโดยข้าวเป็นข้าวตำด้วยมือและปรุงจากเตาธรรมชาติไม่ใช้เตาแก๊ส

ส่วนนายพินิจ แก้วจิตคงทอง นอภ.เชียงแสน กล่าวว่า ดอยสะโง้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่อยู่ในความสนใจของนักท่องเที่ยวอยู่ห่างจาก อ.เชียงแสนเพียง 10 กว่ากิโลเมตร ตนกำชับกับผู้นำหมู่บ้านให้บนดอยสะโง้คงความเป็นธรรมชาติไว้ ไม่อยากให้มีการก่อสร้างอะไรเพิ่มขึ้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับอากาศที่บริสุทธิ์ของที่นี่ และวิถีชีวิตของชนเผ่าอาข่าต่อไป

ที่ดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ตอนเช้านี้มีหมอกลงหนา อากาศหนาวเย็นลงมากและลดต่ำสุดที่ยอดดอยอินทนนท์ 9 องศา ส่วนที่ทำการ อุทยานฯวัดได้ต่ำสุด 17 องศาโดยนายรุ่ง หิรัญวงษ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ กล่าวว่า คาดอุณหภูมิจะลดต่ำลงเรื่อยๆ เนื่องจากฝนหยุดตกแล้วและขอเตือนนักท่องเที่ยวที่จะขึ้นมาเที่ยวบนดอยอินทนนท์ ควรเปิดไฟหน้ารถ เนื่องจากมีหมอกลงหนาอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ นอกจากนี้ ที่บ้านรักไทย หมู่ 7 ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดพิษณุโลกมีนักท่องเที่ยวแห่ไปสัมผัสความสวยงามของธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางสภาพอากาศที่เย็นสบายและ จ.ลำปาง นายภพปภพ ลรรพรัตน์ ผอ.ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยสถาบันคชบาลแห่งชาติ อ.ห้างฉัตร เปิดเผยว่า ช่วงปลายฝนต้นหนาวทำให้อุณหภูมิในหมู่หุบเขาภายในเขตศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยที่มีความกว้างกว่า 2,000 ไร่ มีอากาศหนาวเย็นในช่วงตอนเย็น กลางคืนและตอนรุ่งเช้าทำให้มีนักท่องเที่ยวทยอยเข้ามาเที่ยวภายในศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยมากขึ้น

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัย ฉบับที่ 3 เรื่อง “ฝนตกหนักถึงหนักมากและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้” ว่าหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง มีแนวโน้มจะเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้และทะเลอันดามัน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกชุกกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากถึงวันที่ 3 พ.ย. บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและลมกระโชกแรง บริเวณอ่าวไทยและอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ส่วนตอนบนมีอากาศเย็นอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศา ขณะที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศา