วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บช.ทท.วาง 5 ยุทธศาสตร์ รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

อาชญากรรมที่เปลี่ยนแปลง ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ความเชื่อมั่นในมาตรการความปลอดภัย งานด้านความมั่นคง มาตรฐานของสินค้า งานบริการอำนวยความสะดวก ผู้ประกอบธุรกิจด้านการท่องเที่ยวไม่เอาเปรียบนักท่องเที่ยว เป็นโจทย์ใหญ่ที่ตำรวจท่องเที่ยวต้องเผชิญช่วงประชาคมอาเซียน

การทำงานแบบรูปแบบเดิมในอดีต รอให้เกิดเหตุแล้วค่อยตามแก้ไข ไม่ได้ตอบสนองความต้องการนักท่องเที่ยวได้ โดยเฉพาะปัญหาการท่องเที่ยวผิดกฎหมาย “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” ไม่ใช่มีเฉพาะประเทศไทยที่ประสบปัญหาเรื่องทัวร์ไม่มีคุณภาพ เอาเปรียบนักท่องเที่ยว ข้อมูลที่ นางจาง ซิงห่ง ผอ.สำนักงานท่องเที่ยวแห่งชาติของจีน หรือ CNTA เปิดเผยตัวเลขการร้องเรียนนักท่องเที่ยวชาวจีนพบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.2558 ถึงวันที่ 20 ก.ย.2560 เมื่อนักท่องเที่ยวจีนที่มาเที่ยวประเทศไทยและได้กลับไปร้องเรียนที่ประเทศจีน ทั้งหมด 2,671 คดี

คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 18.97 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนทั้งหมดที่เดินทางออกนอกประเทศ และได้มีการชดใช้แล้ว 5,064,500 หยวนหรือประมาณ 25 ล้านบาท เรื่องร้องเรียนที่พบมากที่สุดคือ เรื่องการบริการไม่ได้มาตรฐานตามที่ตกลงไว้ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 48.35 รองลงมาคือปัญหาการขอคืนสินค้า การบังคับซื้อสินค้าและบริการ รวมทั้งการหลบเลี่ยงจ่ายภาษีให้รัฐบาล

ขณะนี้ทางการท่องเที่ยวจีนประจำประเทศ ไทย หรือ CNTA ได้ยกโมเดลตำรวจท่องเที่ยวไทยที่บังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มธุรกิจที่ประกอบกิจการทัวร์ศูนย์เหรียญมาใช้ โดยร่วมกับกรมสรรพากร กรมศุลกากร เข้ามาตรวจสอบคุณภาพของบริษัททัวร์ในจีน ซึ่งเป็นวิกฤติหนักที่ทางการจีนต้องเร่งแก้ไขปัญหาเร่งด่วน

ตำรวจท่องเที่ยวยุคใหม่ต้องปรับเปลี่ยนทำงานเชิงรุก เดินหน้าเข้าหาอาชญากรรม สร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัยในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ชักจูงให้ชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยว ช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจ สิ่งสำคัญที่นักท่องเที่ยวตัดสินใจมาท่องเที่ยวภายในประเทศ เป็นเรื่องความเชื่อมั่นในความปลอดภัย ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ ที่ผ่านมาเป็นปัญหาที่กระทบภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย เป็นเหตุผลหลักในการยกระดับตำรวจท่องเที่ยว เป็นกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว หรือ บช.ทท. ตามนโยบายของรัฐบาล

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำชับให้เจ้าหน้าที่ทำโดยไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพลใดๆ ทุกคดีขยายผลไปให้ถึงต้นตอ เพราะความเสียหายต่อประเทศมีมูลค่าสูง จะไม่ให้มี “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” มาทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยอีก

ตำรวจท่องเที่ยวมีภารกิจในการบริการ ให้ความช่วยเหลือ ดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยว ภาพรวมการท่องเที่ยวไทย คือ แหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ วิถีความเป็นคนไทยที่โดดเด่น บรรยากาศการท่องเที่ยวที่อบอุ่นและปลอดภัย เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบกฎหมาย และประกอบธุรกิจด้วยความถูกต้อง บช.ทท. ภายใต้การขับเคลื่อนของ พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี รรท.ผบช.ทท. ขานรับนโยบายเชิงรุกสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว ตามแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ 2560-2564 ภายใต้หลักการส่งเสริมความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนประเทศ วางตำแหน่งการตลาดเป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ แหล่งเพิ่มรายได้ กระจายรายได้ท้องถิ่น

วางกรอบยุทธศาสตร์ 5 ด้าน ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาคุณภาพแหล่งท่องเที่ยว สินค้า และบริการด้านการท่องเที่ยวให้เกิดความสมดุลและยั่งยืน ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก รองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยว และสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาการท่องเที่ยว ยุทธศาสตร์ที่ 4 การสร้างความสมดุลให้กับการท่องเที่ยว ผ่านตลาดเฉพาะกลุ่ม การส่งเสริมวิถีไทย และการสร้างความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว และยุทธศาสตร์ที่ 5 การบูรณาการการบริหารจัดการการท่องเที่ยว และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ

วางตัว พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.รอง ผบช.ทท. มือปราบปราม “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” สานต่อการปราบปรามธุรกิจท่องเที่ยวผิดกฎหมายทุกรูปแบบ ทัวร์ผิดกฎหมาย สินค้าด้อยคุณภาพ ที่จับกุมมาโดยต่อเนื่อง ยกระดับมาตรฐานทำให้นักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติพอใจ ปัญหาร้องเรียนลดลง เป็นโมเดลปราบ “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” ที่ประเทศจีน ขอนำไปใช้แก้ไขปัญหาทัวร์ด้อยคุณภาพในจีนที่กำลังประสบปัญหาอย่างหนัก

ยืนยันตำรวจท่องเที่ยวเดินมาถูกทาง และ “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” เป็นปัญหาใหญ่หลายประเทศ

นโยบายความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่รอช้าไม่ได้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เน้นเครือข่ายอิทธิพลวงจรท่องเที่ยวนอกกฎหมาย การลักลอบเข้าเมือง การค้ามนุษย์ ยาเสพติด มาเฟียต่างชาติ เรียกค่าคุ้มครอง ที่โยงการ “ฟอกเงิน” เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ เปิดพื้นที่ปลอดภัยและสร้างความเป็นธรรมกับนักท่องเที่ยว เปิดยุทธการสร้างความเชื่อมั่นในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ พัทยา ภูเก็ต และเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี พื้นที่ทางทะเล มีกลุ่มชาวต่างชาติครอบงำผลประโยชน์มหาศาลในแต่ละปี และแย่งอาชีพท้องถิ่น

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.รอง ผบช.ทท. กล่าวกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า “มาตรการตรวจค้นกวาดล้างอาชญากรรมต่อเนื่องตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี รรท.ผบช.ทท. กำหนดนโยบายนำร่องในการปราบปรามผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวที่ฝ่าฝืนกฎหมาย เอาเปรียบนักท่องเที่ยว และอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวในช่วงที่มาอยู่ในเมืองไทย จัดระเบียบจากเมืองพัทยา เกาะสมุย และจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำ มีรายได้มหาศาลทำให้ชาวต่างชาติมาแย่งอาชีพคนไทย นโยบายเร่งด่วนแก้ 3 อย่าง 1.แก้ปัญหาจ้างงานโดยผิดกฎหมายให้คนไทยมีที่ยืน

ทวงคืนอาชีพไกด์ดำน้ำให้คนไทย 2.ทำให้รัฐจัดเก็บภาษีเข้าประเทศโดยถูกต้องจากรายได้สอนดำน้ำชาวต่างชาติปีละ 4–5 พันล้านบาท 3.ทำให้คนท้องถิ่นมีอาชีพในพื้นที่ถิ่นของตัวเอง ผลปฏิบัติการทุกที่ได้ผลที่น่าพอใจ อาชญากรรมพื้นที่ลดลง ยืนยันว่าในปีแห่งการท่องเที่ยวเริ่มขึ้นในปีหน้านี้ จะต้องไม่มีปัญหาอาชญากรรม ผู้ประกอบการที่เอาเปรียบคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตำรวจท่องเที่ยวจะเดินหน้าทุกรูปแบบ ให้นักท่องเที่ยวเชื่อมั่น เปิดพื้นที่ปลอดภัย และทำให้เกิดความเป็นธรรมกับนักท่องเที่ยว”

“หน้าที่ในการให้บริการ อำนวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ไม่ใช่หน้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น แต่เป็นของประชาชนคนไทยทุกคนที่ต้องช่วยกัน การทำให้นักท่องเที่ยวมีความรู้สึก มีมุมมองที่ดีต่อประเทศไทย จะได้รับประโยชน์อย่างมากจากธุรกิจการท่องเที่ยว จะทำให้ประเทศมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ คดีเล็กๆน้อยๆ ในความรู้สึกของคนไทย แต่ชาวต่างชาติไม่ได้คิดแบบนั้น เพราะไม่คิดว่า เรื่องนี้ไม่ควรเกิดกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เรื่องที่มองว่าเล็กๆน้อยๆ ทำให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยเสียหายอย่างมาก ผู้ที่อยู่ในวงจรอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ขอให้ดำเนินการโดยให้ความเป็นธรรมกับนักท่องเที่ยว อยากให้ใส่ใจรับผิดชอบต่อสังคม การเอารัดเอาเปรียบอาจได้กำไรระยะสั้นๆ แต่ในระยะยาวธุรกิจที่ทำไปไม่รอด จะทำให้ประเทศชาติ คนไทยได้รับความเสียหาย”

เป็นโฉมใหม่ บช.ทท. สานต่อนโยบายรัฐบาล วางยุทธศาสตร์ เปิดยุทธการ มาตรการเชิงรุก ครบถ้วนทุกมิติ เดินหน้าปราบปรามอาชญากรรม สร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว.


ทีมข่าวอาชญากรรม