advertisement

จำนำข้าว 'บ่อน้ำมัน'?

โดย ทีมข่าวการเมือง 10 ส.ค. 2555 05:03

ตามเกมเมื่อประชาธิปัตย์มาผิดฟอร์มจอมเขี้ยว

ก็ไม่แปลกที่จะเข้าจังหวะเบิ้ลบลัฟของนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ออกลูกเย้ยหยันกันนิ่มๆ ไม่แน่ใจว่าต้องรอนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯครบ 2 สมัย 8 ปี พรรคประชาธิปัตย์ถึงจะได้อภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่

ออกลูกย่ามอกย่ามใจกันไป

แต่เรื่องของเรื่อง โดยอาการก็ใช่จะโล่งปลอดโปร่งซะทีเดียว ตามอารมณ์ที่นายอนุสรณ์ก็เผยไต๋ออกมาเอง กับการยกตัวอย่างเรื่องจำนำข้าว ที่นายอนุสรณ์ชิงรวบรัดตัดความเลยว่า เอาเข้าจริงก็ไม่มีข้อมูลอะไรใหม่ หรือมากกว่าที่เป็นข่าว ฝ่ายค้าน พรรคประชาธิปัตย์ตัดแปะจากหนังสือพิมพ์ แล้วเอาไปสร้างอุปาทานหมู่กับสาวกกันต่อในบลูสกายแชนแนล

รีบเฉลยข้อสอบ ชิงตอบเองเสร็จสรรพ

จับอารมณ์ลึกๆก็เสียวอยู่เหมือนกัน นั่นก็เพราะ “บ่อน้ำมัน” ของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย อยู่ที่โครงการรับจำนำข้าว ตามจังหวะต้อง “สารภาพ” กันตรงๆ นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ “เดอะโต้ง” นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและ รมว.คลัง ก็ออกมายอมรับถึงปัญหาทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว

แต่เป็นเรื่องที่เกิดจากภาคปฏิบัติ ไม่ใช่จากฝ่ายคุมนโยบาย

และโดยอาการรีบเทกแอ็กชั่น ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติมอบหมายให้ “สารวัตรเหลิม” ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ เป็นหัวหอกในการลุยตรวจสอบการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ตามฉากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถูกส่งลง

พื้นที่ไล่บี้ขบวนการโกงกันแบบเอาจริงเอาจัง

อุดรอยรั่ว ล้อมคอกกันเป็นพัลวัน

ทั้งนี้ทั้งนั้น ตามเหตุที่โยงต่อเนื่องมาจากการประชุมคณะรัฐมนตรี นัดวันที่ 19 มิถุนายน 55 ที่มีรายงานว่า นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้นำข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการทุจริต กรณีการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลในการรับจำนำข้าวเปลือก เพื่อให้ ครม.พิจารณา และมีมติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ

กระตุกสัญญาณเตือนกันในที

อย่างน้อยก็ได้บันทึกไว้ในรายงานประชุมว่า ป.ป.ช.ได้สะกิดแล้ว

ล้อกับเสียงแหลมๆก่อนหน้า ที่บุคคลระดับรองศาสตราจารย์สิริลักษณ์ คอมันตร์ หัวหน้าศูนย์วิจัย ในฐานะที่ปรึกษา ป.ป.ช.ออกมาระบุชัดเจนเลยว่า ป.ป.ช.ได้ศึกษาและเสนอมาตรการไปยังรัฐบาลตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี แต่เพิ่งได้รับการตอบรับในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ปรับเปลี่ยนโครงการจำนำ มาเป็นการประกันรายได้แทน แม้ไม่ตรงกับสิ่งที่ ป.ป.ช.เสนอให้ปรับมาเป็นการประกันความเสี่ยง แต่ก็ถือว่าใกล้เคียงในระดับหนึ่ง

แต่มาถึงรัฐบาลปัจจุบันของนายกฯยิ่งลักษณ์กลับนำโครงการรับจำนำข้าวกลับมาใช้อีกครั้ง โดยที่ ป.ป.ช.เองก็ได้มีจดหมายส่งไปอีกว่า นโยบายก่อให้เกิดความสูญเสียโดยใช่เหตุ ซึ่งก็ได้พิสูจน์แล้วว่าสิ่งที่  ป.ป.ช.เสนอแนะไปเป็นเรื่องจริงและไม่ถูกต้องตั้งแต่ต้น โดยที่ศูนย์วิจัยยังยืนยันว่า รัฐบาลควรยกเลิกโครงการ แต่คิดว่ารัฐบาลคงไม่ฟัง และจะให้เหตุผลว่าเป็นนโยบายที่ได้หาเสียงไว้แล้ว

จับอารมณ์วัดระดับอาการ “หมั่นไส้” ได้

ที่น่าหวาดเสียวก็คือ ที่ปรึกษา ป.ป.ช.พูดชัดแบบไม่กั๊กเลยว่า ศูนย์วิจัยจะพยายามผลักดันให้ ป.ป.ช.พิจารณาว่า การกระทำของรัฐบาลเข้าข่ายทำผิดกฎหมายอาญา มาตรา 157 หรือไม่ และจะใช้มาตรา 157 หรือมาตราใดเอาผิดกับรัฐบาลได้บ้าง

เพราะถือว่าเป็นการดำเนินนโยบายผิดพลาดโดยจงใจ ก่อให้เกิดการทุจริต ก่อให้เกิดความเสียหายกับงบประมาณเป็นแสนล้านบาท รวมทั้ง ป.ป.ช.ก็ได้เสนอมาตรการไปยังรัฐบาลต่อเนื่อง แต่กลับเพิกเฉย ถือเป็นความผิดในการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้หรือไม่ โดยการตัดสินใจจะเป็นอำนาจของ ป.ป.ช.ชุดใหญ่

ตั้งท่า “ชง” ให้เชือดกันเลย

เสมือนความผิดได้สำเร็จแล้ว ตามใบเสร็จที่บรรดานักวิชาการ กูรู ผู้รู้ในวงการค้าข้าว ออกมาเร้ากระแสวิพากษ์วิจารณ์โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลผิดพลาด ก่อให้เกิดกระบวนการทุจริตอย่างมโหฬาร ทำให้ประเทศไทยเสียแชมป์ผู้ส่งออกข้าว ทำให้รัฐบาลต้องสูญเงินนับแสนล้านบาท

โดยรูปการณ์อันตรายไม่ได้อยู่ที่ทีมเชือดยี่ห้อประชาธิปัตย์

แต่จุดเสี่ยงอยู่ที่ ป.ป.ช.จะถล่ม “บ่อน้ำมัน” รัฐบาลซะเอง.


ทีมข่าวการเมือง

โหวตข่าวนี้